|
|||
|---|---|---|---|
| " รู้เขา รู้เรา รู้ปัจจัยอื่น ๆ ของสงคราม รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง " | |||
| การข่าวกับประเด็นข่าวนายตำรวจระดับนายพลพูดจาไม่เหมาะสมในลักษณะแทะโลมกับนักข่าวสาว | ท่านคิดอย่างไร&xoxox | |
|---|---|---|
|
.................... สามสี่วันที่ผ่านมาข่าวหนึ่งที่ผมอ่านแล้วสะดุดใจในฐานะคนทำงานด้านการข่าวมาห้วงหนึ่งก็คือ ข่าวนายตำรวจที่ถูกกล่าวหาว่าใช้วาจาแทะโลมนักข่าว ผมเองอ่านแล้วก็หวนกลับมานึกถึงห้วงที่ทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายการข่าวของ กองกำลังทหารบกที่ติมอร์ตะวันออก ซึ่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรองทางทหารที่ชีวิตต้องโคจรมาทำงานร่วมกัน ได้ใช้ขีดความสามารถและความกล้าหาญในการเอาชีวิตเข้าเสี่ยงที่จะเข้าไปอยู่กับกลุ่มติดอาวุธพื้นเมือง เพื่อให้ได้มาซึ่งข่าวสารที่สำคัญเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อกำลังพลโดยทั่วไปและนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น ....................ที่ผมเอาสองเรื่องมาเกี่ยวข้องกัน ก็เพราะว่า การเป็นน้องนักข่าวผู้หญิงก็มีลักษณะที่เหมือนกับการเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าว หรือการเป็นจารชนที่ล้วงความลับของฝ่ายตรงข้ามเพื่อเอามาให้ฝ่ายตนเองได้ใช้ประโยชน์ในด้านหนึ่งด้วย ยิ่งข่าวสารที่สำคัญมากเท่าไรการลงทุนก็ยิ่งสูงมากเท่านั้น จนบางครั้งอาจจะต้องเสียชีวิตก็เป็นได้ ....................ผมมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการจารกรรมข่าวที่ผมเคยฟังตอนเด็ก ๆ อยู่เรื่องหนึ่งที่ผมจำได้ไม่ลืม เพียงแต่ว่าไม่รู้ว่าใครเล่าให้ฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง เพียงแต่ว่าฟังแล้วจำได้ไม่ลืม ก็ คือเรื่องการจารกรรมวิธีการทำสังกะสี ชื่อเรื่องมันอาจจะฟังแล้วตลกนะครับว่า คนเราจะต้องจารกรรมข้อมูลการทำสังกะสีเพื่ออะไร แต่ลองฟังดูนะครับ เรื่องก็มีอยู่ว่า เมื่อเกือบร้อยปีก่อนที่เริ่มมีการค้นพบสังกะสีนั้น นับได้ว่าเป็นการค้นพบสิ่งที่มีคุณค่าต่อมนุษย์เป็นอย่างมาก เพราะแต่ก่อนนั้นโลหะที่มนุษย์ใช้โดยทั่วไปที่รู้กันมานานแล้วก็คือ เหล็ก โดยคนเอาเหล็กมาทำสิ่งของหลายอย่างในชีวิตทั่วไป และอย่างหนึ่งก็คือการเอามาทำหลังคาบ้าน แต่ปัญหาที่คนใช้เหล็กทำหลังคาก็คือ เหล็กเวลาที่เจอกับน้ำฝนจะเป็นสนิมได้ง่าย แล้วก็ผุง่าย จะทำให้หนา ๆ ก็หนักบ้านจะพังลงมาทับคนอาศัยตายเสียก่อน คนก็เลยจำใจต้องใช้แผ่นเหล็กที่ผุง่ายไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีการค้นพบสังกะสีที่คนนำเอามาเคลือบเหล็กเอาไปทำหลังคาบ้านทำให้มีความทนทานอยู่ได้นานกว่าการใช้เหล็กเหมือนแต่ก่อนมาก แต่อย่างว่านะครับของที่ค้นพบใหม่ คนรู้น้อยแล้วก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้กว้างขวาง ราคาก็ย่อมแพงเป็นของธรรมดา แล้วคนที่รู้วิธีการทำเหล็กชุบสังกะสีซึ่งตามเนื้อเรื่องเขาว่าเป็นคนอเมริกันก็เก็บวิธีทำเป็นความลับไม่ยอมสอนให้คนต่างชาติได้ทราบ แต่ก็เปิดให้คนต่างชาติเข้ามาเป็นลูกน้องหรือมาเล่าเรียนได้ แต่ว่าตอนจะกลับประเทศก็จะตรวจค้นตามตัวโดยไม่ยอมให้เอาเอกสารอะไรติดตัวกลับไปประเทศของตนเองได้ เรียกว่าจำได้ไม่ว่าแต่ห้ามจดอะไรทำนองนั้น ....................ที่นี่ประเทศที่อย่างได้สูตรอย่างแรงกล้าก็คงไม่มีใครเกินญี่ปุ่นซึ่งก็ส่งคนเข้ามาเรียนวิธีทำเหล็กชุบสังกะสีที่ว่า แต่ทำยังไงก็เลียนแบบไม่ได้สักที่เพราะว่าตอนมาเรียนก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องพอกลับไปก็ไม่มีเอกสารเพราะถูกเขายึดหมดก่อนกลับญี่ปุ่นก็เลยทำไม่ได้สักที แต่ทางญี่ปุ่นก็ไม่ละความพยายามยังคงส่งคนมาเรียนอีกซึ่งรายสุดท้ายนี่มากันสองคนตั้งหน้าตั้งตาเรียนจนจบหลักสูตรพอใกล้จบก็ปรากฏว่านักเรียนญี่ปุ่นคนหนึ่งดันมาฆ่าตัวตายด้วยการคว้านท้องก่อนจบไม่กี่วันนัยว่าตั้งใจเรียนแต่ไม่อาจจำวิธีการได้ทั้งหมด ซึ่งเพื่อนที่มาด้วยกันก็ดำเนินการจัดการเรื่องศพให้เรียบร้อย โดยบอกกับทางเจ้าหน้าที่ว่าได้ตกลงกับเพื่อนว่าถ้าใครตายอีกคนจะเป็นธุระเอาศพกลับประเทศญี่ปุ่น ซึ่งที่สุดแล้วทางการก็อนุญาตและอำนวยความสะดวกให้ทั้งคนที่อยู่นำเอาคนตายกลับญี่ปุ่นได้โดยสะดวก ซึ่งหลังจากนั้นทางญี่ปุ่นก็ไม่ได้ส่งใครมาเรียนวิธีการทำเหล็กชุบสังกะสีอีก โดยหลังจากที่นำศพนักเรียนญี่ปุ่นที่ตายกลับญี่ปุ่นได้ไม่นาน ญี่ปุ่นก็เริ่มผลิตเหล็กชุบสังกะสีได้เอง ซึ่งต่อมามีการเปิดเผยภายหลังว่านักเรียนญี่ปุ่นที่คว้านท้องฆ่าตัวตายนั้นได้เสียสละชีวิตตนเองเพื่อให้เพื่อนนำตำราวิธีการทำเหล็กชุบสังกะสียัดเข้าไปในท้องเพื่อที่จะลอบนำกลับมาประเทศโดยซ่อนพรางมาในท้องของศพ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่คอยตรวจจับการนำเอกสารออกนอกประเทศไม่ได้เอะใจประการใด ....................คราวนี้กลับมาเรื่องการจารกรรมข่าวและการทำข่าวของสื่อมวลชนอีกครั้ง เรื่องการหาข่าวนั้น ไม่ว่าชาติใด ๆ ในโลกก็มีหลักการไม่ต่างกัน ไม่ว่าจากอดีตถึงปัจจุบัน อาจจะแตกต่างกันบ้างในด้านเทคโนโลยี วิธีการที่ว่านั้น ก็มี คือการใช้เงินซื้อหรือการให้ผลประโยชน์ตอบแทน การขู่ให้กลัวหรือทรมาน การหลอกให้เชื่อ และการเอาชีวิตเข้าแลก ....................วิธีการแรกคือการซื้อหรือการให้ผลประโยชน์ตอบแทน วิธีการนี้หน่วยงานข่าวที่ไม่ขี้เหนียวนักมักชอบใช้ไม่ว่าพวกซีไอเอหรือหน่วยงานข่าวของประเทศต่าง ๆ แต่ว่าสื่อมวลชนไม่ค่อยทำนักเพราะถือว่าคนทำไม่มีฝีมือและไม่มีคนลงทุนให้ การให้ผลประโยชน์ตอบแทนที่สื่อชอบทำโดยไม่ต้องเสียเงิน ก็คือการเขียนเชียร์ให้หรือลงข่าวงานฌาปนกิจญาติ งานแต่งลูกสาวทำนองนี้ให้ ซึ่งก็ไม่ต้องลงทุนอะไร ....................วิธีที่สองการขู่ให้กลัวหรือการทรมานนี้เห็นและสามารถทำได้โดยง่ายไม่ว่าจะเป็นการโทรขู่ทางโทรศัพท์ การอุ้มไปกักตัวเพื่อทรมาน แต่ถ้าเป็นสื่อมวลชนวิธีการนี้ ในรายละเอียดที่ทำโดยไม่ต้องเสียเงินอีกคือการหาเรื่องเสียหายของคน ๆ นั้นมาลงหน้าหนึ่งหรืออกข่าวซ้ำ ๆ ซึ่งเรา ๆ ท่าน ๆ ก็ทราบดีว่าถ้าเป็นคนแล้วเรื่องที่จะเอามาด่ากันนั้นหาได้ทุกวันอยู่แล้ว เรียกว่าทำอะไรด่าได้หมดว่างั้นเถอะ ....................วิธีต่อมาคือ การหลอกให้เชื่อ วิธีการนี้เรียกได้ว่าสามารถพบได้โดยทั่วไป ประจำวันก็ว่าได้ เช่น ถ้าท่านสังเกตคนที่โทรศัพท์มาหาท่านที่คุยแบบเป็นกันเอง ถามเรื่องราวหรือเล่าเรื่องที่เราอยากฟังอยากตอบจนเราเคลิบเคลิ้ม แล้วก็ตบท้ายด้วยการขอให้เราทำอะไรให้ หรือถามข่าวที่เขาอยากทราบ ซึ่งเราเองก็ไม่ทันตั้งตัว ก็เผลอรับปากหรือเล่าเรื่องที่เขาอยากทราบไปเรียบร้อยแล้ว และยิ่งเป็นการออเซาะจากสาว ๆ ต่อชายแก่แล้ว ร้อยทั้งร้อย ทำให้หมด พฤติกรรมพื้นฐานนี้โดยทั่วไปอยู่แล้ว นักจารชน รวมถึงสื่อมวลชนใช้กับคนที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการให้ข่าวมากนัก โดยผู้ถูกกระทำจะมีความคิดมองโลกดีในแง่เป็นพื้นฐาน ซึ่งเชื่อว่าผู้ที่เข้ามาหาข่าวนั้นเป็นคนดีเช่นเดียวกัน ....................สำหรับวิธีที่ 4 คือการเอาชีวิตเข้าแลกนั้น ถ้าเป็นจารชนชายก็อาจจะใช้วิธีปลอมตัวเข้าไปฝังตัวกับศัตรูนับเวลาเป็นปี ซึ่งกรณีนี้ถ้าถูกจับได้ก็ตายลูกเดียว แต่แบบที่ฆ่าตัวตายแบบที่เล่าให้ฟังแต่แรกช่วงหลัง ๆ ไม่ค่อยได้ยิน แต่ถ้าเป็นผู้หญิงสิ่งที่ทำให้ได้มาซึ่งข่าวสารสำคัญก็คือการเอาตัวเข้าแลก โดยอาจจะเป็นชั่วครั้งคราว หรือไม่ก็ทำเป็นเรื่องเป็นราวเลยก็มี ซึ่งที่เป็นตำนานก็คือ มาตา ฮารี นักจารชนสาวชาวเยอรมันในสมัยสงครามโลก ซึ่งเอาร่างกายเข้าแลกและเสี่ยงเพื่อให้ได้มาถึงข่าวสารสำคัญของฝ่ายศัตรู นอกนั้นก็จะเห็นในหนังฝรั่งเสียมาก สำหรับสื่อมวลชนเท่าที่ผมเห็นมานั้น มักจะส่งนักข่าวสาว ๆ หน้าตาแฉล้มแช่มช้อยมาประกบนายทหารระดับใหญ่ ๆ หรือไม่ก็พวกนายทหารคนสนิทเพื่อคอยหาข่าวที่เด็ด ๆ อยู่เสมอ ซึ่งเชื่อว่าได้รับการตอบสนองจากฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างดี วิธีการนี้เชื่อว่าน่าจะเป็นนโยบายของเจ้าของสื่อมวลชนด้วยเช่นกันเพราะไม่ต้องเสียเงินมาก เพียงแต่หาทางโน้มน้าวนักข่าวสวยให้คิดเอาเองว่าการได้มาซึ่งงานที่ดีไม่มีของฟรี ต้องลงทุน ยิ่งของดีก็ยิ่งลงทุนมาก ซึ่งนักข่าวสาวๆ ต้องคิดเอาเองว่าอะไรที่ต้องลงทุนโดยที่ไม่มีทุนจากเจ้าของสื่อ วิธีนี้เป็นวิธีการที่คนที่ต้องการข่าวเขารู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าคนก็คือคน คนเราโดยเฉพาะคนที่มีอำนาจวาสนามักมีความต้องการเรื่องนี้เป็นพิเศษ และไม่ว่ามากหรือน้อย ร้อยทั้งร้อยอย่างน้อยต้องให้เกียรติแก่ผู้หญิงสาว ๆ สวย ๆ หรืออย่างน้อยก็ไม่ปฏิเสธเสียตั้งแต่แรก ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าในกรณีทหารตำรวจกลุ่มนักข่าวก็จะเป็นผู้หญิงแทบทั้งนั้น ซึ่งมักจะเห็นนักข่าวสาว ๆ พวกนี้เข้าถึงวงในได้ข่าวสด ๆ ก่อนใครเสมอ อันนี้รวมทั้งสิทธิอื่น ๆ อีกมากมาย แล้วแบบนี้คุณจะเชื่อไหมว่านโยบายดังกล่าวไม่ได้สั่งหรือกำหนดมาจากหัวหน้านักข่าว ....................ประเด็นสำคัญที่ผมเองเป็นเจ้าหน้าที่รัฐดีใจก็กับข่าวการออกใบปลิวโจมตีประณามนายพลตำรวจที่ว่าลวนลามทางเพศ เพราะเขาถามว่า มีเงินเดือนเท่าไร มีบ้านหรือยัง มีรถหรือไม่ จนเรียกได้ว่าคนถูกประณามนั้นกระอักเลือดตามระเบียบไปแล้วนั้น ก็คือ ผมหวังว่า ต่อไปนี้ภาพที่เห็นเจ้าหน้าที่รัฐเดินโอบกอดหรือตบหลังตบไหล่นักข่าว และพูดหยอกล้อเหมือนเป็นลูกหลานคนสนิท ยิ่งกว่าเพื่อนร่วมงาน โดยคิดไม่ถึงว่าเขาจะมาไม้ไหน คงจะน้อยลงและส่งผลให้ข่าวหรือความลับทางราชการที่ไม่ควรเปิดเผยก่อนเวลาอันควรจะได้รับอานิสงส์ลดปริมาณตามลงไปด้วย ยังไงเรื่องนี้ขอให้ทุกฝ่ายฉวยโอกาสอันดีนี้ช่วยกระพือให้อย่าข่าวนี้เงียบหายไปโดยเปล่าประโยชน์นะครับ ผมเชื่อว่าการทำดังกล่าวเป็นผลดีอย่างยิ่งต่อทางราชการ และเป็นคุณต่อนักข่าวเองที่จะไม่ต้องทอดร่างให้ข้าราชการขี้หลีที่ท่านประณามอีกต่อไป ![]() กลับสู่หน้าหลัก |
คน)
![]() กลับสู่หน้าหลัก ![]() เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ |
|
|
บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 9 มิ.ย. 46 ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม ICQ ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน Contact list ใน ICQ ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วเลือก Web Page address (URL) หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมา ดูว่าตรงกับชื่อ address ในเบราเซอร์ แล้วกด Send ได้เลย ท่านสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงได้การพิมพ์ลงในช่องด้านล่างเรียบร้อย แล้วกด Send ได้เลยครับ |
||