" ทหารอาจไม่สามารถทำงานนอกหน้าที่ได้อย่างไม่มีที่ติ แต่ทหารก็ไม่ปฏิเสธที่จะทำถ้าเป็นคำสั่ง "
“ ในเวลาที่ไม่มีสงคราม ทหารเขาทำอะไรกัน ? ” คำถามที่รอคำตอบ ท่านคิดอย่างไร&xoxox

.................... “ ในเวลาที่ไม่มีสงคราม ทหารเขาทำอะไรกัน ? ” ประโยคนี้มักจะเป็นหัวข้อหนึ่งที่ผมมักถูกถามอยู่เสมอจากคู่สนทนาที่เป็นพลเรือนและไม่เคยสัมผัสกับทหารมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นห้วงกว่า 18 ปีที่ผมรับราชการอยู่ที่ประเทศไทยหรือช่วงเกือบ 1 ปีที่มาปฏิบัติหน้าที่เป็นนายทหารปฏิบัติการของกรมกิจการทหาร กรมปฏิบัติการรักษาสันติภาพ สหประชาชาติ ในฐานะบุคลากรยืมตัวจากรัฐบาลไทย ดังนั้น ในโอกาสที่ผมได้รับการเกียรติให้เขียนบทความลงในคอลัมน์นี้ จึงนับได้ว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่ผมจะขอใช้ประสบการณ์การทำงานทางทหารทั้งในประเทศและต่างประเทศมาตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา ตอบคำถามนี้ในลักษณะการเล่าสู่กันฟังถึงหน้าที่และงานที่กองทัพไทยปฏิบัติในห้วงเวลาที่ประเทศชาติไม่มีภัยคุกคามจากนอกประเทศที่ชัดเจนให้คนทั่วไปโดยเฉพาะคนไทยในต่างแดนที่ยังรักและคิดถึงประเทศไทยได้รับทราบ ไปพร้อม ๆ กัน
....................เป็นที่ทราบกันดีโดยทั่วไปว่าพลังอำนาจของชาติที่ทำให้แต่ละประเทศอยู่รอดปลอดภัยและสามารถยืนหยัดอยู่บนเวทีโลกอย่างสง่าผ่าเผยได้นั้นมีองค์ประกอบหลายประการ อาทิเช่น พลังอำนาจทางการเมือง, เศรษฐกิจ, สังคมจิตวิทยา, เทคโนโลยี และการทหาร ซึ่งโดยทั่วไปแต่ละชาติจะมุ่งเน้นพลังอำนาจ 4 ประการแรกอย่างชัดเจนเท่าที่จะทำได้ โดยพยายามหลีกเลี่ยงการแสดงออกถึงพลังอำนาจทางทหาร เพื่อไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากันด้วยกำลังอาวุธหรือความไม่ไว้วางใจกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่นั่นมิได้หมายความว่าประเทศเหล่านั้นจะไม่เตรียมความพร้อมทางทหาร เนื่องจาก ไม่มีใครสามารถประกันความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศนั้น ๆ ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าการถูกโจมตีหรือรุกรานจากต่างชาติจะไม่เกิดขึ้น โดยสิ่งที่เกิดขึ้นนอกเหนือความคาดหมายที่เป็นการยืนยันถึงความไม่แน่นอนดังกล่าวที่เป็นประจักษ์พยานชัดเจนในห้วงเวลาที่ผ่านมาไม่นานมานี้ ได้แก่ กรณีอิรักรุกรานคูเวต เหตุการณ์สิบเอ็ดกันยา รวมไปถึงการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออัฟกานิสถานและอิรักที่ผ่านมา และถ้ายิ่งได้เจาะลึกเข้าไปในประวัติศาสตร์การสงครามแล้วจะเห็นได้ว่าเมื่อใดที่ประเทศหนึ่งใดประเทศหนึ่งอ่อนแอหรือย่อหย่อนต่อการรักษาความปลอดภัยแล้ว โอกาสที่จะถูกประเทศที่เข้มแข็งกว่าเข้ารุกรานหรือการโจมตีแบบไม่คาดคิดนั้นมีความเป็นไปได้เสมอ
....................อย่างไรก็ตาม หลังสิ้นสุดของยุคสงครามเย็น การทหารของไทยได้ปรับนโยบายของกองทัพด้วยการลดกำลังพลลง โดยหันไปมุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังพลที่มีอยู่และเพิ่มประสิทธิภาพของยุทโธปกรณ์เพื่อให้สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลและสอดคล้องกับกระแสของโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ที่นักคิดและนักการทหารทั่วโลกมีแนวความคิดตรงกันที่ว่า “ แนวโน้มการทำสงครามโดยใช้กำลังและอาวุธจะน้อยลง และถึงแม้จะมีอยู่บ้างก็เป็นความขัดแย้งที่จำกัดขอบเขตและไม่รุนแรงขยายตัวส่งผลกระทบต่อประเทศที่อื่น ๆ โดยเฉพาะประเทศที่อยู่ห่างไกลจากจากพื้นที่ความขัดแย้ง” ซึ่งแนวความคิดดังกล่าวหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกได้นำไปปฏิบัติเช่นกัน ด้วยการมุ่งมาทำสงครามเศรษฐกิจที่เข้ามาแทนที่สงครามการรบ อย่างไรก็ดีกองทัพไทยก็มิได้ละทิ้งหน้าที่หลักนี้ โดยที่ยังคงมีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติและอธิปไตยของชาติต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งได้ดำเนินการคู่ขนานไปกับการใช้กำลังทหารในการพัฒนาประเทศชาติตามนโยบายของรัฐบาล ดังต่อไปนี้

....................หน้าที่หลักประการแรกของทหารคือการใช้กำลังป้องกันประเทศ ซึ่งปัจจุบันแม้ว่าสภาวการณ์ความตรึง เครียดกับประเทศเพื่อนบ้านจนอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางทหารได้ลดระดับลง แต่กองทัพไทยก็มิได้ตั้งอยู่บนความประมาท เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศยังคงมีความขัดแย้งภายในที่อาจก่อให้เกิดการรุกล้ำอธิปไตยของไทยตลอดจนกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและทรัพย์สินตามแนวชายแดนได้ตลอดเวลา ดังนั้นกองทัพจึงยังคงจัดกำลังทหารตามแผนป้องกันชายแดน ปฏิบัติหน้าที่บริเวณพื้นที่ที่มีความล่อแหลมดังกล่าว เพื่อพร้อมแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที กรณีนี้คงเรียกได้ว่าเป็นการปิดทองหลังพระโดยแท้จริงเพราะทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนนั้นต้องเสียสละความสุขส่วนตัวและเอาชีวิตเข้าเสี่ยงโดยที่มักจะไม่มีผู้กล่าวถึงเท่าไรนัก
.................... หน้าที่หลักประการที่สองก็คือ การเตรียมกำลังทหารเพื่อให้มีความพร้อมในกรณีที่เกิดสงครามขนาดใหญ่ ซึ่งจะต้องเตรียมอยู่ตลอดเวลาและต่อเนื่องแม้ว่าจะไม่มีสิ่งบ่งชี้ชัดเจนว่าจะมีสถานการณ์ดังกล่าวในเวลาอันใกล้ แต่ก็ไม่มีใครยืนยันได้ว่าจะไม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ของโลกยุคปัจจุบันที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะคงจะไม่มีประชาชนคนไทยคนใดที่จะปล่อยให้อนาคตและเอกราชของชาติไทยเป็นไปตามยถากรรมเป็นแน่ ซึ่งการเตรียมความพร้อมดังกล่าวกองทัพไทยได้ปฏิบัติอยู่ก็คือ การเตรียมความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ด้านการฝึกศึกษาของ กำลังพลทุกระดับชั้นและการเพิ่มประสิทธิภาพของยุทโธปกรณ์ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถอย่างต่อเนื่อง ทันสมัยและพร้อมเผชิญสถานการณ์ในทุกรูปแบบ รวมทั้งเป็นการป้องปรามมิให้ผู้ไม่หวังดีคิดร้ายต่อประเทศในอีกทางหนึ่งด้วย
.................... หน้าที่ในประการที่สามนั้นคือการใช้กำลังทหารเพื่อการพัฒนาประเทศ และการปฏิบัติการอื่น ๆ นอกเหนือจากการปฏิบัติการทางทหาร โดยสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลอันก่อให้เกิดความั่นคงของ ประเทศโดยรวมเป็นหลัก ซึ่งหน้าที่ส่วนนี้นับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์พิเศษอย่างหนึ่งของทหารไทยที่อาจจะแตกต่างไปบ้างกับการทหารของบางประเทศ โดยการปฏิบัติสำคัญ ๆ ในห้วงที่ผ่านมาพอสรุปได้ดังนี้ การจัดหน่วยทหารพัฒนาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเจ้าหน้าที่พลเรือนของรัฐเข้าถึงได้ยาก รวมทั้งให้การสนับสนุนโครงการพระราชดำริ ฯ ต่าง ๆ เพื่อทำให้ประชาชนผู้ด้อยโอกาสได้มีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อันจะส่งผลให้ประเทศชาติมีความมั่นคงโดยรวม
  • การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเสพติด ที่เป็นปัญหาใหญ่บ่อนทำลายประเทศและประชาชนโดนทั้งทางตรงและทางอ้อม กองทัพไทยได้ให้การสนับสนุนตามนโยบายของรัฐบาล ด้วยการจัดกำลังทหารสกัดกั้นทำลายขบวนการค้ายาเสพติดติดอาวุธที่ลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดนโดยเฉพาะทางด้านเหนือและลำน้ำโขง รวมทั้งได้ใช้พื้นที่ที่ตั้งหน่วยทหารทั่วประเทศและกำลังพลในการจัดตั้งโรงเรียนวิวัฒน์พลเมืองเพื่อช่วยในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ซึ่งผลการปฏิบัติทั้งสองประการได้ทำให้การลดลงของการค้ายาเสพติดและผู้ติดยาเสพติดลดลงอย่างชัดเจน
  • การปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ กองทัพไทยได้รับความไว้วางใจจากสหประชาชาติให้จัดกำลังสนับสนุนการปฏิบัติการเพื่อสันติภาพในภารกิจต่าง ๆ ทั้งในภูมิภาคเอเชียและอัฟริกา โดยที่สำคัญคือการจัดกำลังระดับกองพันทหารราบและหน่วยแพทย์ ในภารกิจสหประชาชาติที่ติมอร์ตะวันออก ตั้งแต่ช่วงวิกฤติ เมื่อปี 2542 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้สร้างผลงานอันที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับจากประชาชนชาวติมอร์ตะวันออกรวมทั้งชาติต่างๆ ที่ส่งกำลังเข้าร่วมปฏิบัติการรักษาสันติภาพ นับได้ว่าเป็นการสร้างภาพพจน์ด้านความร่วมมือที่ดีของไทยในการแก้ปัญหาระดับภูมิภาคและการปฏิบัติงานระดับนานาชาติของกองทัพ
  • การจัดกำลังให้การสนับสนุนชาติพันธมิตร ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งกองทัพไทยได้ปฏิบัติอยู่ในปัจจุบันได้แก่ การจัดหน่วยทหารช่างเฉพาะกิจสนับสนุนกองกำลังผสมซึ่งนำโดยสหรัฐ ฯ ในการฟื้นฟูสนามบินและการช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมที่อัฟกานิสถาน และเตรียมการให้มีความพร้อมที่จะจัดกำลังในลักษณะดังกล่าวและหน่วยทหารเสนารักษ์เพื่อร่วมกับกองกำลังผสมที่มีสหรัฐ ฯ เป็นผู้นำในประเทศอิรัก ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนับได้ว่าเป็นการแสดงออกถึงความร่วมมือที่ดีระหว่างประเทศ และความตั้งใจที่ดีของนโยบายรัฐบาลที่จะร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้ายในระดับสากล ซึ่งจะก่อให้เกิดความร่วมมืออื่น ๆ ระดับทวิภาคีและพหุภาคีตามมาในอนาคต
  • การปราบปรามการก่อการร้ายสากล กองทัพไทยได้รับมอบหมายให้เป็นแกนหลักในการจัดเตรียมหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เพื่อให้มีความพร้อมรับมือและตอบโต้สถานการณ์การก่อการร้ายทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการจี้จับตัวประกัน สถานที่ หรืออากาศยาน ของผู้ก่อการร้ายสากล รวมทั้งการก่อการร้ายในรูปแบบใหม่ที่มุ่งใช้อาวุธทำลายล้างสูง
  • การอพยพประชาชนไทยออกจากพื้นที่อันตรายและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภัยพิบัติ ได้แก่ การอพยพและคุ้มครองประชาชนชาวไทยออกจากกัมพูชา กรณีชาวกัมพูชาบุกเผาสถานทูตไทยและสถานประกอบการของไทยที่กรุงพนมเปญ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา รวมทั้งการจัดกำลังทหารช่วยกู้ภัยประชาชนที่ถูกอุทกภัยและอัคคีภัยร้ายแรงในเหตุการณ์ต่าง ๆ
  • การรักษาทรัพยากรธรรมชาติจากการบุกรุกทำลายป่าของผู้มีอิทธิพล ที่หน่วยงานรับผิดชอบประสานร้องขอมาเนื่องจากเกินขีดความสามารถ ซึ่งกองทัพได้ช่วยเหลือด้วยการจัดกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ด้วยการลาดตระเวนพื้นที่ที่มีการบุกรุกธรรมชาติอย่างรุนแรง และการสนับสนุนด้านอื่น ๆ ซึ่งทำให้สามารถจับกุมของกลางและผู้กระทำผิดได้จำนวนหนึ่ง
  • การสกัดกั้นแรงงานและการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย กองทัพได้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบด้วยการสกัดกั้นการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของประชาชนประเทศรอบบ้านตามตะเข็บแนวชายแดน ซึ่งลักลอบเข้ามาขายแรงงานซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่อเนื่องต่อความมั่นคงของชาติอื่น ๆ ตามมา โดยในแต่ละปีมีผลงานการจับกุมผู้เข้าเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจำนวนนับหมื่นคน
  • การสนับสนุนหน่วยงานพลเรือนเพื่อการรักษาความมั่นคงภายในประเทศ ด้วยการจัดกำลังพร้อมให้การสนับสนุนและการแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูลในพื้นที่ที่มีความล่อแหลมอันจะก่อให้เกิดความแตกแยกทางความคิดซึ่งอาจจะลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ของชาติได้
    .................... การปฏิบัติหลักทั้งสามประการที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงหัวข้อสำคัญเท่านั้น ซึ่งรายละเอียดปลีกย่อยในการปฏิบัติ รวมทั้งมีงานที่จะต้องมีกำลังพลที่เกี่ยวเนื่องยังมีอีกมากมาย ถ้าท่านสนใจก็สามารถหาข้อมูลได้โดยตรงจากหน่วยงานต่าง ๆ ของกองทัพ สำหรับบทความนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงเป็นคำตอบและสร้างความเข้าใจเบื้องต้นต่อการปฏิบัติของทหารไทยยามบ้านเมืองไม่มีภัยคุกคามที่ชัดเจน ต่อทุกท่านที่ไม่ทราบมาก่อนและมีความสนใจได้บ้างไม่มากก็น้อย

    กลับสู่หน้าหลัก
  • (Online คน)

    กลับสู่หน้าหลัก

    CounterSee who's visiting this page.

    เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน

    ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
    บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 15 มิ.ย. 46
    ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม ICQ ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน Contact list ใน ICQ ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วเลือก Web Page address (URL) หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมา ดูว่าตรงกับชื่อ address ในเบราเซอร์ แล้วกด Send ได้เลย

    ท่านสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงได้การพิมพ์ลงในช่องด้านล่างเรียบร้อย แล้วกด Send ได้เลยครับ

    ICQ PeopleSpace Directory
    View My Page

    Page an ICQ User