[Webboard ] [ Guestbook ] [ ICQ#5260184 ] [Photo Album]

ประวัติศาสตร์การสงครามและวิบากกรรมฉบับย่อของประเทศและประชาชนชาวอียิปต์

...............สามสี่วันก่อนมีน้อง icq ขอร้องให้ช่วยแปลเรื่องอียิปต์ ผมเองก็พวกคนใจง่ายรับปากไป เขาก็เลยส่งข้อมูลอียิปต์ที่เอามาจากอินเตอร์เนทเป็นภาษาอังกฤษมาให้ ตอนแรกที่เปิดออกอ่านก็ตกใจเพราะ ตอนแรกนึกว่าเพียงหน้าเดียว แต่พิมพ์ออกมาตกประมาณห้าหน้า ตอนแรกก็ว่าจะเบี้ยวเหมือนกัน เพราะใช้เวลาค่อนข้างมาก แล้วก็งานที่ทำอยู่ก็นอนดึกตื่นเช้าทุกวันไม่มีวันหยุด แต่ก็กลัวจะเสียคำพูดและเสียน้ำใจกันจึงเอามาอ่านและลองแปลดู แล้วก็ทำให้รู้สึกตรงข้าม เพราะสิ่งที่แปลมานั้นเป็นบทความที่มีประโยชน์สั้นกระทัดรัด เล่าเรื่องราวของคนและประเทศอียิปต์ตั้ง แต่ 2400 ปีก่อนคริสตศักราช จนถึงปี ค.ศ.1996 ด้วยข้อความประมาณ 5หน้าภาษาอังกฤษ หรือประมาณ เกือบ 10 หน้าภาษาไทย ซึ่งผมแปลประมาณ สามชั่วโมงแล้วก็ขอแรงลูกน้องช่วยกันพิมพ์ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ดีก็เลยเอามาให้ท่าน ๆ ได้อ่านเอาเรื่องไว้ด้วยครับ การแปลและพิมพ์ก็ตามสไตล์ผมนะครับคือไม่มีการกลับมาตรวจจึงมั่วบ้างผิดบ้าง ถ้าชอบก็เชิญอ่านนะครับ
............วัฒนธรรม วิถีทางและการดำเนินชีวิตของชาวอียิปต์ส่วนใหญ่ได้เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา ในศตวรรษที่ ๒๐ นี้มีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้จาก โคคาโคล่า ลีวาย และโทรทัศน์ อย่างไรก็ตาม ชาวนาส่วนใหญ่และสิ่งของอื่น ๆ ยังคงเหมือนกับสิ่งที่เคยเป็น ความคิดโดยทั่วไปของชาวอียิปต์ยังคงเป็นแบบอะไรจะเกิดขึ้นขอให้มันเกิด โชคชะตาที่อันตรายในช่วงพันปีที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็น กาฬโรค ความอดอยาก อุทกภัย ชีวิตของชาวอียิปต์จะยังคงเป็นเหมือนกับบรรพบุรุษของพวกเขาเหมือนเดิม การทาสียังคงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชาวอียิปต์ ตั้งแต่การทาสีแบบมั่ว ๆ ได้ใช้ทากับปิรามิด ยูเนสที่ ซาคคาราในช่วง ๒๔๐๐ ปีก่อน ครีสศักราช แต่ด้วยฟาโรห์ของอาณาจักรใหม่ ซึ่งมีความเฉลียวฉลาดในการประดับภายในของสุสานของพวกเขาด้วยภาพที่มีชีวิตในช่วงหลังความตาย และการพื้นคืนชีพ การทาสีของชาวอียิปต์ในสมัยเดียวกันนี้ ได้มีอิทธิพลอย่างสูงจากศิลปะตะวันตก และเป็นไปอีกกว่าครึ่งหนึ่งของศตวรรษ ที่ช่างสีชาวอียิปต์ที่สามารถหลุดออกจากอิทธิพลนี้ ช่างสีที่รู้จักกันดีของประเทศ เช่น แกสเบียน เซอรี่,อินจิ อีแฟตัว,แอบเดล วาแฮป มอซี,เอเดล เอล สีอี และ วาฮิป นัสเซอร์ ดนตรีที่โด่งดังในอียิปต์มีความหมาย จนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งมีอยู่ทั่วไปคือ เสียงของ โอม คอยทุม “มารดาของอียิปต์” เธอตายในปี ๑๙๗๕ แต่ดนตรีของเธอยังคงทำให้เธอดูเหมือนอมตะ เพลงของเธอมาจากบทกลอนและโอเปร่า ที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในเพลงของ อียิปต์และยุคของตะวันตก ผู้ที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ เช่น อับเดลฮามิล อัลฮาเฟล โมฮามัด เอล วาฮับ ส่วนหนึ่งของเพลงปอปตะวันตกได้นำเอามารวมกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเพลงของอียิปต์ในช่วงดังกล่าว แบบอย่างสมัยใหม่ ยังมี ไอเฮบ ทอผิค,ไมฮาเม็ด ไฝแอค และ ฮาคิม แม้ว่าชาวอียิปต์จะมีชื่อในเรื่องการเต้นระบำหน้าท้อง การหมุนตัวค่อยมองดูเหมือนว่าเป็นสิ่ง หยาบคาย และสัญลักษณ์ของความยุ่งเหยิง นักเต้นระบำหน้าท้องจะเห็นอยู่ตามที่ตากอากาศและโรงแรมของนักท่องเที่ยวซึ่งก็คือ ชาวยุโรปและอเมริกา เพราะว่าการกระทำดังกล่าวได้ถูกพิจารณาว่าเป็นสิ่งไม่เหมาะสมต่อหญิงชาวอียิปต์ที่ยั่วยวนเกินไป จริง ๆ แล้ว นักเต้นดังกล่าว ซึ่งคือชาวอียิปต์ เช่น ฟิฟี่ อับดัล มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยส่วนตัว เพื่อป้องกันการต่อต้านของพวกหัวรุนแรงมุสลิมที่มีมากขึ้น อย่างไรก็ตามครอบครัวใหญ่ที่รวมกันไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน หรืองานสังสรรค์ จะมีการเต้นรำอยู่ด้วยเพื่อความสนุกสนาน นากิป มาโฟ ผู้ชนะรางวัลโนเบล ในปี ๑๙๘๘ ผู้ประพันธ์วรรณกรรม “ ๓ ภาคของไดโร “ มาโฟ ได้ประพันธ์วรรณกรรมกว่า ๔๐ เรื่อง และภาพยนต์กว่า ๓๐ เรื่อง เรื่องหนึ่งของเขาที่ถูกห้ามเผยแพร่ในอียิปต์คือ “ เด็กๆของอัลลี่ “ โดยที่ประชาชนทั่วไปรู้จักเขาว่าเป็นคนที่ไม่เชื่อถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ( ในปี ๑๙๙๕ มีความพยายามสังหารนักประพันธ์อายุ ๘๓ ปีผู้นี้ ซึ่งเชื่อว่าเกิดมาจากหนังสือเล่มนี้ ) นักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ อีกมี ทอผิด อัล ฮาดิมุ ยาบ่า แฮกคี และ ยูซูฟ อิครีส หลังจากที่ มาโฟ,นาวา เอลแลว สาดาวี เป็นผู้มีชื่อเสียงที่สุดในการประพันธ์ แต่เธอก็อาศัยอยู่ต่างประเทศมากกว่าบ้านเกิด สิ่งที่ทำให้เธอมีชื่อมากที่สุดคือ เรื่อง “ จุดศูนย์ความล่มสลายของไอแมน “ ( ถูกห้ามเผยแพร่ในอียิปต์) และความตายของอดีตนายก “ ประวัติศาสตร์
.......... ประวัติศาสตร์ของอียิปต์มีความผูกพันอยู่กับแม่น้ำไนล์ แม่น้ำนี้เป็นต้นกำเนิดของเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และศาสนา ตั้งแต่ยุคแรกที่มีการอพยพเข้ามา ในขณะที่แม่น้ำได้เชื่อมต่อสังคมในยุคแรก แต่ความโหดร้ายหลายครั้งก็ได้เกิดขึ้นด้วย ซึ่งก็ได้ทำให้อาณาจักรเล็ก ๆได้เกิดขึ้น ซึ่งได้ก่อเกิดขึ้นมาหลังที่แยกจากกัน อาณาจักรแรกได้ครอบคลุมไปจนสุดปากน้ำ อีกรัฐหนึ่งก็ประกอบด้วย อีกฝั่งหนึ่งของปากน้ำ ประมาณ ๕๐๐๐ ปี ก่อนทางด้านบนและล่างของอียิปต์ ได้รวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้การปกครองของมีเนส ซึ่งเป็นราชวงศ์แรกที่มีเสถียรภาพ ฟาโรห์มากกว่า ๕๐ องค์ ราชวงค์และเวลากว่า ๒๗๐๐ ปี ต่อมาก่อน อเลคซานเดอร์มหาราชจะรวบรวม อาณาจักรเป็นหนึ่งเดียวที่ปกครองด้วยชนต่างชาติที่ยาวนาน ถึงแม้ว่าพินัยกรรมที่ยาวนานของฟาโรห์ ปิรามิด วัด งานและศิลปสาธารณะ ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันมากนักในยุคนี้ ฟาโรห์ได้ทำการแบ่งแยกและปกครองสังคมออกกเป็นชั้น ๆ ปรามิคแรกได้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ ๒๗ ก่อนคริสตศักราช และกว่า ๕๐๐ ปี ที่ฟาโรห์ได้มีอำนาจมากขึ้น วัดและปิรามิดของพวกเขายิ่งใหญ่และมโหราห์ขึ้น อำนาจของราชวงค์ได้แพร่ขยายอย่างมาก ในราชวงค์ที่ ๔ สมัยชีออป ซีเพนและไมเซอร์นีส ได้สร้างปิรามิดที่ยิ่งใหญ่แห่งกีซา ๓ ปิรามิด แม้ว่าอำนาจราชวงค์ที่ ๖ และ ๗ (ระหว่างปี ๒๔๙๐ และ ๒๓๓๐ ก่อน ค.ศ.)ได้แพร่ออกไปและได้มีการแบ่งรัฐเล็ก ๆซึ่งมีเจ้าครองนครได้เกิดขึ้น เมืองหลวงที่สอง่ที่ฮีร่าคลีโอโปลีส (ใกล้กับเมือง บิ เน ซูฟ ปัจจุบัน) ได้ถูกสร้างขึ้น ระบบเจ้าขุนมูลนายได้เกิดขึ้น จากนั้นอียิปต์ก็เข้าสู่ยุคสงครามกลางเมือง รัฐอิสระต่าง ๆ ได้ถูกสร้างที่ที่เบส (เมืองลูซอปัจจุบัน) โดยภายใต้เจ้าเมตูโฮเทบที่ ๒ อียิปต์ได้กลับมาอยู่ภายใต้ปกครองของฟาโรห์องค์เดียวอีกครั้ง ๒๕๐ ปีต่อมาอียิปต์ได้เจริญขึ้นแต่ผู้ครองนครได้เริ่มทะเลาะกันอีก จักรวรรดิ์ได้อ่อนแอลง อียิปต์ได้ถึงจุดเจริญเติมที่ และเริ่มถูกรุกรานจากประเทศอื่น ฮิกซอส ได้บุกมาจากทางตะวันออกเฉียงเหนือ และได้ปกครองอียิปต์อีกกว่า ๑ ศตวรรษ จนกระทั่งถุกขับไล่ออกกไป ๔๐๐ ร้อยปีต่อมา ( ๑๕๕๐ - ๑๑๕๐ ก่อน ค.ศ.) อาณาจักรใหม่ได้เบ่งบานภายใต้การปกครองของ ตูโมริสที่ ๑ ฟาโรห์องค์แรกที่ฝังศพไว้ในหุบเขากษัตริย์ ลูกสาวของเขาชื่อ แฮทเชปสุท หนึ่งในจำนวนฟาโรห์หญิงไม่กี่คน และตูโมริสที่ ๓ ฟาโรห์มหาราช ได้ขยายอาณาจักรไปทางตะวันตกของเอเซีย อมิโนฟิสที่ ๔ ได้ยกเลิกการสอนของพระ และได้บัญญัติคำว่า อาคเฮ็นนาเต็น เพื่อ เป็นเกียรติแก่เอเท็น ซึ่งมีเคริ่องหมายเป็นแผ่นกลมสัญญาลักษณ์ของพระอาทิตย์ขึ้น เขาและพระมเหสี นาเฟอติติ ได้สถาปนาเมืองหลวงแห่งใหม่ชื่อ อาดฮีเทเทน เพื่ออุทิศ ให้แก่พระเจ้าองค์ใหม่ (บางทีองค์แรกจะมาจากลัทธิพระเจ้าองค์เดียว)

.......... ลูกเขยของ อาดฮิเตเทนคือ ตูตาดาเมน ซึ่งได้ปกครองอียิปต์ ๙ ปี และสิ้นพระชนม์ลงในขณะที่อายุยังน้อย หลังจากนั้นอียิปต์ได้ถูกปกครองโดย นายพล ราเมลที่ ๑,๒,๓ และ เซติที่ ๑ พวกเขาได้สร้างวัดจำนวนมาก แต่จักรวรรดิได้ล่มสลายและได้แตกกระจายออกเมืองถูกครอบครองโดยกรีก พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชได้เข้ามาในปี ๓๒๒ ก่อน ค.ศ. อเล็กซานเดอร์ ได้สร้างเมืองหลวงขึ้นมาใหม่ โดยตั้งชื่อว่า อเล็กซานเดีย ภาย่ใต้พระเจ้าปาโตเลมีที่ ๑ อเลคซานเดีย ได้กลายเป็นเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ กรีกได้ปกครองอียิปต์เป็นเวลา ๓๐๐ ปี แต่การครองราชของเขาถูกรบกวนด้วยคู่แข่งต่าง ๆ เช่น พวกขุนนางและประชาชนได้ถูกเนรเทศและสังหาร ในขณะเดียวกันอาณาจักรโรมันได้แผ่เข้ามาหาประโยชน์ในอียิปต์ โดยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกโบราณนี้ดูยิ่งกว่าละครน้ำเน่าเสียอีก ในระหว่างปี ๕๑ - ๔๘ ก่อน ค.ศ.อียิป์ได้ถูกปกครองรวมกันโดยกษัตริย์ปโตเลมีที่ ๑๓ และพี่สาวชื่อคลีโอพัตราที่ ๘ และเมื่อ วูลีซีซ่า ได้ส่งคู่แข่งของเขาคือ ปอมเปอิ จากโรมมาเฝ้าดู กษัตริย์ปโตเลมีที่ ๑๓ ได้ฆ่าปอมเปอิ และได้เนรเทศนางคลีโอพัตรา จูเลีย ซีซ่า ได้เสด็จมายังอียิปต์ และจับกษัตริย์ปโตเลมีโยนลงแม่น้ำไนล์ และได้แต่งตั้งน้องชายอีกคนหนึ่งของพระนางคลีโอพัตราขึ้นมาเป็นกษัตริย์ปโตเลมีที่ ๑๔ เป็นผู้นำร่วม และซีซ่าได้เป็นชู้รักกับคลีโอพัตราในเวลาต่อมา ปี ๔๗ ก่อน ค.ศ. คลีโอพัตราได้คลอดบุตรให้แก่ซีซ่า หลังจากนั้นอีก ๒ ปี น้องชายของคลีโอพัตราก็ถูกฆ่าตาย ซีซ่า ได้ถูกลอบสังหารในปีต่อมา มาคแอนโทนี ได้เดินทางมาจากโรม และตกหลุมรักคลีโอพัตรา โดยอยู่ด้วยกันต่อมาอีก ๑๐ ปี จนกระทั่งสภาแห่งโรม ไม่สบอารมณ์และได้ส่ง ออคตาเรียนมาเจรจากับมาร์คแอนโทนี มาร์คแอนโทนี และคลีโอพัตรา ได้ทำให้โรมันถูกแทรกแซงด้วยการฆ่าตัวตาย ปี ๓๐ ก่อน ค.ศ. หลังจากอียิปต์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโรมัน ในขณะที่อาณาจักรโรมัน ได้พังทลายลงในศตวรรษที่ ๓ และ ๔ ผู้รุกรานได้เข้ามายังดินแดนอียิปต์อีกครั้ง พวกนูเปียน มาจากทางใต้และพวกอาฟริกันเหนือบุกมาทางตะวันตก หลังจากนั้นพวกเปอร์เซียก็บุกตามมา แม้ว่าสงครามที่กล่าว และทุพิขภัยขนาดใหญ่ ไบเซนไทอียิปต์ก็ยังมีเสถียรภาพได้เป็นอย่างดี จนกระทั่ง ค.ศ. ๖๔๐ ที่พวกอาหรับเข้ามาถึง พวกอาหรับได้นำศาสนาอิสลามสู่อียิปต์ และสถาปนาฟูสเตท ( ใกล้กับเมืองไคโร ปัจจุบัน) ซึ่งได้กลายเป็นจุดที่ทำให้รัฐบาลเริ่มไม่มั่นคง และโดยที่สุดแล้ว ฟาติมิด ซึ่งเข้ามาครอบครองอียิปต์ และภายใต้ อัลมุซ ที่ชาวกรีกเรียกว่า กาวา ได้สร้างเมือง อัลคาฮีวา(ไคโร)ขึ้น อียิปต์รุ่งเรืองภายใต้ฟาติมิดและไคโรได้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความรุ่งเรืองที่มีตึกระฟ้าสูง ๑๐ ชั้น พวกยุโรปตะวันตกชาวครีสเตียน ได้ยึดดินแดนปาเรสไตล และได้ทำให้อาณาจักรฟาติมิดอ่อนแอลงในสงครามครูเสด
.......... ระหว่างศตวรรษที่ ๑๑ พวกเซลลุกที่มีฐานะในซีเรีย ได้ส่งกองทัพมายังอียิปต์และซาลาแอควิน (ซาราดิน) ได้สถาปนาราชวงค์ อัยยูบิทขึ้นในอียิปต์ ทำการสร้างป้อมในไคโร และขับไล่นักรบครูเสดออกจากเจรูซาเล็มในปี ๑๑๘๗ ซาลาแอดินได้เพิมกราเล็บของตนให้แข็งแรงขึ้น ด้วยการจ้างแมมลุด(ทหารรับจ้างตุรกี) เพื่อช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามแมมลุดได้กลับมาเป็นผู้ขับไล่ราชวงค์อัยยูบิทออกไปแล้วขึ้นครองอีกสองศตวรรษครึ่ง ก่อนที่อียิปต์จะตกอยู่ในอุ้งมือของเติร์กในปี ๑๕๑๗ เนื่องด้วยพวกแมมลุคส่วนใหญ่เป็นพวกตุรกี สุลต่านออโตมานของตุรกีที่อยู่ที่คอนสแตนติโตเปิลจึงปล่อยให้ส่วนใหญ่ของอียิปต์อยู่ใต้การปกครองของแมมลุค โดยใช้เก็บภาษีอย่างสูงแทน จนกระทั่งบุตรของนโปเลียนที่ได้ทำการบุกรุกในปี ๑๗๙๘ และได้ถูกไล่ต่อโดยอังกฤษในปี ๑๘๐๑ ซึ่งต่อมาก็ถูกเนรเทศโดย โมฮัมมัดอารี ร้อยโทแห่งกองกำลังอัลซาเนียนของกองทัพออตโตมาน และเมือโมฮัมมัด อารี ตายลงไปในปี ๑๘๔๘ หลานชายที่ชื่อ แอบบาสได้ขึ้นมาแทน และลูกชายของวแอบบาสชื่อเซคปาซ่าก็มาแทนที่ ซึ่งเป็นคนเริ่มในการขุดคลองสุเอส ในปี ๑๘๖๙ คลองซุเอสได้ทำการเปิดโดย อิสไมล ปาซา ซึ่งทำให้เกิดหนี้สินของชาติอย่างมหาศาลจนทำให้อังกฤษและฝรั่งเศสเข้ามาดำเนินการในปี ๑๘๗๙ และอังกฤษได้ทำให้ตุรกีไมีสิทธิ์ใด ๆ ในคลองสุเอซ แม้ว่าจะครอบครองอียิปต์ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๑ อียิปต์ได้เข้ามาร่วมกับฝ่ายอังกฤษ หลังจากนั้นไม่นานอังกฤษได้อนุญาตให้ทำการพรรคการเมืองของชาติขึ้น ช่อ วาฟด์ กษัตริย์ฟาฮัดที่ ๑ ได้ถูกเลือกให้เป็นประมุขของประเทศ และหลังจากนั้นอีก ๓๐ ปี อังกฤษ ราชวงศ์และพวกวาฟด์ก็ขึ้นครองอำนาจในดินแดนอียิปต์ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ สันนิบาตอาหรับได้ก่อตั้งขึ้นโดยชาติอาหรับ รวมอิปต์ด้วย แต่สงครามนี้ได้ทำให้อียิปต์ตกต่ำลง โดยเฉพาะการพ่ายแพ้ต่ออิสราเอลที่ประกาศเอกราชในปี ๑๙๔๘ ทำให้มองเห็นถึงความวุ่นวายที่ก่อตัวขึ้น ในปี ๑๙๕๒ กลุ่มนายทหารที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งนำโดย พ.อ.กาเมล อับเดล นัสเซอร์ ได้ก่อการรัฐประหารแบบนองเลือด อังกฤษและฝรั่งเศสไม่เต็มใจที่จะปล่อยอียิปต์จึงได้ตัดสินใจบุก สหรัฐฯ และสหภาพโซเวียตได้จับมือกันสนับสนุนให้สหประชาชาติส่งกำลังรักษาสันติภาพเข้าไปหยุดยั้งผู้บุกรุก และให้ถอนตัวไป นัสเซอร์ กลายเป็นวีรบุรุษ ในกลุ่มของประเทศอาหรับ นัสเซอร์ได้พยายามที่จะรวมประเทศอียิปต์, ซีเรีย และเยเมน รวมถึงอีรัก ด้วย ในปลายศตวรรษที่ ๑๙๕๐ และต้น ๑๙๖๐ เพื่อกระตุ้นและเน้นความเป็นหนึ่งเดียวของอาหรับ เพื่อทำลายล้างอิสราเอล ในเดือนหลังจากที่ความตึงเครียดระหว่างอียิปต์กับอิสราเอลถึงขีดสุด รัฐยิงได้ทำการบุกโจมตีแบบไม่ตั้งตัวในวันที่ ๕ มิถุนายน ๑๙๖๗ ซึ่งต่อมาเรียกว่า สงคราม ๖ วัน อิสราเอลได้ทำลายกองทัพอากาศของอียิปต์ ยึดแหลมไซไน และปิดคลองสุเอซ (และได้ทำการยึดที่ราบสูงโกลันจากซีเรียและฝั่งตะวันตกจากจอร์แดนด้วย)

..........อัลวาซาดัด รองประธานาธิบดี ได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดี หลังจาก นัสเซอร์ ได้ถึงแก่อสัญกรรมในปี ๑๙๗๐ แล้วได้ทำการพัฒนาสัมพันธ์กับชาติตะวันตก และในวันที่ ๖ ตุลาคม ๑๙๗๓ ซาดัด ได้ส่งกองทัพเข้าจู่โจมอิสราเอล ที่ยึดครองแหลมไซนาย และแม้ว่าอียิปต์จะเป็นฝ่ายสูญเสียในสงครามฝั่งตะวันออกของคลองสุเอซ ได้มีการรักษาความปลอดภัยและมีการเจรจาหยุดยิงในปี ๑๙๗๗ ซาดัด ได้เริ่มสร้างสันติภาพกับอิสราเอล ซึ่งนำไปสู่ข้อตกลงแคมเดวิด ปี ๑๙๗๙ อิสราเอลยินยอมในการถอนทหารออกจากไซนาย และอียิปต์ยอมรับอย่างเป็นทางการว่า อิสราเอลมีสิทธิ์ในการเข้ามา อย่างไรก็ตาม ไม่มีบทสรุปในเรื่องชาวปาเลสไตน์ โดยที่โลกอาหรับทั้งหลายคิดว่า ซาดัด ทำการทรยศพวกเขา ซาดัด ถูกลอบสังหารในวันที่ ๖ ตุลาคม ๑๙๘๑ ฮอสนี มูบารัค รองประธานาธิบดี ได้สาบานตนเข้าเป็นประธานาธิบดีตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา มูบารัค ได้สร้างความประหลาดใจเป็นอย่างมาก ด้วยการดำเนินวิธีทางการทูตแบบคนหูหนวก ในภูมิภาคที่มีแต่ความยุ่งเหยิง ด้วยการพัฒนาสัมพันธ์กับอิสราเอล เช่นเดียวกับชาติอาหรับอื่น ๆ แบบเดียวกัน และด้วยการมีความสำคัญมากขึ้นของหลักพื้นฐานในโลกของอาหรับ จึงทำให้ตำแหน่งของ มูบารัค อยู่ในช่วงเวลาที่ง่อนแง่นเป็นอย่างมาก โดยที่ตัวเขาเองก็ต้องทนทุกข์ทรมานต่อความพยายามจำนวนหลายครั้งในชีวิตของเขา เขาได้ส่งทหารกว่า ๓๕,๐๐๐ คน เข้าไปต่อสู้กับอิรักในสงครามอ่าวเปอร์เซีย แม้ว่าสงครามดังกล่าวจะแสดงให้เห็นว่า เป็นสงครามจักรวรรดินิยมที่ทำการสู้รบกับพวกอาหรับ การกระทำของอียิปต์ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาสัมพันธ์ทางการทูตต่อฝ่ายตะวันตก ในปี ๑๙๙๒ - ๓ สาธารณรัฐอิสลามได้เริ่มรณรงค์การต่อสู้ที่รุนแรงและขู่ขวัญต่อนักท่องเที่ยว และกองกำลังต่าง ๆ ของอียิปต์ กลุ่มดังกล่าวได้รณรงค์ด้วยการต่อต้านขับไล่รัฐบาลและให้ปล่อย ชีคโอมา อับเดล รามาน จากคุกในสหรัฐฯ ด้วยการวางแผนระเบิดสำนักงานสหประชาชาติ ในปี๑๙๙๖ จบตรงนี้ครับเพราะมีข้อมูลเท่านี้ที่ได้มาครับ
ข้อมูลนี้ได้จัดทำขึ้นเมื่อ 16 ก.พ.43 โดยท่านเข้ามาอ่านป็นคนที่ CounterSee who's visiting this page.
ท่านสามารถส่งข้อมูลหรือความคิดของท่านมาที่ benjapol99@yahoo.com หรือกล่าวติชมได้ที่ บันทึกสมุดเยี่ยม
กรุณาแสดงความคิดเห็นเพื่อการถกแถลงของท่านได้ที่ กระดานเสวนา Home of Thai Cyber Military
ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม ICQ ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน Contact list ใน ICQ ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วเลือก Web Page address (URL) หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมา ดูว่าตรงกับชื่อ address ในเบราเซอร์ แล้วกด Send ได้เลย
ท่านสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงได้การพิมพ์ลงในช่องด้านล่างเรียบร้อย แล้วกด Send ได้เลยครับ
ICQ PeopleSpace Directory
View My Page

Page an ICQ User

กลับสู่หน้าหลัก กลับสู่หน้าหลัก