ผู้ที่ต้องการมีชีวิตก็ปล่อยให้เขาสู้ สำหรับคนที่ไม่คิดต่อสู้ไม่ควรที่จะมีชีวิตต่อไป
การทำราชการให้เป็นเอกชน ท่านคิดอย่างไร

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
บทความที่ผ่านมา คนไทยกับความรักชาติ

….......... ผมคิดว่าพวกเราคงทราบกันดีว่าเรามี พ.ร.บ.ปฏิรูประบบราชการเมื่อปี ๔๕ และได้ดำเนินการมาอย่างแข็งขันในทุกกระทรวงทบวงกรมไม่เว้นแม้แต่กองทัพหือกระทรวงกลาโหมของเราด้วย โดยเฉพาะส่วนราชการที่ต้องมีหน้าที่เกี่ยวข้องให้บริการหรือติดต่อสัมผัสกับประชาชนโดยตรง ล้วนต้องมีการพัฒนาปรับปรุงระบบงานให้มีความรวดเร็วในการบริการ เป็นที่ถูกอกถูกใจของประชาชนทั่วไป เช่นระบบการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากร การเสียภาษีรถยนต์ประจำปีของกรมการขนส่งทางบก การทำบัตรประจำตัวประชาชนของกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนงานบริการอื่นๆ อีกหลายประการ หลายอย่างนำแนวคิดมาจากบริษัทเอกชนที่ต้องการความรวดเร็วเพื่อให้ทันกับการแข่งขันของโลกธุรกิจ เราได้เห็นมีการนำความรู้หลักวิชาการ Balance Scorecard หรือตัวชี้วัดในการประเมินผล (KPI) ที่บริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่หลายแห่งในโลกใช้แล้วประสบความสำเร็จ หลายท่านที่อยู่ในส่วนฝ่ายเสนาธิการซึ่งเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบราชการคงคุ้นเคยกันดี กับการที่จะต้องจัดทำวิสัยทัศน์ของหน่วยงานตนเอง

….......... สิ่งที่เกิดขึ้นดูเป็นเรื่องใหม่สำหรับข้าราชการ แต่ท่านทั้งหลายเชื่อหรือไม่ว่า ระบบราชการก็คือระบบราชการ มันไม่มีทางที่จะทำหน้าที่อย่างบริษัทเอกชนได้ เพราะปรัชญา และความมุ่งหมายมันแตกต่างกัน บริษัทธุรกิจเอกชนนั้นมุ่งหมายเพื่อแข่งขันกันแสวงหากำไร เพื่อเอาชนะคู่แข่งขัน อาจมีประชาชน หรือองค์กรเป็นลูกค้า ขณะที่หน่วยงานราชการนั้นมุ่งหมายทำหน้าที่เพื่อดำรงความยุติธรรม ความถูกต้อง ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และประโยชน์สุขของสังคมส่วนรวม เรื่องบางเรื่องจึงไม่สมควรที่หน่วยงานราชการจะดำเนินการไปอย่างรวดเร็ว เพราะอาจเกิดความผิดพลาดบกพร่อง ที่แม้ว่าอาจจะอำนวยประโยชน์ให้บุคคลหนึ่งแต่อาจสร้างความไม่ยุติธรรมให้กับคนอีกกลุ่มหนึ่งของสังคม หรือบางเรื่องอาจก่อผลกระทบต่อความมั่นคงความอยู่รอดของชาติ

….......... ผมสอบถามจากเพื่อน พี่ น้อง หลายคนที่เคยไปทำงานอยู่ในสหรัฐอเมริการติดต่อกันหลายปีว่าประเทศที่ได้ชื่อว่าเจริญเป็นอันดับหนึ่งอย่างเขา มีระบบราชการเป็นอย่างไร คำตอบก็คือว่ามันไม่ได้รวดเร็วปรู๊ดปร๊าดเหมือนบริษัทเอกชนหรอก ระบบราชการของเขาก็ยังคงเป็นระบบราชการที่มีระเบียบ กฎเกณฑ์ ขั้นตอนที่ยุ่งยากมากมาย บางเรื่องมากยิ่งกว่าบ้านเราเสียอีก เพียงแต่สิ่งที่ควรเร็วได้ ลดเวลาได้ในการตรวจสอบข้อมูลประวัติที่มีการบันทึกไว้ ก็เอาระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีมาช่วยเท่านั้น

….......... หันกลับมาดูการพัฒนาระบบราชการของเราหลายคนคงเห็น ว่าเป็นอย่างไรโดยเฉพาะข้าราชการด้วยแล้วน่าจะเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุด ยกเว้นบางคนที่อาจได้ไปเรียนรู้มาจากการศึกษาระดับปริญญาโท บ้าง ปริญญาเอกบ้าง พอได้ไปเห็นว่าภาคเอกชนเป็นอย่างไรก็คิดจะนำมาใช้ในระบบราชการบ้าง โดยหลงลืมถึงปรัชญาของราชการไป หลายเรื่องของภาคเอกชนมีวิธีการที่ดีที่สมควรนำมาใช้ หากแต่จะต้องไม่ทำลายปรัชญาและความมุ่งหมายของการเป็นหน่วยงานราชการที่จะต้องสามารถดูแลสิทธิ ความยุติธรรม หรือบริการต่างๆ ให้แก่ประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เปิดช่องให้เกิดการบ่อนเซาะทำลายความมั่นคงของประเทศ ไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบกัน

….......... การพัฒนาระบบราชการภายในกองทัพก็หนีไม่พ้นกระแสการไหลบ่าเข้ามาของการพยายามทำให้เป็นเอกชนด้วยเช่นกัน ในคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ก็มองกองทัพเป็นองค์กรหนึ่งเฉกเช่นหน่วยงานราชการพลเรือนทั่วไป การพัฒนาระบบงานของกองทัพในกระทรวงกลาโหมจึงถูกบีบบังคับจาก กพร.ให้ดำเนินการเหมือนๆ กับกระทรวง ทบวง กรม อื่นๆ ซึ่งนั่นถือว่าเป็นเรื่องที่ตลกมาก เพราะกองทัพโดยเฉพาะกองทัพบก ซึ่งเป็นหน่วยงานถืออาวุธ เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่มีงานในการเอาชนะคู่ต่อสู้ที่ถืออาวุธ เช่นเดียวกัน กองทัพจึงมีระบบการคิด มีวิธีคิด มีองคาพยพที่ไม่เหมือนชาวบ้านเขาในบรรดากระทรวงต่างๆ ที่มีอยู่ เพื่อให้กองทัพมีข้อมูล มีระบบการช่วยให้ผู้บังคับบัญชาตัดสินใจเข้าทำการรบได้อย่างถูกต้อง ได้เปรียบคู้ต่อสู้ คู่ศึกสงคราม เพราะการสู้รบมันหมายถึงชีวิต และเลือดเนื้อ ผมได้ยินเสียงบ่นจากพี่ๆ หลายท่านว่าประเทศเรา ทหารเราบางส่วนที่รับผิดชอบงานการพัฒนาระบบราชการของกองทัพ กำลังทำอะไรกับกองทัพเรากันอยู่หรือ มันคือการทำให้กองทัพเป็นหน่วยงานพลเรือน ทำราชการให้เป็นเอกชนใช่หรือไม่

….......... เราร่ำเรียนกันมาว่าองค์กรของทหารนั้นต้องมีการจัดที่อ่อนตัวสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์รบได้อย่างรวดเร็วและทันเวลา เราจึงเห็นการจัดเฉพาะกิจรูปแบบต่างๆ สำหรับการรบหนึ่งที่กินเวลาเพียงสัปดาห์เดียวแล้วเปลี่ยนไปเป็นการจัดเฉพาะกิจแบบใหม่ สำหรับการรบแบบใหม่ในอีกยุทธการหนึ่ง การจัดแบบนี้อาจรวมเอาหน่วยประเภท รถถัง ปืนใหญ่ รถเกราะ และทหารราบ หรืออาจมีหน่วยบินร่วมด้วย การปรับเปลี่ยนการจัดองค์กรที่รวดเร็วแบบนี้ไม่มีในหน่วยงานของราชการอื่น อย่างไรก็ดี เราจะต้องมีหน่วยพื้นฐานที่มีการจัดที่แน่นอนเป็นมาตรฐานอยู่ตลอดเวลา แต่หน่วยเหล่านี้ก็สามารถปรับเปลี่ยนไปเป็นหน่วยแบบเฉพาะกิจได้ชั่วคราว และสามารถกลับมาจัดแบบปกติอย่างเดิมได้ การจัดเฉพาะกิจที่ว่านี้มีตั้งแต่หน่วยระดับเล็กระดับกองร้อย ไปจนถึงหน่วยขนาดใหญ่ระดับกองพล หรือกองทัพ ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเป็นที่เข้าใจได้ของ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบราชการของบ้านเราสักกี่คน เรากำลังช่วยกันรุมยำให้กองทัพเราอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ หรือเปล่า เคยมีการหันกลับมาถามคำถามแบบนี้กันบ้างหรือไม่

….......... สิ่งที่เขียนมานี้ใช่ว่าจะเป็นการเขียนเพื่อต่อต้านการพัฒนาระบบราชการ หากแต่ เมื่อผ่านมาแล้วปีนี้ก็เข้าสู่ปี่ที่ ๔ แล้ว เราควรจะต้องหันกลับมามองว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง ที่แน่ๆ ก็ คือมันไม่ได้ทำให้กองทัพของเราเข้มแข็งมากขึ้นเลยตลอดช่วง ๓-๔ ปีที่ผ่านมานี้ รวมทั้งเพื่อจะได้ช่วยฉุดรั้งทหารหลายคนที่หลงใหลได้ปลื้มไปกับวิธีการปรับเปลี่ยนองค์กรทางทหารให้เดินทางไปสู่องค์กรแบบเอกชนได้ยั้งคิดกลับมาทบทวนดูบ้าง อย่างน้อยควรตอบคำถามเหล่านี้ได้ว่า การพัฒนาระบบราชการที่กำลังทำกันอยู่สนองตอบความต้องการที่ควรจะเป็นของกองทัพได้หรือไม่
  • ๑) ประสิทธิภาพการรบของทหารเป็นรายบุคคลดีขึ้นกว่าเดิม
  • ๒) ประสิทธิภาพการรบเป็นหน่วยตั้งแต่ระดับ หมู่ หรือชุดปฏิบัติการ จนถึง ระดับหน่วยใหญ่ อย่างระดับกรมดีขึ้นกว่าเดิม
  • ๓) การส่งกำลังบำรุง ให้หน่วยรบสามารถปฏิบัติการรบได้ต่อเนื่อง อย่างน้อยสัก ๗ วัน
  • ๔) สภาพความเป็นอยู่ของทหารดีขึ้น
  • ๕) อาวุธ เครื่องมือเครื่องใช้ มีประสิทธิภาพไม่เก่าแก่ เชื่อถือได้และมีความแม่นยำ

    ….......... หากตอบคำถาม อันจำเป็นทั้ง ๕ ข้อขั้นต้นนั่นไม่ได้ ก็ป่วยการที่จะพัฒนาระบบราชการด้วยรูปแบบเดิมๆ ต่อไป เพราะ ทั้ง ๕ ข้อ นั้น คือความจำเป็นขั้นพื้นฐานสำหรับกองทัพในการทำหน้าที่หลักอันแท้จริง
    ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

    บทความต่อไป
  • "วันพระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า"

    กลับสู่หน้าหลัก

  • โดย พันเอก ธงชัย รอดย้อย
    rodyoi@yahoo.com

    กลับสู่หน้าหลัก

    CounterSee who's visiting this page.

    เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน

    ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
    บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 22 เม.ย. 49 นำขึ้นเวบเมื่อ 13 ก.ย. 49
    โดย พันเอก ธงชัย รอดย้อย ต้องการติดต่อผู้เขียนบทความ rodyoi@yahoo.com