ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
บทความที่ผ่านมา กฎหมายกับการปฏิบัติการทางทหาร : ROE-LOAC-SOFA-GENEVA
..........มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพลไปแล้วเมื่อวันอังคารที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๗ คิดว่าหลายคนหรือบางคนก็มีการเปลี่ยนผู้บังคับบัญชาใหม่ บางคนก็ต้องย้ายหรือเปลี่ยนงาน บางคนก็ได้รุ่นน้องมาเป็นผู้บังคับบัญชา แตกต่างกันไป ก่อนที่จะมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการก่อนหน้านี้ประมาณสัก ๓-๔ สัปดาห์ สื่อมวลชนก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆ ถือเป็นสีสันในเรื่องราวของสื่อมวลชนสายทหาร ในหมู่ทหารเองก็มีซุบซิบกันบ้างถือเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมทั่วไป แต่เมื่อมีประกาศแต่งตั้งชัดเจนแล้วก็คงยุติไป ผมเคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องการได้รับตำแหน่งและยศสูงขึ้นภายในกองทัพบกเราในปัจจุบันนั้น ย่อมต้องมีการแข่งขันกันสูง เพราะคนดีคนเก่งคนมีความสามารถมีจำนวนมาก
..........หลายท่านก็จึงมีทั้งประสบความสำเร็จบ้างไม่ประสบความสำเร็จบ้างในชีวิตรับราชการ แต่ปัจจัยแห่งความสำเร็จของแต่ละคนในแต่ละช่วงเวลานั้นย่อมไม่เหมือนกัน ทั้งนี้มิได้หมายถึงเฉพาะตำแหน่งสูงๆ ในกองทัพเราเท่านั้น แม้แต่ตำแหน่งระดับล่างๆ ก็ตามที อย่างไรก็ดีพึงสังเกตว่าภายในกองทัพบกเรานั้นตำแหน่งที่มีชั้นยศสูงเกินกว่าระดับพันตรีขึ้นไปนั้น ความเป็นการเมืองจะมีเข้ามาเกี่ยวข้องสูงขึ้นเรื่อยๆ ใครที่รักชีวิตการเป็นทหาร ชอบเล่นทหาร หรือเป็นทหารอาชีพจริงๆ จึงอาจจะรู้สึกอึดอัดมากขึ้นเมื่อขึ้นมาดำรงตำแหน่งหรือต้องทำงานแข่งขันกันเพื่อให้ส่งผลถึงการพิจารณาให้ได้รับตำแหน่งที่สูงๆ ขึ้นมาดังกล่าว ด้วยเพราะฝีมือหรือผลงานมิได้เป็นปัจจัยเพียงอย่างเดียวที่ผู้บังคับบัญชานำมาพิจารณาแต่งตั้งให้เราได้รับตำแหน่งสำคัญ อาจมีปัจจัยเรื่อง ความซื่อสัตย์สุจริต ความประพฤติ จริยธรรม ความไว้เนื้อเชื่อใจได้ ฯลฯ เข้ามาประกอบด้วย เราจึงต้องรู้จักปรับตัวให้เหมาะสม แต่ในที่นี้มิได้หมายความว่าให้เราจะต้องใช้วิธีการประจบสอพลอเพื่อเป็นบันไดไปสู่ความสำเร็จ แต่ก็อีกนั่นแหละที่เราต้องยอมรับกันว่าการประจบสอพลอนั้นมิได้มีจำกัดอยู่เฉพาะในวงการใดวงการหนึ่ง หากแต่มีอยู่ทั่วไปในสังคมมนุษย์ จึงอาจมีบ้างที่คนประเภทนี้จะสอดแทรกขึ้นมาบ้างตามความเป็นไปของสังคม
.......... เราคงได้อ่านหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนที่พยายามวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องรุ่น ว่าเมื่อใครได้ดำรงตำแหน่งที่มีอำนาจก็มักจะดึงเอาเพื่อนๆ ในรุ่นเดียวกันให้ได้ดิบได้ดีขึ้นมาด้วย นั่นก็อาจจะมีบางส่วน แต่สำหรับพวกเราแล้วหากใครมีโอกาสมีอำนาจ ไม่ควรจะมองเอาเฉพาะคนในรุ่นหากควรทอดสายตามองทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องที่ดีมีความสามารถมาร่วมทำงานด้วย แล้วเราจะได้ทีมงานที่มีประสิทธิภาพ อย่างที่เคยพูดถึงแล้วเกี่ยวกับการที่ต้องไปเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของรุ่นน้อง หรือการที่ต้องเป็นผู้บังคัญชารุ่นพี่นั้น เราจะต้องตระหนักถึงบทบาทของเราว่าควรจะวางตัวอย่างไร ควรทุ่มเททำงานอย่างไร และจะปกครองรุ่นพี่อย่างไร ผมเคยได้ยินรุ่นพี่ท่านหนึ่งที่เป็นรุ่นพี่ของพลเอกสุรยทธ์ จุลานนท์ แต่ท่านเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของพลเอกสุรยุทธ์ฯ(สมัยที่ท่านเป็นผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ) ท่านกล่าวชมว่าพลเอกสุรยุทธ์ฯ นั้นท่านรู้จักวางตัว และใช้งานรุ่นพี่ ที่รุ่นพี่เต็มใจปฏิบัติงานด้วยอย่างเต็มที่ ส่วนวิธีการเป็นอย่างไรนั้นไม่สามารถจะเสาะหารายละเอียดมาเล่าได้
.......... พูดถึงเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการนั้น มีเสียงบ่นจากข้าราชการแทบทุกประเภท ว่ามีการวิ่งเต้นหาตำแหน่งกันฝุ่นตลบในช่วงฤดูการแต่งตั้งโยกย้ายไม่เว้นแม้กระทั่งในวงการทหารเรา บางคนที่เป็นคนใกล้ชิดก็ได้ดีกันไปหลายคน เรื่องนี้มันก็มีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีอย่างน้อยคนใกล้ชิดก็รู้ใจรู้ฝีมือกันดีอยู่ ส่วนข้อเสียนั้นพวกที่มือไม่ถึงเมื่อไปอยู่ในตำแหน่งที่ต้องเผชิญสถานการณ์วิกฤติแล้วก็จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ลุล่วงไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นทหารเพราะปัญหาวิกฤติที่ทหารจะต้องเผชิญนั้นมันมักเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายเกี่ยวข้องถึงชีวิต หลายคนเมื่อได้รับการตอบแทนจากเจ้านายให้ไปเป็นตำแหน่งสำคัญแต่อยู่ในช่วงสภาวะปกติไม่มีเหตุการณ์อะไร ก็พลอยเหลิงหลงไปกันใหญ่คิดว่าตัวเองเก่งเจ๋งจริง แต่หากต้องไปเจอสถานการณ์วิกฤติเข้าก็เห็นเจ๊งกันไปแล้วหลายราย ฉะนั้นเราควรจะต้องรู้จักประมาณตนด้วย ไม่ใช่แต่อยากจะเป็นแต่ตำแหน่งที่ดีๆ ที่คนที่เขาเก่งจริงเป็นๆ กัน เพื่อหวังเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลกันตะบี้ตะบัน หากเราเองเป็นผู้บังคับบัญชาเองที่อาจจะต้องตอบแทนคุณความดีผู้อยู่ใกล้ชิดก็จะต้องพึงระลึกในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เพราะการตอบแทนกันนั้นมีมากมายหลายวิธีไม่จำเป็นต้องประเคนกันด้วยตำแหน่งสำคัญที่ชี้เป็นชี้ตายอนาคตของความมั่นคงของประเทศ
.......... วัฒนธรรมบ้านเรานั้นอาจแตกต่างจากระบบของประเทศตะวันตก เรามีการผสมผสานอารยธรรมทั้งจากจีนและอินเดีย ในอดีตสมัยการปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ยุคกรุงศรีอยุธยา การคัดเลือกเจ้าพระยาขุนทหารหรือขุนน้ำขุนนางต่างๆ ก็มักดูเอาจากลูกหลานเชื้อสายที่รับใช้กันมาเก่าแก่ซื่อสัตย์ที่ไว้วางใจกันได้ มากกว่าที่จะไปเสาะหาคนดีมีฝีมือมาเป็นขุนพลคู่ใจ วัฒนธรรมดังกล่าวจึงอาจสืบทอดต่อเนื่องมาเป็นค่านิยมของระบบอุปถัมภ์ในปัจจุบัน ที่หลายคนที่ทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถแต่ต้องมาพ่ายแพ้แก่ระบบอุปถัมภ์ก็เลยหมดกำลังใจ อย่างไรเสียเราคงไม่สามารถแก้ไขค่านิยม และวัฒนธรรมแบบนี้ได้ภายในชั่วข้ามคืน แต่เราจะทำอย่างไรให้มันสมดุลย์กันอย่างพอดีน่าจะเป็นความเร่งด่วนมากกว่า Flag
.......... ผมเคยเขียนถึงเรื่องรุ่นไปครั้งหนึ่งแล้วในบทความหลังงานเลี้ยงรุ่นปีนี้ แต่ก็อยากนำกลับมาย้ำเตือนกันอีกครั้งว่า รุ่นเรานั้นหากมีโอกาสได้อยู่ในสถานะที่อยู่ในอำนาจ ขออย่าได้มองเห็นแต่รุ่นของตัวเองจนเกินไป ควรระดมทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องที่ดีมาช่วยกันทำงานพัฒนากองทัพให้เข้มแข็งพร้อมปกป้องชาติบ้านเมืองให้อยู่ยาวนานชั่วลูกหลาน มีความเป็นปึกแผ่นมั่นคง มิใช่ปล่อยให้เกิดการแก่งแย่งชิงดี จนแตกแยกอ่อนแอ เกิดสงครามกลางเมืองที่เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ทุกวันนี้ผมยังมองไม่เห็นว่าจะมีบุคคลในวงการใดนอกจากวงการทหาร(คิดเข้าข้างกันเองหรือเปล่าไม่รู้) ที่มองการณ์ไกลดูยุทธศาสตร์ความดำรงอยู่ของชาติในระยะยาว เพราะคนในวงการอื่นอาจจะมีคิดเป็นห่วงกันแต่ก็กระทำได้อย่างปัจเจกชน ไม่เป็นระบบกลุ่มก้อนและสืบทอดความคิดอย่างทหารได้ ดังนั้นหากเราปล่อยปละละเลยไปชื่อ ประเทศไทย(Thailand) ก็อาจจะอวดสายตาชาวโลกอยู่บนแผนที่โลกนี้ไปอีกเพียงหนึ่งหรือสองรุ่น(Generation)เท่านั้น เมื่อถึงตอนนั้นลูกหลานเราก็คงไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะมาก่นด่าบรรพบุรุษอย่างเราๆได้เพราะอาจจะต้องต่อสู้ฆ่าฟันกันด้วยความขัดแย้งจนไม่มีเวลานั่นเอง
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
บทความต่อไป
"หน่วยบินเฮลิคอปเตอร์ของสิงคโปร์"

กลับสู่หน้าหลัก
|

โดย พันเอก ธงชัย รอดย้อย
rodyoi@yahoo.com

กลับสู่หน้าหลัก

เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน
ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า
Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
|