ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
บทความที่ผ่านมา
"วันพระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า"
...... ใครที่เป็นนักอ่านหนังสือ แนวคิดที่คาดการณ์ความเป็นไปในอนาคต หรือแนวโน้มในอนาคตของโลกเรา อย่างเช่นหนังสือของนาย อัลวิน ทอฟเลอร์ เรื่อง คลื่นลูกที่สาม (Third Wave), สงครามและสันติภาพ (War Anti War) ฯลฯ มีหนังสือที่ดีอีกเล่มหนึ่ง แนวเดียวกัน ที่ พ.ต.ท.ทักษิณฯ นายกรัฐมนตรีแนะนำให้คณะรัฐมนตรีได้อ่าน จึงขอแนะนำว่าไม่ควรพลาด As The Future Catches You ผมติดตามข่าวการไปปาฐกถาตามที่ต่างๆ ตลอดถึงการให้สัมภาษณ์หลายครั้งของนายกรัฐมนตรี แม้กระทั่งการบรรยายพิเศษที่กองทัพบกที่ผ่านมาก็ตาม แนวความคิดหลายส่วนของท่านก็มาจากหนังสือเล่มนี้
...... สังคมโลกอนาคตจะเป็นสังคมแห่งความรู้ ความรู้จะนำมาซึ่งรายได้และความมั่งคั่ง พูดให้เข้าใจง่ายๆ นั่นคือความรู้ขายได้ ใครมีความรู้และรู้จักพลิกแพลงนำไปสู่การทำธุรกิจ คนนั้นก็จะได้รับรายได้สูง หากประเทศไหนสร้างให้พลเมืองของตนมีความรู้ สามารถนำความรู้ไปแข่งขันในสังคมโลกได้ ประเทศนั้นก็มีแนวโน้มที่จะมั่งคั่งมั่นคงสูง
...... AS THE FUTURE CATCHES YOU เขียนโดยนาย JUAN ENRIQUEZ มีฉบับที่แปลเป็นภาษาไทยเรียบร้อยแล้ว (ปกแข็ง 395 บาท ปกอ่อน 295 บาท : ไม่ได้โฆษณาให้เขานะครับ แต่เห็นว่าน่าอ่านจริงๆ) เนื้อหาที่มี เป็นการกล่าวถึงเทคโนโลยีในอนาคตที่จะเกิดขึ้นมีอยู่ 3 เทคโนโลยีหลักได้แก่ พันธุศาสตร์(Genomics) เทคโนโลยีจิ๋ว(Nano Technology) และการรวมเอาพันธุศาสตร์กับคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน (Bio-Computing และ Genomics-Digital) สามเรื่องหลักนี้จะป็นตัวนำมาซึ่งรายได้ใครมีความรู้ก็จะได้เปรียบในการแข่งขัน
...... รหัสพันธุกรรม หรือจีโนม (Genome) : มนุษย์เราเริ่มอ่านรหัสพันธุกรรมของยีนของสิ่งมีชีวิต แบคทีเรีย แมลง สัตว์ และมนุษย์ ได้เมื่อปี 2538 โดยเขียนด้วยรหัส 4 ตัวคือ A,T,C,G (ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์สามารถถอดรหัสพันธุกรรมของมนุษย์ได้ทั้งหมดแล้ว) และเพราะว่ารหัสพันธุกรรมเป็นตัวกำหนดลักษณะของสิ่งมีชีวิต ในการสร้าง แขน ขา มือ หู ผม หน้าตา ใบ กิ่งก้าน อวัยวะต่างๆ สารพัด ตั้งแต่เป็นตัวอ่อน ถ้าจะเปรียบไปแล้วจีโนมก็เหมือนกับภาษาที่เขียนด้วยรหัส 4 ตัว A,T,C,G ที่คอยถ่ายทอดสั่งให้สิ่งมีชีวิตสร้างอวัยวะ ลักษณะรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกันไปตามรหัสพันธุกรรมหรือจีโนม
...... หากพิจารณาให้ถ่องแท้ภาษาคอมพิวเตอร์ก็เขียนด้วยรหัสเพียง 2 ตัว คือ 0 กับ 1 ที่อาจบันทึกไว้ในแผ่นฟล็อปปี้ดิสก์ หรือแผ่น ซีดีรอม ที่สามารถแปรออกมาเป็นภาพทั้งเคลื่อนไหวได้และภาพนิ่ง เสียงเพลง ดนตรีเสียงพูด ตลอดจนตัวอักษรภาษาต่างๆ รวมทั้งควบคุมกลไกจักรกลต่างๆ ซึ่งกำลังแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน ส่วนจีโนมนั้นบรรจุอยู่ในตัวอ่อนในเมล็ดพืช ในตัวอสุจิ หรือในไข่ของสัตว์ ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์กำลังคิดค้นวิธีการเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมของยีนเพื่อให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตตามที่เราต้องการ ใครจะคิดว่าอนาคตเราอาจไม่จำเป็นต้องกินยาแต่กินกล้วยที่เกิดจากการเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมแล้วสามารถรักษาโรคไวรัสตับอักเสบและท้องร่วงได้ นั่นคือเราอาจไม่ต้องกินยาแต่กินพืชผักผลไม้ที่เกิดจากการเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมให้มีตัวยาอยู่ในพืชผักเหล่านั้นเพื่อรักษาหรือป้องกันโรค ทั้งนี้เพราะภาษาของยีน (A,T,C,G) เป็นภาษาเดียวกันหมดในสิ่งมีชีวิต การค้นพบความรู้ดังกล่าวนี้จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ทั้งวิธีคิด สถานที่ทำงาน การลงทุน ทางเลือกชีวิต และรูปแบบของสงครามในอนาคต
...... การปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้คนในประเทศตะวันตกที่เจริญแล้วร่ำรวยกว่าคนในประเทศยากจนในปัจจุบันถึง 390 :1 ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงปริมาณการค้าส่วนใหญ่ของโลกที่ในอดีตอยู่ในมือของจีนและอินเดีย ไปสู่ประเทศที่มีความก้าวหน้าทางความรู้ทางวิทยาศาสตร์ อนาคตพันธุศาสตร์จะทำให้สัดส่วนความมั่งคั่งร่ำรวยของผู้คนในประเทศร่ำรวยกับประเทศยากจนทิ้งห่างกันเป็น 1,000 : 1 นั่นหมายความว่าคนในประเทศร่ำรวยใช้เวลาทำงานเพียงไม่กี่นาทีก็มีรายได้สามารถซื้อของได้ 1 ชิ้น ขณะที่พลเมืองในประเทศที่ยากจนอาจต้องทำงานเป็นวันหรือเป็นสัปดาห์จึงจะมีรายได้มากพอสามาถซื้อของแบบเดียวกันได้
...... แต่ก่อนงานภาคบริการใครๆ ก็ไม่เชื่อว่าจะทำเงินได้ เช่นวิธีการทอดไก่ การเป็นมัคคุเทศก์ แต่ปัจจุบันกลับพบว่ามูลค่าที่เกิดในเศรษฐกิจภาคบริการมีมากที่สุด ภาคบริการเกิดจากความรู้ คนที่สร้างความรู้คือคนที่กำลังจะรวยขึ้น ที่เห็นชัดเจนคือสิงคโปร์เป็นเกาะเล็กๆไม่มีทรัพยากรอะไร ก่อนหน้านั้นในอดีตเคยยากจน โดดเดี่ยว แต่รัฐบาลเขาได้ส่งเสริมให้การศึกษาหาความรู้แก่ประชาชนพลเมืองของตน จนปัจจุบันคนสิงคโปร์รวยกว่าคนอังกฤษ 2 % ผิดกับกับอีกหลายประเทศที่มีทรัพยากรจำนวนมากแต่พลเมืองไม่มีความรู้ก็กลับยากจนลงไปและยิ่งจะยากจนลงไปอีกในอนาคตหากไม่พัฒนาการศึกษาให้ความรู้แก่พลเมืองประเทศตน
...... "นาโนเทคโนโลยี หรือเทคโนโลยีจิ๋ว" (1 นาโนเมตรเท่ากับ เศษ 1 ส่วน 1,000,000,000 เมตร) เป็นเทคโนโลยีที่ศึกษาวัตถุหรือการผลิตสิ่งประดิษฐ์ขนาดเล็กมากๆ ใครที่ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวคราวในแวดวงวิทยาศาสตร์ อาจจะไม่ทราบว่าปัจจุบันกำลังมีการพัฒนาความรู้ด้านนี้กันอยู่อย่างเงียบอย่างต่อเนื่อง อนาคตเราอาจมีเครื่องจักรขนาดจิ๋วบรรทุกตัวยาในจำนวนที่พอดีเข้าไปรักษาโรค ณ จุดที่อวัยวะนั้นเกิดโรคโดยตรง เราอาจมีเครื่องจักรขนาดจิ๋วเป็นนักรบที่ทรงประสิทธิภาพ นี่ก็เป็นอีกศาสตร์หนึ่งที่จะมีการประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้อีกมหาศาลในอนาคต
...... โลกเรากำลังหันมาสนใจด้านชีววิทยามากขึ้นเรื่อยๆ ศาสตร์ใหม่อีก 2 สาขาที่จะเป็นเรื่องที่ศึกษากันมากขึ้น คือ ชีวสารสนเทศ(Bioinformatics) และการคอมพิวต์ชีวภาพ(Biocomputing) นั่นคือความพยายามนำซิลิคอนกับ DNA มาผสมกัน ชิปความจำ(แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์แบบหนึ่ง) อาจปลูกขึ้นมาได้เหมือนสิ่งมีชีวิต เพราะจีโนมก็คือ ระบบประมวลผลสารสนเทศที่เล็กที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก
...... หากเราศึกษาดูประวัติศาสตร์ ก็ยากที่จะชี้ชัดลงไปว่า เทคโนโลยีก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกิจการเศรษฐกิจและการทหาร หรือว่าเศรษฐกิจและการทหารเป็นตัวที่ทำให้เทคโนโลยีเกิดมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ดีเราก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าโลกเราเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาส่วนจะเป็นไปในทิศทางไหนนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วขออย่าเกิดวิตกจริต กลัวจะตามมหาอำนาจไม่ทัน แต่ขอให้ตระหนักถึงการส่งเสริมให้ลูกหลานศึกษาหาความรู้ให้มากก็พอ เพราะความรู้อาจเรียนทันกันหมด
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
บทความต่อไป
งบประมาณกลาโหมสหรัฐฯ กับกองทัพไทยในอนาคต

กลับสู่หน้าหลัก
|

โดย พันเอก ธงชัย รอดย้อย
rodyoi@yahoo.com

กลับสู่หน้าหลัก

เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน
ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า
Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
|