ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
คลิกที่ไอค่อนลำโพงเพื่อฟังเพลงแตรนอน
..................... เรื่องราวต่อไปนี้ ได้รับการเล่าขานเป็นตำนานของคนเมือง และถ้ามันเป็นความจริง เรื่องราวเหล่านี้จะเป็นการอุทิศและแสดงความเคารพต่อทหารหาญทั้งหลายที่เข้าทำการรบทั้งสองฝ่ายในสงครามกลางเมืองของสหรัฐ ซึ่งเรื่องราวที่เห็นได้คือการเป็นต้นฉบับเดิมในเพลงของพลจัตวาดาเนียล บัทเตอร์ฟิลด์ นายพลของสงครามกลางเมืองซึ่งบังคับบัญชา กรมที่ ๓ กองพลที่ ๑ ของกองทัพบกโปโตแมก
.....................อีกเรื่องราวหนึ่งที่มีความน่าเชื่อได้กล่าวถึงร้อยเอกทหารปืนใหญ่ของฝ่ายเหนือที่ชื่อว่า จอห์น เทินร์บอล ที่ต้องการให้เกียรติต่อสหายสงครามที่ล้มลงและตายจากจากการรบ โดยที่ไม่ปรารถนาที่จะให้ทหารฝ่ายใต้ได้รับรู้ถึงที่ตั้งของเขาถ้าทำตามธรรมเนียมพิธีศพของทหารเดิมที่มีการยิงสลุตสามนัดเหนือหลุมฝังศพ เขาจึงได้ร้องขอให้มีการเป่าแตรนอนแทนการยิงสลุต ซึ่งเรื่องราวนี้ได้ถูกเล่าขานและมีหลักฐานทางเอกสารในการบันทึกของกองทัพฝ่ายเหนือ
.....................พวกเราเหล่าทหารหาญย่อมเคยได้ยินเสียงโหยหวนของแตรนอนเป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อได้ยินคราใดก็มักจะรู้สึกว่ามีอะไรจุกขึ้นมาที่คอหอยและทำให้น้ำตาของเราเอ่อล้นออกมาโดยไม่รู้สึกตัว แต่ท่านจะรู้หรือไม่ว่ามีเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังของเพลงแตรนอนนี้ ถ้าไม่รู้มาก่อน ผมเองหวังว่าท่านจะได้พบกับสิ่งที่น่าสนใจหลังจากที่ได้อ่านเรื่องราวต่อไปนี้
.....................เรื่องราวที่ว่านี้ได้มีการรายงานและเริ่มเกิดขึ้นในปี ค.ศ. ๑๘๖๒ ระหว่างการสู้รบของสงครามกลางเมืองของฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ ในเวลานั้นร้อยเอกโรเบิร์ท เอลลิคอม แห่งกองทัพฝ่ายเหนือและกำลังลังพลใต้บังคับบัญชาของเขามีที่ตั้งมั่นอยู่ค่ายแฮริสัน ในรัฐเวอร์จิเนียร์ ในคืนวันหนึ่ง ผู้กองเอลลิคอมได้ยินเสียงครวญครางจากความเจ็บปวดของทหารคนหนึ่งซึ่งนอนได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ในสนามรบ จากความมืดมิดของค่ำคืนโดยที่เขาไม่อาจทราบได้ว่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บคนนั้นเป็นทหารของฝ่ายเหนือหรือเป็นทหารศัตรูฝ่ายใต้ แต่ผู้กองเอลลิคอมก็ตัดสินใจที่จะเสี่ยงชีวิตของเขาเพื่อที่จะนำทหารที่ได้รับบาดเจ็บคนนั้นกลับเข้ามายังส่วนเสนารักษ์เพื่อทำการรักษา การเข้าไปช่วยชีวิตในครั้งนั้นผู้กองได้คลานต่ำติดท้องลอดวิถีกระสุนที่ยังคงมีการยิงใส่ระหว่างกันทั้งสองฝ่าย จนในที่สุดผู้กองเอลลิคอมก็ไปถึงร่างของทหารคนนั้นและเริ่มลากร่างที่หมดสตินั้นกลับเข้ามายังแนวตั้งมั่นของตน
.....................เมื่อเคลื่อนที่เข้ามาจนถึงแนวตั้งรับของตนเองเขาจึงได้ทราบว่าแท้ที่จริงแล้วทหารที่เขาลากเข้ามานั้นเป็นทหารฝ่ายใต้ศัตรูของเขานั้นเอง และทหารคนนั้นก็ได้เสียชีวิตไปแล้วก่อนที่จะได้รับการเยียวยารักษาชีวิต หลังจากนั้นผู้กองเอลลิคอมก็จุดโคมไฟส่องสว่างขึ้นและทันทีที่เห็นใบหน้าของทหารที่เขาลากเข้ามาซึ่งเสียชีวิตไปแล้วนั้น เขาก็ต้องแทบจะหยุดหายใจและช็อกชาไปทั้งร่างกายทันที่ ท่ามกลางแสงที่ส่องเรื่อเรือง เขาได้มองเห็นใบหน้าของทหารที่เสียชีวิตคนนั้น ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเป็นลูกชายของเขานั่นเอง ลูกชายของเขาคนที่เดินทางไปเรียนวิชาดนตรีทางภาคใต้ก่อนที่สงครามกลางเมืองจะเกิดขึ้น และไม่มีโอกาสได้บอกกับพ่อที่อยู่ทางเหนือว่าตนเองได้สมัครเข้ากับฝ่ายใต้ในการทำสงครามกับฝ่ายเหนือ
.....................เช้าวันรุ่งขึ้น ด้วยหัวใจของพ่อที่แตกสลาย ร้อยเอกเอลลิคอมได้ร้องขอผู้บังคับบัญชาที่จะทำพิธีศพของลูกชายเฉกเช่นเดียวกับทหารของฝ่ายเหนือ แม้ว่าสถานะของลูกชายเขาจะเป็นฝ่ายข้าศึก คำร้องขอของเขาได้รับการตอบสนองเพียงบางส่วน ผู้กองเอลลิคอมได้ร้องขอวงดุริยางค์ในการบรรเลงเกียรติยศสำหรับงานศพทหารสำหรับพิธีศพของลูกชาย คำร้องขอนั้นได้รับการปฏิเสธเพราะผู้เสียชีวิตเป็นทหารของฝ่ายใต้ซึ่งเป็นศัตรู แต่ด้วยความที่ยังให้การเคารพต่อความเป็นพ่อ ผู้บังคับบัญชาของร้อยเอกเอลลิคอมจึงบอกว่าจะอนุญาติให้มีการบรรเลงเพลงในงานศพของลูกชายผู้กองด้วยพลดุริยางค์เพียงคนเดียว ซึ่งผู้กองเอลลิคอมได้เลือกพลแตรเดี่ยว เขาขอให้พลแตรเดี่ยวบรรเลงเพลงตามโน้ทดนตรีที่เขาได้พบจากเศษกระดาษในกระเป๋าของเครื่องแบบของลูกชาย ความปรารถนานี้ได้รับการอนุมัติ
.....................ท่วงทำนองอันโหยหวนที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นเพลงแตรนอนนี้ ได้กำเนิดขึ้นในพิธีศพของทหารตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา โดยมีเนื้อหาของเพลงเขียนไว้ประกอบทำนองว่า
วันนี้ได้สิ้นลง อาทิตย์จากไป จากทะเลสาบ จากขุนเขา จากฟากฟ้า ขอให้ไปดี พักอย่างสงบ ขอพระจงคุ้มครอง
แสงเลือนรางลง สายตาพร่างพราย ดวงดาวเริ่มประดับฟ้าที่มืดดำ แสงวาบวับจากแดนไกล ลากค่ำคืนมาเยือน
ขอขอบคุณและชื่นชม สำหรับทิวา ใต้อาทิตย์ ใต้ทะเลดาว ใต้ผืนฟ้า ถ้าเราต้องจากไป เรารู้แก่ใจดีว่า พระต้องคุ้มครอง
คลิกที่ไอค่อนลำโพงเพื่อฟังเพลงแตรนอน
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

กลับสู่หน้าหลัก
|

กลับสู่หน้าหลัก

เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน
ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า
Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
|