|
|||
|---|---|---|---|
| " ประวัติศาสตร์มีความสำคัญยิ่ง โดยส่วนสำคัญที่สุดคือ เราต้องแยกแยะให้ได้ว่าส่วนใดที่ต้องจำและส่วนใดที่ต้องลืม" | |||
| จอมพล ป. พิบูลสงคราม ประวัติศาสตร์ที่ต้องไม่บิดเบือน | ท่านคิดอย่างไร&xoxox | |
|---|---|---|
.. วันนี้วันที่ 21 กุมภาพันธ์ เป็นวันประธานาธิบดีปีนี้ ของสหรัฐ ซึ่งเป็นวันหยุดของคนสหรัฐ เพื่อรำลึกถึงผู้นำประเทศคนแรกของคนสหรัฐ นั่นก็คือ นายพล จอร์จ วอชิงตัน ที่แจ้งเกิดประเทศสหรัฐเมื่อสองร้อยกว่าปีมาแล้ว จนปัจจุบันกลายเป็นอภิมหาอำนาจหนึ่งเดียวในวันนี้ อันที่จริงแล้วอดีตประธานาธิบดีวอชิงตัน ไม่ได้เกิดวันนี้หรอกครับ เขาเกิดวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1732 แต่การนับวันเกิดบางแห่งบอกว่าเขาเกิดวันที่ 11 ก.พ. 1732 แต่ว่าวันที่ 22 ก.พ. ได้รับการยอมรับมากกว่า ซึ่งหลังจากประกาศอิสรภาพให้ประเทศ แล้วหนึ่งปีจึงได้กำหนดวันที่ 22 ก.พ. ของทุกปีเป็นวันหยุดเรียกว่าวันเกิดประธานาธิบดีวอชิงตัน ทำมาได้จนประธานาธิบดีลินคอน ถูกลอบสังหาร จึงมีวันระลึกถึงประธานาธิบดีลินคอนขึ้นโดยกำหนดเอาวันคล้ายวันเกิดคือ 12 ก.พ. ซึ่งบางรัฐก็ยกให้เป็นวันหยุดไปด้วย แต่ไม่ได้รับการยอมรับทั่วทุกรัฐ และเพื่อควบคุมไม่ให้มีความแตกต่างกันมากและเป็นการควบคุมจำนวนวันหยุดของชาติไม่ให้มากเกินไป(ประมาณไม่เกิน 10 วันต่อปี) รวมทั้งลดความสำคัญของปัจเจกบุคคลลงทางรัฐบาลกลางจึงกำหนดให้วันจันทร์ที่สามของเดือนกุมภาพันธ์ ทุกปีเป็นวันประธานาธิดี (ตัดคำว่าวันเกิดและชื่อบุคคลออกไป) เพื่อให้เป็นวันหยุดติดต่อสามวัน แนวทางเช่นนี้ได้นำมาใช้กับวันหยุดอื่น ๆ อีกหลายวันเหมือนกันซึ่งเป็นที่ถูกใจของประชาชนทั่วไป ........... เล่าเรื่องวันหยุดก็แถมหน่อยว่าวันหยุดตามกฏหมายของสหรัฐมีน้อยกว่าไทยกว่าเท่าตัว โดยของไทยมีปีละ 21 วัน (เท่าที่ทราบยังไม่มีประเทศไหนในโลกมีวันหยุดมากกว่าไทย) ของสหรัฐมี 10 วัน (วันที่ที่คงที่ 4 วัน คือ 1 ม.ค. วันปีใหม่, 4 ก.ค. วันประกาศอิสรภาพ, 11 พ.ย. วันทหารผ่านศึก, 25 ธ.ค. วันคริสมาสต์ , วันที่ปรับตามวันของสัปดาห์ 6 วัน คือ วันจันทร์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ม.ค. เป็นวัน ดร.มาติน ลูเธอร์คิง, วันจันทร์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ก.พ. เป็น วันประธานาธิบดี, วันจันทร์สัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ค.เป็นวันที่ระลึกทหารที่เสียสละชิวิตเพื่อชาติ , วันจันทร์สัปดาห์แรกของเดือน ก.ย. เป็นวันกรรมกร, วันจันทร์สัปดาห์ที่สองเดือน ต.ค. เป็นวันโคลัมบัส และวันพฤหัสสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน พ.ย. เป็นวันขอบคุณพระเจ้า) ซึ่งใกล้เคียงกับสหประชาชาติ (เพียงแต่วันต่างกันอยู่บ้างแต่วันส่วนใหญ่จะหยุดตามสหรัฐ ) แต่เชื่อไหมว่าหน่วยงานบางหน่วยของไทยหยุดน้อยกว่าคนทั่วไปที่ทำงานในสหรัฐและสหประชาชาติ เนื่องจากมีวัฒนธรรมการทำงานแตกต่างกันแม้ว่าจะมีแหล่งวันหยุดต่างกัน คือ วันลาพักร้อนที่ได้เท่ากันคือ 30 วันต่อปี หรือ สองวันครึ่งต่อเดือน ที่ว่าต่างกันเพราะคนทำงานที่สหรัฐเขาถือว่าวันหยุดพักร้อนคือสิทธิของเขา ถ้าช่วงใดเขาไม่มีเรื่องเร่งด่วนเขาก็ลาตามสิทธิของเขาไม่มีใครถามว่าลาทำไม และการนับเขาก็นับวันลาตรงกับวันทำงานเท่านั้น ดังนั้น การลาติดต่อกันทีเดียวสามสิบวัน จะทำให้ลาได้ถึงสี่สิบกว่าวัน เพราะพ่วงเอาวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดงานของชาติรวมมาด้วย โดยยังคงรับเงินเดือนตามปกติ ซึ่งมีข้อดีคือ จำนวนวันทำงานของหน่วยจะยังคงทำได้มากเท่าเดิมไม่ได้ลดลงตามคนที่ลาเนื่องจากคนที่ไม่ได้ลาก็ทำแทนให้คนลาเพื่อรอให้ถึงคิวตนเองที่จะได้ลาเช่นนั้นบ้าง สำหรับในส่วนของไทยการลาพักร้อนเป็นเรื่องใหญ่แม้ว่าจะได้รับวันลาเท่ากับชาติที่พัฒนาแล้วคือ 30 วัน ใครลาได้อาทิตย์หนึ่งแสดงว่าต้องมีของดี หรือว่ามีน้ำอดน้ำทนต่อนินทาว่าร้ายของคนในที่ทำงานโดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาอย่างสูง การลาพักร้อนแต่ละครั้งจึงกลายเป็นสิ่งที่ต้องขอร้องและรอให้มีการประทานมาจากผู้บังคับบัญชาให้เป็นบุญคุณต่อกัน เหมือนกับจ่ายเงินเดือนหรือเงินบางประเภทที่เป็นสิทธิของผู้ปฏิบัติ แต่ก็มีบางคนที่ต้องการให้คนรับคิดว่าเป็นหนี้บุญคุณด้วยการให้เข้ามารับด้วยมือเพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าถ้าเขาไม่ให้คนรับก็ไม่มีทางได้ ตรงจุดนี้ใครถูกใครผิดผมเองคงไม่สามารถบอกได้เพียงแต่นำมาเป็นข้อคิดให้แก่ทุกฝ่ายได้มองเห็นอีกแง่มุมหนึ่งเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในแต่ละโอกาสต่อไป สรุปว่าวัฒนธรรมใครวัฒนธรรมมันแล้วัน ........... กลับมาเรื่องที่ผมจั่วหัวนำคือ จอมพล ป. ดีกว่าก่อนที่จะเลอะเทอะมากไปกว่านี้ วันหยุดวันนี้ที่สหรัฐส่งผลให้ผมซึ่งทำงานที่ สหประชาชาติ นิวยอร์ก พลอยฟ้าพลอยหยุดงานกับเขาไปด้วย (สหประชาชาติมีวันสำคัญมากมายที่เกิดจากหน่วยงานแต่ไม่มีวันหยุดที่เกิดจากตนเอง แม้แต่ วันที่ 24 ตุลาคม วันคล้ายวันก่อกำเนิดของสหประชาชาติก็ไม่ได้เป็นวันหยุด ถ้าตรงกับวันธรรมดา เจ้าหน้าที่ยังคงมาทำงานปกติ แต่จะมีพิธีระลึกเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตในรอบปีที่ผ่านมาด้วยการกล่าวคำไว้อาลัยและยืนสดุดีที่หน้าอาคารสำนักงานใหญ่ เย็น ๆ ก็มีการแสดงดนตรีที่ได้รับการสนับสนุน ถ้าตรงกับวันเสาร์อาทิตย์ก็เลื่อนมาจัดพิธีวันทำงานถัดมา)สำหรับวันหยุดอื่น ๆ จะมีปีละ 10 วัน โดยจะเป็นวันสำคัญทางศาสนาคริสต์ และอิสลาม แถมด้วยวันปีใหม่ 1 วัน พ่วงกับบางวันของวันชาติสหรัฐ เช่น วันชาติ วันประธานาธิบดี วันกรรมกร) แล้วก็บังเอิญอีกที่หิมะตกผมก็เลยไม่ได้ไปไหนนอนเฝ้าบ้านมาสองวันเสาร์อาทิตย์ก็เลยลุกขึ้นมาเขียนบทความเล่น โดยเอาเรื่องความสำคัญของวันประธานาธิบดีสหรัฐ มาผูกกับเรื่องผู้นำของเราในอดีต ที่ผมคิดว่าเจ๋งที่สุดของประวัติศาสตร์ไทยในความเชื่อของผม นั่นก็คือจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยอ่านบทความเก่าที่ผมรวบรวมข้อมูลผลงานของท่านไว้ ที่บทความเดิมของผมเมื่อ 1 มีนาคม 47 ชื่อ โหมโรง รัฐนิยม จอมพล ป. พิบูลสงคราม ประวัติศาสตร์ต้องไม่บิดเบือน ........... ซึ่งเท่าที่ดูสถิติก็มีคนเข้ามาอ่านลำดับหนึ่งของบทความของผมเลยก็ว่าได้ จึงคิดว่าคงมีคนสนใจจะหาข้อเท็จจริงของประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดตอนหนึ่งของไทยที่แปลกดีตรงที่ไม่มีใครสนใจจะชำระประวัติศาสตร์ในช่วงนี้ ก่อนที่หลักฐานที่เป็นมนุษย์ในยุคนั้นจะล้มหายตายจากกันไปหมด และที่ตลกดีก็คือ เท่าที่ได้ยินการกล่าวอ้างของนักการเมืองฝ่ายค้านทั้งหลายในปัจจุบันก็มีแต่กล่าวในทางร้ายต่อ จอมพล ป. ทั้งสิ้น ซึ่งน่าเสียดายที่ไม่มีผู้รักความจริงออกมาชี้แจง เพื่ออย่างน้อยให้คนไทยได้ภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์และความเก่งกล้าของคนไทยและทหารไทย ..... สำหรับคำถามคำตอบต่อไปนี้นั้น ในส่วนคำถามจะเป็นสิ่งที่มีคนยกนำมากล่าวเปรียบเปรยกับสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นสิ่งไม่ดีโดยไม่ทราบหรือตั้งใจจะไม่ทราบความเป็นมาที่แท้จริงในยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม สำหรับคำตอบ คือสิ่งที่ผมประมวลมาจากการค้นคว้าและการวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องของคนยุคหลังต่อประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิใจของเราคนไทย และเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นและมีเวลาพอผมแนะนำให้กลับไปอ่านบทความ โหมโรง รัฐนิยม จอมพล ป. พิบูลสงคราม ประวัติศาสตร์ต้องไม่บิดเบือน กันก่อนนะครับ และผมหวังว่าแนวทางคำถามคำตอบนี้ จะมีผู้นำไปเป็นแนวทางในการเตรียมการวางแผนการปฏิบัติงานที่เป็นความเป็นความตายของประเทศ หรืออย่างน้อยก็มีคำตอบให้แก่ประชาชน ก่อนที่จะถูกผู้จ้องทำลายครอบงำความคิดจนแก้ไขอะไรไม่ได้ .........ในปัจจุบัน ถ้าแนวความคิดนั้นไม่ได้ถูกทำลายลงไป ก็เป็นไปได้ว่าประเทศเพื่อนบ้านรวมไปถึงประเทศที่อยู่ห่างไกลออกไปจะสามารถเข้าถึงภาษาไทยได้ง่ายและมากกว่าที่เป็นอยู่ แบบเดียวกับที่ภาษาอังกฤษที่ไม่ยุ่งยากในการเขียนมากนักจึงทำให้มีผลต่อความนิยมของคนทั่วโลกที่ต้องการจะเรียนภาษาที่สอง ถ้าจะเปรียบเทียบให้นักคอมพิวเตอร์เห็นได้ชัดก็คือ ก่อนที่จะมีวินโดว์ให้นักท่องเนทเล่นกันอย่างสนุกสนาน ณ วันนี้ ผู้ที่จะใช้คอมพิวเตอร์จำกัดอยู่ในเฉพาะผู้มีความรู้ระดับนักโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เท่านั้น เพราะต้องจดจำคำสั่งและเข้าใจว่าคอมพิวเตอร์ประมวลผลอย่างไร จนอดีตผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ไอบีเอ็มกล่าวว่าความต้องการคอมพิวเตอร์ของทั้งโลกจะมีไม่เกินห้าเครื่อง แต่หลังจาก บิล เกตต์ สร้างโปรแกรมวินโดว์ขึ้นมาได้ทำให้ทุกชาติทุกภาษา ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งทำให้ยอดคนใช้งานคอมพิวเตอร์และเครื่องคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นเป็นสิบ ๆ ล้านในแต่ละปี ความแตกต่างของบิล เกตต์ ที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และจอมพล ป. ในเรื่องภาษาไทย ก็คือ บิล เกตต์ และโปรแกรมวินโดว์ ยังไม่มีศัตรูที่เข้มแข็งเพียงพอที่จะทำลาย จนทำให้ภาษาอังกฤษ ได้รับการเผยแพร่ไปทะลุทลวงไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ๆ ยิ่งกว่าวิธีการใด ๆ ที่เคยมีมาอย่างบังเอิญพอ ๆ กับจำนวนเงินในกระเป๋าของเขาที่เพิ่มขึ้น ส่วน จอมพล. ป. ไปไม่ถึงดวงดาวที่จะเผยแพร่ภาษาไทย เนื่องจากไม่สามารถทำให้คนไทยทั่วไปเข้าใจความมุ่งหมายได้จึงต้องล้มเลิกไปในที่สุด
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์![]() กลับสู่หน้าหลัก |
![]() กลับสู่หน้าหลัก ![]() เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ |
|
|
บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 21 ก.พ. 48 ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม ICQ ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน Contact list ใน ICQ ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วเลือก Web Page address (URL) หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมา ดูว่าตรงกับชื่อ address ในเบราเซอร์ แล้วกด Send ได้เลย ท่านสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงได้การพิมพ์ลงในช่องด้านล่างเรียบร้อย แล้วกด Send ได้เลยครับ |
||