ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
......
. เมื่อวานว่าง ๆ ตอนบ่ายมีโอกาสเปิดดูคลิปวิดีโอรายการถึงลูกถึงคนที่เชิญตัวแทนกลุ่มอาชีพหนึ่งจำนวน 5 คน จาก 144 คน ที่ส่งหนังสือถือผู้นำรัฐบาลเสนอแนะวิธีการแก้ปัญหาภาคใต้ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของชาติโดยให้ผู้นำประเทศกล่าวคำขอโทษอย่างเป็นทางการต่อกลุ่มคนที่ชุมนุมในกรณีตากใบ และท้ายสุดซึ่งฟังแล้วก็สรุปได้ว่า ตัวแทนกลุ่มอาชีพนี้พยายามยกความผิดพลาดทั้งหมดให้ทหารอย่างเรา ๆ รับไปเต็ม ๆ ที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตของคนที่ชุมนุมระหว่างการเคลื่อนย้าย ไม่ว่าเรื่องความไม่พร้อม การไม่ใช่หน้าที่ การไม่เตรียมการ ผมฟังแล้วก็ได้แต่เม้มปากและคิดว่านี่หรือสิ่งตอบแทนที่กลุ่มวิชาชีพนี้มอบให้แก่เหล่าทหารของชาติที่เอาชีวิตเข้าเสี่ยง เสียสละความสุขส่วนตัวและการเอาเลือดทาแผ่นดินเพื่อการปกป้องผืนแผ่นดินไทย แต่ประเด็นนี้ผมเองไม่ต้องการจะโต้ตอบแต่อย่างใดหลังจากได้อ่านการแสดงความคิดเห็นจากคนทางบ้านที่ส่งข้อความผ่านทางโทรศัพท์มือถือ บนจอทีวีที่ถล่มแหลกกลุ่มคนวิชาชีพนี้ร้อยละ 90 อีกร้อยละ 10 พูดกลาง ๆ แต่ประเด็นที่ทำให้ผมนำมาเขียนวันนี้ก็คือมีผู้แทนคนหนึ่งกล่าวถึงยุทธวิธีการปราบปรามการก่อการร้ายของอิสราเอลแต่ไม่ได้กล่าวรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร พอตกเย็น ค่ำ ๆ ก็เปิดช่อง 9 ผ่านอินเตอร์เนทรายการเวลาโลกสรุปเหตุการณ์สหรัฐ ถล่มกลุ่มต่อต้านชาวอิรักที่ฟัลลูจาร์ขั้นเด็ดขาด ก็ทำให้นำเอาสองเรื่องมานอนคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจแก่นักการทหารและผู้ไฝ่รู้ทั่วไป และคิดว่าเรื่องนี้ทหารสหรัฐเองก็คงยังไม่ได้สรุปเป็นคู่มือที่เรียกว่า เอฟเอ็ม 100-5 โอเปอเรชั่น ตื่นมาก็เลยค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เนทประมาณค่อนวัน แล้วสรุปได้ดังนี้
......
. ยุทธวิธีของกลุ่มต่อต้านชาวอิรัก
- บ้านปลอดภัยของผู้ก่อการร้ายไม่ได้แตกต่างจากบ้านพักอาศัยทั่วไปยกเว้น มีก้อนอิฐสีแดงสองก้อนผูกด้วยเชือกจากผนังด้านนอกเป็นเครื่องหมาย
- ผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดหลบอยู่หลังรถบรรทุกที่มีเครื่องยิงลูกระเบิดซ่อนอยู่ ซึ่งพร้อมจะเปิดออกมายิงได้ทุกเมื่อ
- การใช้อุโมงค์หรือท่อระบายน้ำระหว่างบ้านในการเชื่อมต่อ
- การใช้พลซุ่มยิงจากหลังม่านเพื่อป้องกันตรวจจับของแสงปากกระบอกปืน และการใช้กระสุนเจาะเกราะ
- การใช้ยากระตุ้นประสาทเพื่อให้สามารถอยู่ปฏิบัติหน้าที่ได้ระยะยาว
- เมื่อข้าศึกเข้มแข็งกว่าโจมตีให้ถอยหนี
- การปฏิบัติการด้วยกำลังเพียงหนึ่งคนจนถึงไม่เกินหนึ่งหมู่
- ข้าศึกในสถานการณ์การก่อการร้ายในเมือง มักจะสร้างสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง ไม่มีเครือข่ายที่แน่นอน และกลุ่มก่อกวนสามารถรวมตัวประท้วงและกระจายกำลังหนีออกจากพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว
- การจับตัวประกันชาวต่างชาติแล้วขู่ว่าจะสังหารถ้าไม่ปฏิบัติตาม
- การใช้การลอบสังหารผู้ฝักใฝ่ศัตรูเพื่อสร้างความหวาดกลัว
- การใช้ยานยนต์จุดระเบิด
- การแนะนำยุทธวิธีการก่อการร้ายผ่านทางอินเตอร์เนทให้แก่กลุ่มอื่น ๆ
......
. ยุทธศาสตร์ของสหรัฐในการปราบปรามกลุ่มต่อต้านในอิรักและของอิสราเอลต่อปาเลสไตน์
- ผู้นำประเทศประกาศนโยบายโจมตี ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการร้าย โดยไม่รอให้ถูกกระทำก่อน ด้วยพลังอำนาจของชาติทั้งมวลทั้งวิธีการลับและเปิดเผย โดยกำหนดให้สนามรบอยู่ในพื้นที่ของข้าศึกเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของสหรัฐในประเทศเป็นหลัก
- การตรากฎหมายอนุญาตให้ใช้ระบบการสอบถามแบบบังคับ (ที่เรียกว่าทรมาน) ต่อผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการร้ายต่างชาติ การจองจำผู้ต้องสงสัยได้สองปีโดยไม่ต้องไต่สวน และการงดเว้นการเปิดเผยการปฏิบัติต่อสาธารณชน ดังเช่น การกระทำในอัฟกานิสถาน เรือนจำอาบู การิบ อิรัก ศูนย์กักกัน กองทัพเรือที่อ่าวกวนตานาโม คิวบา
- เปลี่ยนนโยบายจาก การพยายามเอาชนะ หัวใจและจิตใจของคนอิรัก เป็น นโยบาย สร้างความยุ่งยากให้ศัตรู (Get Tough)
- กำหนดนโยบายให้สังหารผู้นำระดับสูงของศัตรู ด้วยวิธีการที่พิจารณาว่าเหมาะสม
- การกำหนดข้อบังคับการปฏิบัติ 11 ประการที่กระทำต่อพลเรือน และกลุ่มช่วยเหลือนานาชาติและกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับสงครามในพื้นที่ปลูกสร้าง
- พิสูจน์ทราบให้ได้ชัดเจนว่าอะไรเป็นจุดศูนย์ดุลของข้าศึกที่เป็นรูปธรรมในอิรัก เช่นที่ผ่านมาจากการข่าวกรองทำให้สามารถกำหนดได้ว่า เมืองฟัลลูจาร์ที่เป็นศูนย์กลางและสัญญลักษณ์ทั้งมวลของข้าศึก และที่สำคัญคือต้องมีข้าศึกอยุ่ คือจุดศูนย์ดุลของข้าศึก
- ให้โอกาสข้าศึกให้ยอมวางอาวุธ แม้ว่าจะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้
- เปิดฉากการรบด้วยการถล่มทางอากาศแล้วส่งกำลังทางบกเข้ากวาดล้าง โดยใช้รูปแบบการกวาดล้างทีละถนน สนับสนุนด้วยเฮลิคอบเตอร์ และปืนใหญ่ รถถัง ทำลายเรือทุกชนิดในแม่น้ำเพื่อป้องกันการใช้ยุทธวิธีระเบิดฆ่าตัวตาย
- ชี้ให้เห็นว่าข้าศึกไม่ใช่คนในประเทศแต่เป็นทหารรับจ้างที่มาจากต่างประเทศด้วยการเน้นย้ำให้เห็นว่าข้าศึกที่ถูกสังหารไม่มีหลักฐานอะไรติดตัวเลย
- กำหนดมาตรการการนำเสนอของสื่อที่จะก่อให้เกิดการเห็นใจข้าศึก ด้วยการให้สิทธิพิเศษในการเสนอข่าวที่ดีเช่น นำภาพทหารที่ปฏิบัติการอย่างกล้าหาญในระหว่างการสู้รบและทหารที่บาดเจ็บจากการรบเผยแพร่ทางโทรทัศน์ และลงโทษด้วยการไม่ให้เข้าพื้นที่ในกรณีที่ลงข่าวก่อให้เกิดผลกระทบทางยุทธศาสตร์ เช่น การทรมานนักโทษในเรือนจำและการสังหารข้าศึกที่ไม่มีทางสู้ในการกวาดล้างที่ฟัลลูจาร์
- มอบอำนาจให้ทหารดำเนินการทำลายกลุ่มที่กำหนดว่าเป็นข้าศึกได้เต็มรูปแบบด้วยวิธีการทางทหาร โดยรัฐบาลให้การสนับสนุนด้านการเมืองระหว่างประเทศ และถือว่าการสังหารฝ่ายต่อต้านและพลเรือนเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
- คณะผู้บริหารให้การคุ้มครองการปฏิบัติการของทหารในต่างแดน เช่นการไม่ยอมลงนามในเรื่องอาชกรสงครามของโลกเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมของทหารหลังจากปฏิบัติหน้าที่ แต่จะมีข้อยกเว้นบ้างในกรณีที่มีภาพข่าวออกทางโทรทัศน์
- การแถลงข่าวการสูญเสียฝ่ายตนเองจะแจ้งจำนวนน้อยก่อนเพื่อทดสอบกระแสความรู้สึกของประชาชน เช่น 5 นาย 10 นาย สำหรับการแถลงการสูญเสียของฝ่ายข้าศึกจะกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่าถูกสังหารไป พันคนหรือ สองพันคน โดยไม่ได้แสดงอารมย์ใด ๆ และที่สำคัญก็คือไม่ว่าการสูญเสียทั้งสองฝ่ายจะมากน้อยเพียงใด ภาพของศพจะถูกป้องกันไม่ให้มีการนำมาเผยแพร่ทางสื่ออย่างเด็ดขาด รวมทั้งชื่อผู้เสียชีวิตจนกว่าจะได้รับการยินยอมจากญาติ รวมทั้งมีการตรวจสอบภาพต่าง ๆ อย่างละเอียดก่อนที่จะถูกนำไปเผยแพร่
- การนำภาพการปฏิบัติหน้าที่ของทหารอย่างกล้าหาญออกมาเผยแพร่ให้ประชาชนได้ทราบถึงความเสียสละและห้าวหาญของทหาร เช่น การวิ่งฝ่าห่ากระสุนของข้าศึก รวมทั้งการนำภาพที่ตั้งข้าศึกที่กำลังถูกทำลายออกมาเผยแพร่เพื่อให้ประชาชนมีความฮึกเหิม แต่งดการเผยแพร่ภาพศพไม่ว่าจะเป็นของฝ่ายใด ๆ ที่ก่อให้เกิดการอารมย์ความรู้สึกต่อต้านจากประชาชน
......
.วิธีการพัฒนายุทธวิธีของสหรัฐต่อกลุ่มต่อต้านในอิรัก
- การแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ประสบการณ์จากมิตรประเทศเช่น อังกฤษ และอิสราเอล ในระดับสูง ในเรื่องการต่อต้านการก่อการร้ายในพื้นที่ปลูกสร้าง (ที่มักมีคนใช้คำว่า "ตกผลึกทางความคิด")
- ศึกษาเอกสารการปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายในพื้นที่ปลูกสร้าง เช่นการสู้รบจากประตูหนึ่งไปอีกประตูหนึ่ง เทคนิคการวางกับระเบิดของข้าศึก
- ทหารต้องเข้าใจถึงสงครามต่อต้านการก่อการร้ายในพื้นที่ปลูกสร้างว่ามีความแตกต่างจากสงครามตามแบบ เช่น ทหารจะต้องเผชิญหน้ากับข้าศึกที่มีความมุ่งหมายที่จะฆ่าตัวตาย และทหารจะต้องหลีกเลี่ยงการสังหารพลเรือนที่ปะปนอยู่กับกลุ่มต่อต้าน
- พิจารณาพื้นที่และขนาดของเมืองที่เป็นจุดศูนย์ดุลของข้าศึกว่ามีเส้นทางเข้าออกกี่ทางหรือเป็นแบบไม่จำกับเส้นทาง เพื่อพิจารณาวิธีการปิดล้อมและแยกแยะข้าศึกออกจากพลเรือน
- การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การต่อต้านการก่อการร้าย โดยผู้เชี่ยวชาญ ต่อผู้บังคับบัญญาและฝ่ายเสนาธิการ
- การก่อสร้างพื้นที่ปลูกสร้างที่เหมือนกับสภาพจริงเพื่อการฝึก รวมทั้งสร้างภูมิประเทศที่ใกล้เคียงเช่น บึง รวมไปถึงการใช้ข้าศึกสมมุติที่สมจริง เช่นสามารถพูดภาษาหรือมีขนบธรรมเนียมเดียวกับประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติการจริงมาอยู่ในหมู่บ้านจำลอง
- ยุทธวิธีของข้าศึกที่ตรวจพบในสนามรบจะต้องนำมาใช้เป็นสถานการณ์จำลองในพื้นที่ฝึกอย่างทันที
- การฝึกฝนการปฏิบัติของหน่วยขนาดเล็กอิสระของทหารราบเบาในยามสงบหรือก่อนการปฏิบัติการเพื่อให้แต่ละหน่วยเพื่อค้นพบจุดอ่อนและจุดแข็งของหน่วยเพื่อทำการปรับตัว ตลอดจนการฝึกกำลังพลให้เข้าใจยุทธวิธีการรักษาความมั่นคงเพิ่มเติมจากหน้าที่การรบ เช่น การลาดตระเวนถนน การตั้งจุดตรวจ การตรวจค้นบ้านพลเรือนชาวอิรัก
......
.ยุทธวิธีของสหรัฐต่อกลุ่มต่อต้านในอิรัก และอิสราเอลต่อปาเลสไตน์
......
.มาตรการเชิงรับ
- การจัดตั้งจุดตรวจเคลื่อนที่เร็ว กำหนดหลักนิยมในการตั้งจุดตรวจ เช่น กำลังทหารในแต่ละแบบของจุดตรวจและการปิดกั้น วิธีการแยกแยะว่าผู้ใดเป็นพลเรือน ผู้ใดเป็นผู้ก่อการร้าย
- การปิดล้อมหมู่บ้านด้วยการวางลวดหนามปิดกั้นทางเข้าออก
- การทำลายบ้านที่พักอาศัยของครอบครัวผู้ก่อการร้ายโดยหวังการป้องปรามการโจมตีครั้งต่อไปของผู้ก่อการร้าย ด้วยการระเบิดหรือการใช้รถบุลโดเซอร์เข้าทำลาย
- การกำหนดมาตรการควบคุมการเดินทางเข้าออกพื้นที่ของประชาชน ด้วยการทำบัตรที่มีรูปติดตัวผู้ที่ออกนอกพื้นที่เกิน 9 ชม.
- การลาดตระเวนด้วยเท้าผสมการเคลื่อนที่ด้วยยานยนต์โดยให้ยานเกราะนำไปส่งลงที่กำแพงอาคารแล้วเจาะเข้าไปเพื่อหลีกเลี่ยงกับระเบิด
- การใช้พลซุ่มยิง
- ค้นหาแหล่งที่ซุกซ่อนอาหารและน้ำเพื่อทำลาย รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีการส่งกำลังจากภายนอกเข้ามายังพื้นที่ปิดล้อม ผู้ก่อการร้ายที่หิวกระหายมักถูกตรวจพบในแถวผู้เข้าคิวรับส่วนแบ่งอาหารที่นำไปแจกจ่าย ซึ่งสามารถนำมาไต่สวนและนำไปสู่การค้นพบบ้านปลอดภัยรวมทั้งที่สะสมอาหาร สายคาดระเบิดและอุปกรณ์จุดระเบิดระยะไกลได้
- การลาดตระเวนบนถนนต้องจัดขบวนสองฝากถนน โดยหัวหน้าทีมอยู่คนที่สอง ในการลาดตระเวนควรใช้โดยชุดลาดตระเวนจะแบ่งหน้าที่ออกเป็นสามชุด
- การจัดตั้งจุดตรวจเคลื่อนที่เร็วไม่ควรใช้ยานเกราะขนาดหนัก ยานพาหนะที่เร็วและยืดหยุ่นจะทำให้การคาดการของข้าศึกถึงจุดตรวจเป็นไปได้ยากขึ้น
- การใช้การลงโทษหมู่ต่อพลเรือนรวมทั้งการใช้กำลังที่เกินพอดี
- เปลี่ยนเทคนิคการบินของเฮลิคอบเตอร์เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นเป้าของอาวุธภาคพื้นดิน
......
.มาตรการเชิงรุก
- การใช้คู่มือของหน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐ เรื่องเทคนิคการสอบสวนเชิงบังคับ (หรือที่รู้กันว่าใช้การทรมานเพื่อรีดข่าว) รหัส คูบาค เพื่อให้มาซึ่งข่าวกรองของข้าศึกจากผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมหรือข้าศึก เอกสารดังกล่าวได้จัดทำขึ้นระหว่างสงครามเวียดนาม และได้นำออกมาเผยแพร่ตามกฎหมายเมื่อสิบปีก่อน เทคนิคดังกล่าวได้แนะนำการปฏิบัติต่าง ๆ เช่นการบังคับให้ผู้ถูกสอบสวนที่ต่อต้านตัดออกจากสิ่งที่เขาเคยพบเห็นและตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อน เช่น ให้ยืนหรือนั่งในท่าที่อึดอัด การลดแสงสว่างในเวลานาน การทำให้อดนอน การขู่ขวัญว่าจะสร้างความเจ็บปวด (การขู่ว่าจะสังหารไม่ได้ผลนัก) การทำให้ได้อาย การสร้างความเครียดจากระบบประสาทสัมผัส การสร้างความสับสน ความกลัวและสิ้นหวัง และที่คาดว่าจะได้ผลอย่างรวดเร็วและง่ายดายก็ด้วยจากการใช้วิธีการสอบสวนเช่นนี้จากนักโทษหญิง
- การใช้อากาศยานควบคุมระยะไกลในการลาดตระเวนติดตามการก่อการร้าย และการส่งภาพสดให้ผู้นำทางทหารระดับสูงของอิสราเอลเห็นภาพเป้าหมายที่กำลังถูกสังหารจากระยะไกลในเวลาจริง เช่นการใช้จรวดโจมตีจากเฮลิคอบเตอร์ต่อรถยนต์ของเป้าหมาย
- วิธีการใช้ข้อมูลข่าวกรองเร่งด่วนที่ได้รับเพื่อโจมตีเป้าหมายเคลื่อนที่
- กระจายเสียงที่ดังกว่าเพื่อกลบการใช้เครื่องขยายเสียงของผู้ก่อการร้ายในการเรียกระดมพล
- การรบในระยะประชิด ต้องการการเคลื่อนที่และการตัดสินใจที่รวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็จะทำให้การปะทะกันเองหรือการสังหารพลเรือนมีอัตราที่สูงขึ้น สิ่งท้าทายของการเอาชนะการก่อการร้ายที่ต้องการหลีกเลี่ยงการสังหารพลเรือนจะขึ้นอยู่กับ การข่าวกรอง การตรวจจับรูปแบบพฤติกรรมของข้าศึก และการเอาชนะประชาชน โดยการปฏิบัติโดยทันทีต่อข่าวกรองที่ได้รับจะมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
- การใช้ยุทโธปกรณ์พิเศษในการกวาดล้างทุ่นระเบิด เช่น จรวดงูระเบิด
- การใช้หุ่นยนต์สายพานนำเข้าไปในพื้นที่อาคารเพื่อส่งภาพออกมาให้กำลังข้างนอกได้รับทราบกำลังของข้าศึก
- การเข้าอาคารด้วยการใช้ระเบิดเปิดประตู การใช้บรรไดปีนข้ามกำแพง และการข้ามมาจากอาคารใกล้เคียง รวมทั้งการใช้ระเบิดดาวกระจายในการกวาดล้างห้องก่อนเข้า การใช้ปืนลูกซองช่วยในการเปิดประตู
- แจ้งเตือนประชาชนที่ปะปนอยู่ในเมืองให้ออกห่างจากหน้าต่างและถนน
- ใช้อาวุธที่มีความแม่นยำเพื่อหลีกเลี่ยงการสังหารประชาชน
- เข้ายึดได้พื้นได้พื้นที่หนึ่งจำเป็นต้องรักษาไว้จนกว่าจะยึดพื้นที่ได้ทั้งเมือง
- การเข้าไปยังอาคารทางกำแพงด้วยการระเบิดเปิดกำแพงซึ่งปลอดภัยกว่าการเข้าทางประตู
- ปลอมตัวเข้าสมัครในทีมฆ่าตัวตายของข้าศึก
- การควบคุมตัวญาติพี่น้องของผู้ก่อการร้ายเพื่อกดดันให้มอบตัว
......
.การรวมรวมข้อมูลของผมนั้นมิได้มุ่งหมายที่จะตัดสินว่าใครทำผิดหรือทำถูก ใครดีหรือชั่ว เพราะมันซับซ้อนเกินกว่าสติปัญญาของผมจะชี้ชัดได้ เพียงแต่สิ่งดังกล่าวได้ตอกย้ำให้ผมเองมั่นใจในกฎธรรมชาติข้อที่ 1 ซึ่งผมรู้จักตั้งแต่ก่อนเป็นนักเรียนนายร้อยที่ว่า Survival of the Fittest ยังคงเป็นอมตะต่อไป
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

กลับสู่หน้าหลัก
|

กลับสู่หน้าหลัก

เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน
ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า
Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
|