" อัตรการฆ่าผู้ก่อการร้ายของเราเร็วกว่า อัตราการเกิดใหม่ของพวกมันหรือยัง"
ข้อเน้นนำจากรายงานคณะกรรมาธิการ เรื่อง ผู้ก่อการร้ายโจมตีสหรัฐ (คณะกรรมการ 9/11) ตอน เบญจเอกพลานุภาพ ท่านคิดอย่างไร&xoxox

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

ข้อเน้นนำจากรายงานคณะกรรมาธิการ เรื่อง ผู้ก่อการร้ายโจมตีสหรัฐ (คณะกรรมการ 9/11) ยุทธศาสตร์ของชาติระดับโลก


......………. เบญจเอกพลานุภาพ

เอกพลานุภาพที่ 1 : ศูนย์ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ (ศตรช)
......………. เรื่องราวของเหตุการณ์ 11 กันยา สอนให้เห็นถึงคุณค่าของการผนึกยุทธศาสตร์การข่าวจากทุกแหล่งในการวางแผนปฏิบัติการร่วม ด้วยมิติทั้งสองดังที่กล่าวจะครอบคลุมกิจการทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
  • ......………......... ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งหลังจากเหตุการณ์ 11 กันยา การทำงานร่วมจะต้องมีสิ่งที่ดีอย่างแน่นอน ความมุ่งมั่นในการต่อสู้กับการก่อการร้ายได้ท่วมท้นไปทั่วทุกขอบเขตของหน่วยงานเนื่องจากปริมาณและพลังงานที่ให้กำลังใจ ซึ่งทำให้ท่าทีที่เคยมีมาเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตามปัญหาการประสานงานกลับถมทับทวีคูณ ดังเช่น กรมกลาโหมเพียงกรมเดียวก็ยังมีถึง 3 เอกกองบัญชาการ คือ กองบัญชาการการปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการโลกย่านกลาง และ กองบัญชาการโลกย่านเหนือ ที่มีความสนใจหลักในการจัดการต่อการก่อการร้าย
  • ......………......... ข้อคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับเหตุการณ์โจมตี 11 กันยา มักจะมุ่งศูนย์ไปยัง “การพลาดโอกาส” แม้ว่าคุณสมบัติของปัญหาของ บัญชีเฝ้าติดตาม การแบ่งปันข่าวสาร หรือการเชื่อต่อจุด ก็เป็นเพียงป้ายปิดที่แคบเป็นอย่างมาก ที่เพียงแต่อธิบายแค่เพียงอาการที่เกิดโดยมิได้เจาะลึกเข้าไปถึงตัวเชื้อโรค
  • ......………......... เพื่อเป็นการกระเทาะและแยกสลายโครงสร้างการจัดองค์กรบริหารที่เก่าแก่เหมือนกับเตาถ่าน จึงเสนอให้มีการจัดตั้ง ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ (ศตรช) ซึ่งได้ยืมมาจากแนวความคิดรวบยอดของเอกกองบัญชาการร่วมที่ได้การทหารสหรัฐได้นำมาใช้เมื่อ 20 ปีก่อนกับหน่วยงานพลเรือน นั่นคือ การปฏิบัติหน้าที่ของการข่าวกรองร่วม ไปพร้อม ๆ กับงานยุทธการ
  • ......………......... ศตรช ก่อเกิดจากศูนย์ผนึกภัยคุกคามการก่อการร้ายที่มีอยู่และทำหน้าที่แทนรวมทั้งศูนย์ปฏิกรณ์การก่อการร้ายอื่น ๆ ที่มีอยู่ภายใต้รัฐบาล ศตรช จะกลายเป็นธนาคารความรอบรู้ที่ทรงพลัง เพื่อนำมาถึงข่าวสารข่าวกรองรองรับการวางแผนทั่วไป ศูนย์ที่ว่านี้ควรได้รับมอบหน้าที่ในการรวบรวมข่าวสารที่ต้องการทั้งภายในและภายนอกสหรัฐ
  • ......………......... ศตรช ควรมีบทบาทในการวางแผนปฏิบัติการ่วม กำหนดความารับผิดชอบในการนำแต่หน่วยงานที่มีอยู่และปล่อยให้หน่วยนั้นได้กำหนดการปฏิบัติตามแผนที่กำหนด
  • ......………......... ศตรช ควรอยู่ในส่วนสำนักบริหารของประธานาธิบดี โดยมีผู้บัญชาการที่แต่งตั้งโดยรัฐสภา (อำนาจเทียบเท่ารองหัวหน้ากรมคณะบริหาร) มีหน้าที่รายงานต่อผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ ศตตช ทำหน้าที่ติดตามการนำแปลงแผนไปปฏิบัติของหน่วยต่าง ๆ และควรมีความสามารถและอิทธิพลต่อผู้บังคับบัญชาและงบประมาณของส่วนปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายของหน่วยข่าวกรองกลาง สำนักสอบสวนสมาพันธรัฐ และกรมกลาโหมและกรมความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ
  • ......………......... ศตรช ไม่ควรเป็นหน่วยออกนโยบาย การปฏิบัติการและการแผนแผนต่าง ๆ ของหน่วยควรดำเนินตามข้อกำหนดนโยบายของประธานนาธิบดีสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    เอกพลานุภาพที่ 2 : ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ
    ......………. เนิ่นนานมาก่อนเหตุการณ์ 9/11 ต่อเนื่องมาจวบจนปัจจุบัน ชุมชนข่าวกรองไม่มีการจัดองค์กรที่ดีพอสำหรับงานข่าวกรองร่วม ไม่มีการกำหนดใช้มาตรฐานทั่วไปและการปฏิบัติในการรายงานหรือการฝึกผู้เชี่ยวชาญโพ้นทะเลหรือในสหรัฐ ขีดความสามารถในการรวบรวมข่าวกรองที่สุดแสนแพงทำให้เกิดการแบ่งแยกการจัดการการข่าว โครงสร้างของหน่วยงานมีความลึกลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก
  • ......………......... หัวหน้าของชุมชน ผู้อำนวยการข่าวกรองกลาง มีงานอย่างน้อยสามอย่าง คือ ขับเคลื่อนหน่วยข่าวกรองกลาง ประสานงานกับ 15 หน่วยงานของสมาพันธรัฐที่เกี่ยวข้อง และเป็นผู้วิเคราะห์ข่าวกรองประจำประธานาธิบดี ไม่มีใครหรอกที่จะสามารถทำงานสามอย่างในเวลาเดียวกันแล้วได้ผลออกมาดี
  • ......………......... ตำแหน่งผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติใหม่ควรกำหนดให้มีหน้าที่หลักสองประการ ต ประการที่ 1. ดูแล ศตรช ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยต่าง ๆ เพื่อต่อสู้กับเป้าหมายทั่วไป ดังเช่น การก่อการร้ายหรือการแพร่กระจายของนิวเคลียร์ และประการที่ 2 ดูแลหน่วยต่าง ๆ ที่จัดป้อนข่าวให้แก่โครงแผนการข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งงานดังกล่าวควรครอบคลุมการกำหนดมาตรฐานทั่วไปของบุคลากรและเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ......………......... ศตรช ควรเป็นเอกกองบัญชาการของโลกข่าวกรอง เปรียบได้กับการปฏิรูประบบข่าวกรองที่ตามกฏหมาย โกลด์วอเตอร์ – นิโคล เมื่อปี 2529 ที่ได้ปรับปรุงโครงสร้างขนานใหญ่ในการปกป้องประเทศชาติ หน่วยต่าง ๆ เช่น หน่วยข่าวกรองกลาง หน่วยข่าวกรองกลาโหม สภาความมั่นคงแห่งชาติ และ สำนักสอบสวนสมาพันธรัฐ ในส่วนที่อยู่ในประเทศ ควรได้รับการจัดองค์กร ฝึกฝน และเพิ่มยุทโธปกรณ์ให้เป็นหน่วยข่าวกรองชั้นเลิศของโลก และควรได้รับมอบให้รับจัดการการปฏิบัติการข่าวกรองในพื้นที่ปฏิบัติการ
  • ......………......... ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ ควรอยู่ภายใต้สำนักบริหารของประธานาธิบดีและรายงานตรงต่อประธานาธิบดี และแน่นอนว่าต้องได้รับการแต่งตั้งจากรัฐสภา นอกเหนือจากนั้นควรมีหน้าที่ในการดูแล ศตรช ที่ตามที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น (ซึ่งรวม ศูนย์ข่าวกรองแห่งชาติด้านการก่อการร้ายและความุ่งมั่นในส่วนการวางแผนปฏิบัติการร่วม) โดยควรมีรองจำนวน 3 ตำแหน่ง ดังนี้
    ......………....o รองด้านข่าวกรองต่างประเทศ (ควรเป็นบุคคลเดียวกับหัวหน้าหน่วยข่าวกรองกลาง)
    ......………....o รองด้านข่าวกรองกลาโหม (โดยทำหน้าที่เป็นรองเลขาธิการกรมกลาโหมด้านการข่าว)
    ......………....o รองด้านข่าวกรองมาตุภูมิ (จากตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฯ ฝ่ายบริหารด้านการข่าวของสำนักสอบสวนสมาพันธรัฐ หรือรองเลขาธิการของกรมความมั่นคงมาตุภูมิด้านการวิเคราะห์ข่าวสารและการป้องกันโครงสร้างสาธารณูปโภค
  • ......………......... ผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติควรได้รับมอบอำนาจในด้านการข่าวข่าวแห่งชาติ เช่นการแต่งตั้งและปลดออกตำแหน่งรองของเขาทั้งสามตำแหน่ง และควรที่จะสามารถกำหนดนโยบายด้านกำลังพลและเทคโนโลยีสารสนเทศทั่วไปตลอดทั่วทั้งชุมชนหน่วยข่าว
  • ......………......... หน่วยข่าวกรองกลางควรมีความเข้มข้นในการเพิ่มความเข้มแข็งของขีดความสามารถในการรวบรวมของกองปฏิบัติการลับและความสามารถพิเศษของเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ รวมทั้งการสร้างความภาคภูมิใจของส่วนแกนผู้เชียวชาญ
  • ......………......... การเข้าถึงความลับ ความน่าเชื่อถือ และการแบ่งปันข่าวสาร นับว่าโชคไม่ดีนักที่หน่วยในปัจจุบันได้รับการเร่งเร้าส่งเสริมให้ปกปิดและรักษาความลับจนเกินพอดี ดังนั้นจึงควรปรับให้มีความสมดุลย์ และเพื่อเป็นก้าวแรกการเปิดเผย อย่างแรกที่ควรทำแจ้งให้ทราบคือ หน่วยที่ได้รับงบประมาณที่มากเกินจริง

    เอกพลานุภาพที่ 3 : การแบ่งปันข่าวสาร
    ......……….รัฐบาลสหรัฐเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจำนวนมหาศาล แต่กลับมีระบบที่อ่อนแอในการประมวลและนำสิ่งที่มีอยู่มาใช้ ระบบ “แบ่งให้เท่าที่อยากให้” ควรได้รับการแทนที่ด้วย ระบบ “อยากที่จะแบ่งให้”
  • ......………......... ประธานาธิบดีควรที่เป็นผู้นำความมุ่งมั่นนี้ในทุกส่วนของฝ่ายบริหารอย่างกว้างขวางเพื่อจะนำพาเอาสถาบันความมั่นคงแห่งชาติต่าง ๆ ไปสู่การปฏิวัติข่าวสาร หมุนทิศทางของโครงสร้างใหญ่ของระบบไปสู่การกระจายศูนย์แบบโครงข่ายงาน อุปสรรคขัดขวางไม่ใช่เทคโนโลยี แต่ปัญหาเกิดมาจากการปฏิบัติงานของ “สำนักงานด้านหลัง” ของรัฐบาลนั่นเอง
  • ......………......... แต่ไม่มีหน่วยงานใดเพียงหน่วยเดียวที่จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้ และเพื่อสร้างโครงข่ายงานจึงต้องการความมุ่งมั่นที่เหนือกว่าระบบการแบ่งแยกแบบเก่า ในการแก้ปัญหาพื้นฐานด้วยการออกกฏหมายและนโยบายในแนวทางที่ช่วยให้แต่ละส่วนรัฐการได้ทราบว่าสิ่งใดบ้างที่สามารถทำได้และไม่สามารถทำได้ อีกครั้ง ในการขจัดปัญหาเรื่องข่าวสาร สหรัฐต้องการเอกพลานุภาพ

    เอกพลานุภาพที่ 4 : รัฐสภา
    ......……….รัฐสภาแทบจะไม่แสดงออกแต่อย่างไรที่จะปรับตนหรือการปรับรื้อโครงสร้างในส่วนการบริหารที่จะทำต่อภัยคุกคามของผู้ก่อการร้ายที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน หน้าที่ดูแลของรัฐสภาด้านการข่าวกรอง และการต่อต้านการก่อการร้ายมีความขัดข้อง สภาทั้งสองและส่วนบริหารจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะทำมากกว่านี้เพื่อลดความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติให้เหลือน้อยที่สุดในระหว่างการส่งเปลี่ยนอำนาจการบริหารที่จะถึงนี้
  • ......………......... ด้านการดูแลข่าวกรอง มีข้อเสนอสองประการ ไม่ว่าคณะกรรมาธิการร่วมแบบดั้งเดิมของคณะกรรมาธิการร่วมพลังงานปรมาณูหรือกรรมาธิการเดี่ยวที่รวมอำนาจจากสองสภา ข้อความยังคงเดิม คือ คณะกรรมาธิการไม่ว่าแบบไหนไม่ส่ามารถที่จะทำหน้าที่ดูแลตามที่กำหนดได้จนกว่าจะได้รับการเสริมความเข้มแข็งให้มากขึ้น และจำต้องมีทั้งความรับผิดชอบที่ชัดเจนและการได้รับความเชี่อถือให้ทำหน้าที่ดูแลดังกล่าว
  • ......………......... รัฐสภาควรสร้างจุดแกนหลักเพียงหนึ่งเดียวในการดูแลและตรวจทวนเรื่องความมั่นคงมาตุภูมิ โดยควรจัดตั้งคณะกรรมาธิการถาวรเกี่ยวกับความั่นคงมาตุภูมิของแต่ละสภา
  • ......………......... ขอเสนอให้มีการปฏิรูปเพื่อเร่งรัดการแต่งตั้ง การรายงานการใช้จ่ายเงิน การตรวจเพื่อความปลอดภัย และยืนยันกระบวนการของความมั่นคงแห่งชาติอย่างเป็นทางการโดยเริ่มจากการบริหารจัดการ ข้อเสนอของขั้นตอนที่ทำให้มั่นใจได้ว่าคณะผู้บริหารชุดใหม่ที่จะมารับหน้าที่มีข้อมูลที่เขาต้องการ

    เอกพลานุภาพที่ 5: จัดองค์กรภายในประเทศเพื่อปกป้องอเมริกา
    ......……….จากการที่ได้พิจารณาข้อเสนอจำนวนมากมายที่เกี่ยวข้องกับภารกิจการข่าวภายในประเทศและการต่อต้านการก่อการร้าย พบว่าการจัดตั้งหน่วยข่าวกรองภายในประเทศเพิ่มเติมจะไม่สามารถแก้ปัญหาในการรวบรวมและวิเคราะห์ข่าวกรองภายในสหรัฐได้ ดังนั้นจึงไม่มีข้อเน้นนำให้จัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมา
  • ......………......... ข้อเน้นนำได้แต่การจัดตั้งหน่วยกำลังพิเศษเพื่อผนึกความมั่นคงแห่งชาติภายใต้สำนักสอบสวนสมาพันธรัฐ ซึ่งจะประกอบด้วยผู้ปฏิบัติการ ผู้วิเคราะห์ ผู้รู้หลายภาษา ผู้เชียวชาญการสืบค้น ที่ได้รับการคัดเลือก ฝึกฝน ให้รางวัล และการส่งเสริมให้ทำหน้าที่ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการพัฒนาวัฒนธรรมของสถาบันที่ติดลึกฝังแน่นในความเชี่ยวชาญในเรื่องการข่าวและความมั่นคงแห่งชาติ
  • ......………......... ความรับผิดชอบในการปกป้องผืนแผ่นดินสหรัฐ เป็นส่วนร่วมของกรมกลาโหม ในส่วนเอกกองบัญชาการโลกส่วนเหนือ และโดยกรมความมั่นคงมาตุภูมิ ซึ่งทั้งสองจะต้องมีคำจำกัดความของบทบาท ภารกิจ และอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน
    ......………....o กรมกลาโหม และคณะกรรมาธิการดูแลควรจะหมั่นเข้าถึงอย่างเพียงพอต่อยุทธศาสตร์และแผนของเอกกองบัญชาการโลกส่วนเหนือเพื่อปกป้องต่อภัยคุกคามในรูปแบบทางทหารที่กระทำต่อมาตุภูมิ
    ......………....o กรมความมั่นคงมาตุภูมิ และกรรมาธิการดูแลควรที่หมั่นเข้าถึงรูปแบบของภัยคุกคามที่ประเทศเผชิญเพื่อที่จะตกลงใจได้ว่าแผนและความพร้อมของรัฐบาลเพียงพอที่จะตอบโต้กลับต่อภัยคุกคามนั้นหรือไม่

    .............. เราขอเรียกร้องให้อเมริกันชนได้จดจำว่าเรารู้สึกอย่างไรต่อเหตุการณ์ 11 กันยา การจดจำมิใช่เพื่อจะได้ไม่ต้องพูดถึงภาพที่เลวร้าย แต่เพื่อให้เราได้เดินไปด้วยกันเหมือนชาติเดียวกัน ชาติที่เป็นหนึ่งเดียว เอกประสงค์และเอกพลานุภาพเป็นหนทางที่เราจะเอาชนะข้าศึกของเราและทำให้อเมริกามีความปลอดภัยมากขึ้นสำหรับลูกหลานของเรา

    *****************************

    .............. จบในส่วนสรุปข้อเน้นนำที่แปลแล้วนะครับ ในส่วนนี้ที่อยู่ในรายงานหลักมีประมาณ 75 หน้ากระดาษเล็ก จากเนื้อหาทั้งเล่ม 500 กว่าหน้า อ่านแล้วเป็นไงบ้างครับ 1. งงเต็ก 2. ดีกว่าไม่มีอะไรอ่าน 3. คิดถึงอนาคตของประเทศไทย แฮะ ๆ พอดีไม่มีให้โหวดเหมือนที่อื่นเขา เลยไม่รู้ว่าผลโดยรวมจะเป็นอย่างไร ยังไงถ้าคิดเหมือนผมในข้อ 3 สำหรับท่านผู้รักชาติทั้งหลาย ผมขอฝากคำกล่าวของนักการทหารท่านหนึ่งว่าการเข้าตีเป็นการตั้งรับที่ดีที่สุดให้ท่านได้พิจารณาและขอทุกท่านได้ใช้ขีดความสามารถทั้งที่มีอยู่และที่ขอหยิบยืมมาได้นำมาเพ่งเล็งและเฝ้าระวังเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ในห้วงกุมภาพันธ์ ถึง เมษายน 2548 ซึ่งจะเป็นห้วงเวลาที่เกิดช่องว่างเรื่องการรักษาความปลอดภัยสูงสุด โดยเฉพาะเป้าหมายที่มีการรวมของประชาชนจำนวนมากและบุคคลที่มีอำนาจกำหนดวิถีของประเทศ ผมคิดว่าผู้รักชาติคงไม่ต้องรอให้เกิดเหตุการณ์แบบ 11 กันยา ที่บ้านเราก่อนที่จะเริ่มคิดแก้ไขหรือตั้งคณะกรรมาธิการสอบสวนหลังเกิดเหตุ ผมเองแม้กายจะอยู่ห่างไทยกว่าครึ่งโลกและกว่าสองปีที่จากมา แต่หัวใจผมมิได้ขยับออกจากผืนดินไทยแม้แต่ก้าวเดียวหรือแม้แต่วินาทีเดียว ผมพร้อมเสมอที่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องชาติไม่เปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับคนไทยหัวใจไทยทุกคน “ศัตรูของชาติย่อมเป็นศัตรูของผมเช่นกัน”

    ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์


    กลับสู่หน้าหลัก

  • กลับสู่หน้าหลัก

    CounterSee who's visiting this page.

    เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน

    ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
    บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 30 ก.ค. 47
    ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม ICQ ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน Contact list ใน ICQ ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วเลือก Web Page address (URL) หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมา ดูว่าตรงกับชื่อ address ในเบราเซอร์ แล้วกด Send ได้เลย

    ท่านสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงได้การพิมพ์ลงในช่องด้านล่างเรียบร้อย แล้วกด Send ได้เลยครับ

    ICQ PeopleSpace Directory
    View My Page

    Page an ICQ User