|
|||
|---|---|---|---|
| " ผลประโยชน์ของชาติ เหนืออื่นใด " | |||
| วิบากสัมพันธ์ระหว่างอิรักกับสหรัฐ ตอนที่ 1 | ท่านคิดอย่างไร&xoxox | |
|---|---|---|
|
.. เมื่อเดือนก่อนมีน้องนักเรียนนายร้อย อีเมลมาขอบทความ ไปลงวารสาร ซึ่งผมเองคิดว่าหัวข้อน่าสนใจดี แต่ก็ไม่ได้เขียนส่งไปให้หรอกครับ เพราะไม่มีสมาธิเลยในห้วงสองเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าในหัวจะมีเรื่องราวที่อยากจะเขียนเล่าสู่กันฟังตามประสานักเล่านิทานแบบผม จนวันนี้เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวพันได้คลายออกไปจากตัวมากก็เลยเอาเอกสารที่รวบรวมมานั่งสรุปแปลให้ได้อ่านกัน สำหรับน้องที่เขียนขอบทความมาก็ขอให้คัดลอกไปได้เลยจากเวบนี้โดยไม่ต้องขออนุญาตอะไรอีก อ้ออีกอย่างผมเองมีความตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยงการเขียนบทความลงในนิตยสารทั้งหลาย เพราะต้องการให้คนอ่านทางอินเตอร์เนทเท่านั้น จึงไม่มีการเขียนส่งไปตามที่ต้องการ ก็ขอให้เข้าใจด้วยนะครับ .. เรื่องที่น้องเขาเขียนมานั้นเป็นเรื่องที่สงสัยว่าทำไมสหรัฐ จึงบุกอิรัก เมื่อ มีนาคมปีที่แล้ว มีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไร เขาโกรธแค้นอะไรนักหนาถึงทำกันได้ขนาดนี้ เรื่องราวของเขาทั้งสองพอที่จะสืบเสาะและมีหลักฐานบ้างไม่มีหลักฐานบ้างดังนี้ครับ .. วิบากความสัมพันธ์ของประเทศทั้งสองได้เริ่มขึ้นอย่างจริงจังเมื่อประมาณ 24 ปีมาแล้ว หลังจากที่ชาร์แห่งอิหร่านถูก อยาตุลล่าร์ โคไมนี่ นักบวชที่ลี้ภัยไปต่างประเทศหลายปีย้อนกลับมาล้มบัลลังก์ยูงทองจนต้องเผ่นหนีออกจากอิหร่านกันแบบยกราชวงศ์ เหตุการณ์นี้นักยุทธศาสตร์ของสหรัฐ เห็นว่าเป็นโดมิโนตัวแรกที่ล้มลงแล้วจะพาทำให้โดมิโนตัวอื่น ๆ ที่อยุ่ใกล้เคียงไม่ว่าอิรัก ซาอุดิอารเบีย คูเวต ล้มสลายกลายการปกครองไปเป็นการใช้ศาสนาปกครองประเทศเฉกเช่นเดียวกับอิหร่าน แบบเดียวกับที่เวียตนามใต้พ่ายแพ้แก่คอมมิวนิสต์เวียตนามเหนือแล้วก็พังทับประเทศเพื่อนบ้านคือ ลาวและเขมร ให้กลายเป็นคอมมิวนิสต์ในเวลาต่อมา ซึ่งตอนนั้นประเทศไทยก็ล่อแหลมที่จะเป็นโดมิโนตัวต่อไปเหมือนกัน เรียกว่าจวนเจียนจะไปอยู่รอมมะล่อเหมือนกันเพราะสถานการณ์ไหลไปหมดแล้วไม่ว่าจะเป็นการไล่ฐานทัพสหรัฐออกจากไทย การมีพลังอำนาจของกลุ่มฝ่ายซ้ายที่มากขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งการนำกำลังของชาติคอมมิวนิสต์มาประชิดชายแดนไทย แต่ยังดีที่พี่ ๆ นายทหารที่มีอำนาจในขณะนั้นตัดสินใจเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อบ้านเมืองออกมาช่วยได้ทัน ทุบพวกนั้นกระจายเข้าป่าหรือหนีไปต่างประเทศแล้วก็หมดแรงไป แล้วประเทศไทยก็กลายเป็นกำแพงกั้นกระแสลัทธิคอมมิวนิสท์ของภูมิภาคมาจนถึงทุกวันนี้ ที่ว่าพี่ ๆ เขาเอาชีวิตเข้าเสี่ยงก็เพราะว่าถ้าทำไม่สำเร็จไม่ตายทันทีก็ต้องหนีไปตายต่างประเทศกันทั้งครอบครัวซึ่งถือได้ว่าเป็นความเสียสละและกล้าหาญเพื่อประเทศชาติที่ยิ่งใหญ่มากอย่างหนึ่งในวิกฤตการณ์ตอนนั้น และเท่าที่ทราบทำแล้วไม่มีคนเห็นความดีมีแต่ด่า และด่าเท่านั้น ซึ่งก็นับว่าแปลกดีไปอีกแบบ .. กลับมาทางด้านอิหร่านที่สหรัฐ ให้ความสำคัญมากกว่าทางด้านเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ว่าจะต้องล้มไม่ได้ก็เพราะเหตุผลด้านพลังงานน้ำมันจำนวนมหาศาลในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งถือว่าเป็นพลังผลักดันความเจริญก้าวหน้าและเศรษฐกิจของสหรัฐรวมไปทั้งประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่บริหารประเทศจะยอมให้ตกอยู่ในเงื้อมือของฝ่ายปฏิปักษ์ไม่ได้อย่างเด็ดขาด ถ้าท่านเป็นนักวางแผนยุทธศาสตร์ของสหรัฐ โดยเอาผลประโยชน์ของชาติท่านจะทำอย่างไร ท่านลองตอบตัวเองนะครับ แต่สำหรับนักวางแผนของสหรัฐ ซึ่งย่อมจะต้องมีซีไอเอ อยู่ด้วยเขาก็คิดว่าต้องหยุดยั้งหรือทำลายการขยายตัวของอิหร่านให้ได้ก่อนที่จะลุกลามออกไปมากกว่านี้เหมือนไฟป่าที่อาจจะสายเกินไปที่จะแก้ในภายหลัง โดยที่ไม่ต้องสอดส่ายสายตาไปไกลนักก็ประจักษ์ว่าคู่กัดที่พอสมน้ำสมเนื้อในการเป็นหุ่นสงครามเพื่อห่ำหั่นกับอิหร่านได้แก่อิรักเพื่อบ้านชายแดนติดกันนั่นเอง เพราะที่ผ่านมาอิรักกับอิหร่านก็ทำสงครามกันอยู่แล้วจนมีคนตายไปนับล้านคน อย่างไรก็ตามหลังจากที่อิหร่านได้ปล่อยตัวประกันสหรัฐที่ถูกจับไว้ 444 วัน (นับเป็นความเจ็บแค้นอย่างมากต่อสหรัฐ เพราะไม่สามารถช่วยตัวประกันแบบวีรบุรุษได้ เนื่องจากเคยส่งเฮลิคอปเตอร์บุกเข้าไปแต่เกิดอุบัติเหตุชนกันจนต้องล้มเลิกแผนและเสียหน้าหนักเข้าไปอีก) ในวันรับส่งหน้าที่ประธานาธิบดีระหว่างจิมมี่ คาร์เตอร์และ โรแนล เรแกน สหรัฐ ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเป็นกลางในสงครามระหว่างอิรักและอิหร่าน แต่ในการปฏิบัติทางลับแล้ว เป็นที่รู้กันดีว่าสหรัฐให้การสนับสนุนอิรัก ซึ่งทางสหรัฐ แม้จะกำหนดว่าทั้งสองประเทศเป็นเสมือนปีศาจแต่ก็จำเป็นต้องเลือกเข้าข้างอิรักเพราะคิดว่ามีความเป็นปีศาจน้อยกว่า และการหนุนหลังสงครามนี้ก็ไม่ใช่การหนุนอิรักเท่านั้นแต่เป็นการหนุนประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนั้นด้วย ดังนั้น สหรัฐ จึงออกโรงประนามอิสราเอลในเหตุการณ์ที่เครื่องบินที่สหรัฐอนุมัติขายให้อิสราเอลบุกเข้าไปทั้งระเบิดโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ของอิรักในปี 2524 แม้ว่าจะเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าซัดดัมมีขีดความสามารถในการผลิตอาวุธทำลายล้างสูงเช่น อาวุธนิวเคลียร์ .. ต่อมาในปี 2527 สหรัฐ แสดงอาการเข้าข้างอิรักอย่างออกนอกหน้าด้วยการสถาปนาทางการทูตและลบชื่ออิรักออกจากบัญชีประเทศที่ให้ความอุปถัมภ์การก่อการ้าย และยิ่งไปกว่านั้นในการปฏิบัติการลับสหรัฐได้ให้การสนับสนุนอิรักในการทำสงครามกับอิหร่านด้วยการสนับสนุนข้อมูลด้านข่าวกรองซึ่งมีความสำคัญยิ่งที่ทำให้อิรักสามารถเอาชนะสงครามกับอิหร่านได้ .. ยิ่งไปกว่านั้นสหรัฐ ได้ลดหย่อนมาตรการควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีต้องห้ามให้แก่อิรัก ซึ่งทำให้อิรักสามารถนำเข้าซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ เครี่องจักรกล และต้นตอของเชื้อโรคแอนแทรกได้ ซึ่งต่อมาผู้เชียวชาญด้านการควบคุมอาวุธได้ออกมายืนยันว่าอิรักสามารถใช้เชื้อโรคแอนแทรกในการเป็นอาวุธชีวะได้ และนี่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสหรัฐ ที่จะทำให้ซัดดัมมีขีดความสามารถในการใช้อาวุธทำลายล้างสูง .. จากนั้นไม่นาน สหรัฐ ก็ได้ถ่ายทอดข่าวกรองชั้นสูงสุดให้แก่อิรัก และกำลังทหารสหรัฐ ยังได้ปฏิบัติการลับที่ยิ่งยวดในการทำลายต่ออิหร่าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เฮลิคอปเตอร์ทางทหารโจมตีเรือรบของอิหร่านจากฐานลับในอ่าวเปอร์เซีย และในวันที่ 18 เมษายน กำลังสหรัฐ ได้เปิดฉากทำลายกองเรือรบของอิหร่านเกือบทั้งหมด ในห้วงเวลาเดียวกับที่อิรักเปิดฉากการยุทธครั้งใหญ่ ซึ่งอิรักยังคงมุ่งตรงไปยังชัยชนะบนความสนับสนุนจากสหรัฐ ซึ่งการสนับสนุนดังกล่าว คือการรักษาอำนาจของซัดดัมไว้นั่นเอง .. ปี 2531 เป็นปีสิ้นสุดสงครามระหว่างอิรักและอิหร่าน โดยเป็นปีเดียวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งผู้ที่ได้รับเลือกก็คือ จอร์จ เฮอร์เบิต วอกเกอร์ บุช รองประธานาธิบดีของรัฐบาลเรแกน ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าหน่วยสืบราชการลับบันลือโลกหรือซีไอเอ นั่นเอง ดังนั้นนโยบายการร่วมมือกับซัดดัมจึงยังคงดำรงอยู่ต่อไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ในปีแรกที่เข้ารับตำแหน่ง ประธานาธิบดีบุช ได้ลงนามคำสั่งลับ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ฉบับที่ 26 เพื่อให้เพิ่มความสัมพันธ์ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นระหว่างสหรัฐและอิรัก .. แต่ในค่ำคืนของวันรอยต่อวันที่ 1 และ 2 สิงหาคม 2533 คณะบริหารรัฐบาลบุช ที่มีนโยบายพัฒนาความสัมพันธ์กับซัดดัมตามแนวทางการสร้างสรรความร่วมมือ ก็ต้องตกตะลึงกับการบุกเข้ายึดคูเวตของกำลังทหารอิรักที่มีซัดดัมเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด .. วิบากสัมพันธ์ระหว่างอิรักกับสหรัฐ ตอนจบ ![]() กลับสู่หน้าหลัก |
![]() กลับสู่หน้าหลัก ![]() เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ |
|
|
บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 12 ก.ค. 47 ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม ICQ ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน Contact list ใน ICQ ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วเลือก Web Page address (URL) หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมา ดูว่าตรงกับชื่อ address ในเบราเซอร์ แล้วกด Send ได้เลย ท่านสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงได้การพิมพ์ลงในช่องด้านล่างเรียบร้อย แล้วกด Send ได้เลยครับ |
||