|
|||
|---|---|---|---|
| " ความประมาทคือหนทางสู่ความหายนะ" | |||
| ลำดับเหตุการณ์ 11 กันยา จุดเปลี่ยนของสหัสวรรษ นาที ต่อนาที ของปฏิบัติการสะท้านโลก | ท่านคิดอย่างไร&xoxox | |
|---|---|---|
|
.................... ในช่วงชีวิตการเป็นทหารที่ผ่านมา ผมได้รับทราบเรื่องเกี่ยวกับสงครามและการปฏิบัติการทางทหารในอดีตทั้งของไทยและของโลกไม่ว่าจะเป็นการการฟัง อ่าน หรือดู รวมทั้งได้มีโอกาสเข้าเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติการทางทหารด้วยการรักษาสันติภาพที่ติมอร์ตะวันออก แต่ก็คิดว่าการสงครามที่เรียกได้ ว่าเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดความภูมิใจและอยากเป็นทหารก็คือ วีรกรรมในการเข้าทำการรบของทหารและการเข้ามีส่วนร่วมของนักการเมืองในระดับ ต่าง ๆ ของชาติที่เข้าร่วมทำสงครามในสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วก็คิดว่าเสียดายว่าตนเองไม่ได้มีชีวิตอยู่ในช่วงนั้น
....................แต่นั่นคือความคิดก่อนวันที่ 11 กันยายน 2001 ก่อนการที่มีปฏิบัติการสะท้านโลกที่ทุกคนรู้จักและเรียกว่า 9-11 (ไนน์ อิเลฟเว็น) หรือ September 11 หรือคนไทยเรียกว่า 11 กันยา และเชื่อว่าคนที่วางแผนได้ตั้งชื่อที่เป็น รหัสปฏิบัติการนี้ว่า มหาวิวาห์ เหตุการณ์ที่เกิดจากการวางแผนที่แยบยลเป็นเลิศสุดที่จะหาคำบรรยายได้ ก่อนหน้านี้ใครจะเคยคิดได้ว่าจะมีการจี้เครื่องบินพร้อมกัน 4 ลำ ได้อย่างประสานสอดคล้อง โดยเครื่องบินทั้งสี่ลำเป็นเครื่องบินของประเทศมหาอำนาจหนึ่งเดียวในสหัสวรรษ ที่ทรงพลังอำนาจโดยเฉพาะทางทหารและเทคโนโลยีที่มากกว่าประเทศอื่นในโลกที่เหลือรวมกัน การจี้เครื่องบินก็ทำในมหาอำนาจนั้นเอง แล้วก็ใช้เป็นอาวุธทำลายแกนกลางเศรษฐกิจของสหรัฐ และส่งผลกระทบไปยังจุดต่าง ๆ ของโลกอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และเกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ตามมา โดยเฉพาะทางทหารที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นที่อัฟกานิสถาน หรืออิรัก ซึ่งผมเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น โดยที่ยังมีเหตุการณ์ที่เรียกว่ามหึมามหัศจรรย์ที่ยากจะคาดเดาตามมาอีกแน่นอน และเชื่ออีกว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้สงครามที่ผ่านมาต้องได้อาย และสิ่งนี้แหละที่ผมว่าชีวิตผมที่เกิดมาคงคุ้มแล้วที่เกิดมาอยู่ในห้วงเวลาเช่นนี้
....................กลับมาที่ เหตุการณ์ 11 กันยา จุดเปลี่ยนของสหัสวรรษและของโลก วันที่ผมถูกตรึงอยู่หน้าจอโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดเหตุการณ์เครื่องบินสองลำพุ่งชนตึกแฝดเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ และเห็นกันสด ๆ ถึงการถล่มลงมาของตึกทั้งสองต่อหน้าต่อตา ในอีกชั่วโมงต่อมา และในอีก 11 เดือนต่อมา คือเดือน สิงหาคม 2002 ผมก็ได้มีโอกาสมายืนอยู่หน้าสถานที่ที่เหตุจริง แล้วก็ยืนมองบริเวณโดยรอบแล้วก็นึกถึงภาพที่มองผ่านจอโทรทัศน์รวมกับจินตนาการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างในวันนั้น ซึ่งก็ไม่ค่อยจะปะติดปะต่อเป็นเรื่องเป็นราวนักจนกระทั้งเปิดเจอคนที่เขารวบรวมเหตุการณ์ดังกล่าว แบบนาทีต่อนาทีเป็นภาษาอังกฤษให้อ่านกันทางอินเตอร์เนท ซึ่งนำมารวบรวมได้อย่างน่าอ่าน ซึ่งอ่านแล้วก็คิดว่าเรื่องแบบนี้คงต้องนำมาแบ่งปันให้ทหารไทยได้อ่านกันบ้าง เผื่อว่าจะทำวิญญาณการเป็นทหารของแต่ละคนได้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น สำหรับการแปลก็คงต้องบอกก่อนว่า เมื่ออ่านไปแล้วคงจะงงอยู่บ้างเพราะเป็นการแปลแบบตามอารมณ์ดังนั้นก็ถือว่าอ่านเอาเนื้อเรื่องโดยรวมแล้วกันนะครับ และถ้าท่านต้องการความหมายที่ถูกต้องคงต้องไปที่ http://www.911timeline.net แล้วแปลเองนะครับ จากนี้ไปเป็นข้อมูลนาทีต่อนาที ตลอด 24 ชั่วโมง ของวันอังคารที่ 11 กันยายน 2544ครับ .................... 11 กันยา ปฏิบัติการ มหาวิวาห์ นาทีต่อนาที รวบรวมจากเอกสารกว่า 600 ชิ้น เวลาที่บันทึกเป็นเวลาพื้นที่ตะวันออกห้วงขยายเวลากลางวัน ในวันที่ 11 กันยายน 2544 ของสหรัฐ เพื่อให้เกิดความเข้าใจได้ง่าย จึงขอเริ่มด้วยรายละเอียดเครื่องบินที่เกี่ยวข้อง 4 ลำ ที่ถูกทำให้กลายเป็นอาวุธนำวิถีของผู้ก่อการร้ายใช้ถล่มใจกลางประเทศสหรัฐ ซึ่งเป็นภาพอธิบายเส้นทางและเวลา อันได้แก่
![]()
ผู้ก่อการร้ายบนเครื่อง American Airlines Flight 11- Satam Al Suqami,Waleed M. Alshehri, Wail Alshehri, Mohamed Atta, Abdulaziz Alomari ....................ยอดแตกต่างเป็นเหมือนกันกับเที่ยวบินอีกสามเที่ยวที่อยู่ในเหตุการณ์ 11 กันยา โดยถ้ารวมผู้โดยสารและลูกเรือตามรายการทั้งสี่เที่ยวบินจะมีจำนวน 265 คนบนเครื่องบิน แต่ถ้าบวกยอดผู้เสียชีวิตตามบัญชีที่เป็นทางการจาก ซีเอ็๋นเอ็นดอทคอม จะมีเพียง 229 ชื่อเท่านั้น จะเห็นได้ว่ารายชื่อ 36 คนได้หายไปจากบัญชีรายชื่อผู้ตายอย่างเป็นทางการของซีเอ็นเอ็น รวมด้วยรายชื่อ ผู้จี้เครื่องบินจำนวน 19 คน ทำไม? ....................ถ้าท่านไปที่เวบ http://www.AttackOnAmerica.net แล้วคลิกที่ หลักฐาน เลื่อนลงมาจนถึง รายชื่อผู้โดยสาร AA 11, UA 175, AA 77 และ UA 93 คลิกแต่ละลิ้งและนับจำนวนผู้โดยสารด้วยตัวท่านเอง
....................เครื่องบินทั้ง 4 ลำที่ใช้โจมตีในวันที่ 11 กันยา เป็นเครื่องโบอิ้ง 767 และ 757 อย่างละ 2 ลำ ซึ่งรวมที่นั่งผู้โดยสารได้ 762 ที่นั่ง จะเป็นไปได้อย่างไรที่แต่ละเที่ยวบินจะบรรทุกคนระหว่างเพียง 30.1 % (ผู้โดยสารและลูกเรือ 229 คน) และไม่เกิน 34.7 % (ผู้โดยสารและลูกเรือ 265 คน) เครื่องบินโดยสารสี่ลำบรรทุกคนรวมกันแล้วยังมีที่ว่างมากกว่า 65 % ได้อย่างไร
ผู้ก่อการร้ายบนเครื่อง United Airlines Flight 93- Saeed Alghamdi ,Ahmad Ibrahim A. Al Haznawi, Ahmed Alnami, Ziad Jarrahi ....................สองสามวินาทีต่อมา หอการบินได้สั่ง เอเอแอล 11 ให้ไต่ระดับและรักษาระดับไว้ที่ เอฟแอล 350 (35000 ฟุต) , เอเอแอล 11 ไต่ระดับและรักษาระดับที่ เอฟแอล 350, เอเอแอล 11 บอสตัน แต่ไม่มีการตอบรับจากอเมริกันแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 11
ผู้ก่อการร้ายบนเครื่อง United Airlines Flight 175- Marwan Al Shehhi, Fayez Rashid Ahmed Hassan Al Qadi Banihammad, Ahmed Alghamdi, Hamza Alghamdi, Mohald Alshehri ....................ถ้านักบินหยุดการส่งสัญญาณบอกฝ่าย หอควบคุมจะต้องแจ้งเตือนนักบินโดยทันทีเนื่องจากนักบินจะไม่มีรหัสและความสูง ซึ่งสิ่งนี้จะสร้างความลำบากเป็นอย่างยิ่งต่อหอควบคุมและจะทำให้นักบินเกิดปัญหาตามมาด้วย นักบินจะได้รับการแจ้งให้บินในระดับต่ำกว่า 3500 ฟุต และบินกลับมายังสนามบิน เหตุผลที่น่าสนใจคือนักบินอันตรายจากการนำร่อง แล้วลองนึกดูว่าหอควบคุมการบินจะมีสถานการณ์อย่างไร ....................ทางด้านมุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ จะมีความคับคั่งการจราจรทางอากาศมากที่สุดในโลก แต่ละหอควบคุมจำมีพื้นที่ลิ่มสามเหลี่ยมที่ต้องรับผิดชอบ พื้นที่ทางอากาศจะแบ่งโดยข้อจำกัดความสูง สายการบินพลเรือนจะอยู่ภายใต้การควบคุมทางบวก นักบินต้องติดต่อกับหอบังคับการบินอย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะรักษาระยะห่างของแต่เครื่องเอาไว้ ถ้ามีเครื่องบินเพียงลำเดียวสูญเสียการส่งสัญญาณ จะก่อให้เกิดปัญหาทันทีต่อหอควบคุมมากกว่าหนึ่งเนื่องจากข้อมูลความสูงสูญเสียไป ....................หอควบคุมการบินยังคงมีสัญญาณเป็นภาพบนจอแเรดาร์จากการสะท้อนคลื่นของตัวเครื่องบิน แต่แสงกระพริบบนจอเรดาร์นั้นมีอยู่ทั่วทุกจอในพื้นที่ ไม่เพียงแต่จุดกำเนิดเดียวที่สามารถวัดระดับความสูงของการบินได้ ถ้าเที่ยวบินดังกล่าวขาดการติดต่อจากหอควบคุมด้วยแล้ว งานของหอควบคุมการบินจะเป็นเรื่องใหญ่มากทีเดียว พึงระลึกไว้ว่านี่เป็นพื้นที่ที่ยืดขยายออกไปจากปกติไปยังจุดที่มีปัญหาซึ่งหอควบคุมต้องเพิ่มงานมากขึ้น เที่ยวบินนี้อยุ่ในห้วงที่เป็นอันตรายต่อการนำร่องการบิน และหน้าที่แรกของหอควบคุมการบินที่แยกเครื่องบินให้บินห่างออกจากกันก็อยู่ในอันตรายเช่นกัน ....................ระเบียบปฏิบัติเมื่อมีการขาดการติดต่อแบบฉุกเฉินเป็นมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากนัก คือ การปฏิบัติตามคำสั่งล่าสุด ถ้าเที่ยวบินยังคงอยู่ในระหว่างการติดต่อก็ให้ปฏิบัติตามคำสั่งก่อนหน้านั้น หอควบคุมสามารถที่จะทำนาย จุดที่เที่ยวบินจะเคลื่อนที่ไปและสามารถที่จะรักษาไม่ให้เที่ยวบินข้างเคียงเข้าไปอยู่ในเส้นทางที่อันตราย ถ้ามีการสูญเสียการสื่อสารและการส่งสัญญาณและเที่ยวบินได้เบี่ยงออกจากคำสั่งสุดท้าย ระบบทั้งหมดจะอยู่ในสถานะฉุกเฉินโดยทันที และทั่วประเทศจะต้องได้รับการแจ้งเตือนภัยทันที มีข่าวสารที่น่าสนใจอยู่ชิ้นหนึ่งที่บันทึกไว้ระหว่างหอควบคุมและนักบิน เทปบันทึกเสียงเป็นสิ่งที่เผยแพร่ต่อสาธารณะซึ่งถูกทำให้หายไปหลังจากนั้นอีกสองสามวันซึ่งแสดงว่ามีบางอย่างที่น่าสนใจเกิดขึ้น เทปแสดงให้เห็นการตอบโต้ในระบบ ทำไมหน่วยสืบสวนกลางจึงได้ริบเทปพูดคุยระหว่างหอควบคุมการบินและเที่ยวบินทั้งสี่เที่ยวทั้งหมด ....................ระบบควบคุมการจราจรทางอากาศจะต้องอยู่ในภาวะตื่นตูมตั้งแต่สองสามนาทีแรกที่เหตุการณ์เริ่มขึ้น เราทราบดีว่าฐานทัพอากาศโอตีสอยู่ห่างเพียงเจ็ดนาทีในการบินมาเกาะแมนฮัททันของเครื่องบิน เอฟ 15 แล้วก็มีระบบป้องกันภัยทางอากาศทั่วทั้งพื้นที่ชายฝั่งด้านแอตแลนติก เขตดังกล่าวก็อยู่ในระหว่างการลาดตระเวน โดยทั่วไปแล้วการเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็วไม่จำเป็นแต่อย่างใด เพราะพวกเขาเพียงแต่เปลี่ยนเส้นทางจากเส้นทางลาดตระเวนปกติและเส้นทางการฝึกบินเพื่อเข้ามาสกัดกั้น ....................สิ่งที่น่าประหลาดก็คือเครื่องบินจำนวนมากที่บินลาดตระเวนอยู่นอกชายฝั่ง จึงไม่น่าเป็นไปได้ที่เครื่องบินพานิชย์เพียงเครื่องเดียวจะสามารถบินได้มากกว่า 10 นาทีโดยไม่มีเครื่องบินรบเข้าสกัดกั้นได้ เครื่องบินที่เข้าสกัดกั้นจะบินอย่างช้าใกล้กับด้านซ้ายและด้านบนของเครื่องบินที่ถูกบังคับที่จะนำให้เครื่องบินลงจอด ณ จุดนี้ เขาจะโคลงปีกให้สัญญาณเพื่อให้เครื่องที่ถูกควบคุมโคลงปีกตามในการตอบรับโดยไม่ต้องในการสื่อสารทางอื่น หลังจากนนั้นนักบินเครื่องบินรบก็จะค่อย ๆ เลี้ยวไปทางซ้ายซึ่งเครื่องบินที่ถูกสกัดกั้นก็จะต้องเลี้ยวตาม แต่ถ้าเหตุการณ์นี้ไม่เกิดขึ้น ก็มีหลายอย่างที่จะปฏิบัติต่อไป เช่น การยิงเตือนสั้น ๆ ที่นักบินรบจะสามารถทำให้เครื่องบินพานิชย์ไม่ทำอันตรายแต่เครื่องตนเองหรือเครื่องข้างเคียง หรือแม้แต่อาคารบนพื้นดิน
ผู้ก่อการร้ายบนเครื่อง American Airlines Flight 77- Khalid Al-Midhar, Majed Moqed, Nawaq Alhamzi, Salem Alhamzi , Hani Hanjour ....................ถ้าพวกเขาแจ้งตามระเบียบปฏิบัติให้ นอแรดทราบที่เวลา 0825 และนอแรด ทำตามขั้นตอนโดยสั่งให้ กองบินรบ 102 ที่ฐานทัพป้องกันชาติทางอากาศโอติสที่ฟาลเม้าท์ แมทสาซูเซ็ท ขึ้นสกัดกั้นตีเสียว่าเวลา 0826 เครื่องบินรบ เอฟ 15 สองลำจะสามารถขึ้นบินได้ไม่เกินเวลา 0832 ซึ่งเครื่องบินรบ 2 ลำจะมีเวลาอย่างน้อย 14 นาที 26 วินาทีที่จะถึงตึกเวิล์ดเทรดก่อนที่อเมริกันแอร์ไลน์ 11 พุ่งเข้าชน ด้านเหนือของตึกเหนือเวิล์ดเทรด หรือตึก 1 เวลา 0846 และ 26 วินาที และถ้าเครื่อง เอฟ 15 สองลำบินด้วยความเร็วสูงสุด เวลา 14 นาที 26 วินาที จะเป็นเวลาถึงสองเท่าที่ต้องการที่จะเดินทางถึงตึกเวิร์ดเทรด เครื่องเอฟ 15 สามารถไปถึงตึกเวิล์ดเทรดได้ในเวลาเพียง 7 นาที กว่าๆ หรือก่อน เวลา 0839 และแม้ว่าโฆษกของฐานทัพโอติสบอกว่าเครื่องบิน เอฟ 15 สามารถบินไปถึงตึกเวิล์ดเทรดด้วยเวลา 10 12 นาที ซึ่งสามารถไปถึงได้ที่เวลา 0842 หรือ 0844 .................... เครื่องบินเอฟ 15 สองลำสามารถสกัดกั้นอเมริกันแอร์ไลน์ 11 หรือ เอเอ 11 ได้อย่างง่ายดาย เพียงแต่ว่าหอควบคุมจราจรทางอากาศบอสตัน ที่ได้แจ้งเตือนการจี้เครื่องบินเอเอ 11 ให้แก่หอควบคุมทางอากาศหลาย ๆ แห่ง เวลา 0825 และแจ้งให้นอแรดทราบในเวลาเดียวกัน ทำไมเขาถึงไม่ทำ หรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนด และไม่แจ้งให้นอแรดทราบ หรือ นอแรดโกหกเรื่องนี้ เป็นที่รู้กันว่างานของนอแรด คือการตรวจตราทุกตารางนิ้วบนท้องฟ้าของอเมริกาเหนือ ดังนั้นเขาต้องทราบว่า เอเอ 11 ถูกจี้ในระหว่างห้วงเวลา 0814 ถึง 0820 ....................ระยะ 40 ไมล์ทางด้านเหนือของตึกเวิล์ดเทรดตามแม่น้ำฮัทสันมีเป้าหมายสำคัญอันดับ 1 ของสหรัฐฯ ที่จะก่อการร้ายได้ นั่นคืออินเดียพอย์ท และโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ 3 แห่ง สองแห่งผลิตพลังงานตามปกติ โดยทั้ง 3แห่ง จะสามารถแผ่รังสีนิวเคลียร์ได้นานกว่า 65 ปี อินเดียนพอยท์ อยู่ห่างเพียง 24 ไมล์ทางด้านเหนือของเขตกรุงนิวยอร์ก ซึ่งล้อมรอบไปด้วยประชาชนที่หนาแน่นที่สุดของสหรัฐ ฯ บริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ทำไมเอเอ 11 ถึงบินผ่านเป้าหมายอันดับ 1 ในสหรัฐ ฯ ของการก่อการร้าย โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อินเดียนพอยท์ โดยไม่พุ่งชน
NORAD - North American Aerospace Defense Command ....................ถ้าเอเอ 11 พุ่งชนอินเดียนพอยท์โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นโรงงานไฟฟ้าแห่งใดหรือทิศทางใด โรงงานทั้งสามแห่งก็จะระเบิดทำลายและส่งรังสีนิวเคลียร์จำนวนมากออกมา ซึ่งต้องใช้เวลามากกว่า 65 ปีในการล้างสารนิวเคลียร์ที่ปล่อยออกมา โดยผู้ได้รับบาดเจ็บล้มตายอาจจะสูงถึง 20 ล้านคน ที่เกิดจากผลของรังสีนิวเคลียร์ และจะทำให้มุมด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของนิวยอร์กและบอสตันกลายเป็นที่ดินที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้นับพัน ๆ ปี
....................ผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจของผู้ก่อการร้ายต้องคำนวณได้ว่าการทำลายเพียงครั้งเดียวและดีที่สุดต่อเป้าหมายทางทหารที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกของศัตรู จะต้องโจมตีก่อนและรุนแรงที่สุดเท่าที่จำทำได้ แต่ทำไมเขาถึงไม่โจมตี อินเดียนพอยท์ ....................ถ้าผู้ก่อการร้ายมีเป้าหมายที่จะโจมตีตึกเวิล์ดเทรด คุณคิดไหมว่าทำไมพวกเขาไม่รอเวลา 1100 ซึ่งในตึกจะมีคนมากกว่า 50000 คนขึ้นไป และแน่นอนว่าจะทำให้คนตายมากที่สุด และการทำลายที่เป็นพื้นฐานก็ต้องพุ่งชนชั้นต่ำสุดเท่าที่ทำได้ ซึ่งน่าจะเป็น ชั้นที่ 25 ถึง 30 ....................แล้วทำไมแผนก่อการร้ายที่วางมาดีแบบนี้ จึงฆ่าคนเพียง 3000 คน ในเมื่อเขาสามารถฆ่าคนได้มากกว่าสิบเท่าได้อย่างง่ายดาย เหตุผลนี้เป็นเช่นเดียวกับการโจมตีเพนตากอน ว่าทำไมเพนตากอนจึงถูกพุ่งชนตรงด้านที่เรียกว่า สันติภาพ ทางด้านตะวันตก ซึ่งเป็นด้านที่เกือบทั้งหมดอยู่ในระหว่างการก่อสร้างซึ่งอยู่ตรงข้ามกับศูนย์บังคับบัญชาทางด้านตะวันออกของเพนตากอน ....................ถ้าเครื่องบินลำหนึ่งไม่ทำลายที่อินเดียนพอยท์ เครื่องบินอีกลำก็น่าจะต้องทำลายเป้าหมายนี้แทน ซึ่งยูเอ 175 ได้บินใกล้เป็นอย่างมากกับอินเดียนพอยท์ ซึ่งก็บินใช้เวลาเพียง 2 3 นาที ....................นอแรด ด้วยความสามารถของหน่วย มีข้อมูลเกือบทั้งหมดของการจี้เครื่องบินมากกว่า 6 นาทีก่อนที่จะสั่งการให้โอติสส่งเครื่องบินขึ้น นอแรดอาจจะมีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับ เอเอ 11 บางทีอาจจะ 8 นาที หรือ 10 นาที (ดู 0836) และอาจจะ 26 นาที (ดู 0820) และอย่าปล่อยให้เราลืมได้ว่าการส่งข่าวสุดท้ายของ เอเอ 11 กับศูนย์ควบคุมจราจรทางอากาศบอสตันเกิดขึ้นเมื่อ 0813 และ 31 วินาที ดังนั้น จึงเป็นได้ว่านอแรดมีเวลามากกว่า 32 นาที ก่อนที่จะแย้งให้โอติสส่งเอฟ 15 ขึ้นท้องฟ้า ....................นอแรดยังคงยึดถือเวลา 0840 ที่ได้รับแจ้ง ว่า เอเอ 11 ถูกจี้ ได้อย่างไร และนอแรดยังคงยึดถือเวลา 0843 ว่า ยูเอ 175 ถูกจี้ ได้อย่างไร โดยมิได้สั่งให้โอติสส่งเครื่องขึ้น นอแรดด้วยขีดความสามารถ ที่มีข้อมูลที่ชัดเจนถึงการจี้เครื่องบินทั้งสอง และปล่อยเวลาไปอีก 3 และ 6 นาทีเต็มก่อนที่จะแจ้งให้โอติสส่งเครื่องบินขึ้นได้อย่างไร ..................ในขณะที่ เอเอ 11 พุ่งเข้าไปในตึกเหนือ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือน ผ่านเข้าไปทั้งตัวตึกและรวมไปถึงฐานรากและพื้นดินด้านล่าง จากคำบอกเล่าของ เลอเนอร์ แลม ความสั่นสะเทือนที่วัดโดยไซโมกราฟที่ลามอน เดอเฮอตี้ และที่ตั้งอื่น ๆ เทียบเท่ากับขนาดของแผ่นดินไหวที่ 0.9 ซึ่งมีขนาดต่ำมากที่จะรู้สึกได้
....................ระหว่างเวลา 0847 และ 1029 ประชาชนหลายคนที่ติดอยู่บนตึกเนื่องจากไฟไหม้และควันไฟในส่วนของชั้นบน ๆ ของตึกเวิล์ดเทรด ได้กระโดดออกจากตึกลงมาตายข้างล่าง โดยมีคนหนึ่งตกลงมากระแทกกับคนที่อยู่บนถนนที่ เป็นพนักงานดับเพลิงของนครนิวยอร์ก ที่ต้องตายตามไปด้วย
....................ตามเทปบันทึกภาพของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงซึ่งเป็นเทปอันเดียวที่บันทึกการพุ่งชนตึกของ เอเอ 11 ไว้ได้และจากการเห็นด้วยตาของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่เห็นการพุ่งชนได้รับวิ่งไปยังที่ตั้งของตึก หัวหน้าไฟเฟอร์ได้แจ้งเตือนภัยระดับแดงผ่านทางวิทยุและโทรศัพท์ โดยกล่าวเป็นการเฉพาะว่าสิ่งที่ผู้อยู่ในเหตุการณ์เห็นนั้นเป็นการพุ่งชนแบบตรง ๆ และเป็นที่แน่ชัดว่าเครื่งอบินได้ถูกตั้งใจให้บินตรงเข้าไปยังตึกและเหตุการณ์ที่ว่านั้นเป็นที่แน่นอนว่าไม่ได้เป็นอุบัติเหตุอย่างแน่นอน
Barbara Olson
.................... โอติสอยู่ห่างจากตึกเวิล์ดเทรด 153 ไมล์ เครื่องบินเอฟ 15 มีความเร็วสูงสุด 1875 ไมล์ต่อชั่วโมง ถ้าลบด้วย 71 ไมล์ที่ห่างออกไปจะเท่ากับ 82 ไมล์จากเวลา 11 นาทีจากเวลา 0852 ที่เครื่องเริ่มบินขึ้น จนถึงเวลา 0903 ดังนั้น ถ้าเอาเวลา 60 นาทีหารด้วย 11 นาทีจะเท่ากับ 5.54 คูณด้วย 82 ไมล์ จะเท่ากับ 447.3 ไมล์ต่อชั่วโมง หารด้วย 1875 ไมล์ต่อชั่วโมงจะเท่ากับ 23.9 เปอร์เซ็นต์ ของความเร็วสูงสุด เป็นไปได้อย่างไรที่เครื่องบินเอฟ 15 จะบินด้วยความเร็วต่ำกว่า 1 ใน 4 ของความเร็วสูงสุดที่จะสกัดกั้น ยูเอ 175 .................... มีข้อความต่อไปนี้ที่ได้มาจากบีบีซีที่ออกอากาศเมื่อ 20 สิงหาคม 2002 ว่านักบินสองคนที่บินลาดตระเวนทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ ได้บอกแก่รายการว่า เขาพยายามอย่างหนักที่จะไปให้ถึงนครนิวยอร์กให้เร็วทีสุดเท่าที่จะทำได้หลังจากเครื่องบินลำแรกพุ่งชนตึกเหนือ นักบินดัฟและนาสตี้ ระลึกได้ว่าพวกเขาห่างเพียงสองสามนาทีหลังจากเครื่องบินลำที่สองทะลวงเข้าไปในตึก นักบินดัฟ กล่าวว่า เป็นเวลานานแล้วที่เขาประหลาดใจว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเขามาถึงทันเวลา เขาได้ทำการบินนับพันครั้งจนจำได้ขึ้นใจ และไม่ทราบว่าเขาจะทำอะไรให้เร็วได้มากกว่านี้ ซึ่งบางทีเขาอาจจะบินด้วยความเร็วที่มากกว่า 23.9 เปอร์เซ็นต์ของความเร็วสูงสุดก็ได้สำหรับคำตอบว่าอย่างไร .................... นักบินเอฟ 15 บินเหมือนกับลิงป่วย ด้วยความเร็ว 500 ไมล์ต่อชั่วโมง แต่ไม่สามารถไล่จับเครื่องบินได้ พลตรีพอล วีเวอร์กล่าว .................... ในขณะนี้มีเพียงสายการบินเดียวที่เครื่องส่งสัญญาณไม่ส่งคลื่นออกมาซึ่งพึ่งตีวงเลี้ยวกลับ 180 องศา เหนือทางใต้ของโอไฮโอและตะวันออกเฉียงเหนือของเคนตักกี้ และกำลังมุ่งหน้าบินตรงไปยังวอชิงตันดีซีและเพนตากอนตั้งแต่เวลา 0859 นั่นคือ เอเอ 77 ทำไมเครื่องเอฟ 15 ทั้งสองเครื่องที่ห่างจากนครนิวยอร์ก 71 ไมล์ จึงไม่ถูกสั่งให้หันกลับไปสกัดกั้นเครื่องบินที่อันตรายที่ยังคงเหลือเพียงลำเดียวบนอากาศ เอเอ 77 .................... เครื่องบินเอฟ 15 สองลำมีเวลา 34 นาที ในการบินไปวอชิงตันดีซี ก่อนที่ เอเอ 77 จะทะลวงเข้าไปในเพนตากอน ที่เวลา 0937 ภารกิจของเครื่องบินเอฟ 15 จาก กองบินที่ 102 ฐานทัพอากาศโอตีสคือการป้องกันน่านฟ้าจากดีซีไปจนสุดทางเหนือ เครื่องบินเอฟ 15 มีความเร็วสูงสุดที่ 1875 ไมล์ต่อชั่วโมง ดังนั้นระยะจากจุดที่บินปัจจุบันถึงดีซีมีระยะเพียง 300 กว่าไมล์ ซึงใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น ถ้าบินด้วยความเร็วสูงสุด และด้วยความเร็วสูงสุดพวกเขาจะถึงเพนตากอนก่อน เอเอ 77 กระทบตึกถึง 24 นาที .................... ถึงแม้ว่าเขาจะบินด้วยความเร็วที่นอแรดบอกในการบิน ช่วง 71 ไมล์ก่อนพวกเขาถึงเวิล์ดเทรด (532.5 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 28.4 % ของความเร็วสูงสุด) พวกเขาก็ยังสามารถไล่ทันเอเอ 77 ก่อนที่มันจะถึงเพนตากอน ทำไมเครื่องบินเอฟ 15 จึงไม่บินไปสกัดกั้นเครื่องบินอันตรายเพียงลำเดียวที่ยังคงเหลืออยู่บนท้องฟ้า และกำลังบินตรงไปยังเมืองหลวงของประเทศ .................... และที่แย่ไปกว่านั้นคือ ทำไมเอฟ 15 ที่บินถึงเวิล์ดเทรดแล้วเมื่อเวลา 0911 และรู้ว่าเอเอ 17 กำลังนำความหายนะไปสู่วอชิงตันดีซี มา 12 นาทีแล้ว จึงไม่พยายามที่จะสกัดกั้น เวิล์ดเทรดอยู่ห่างจากเพนตากอน 250 ไมล์ เขามีเวลาถึง 26 นาทีที่จะสกัดกั้น เอเอ 77 ก่อนชนเพนตากอนเวลา 0937 สิ่งที่พวกเขาทำก็คือการบินด้วยความเร็ว 576.9 ไมล์ต่อชั่วโมงเหรือ 30.8 % ของความเร็วสูงสุดที่จะเอาชนะเอเอ 77 อยากถามว่าเราจ่ายค่าจ้างให้คนพวกนี้ทำไม .................... ยังคงเป็นการเหลือเชื่อหนักเข้าไปอีก ว่าเครื่องบินเอฟ 15 ทั้งสองลำยังคงบินอยู่ที่นครนิวยอร์กจนถึงเวลา 0936 ก่อนที่จะหน้าไปยัง ดีซีและเพนตากอน เมื่อเวลา 0926 เอเอ 77 กำลังตั้งลำบินตรงเข้าสู่ดีซีแล้ว 27 นาที เอเอ 77 เป็นเพียงเครื่องบินโดยสารเพียงลำเดียวที่ไม่ส่งสัญญาณบอกฝ่าย และออกนอกเส้นทาง ถ้าเพียงแต่ เอฟ 15 บอนด้วยความเร็วสูงสุด พวกเขาจะสามารถถึงเพนตากอนได้ในเวลาที่ต่ำกว่า 10 นาที เขาสามารถบินออกจากนิวยอร์กที่เวลา 0926 โดยที่ยังไปถึงเพนตากอนก่อนเอเอ 77 ถึงเพนตากอน 1 นาที ทำไมเอฟ 15 ถึงไม่ออกจากน่านฟ้านิวยอร์กในห้วงเวลา 0903 ถึง 0926 เพื่อสกัดกั้น เอเอ 77 เครื่องบินโดยสารลำเดียวบนท้องฟ้าที่ไม่ส่งสัญญาณและบินออกนอกเส้นทาง ทำไมหรือนอแรด .................... มีเทปบันทึกวิดีโอที่มีความสำคัญมากอันหนึ่งที่ดูเหมือนว่าเอฟ 15 วิ่งเป็์นสายพาดผ่านตึกเวิล์ดเทรดบนท้องฟ้าในเวลาเดียวกับยูเอ 175 กระทบกับตึกเวิล์ดเทรดตึกใต้ ทำไมถึงไม่มีใครอื่นสามารถบันทึกภาพนี้ไว้ได้ ![]() .................... ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น แต่สิ่งควรจะต้องเกิดโดยเร็วที่สุดก็คือ เมื่อหน่วยปฏิบัติการลับทราบว่า ยูเอ 175 พุ่งชนตึกเวิล์ดเทรด (ปัจจุบันเรียกว่าการก่อการร้าย) พวกเขาจะต้องรวบตัวบุชโดยทันทีและนำตัวไปยังที่ปิดลับ ไม่มีทางเป็นไปได้หน่วยปฏิบัติการลับจำปล่อยให้บุชยังคงอยู่ในที่เปิดเผยต่อไป เช่นที่โรงเรียนเอ็มม่า ซึ่งใคร ๆก็ทราบดีว่าเขาอยู่ที่นั่น โดยไม่เดือดร้อยแต่อย่างไร ![]() ....... 0923 เสียงระเบิดจากคลื่นความเร็วเหนือเสียง ซึ่งตรวจจับได้โดยเครื่องมือตรวจแผ่นดินไหวทางด้านใต้ของเพนซิลเวเนีย ระยะห่าง 60 ไมล์จากเมืองแช็งวิลล์ เสียงนี้ดูเหมือนว่าจะเกิดจากเครื่องบินเจททำความเร็วเหนือความเร็วเสียง
.................... ทำไมเครื่องบินรบถึงมุ่งหน้าไปยังนครนิวยอร์กในเมื่อเอเอ 77 มุ่งดิ่งมายังดีซี ตั้งแต่ 31 นาทีที่แล้ว และไม่มีการติดต่อสื่อสารและส่งสัญญาณใด ๆ มาแล้ว 34 นาที ในเมื่อไม่มีเครื่องบินใด ๆ ที่มุ่งตรงไปยังนครนิวยอร์กหรือที่อื่นใดที่ไม่มีการติดต่อหรือตัดการส่งสัญญาณ และในเวลา 0925 ผู้ควบคุมการจราจรทางอากาศได้แจ้งให้หน่วยปฏิบิติการลับที่วอชิงตันดีซีได้ทราบแล้วด้วยว่า เอเอ 77 กำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว ดังนั้นแล้วทำไมถึงเครื่องบินเอฟ 16 ถึงบินตรงไปยังนครนิวยอร์ก .................... ในระหว่างการกล่าวปราศรัยต่อประเทศชาติบุชสัญญาว่าทำการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบต่อการโจมตีนี้ด้วย และนี่ก็มากกว่าหนึ่งปีให้หลังแล้วที่ยังไม่มีการสอบสวนแต่อย่างใด ในความเป็นจริงเขาได้ทำทุกอย่างในอำนาจของเขาดังนั้นการสอบสวนที่เกี่ยวกับ 11 กันยา จึงไม่มี ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น .................... การกล่าวต่อประเทศนั้นควรที่จะกล่าวอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที ก่อนหน้านั้น แต่เขามีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นต้องดำเนินการ คือการนั่งฟังเรื่องแพะกับนักเรียนประถมสอง 16 คน ตั้งแต่เวลา 0905 จนถึง อย่างน้อย เวลา 0912 และอาจจะถึงเวลา 0923 ลองดูวีดีโอที่บุชปราศรัยต่อประเทศจากโรงเรียนประถมเอ็มมา อี บุคเกอร์ ได้ที่ http://www.attackonamerica.net/bushatemmaebookerschool.mov
.................... จากรายงานเกี่ยวกับยูเอ 93 จากข่าวเอบีซี ได้ทราบว่าเวลาสั้น ๆ ก่อนที่เครื่องบินจะเปลี่ยนเส้นทาง บางคนในห้องนักบินได้วิทยุเรียนสำนักงานบริหารการบินเพื่อวางแผนการบินใหม่ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายปลายเส้นทางบินอยู่ที่วอชิงตันดีซี นี่ควรที่จะแสดงให้เห็นถึงธงแดงใหญ่ เครื่องบินที่มีปัญหาตามปกติจะมุ่งไปยังสนามบินที่ใกล้ที่สุด นักบินได้ปฏิบัติตามนี้เพื่อส่งสัญญาณให้หน่วยควบคุมจราจรทางอากาศหรือไม่
.................... แลงเล่ย์ห่าง 130 ไมล์จากเพนตากอน เอฟ 16 มีความเร็วสูงสุดที่ 1500 ไมล์ต่อชั่วโมง ถ้าลบ 105 ไมล์ออกจาก 130 ไมล์ผลคือ 25 ไมล์ โดยใช้เวลา 7 นาทีบิน จาก เวลา 0930 ถึง 0937 ดังนั้น 60 นาทีหารด้วย 7 นาที เท่ากับ 8.75 แล้วคุณด้วย ระยะ25 ไมล์ จะเท่ากัน 214.3 ไมล์ต่อชั่วโมง ถ้าหารด้วย 1500 ไมล์ต่อชั่วโมง จะเท่ากับ 14.3 % ของความเร็วสูงสุด จึงเป็นไปได้อย่างไรที่เครื่องบินเอฟ 16 จะบินด้วยความเร็ว 1 ใน 7 ของความเร็วสูงสุดในการพยายามที่จะสกัดกั้น เอเอ 77 แม้ว่าเรื่องนี้จะคิดถึงการบินมุ่งไปนครนิวยอร์กในตอนแรก ก็ไม่น่าเชื่อว่าความเร็วในการบินจะต่ำขนาดนั้น เพราะเขาได้รับข้อความให้บินกลับมาวอชิงตันดีซี ในช่วงสองสามนาทีแรกที่เครื่องบินขึ้น และที่ตั้งของนครนิวยอร์ก วอชิงตันดีก็อยู่เกือบในแนวเหนือของแลงเลย์ ทั้งคู่ ....................มิเนตา ตะโกนผ่านทางโทรศัพท์ไปยัง มอนเต เบลเกอร์ ที่อยู่ที่สำนักงานบริหารการบิน ว่า มอนเต เอาเครื่องบินทุกลำบนท้องฟ้าลงให้หมด นี่เป็นคำสั่งที่ไม่เคยมีมาก่อน บนท้องฟ้าสหรัฐ ในขณะนั้นมีเครื่องบินอยู่ 4546 ลำ มอนเต ซึ่งทำหน้าที่รองผู้บริหารสำนักงานบริหารการบิน ได้ปรับปลี่ยนข้อสั่งการของมิเนตาโดยให้อำนาจนั้นเป็นของนักบิน โดยบอกว่า เราจะนำเครื่องบินลงตามการตัดสินใจของนักบินแต่ละลำ มอนเตบอกมิเนตา ....................ห่..ยัด การตัดสินใจของนักบิน มิเนตาสวนกลับ เอาเครื่องบินเปรตทั้งหมดลงเดี๋ยวนี้ ....................สำนักงานบริการบินได้สั่งให้เครื่องบินทุกลำหยุดอยู่ที่สนามบินและนำเครื่องบินทุกลำบนอากาศสหรัฐ ลงจอดที่สนามบินที่ใกล้ที่สุด ไม่มีเครื่องบินพานิชย์ใดได้รับอนุญาตให้บิน และนี่เป็นคร้งแรกที่เครื่องบินพานิชย์ถูกระงับการบิน มีแต่เพียงเครื่องบินทหารและบริการทางการแพทย์เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้บิน
.................... ถ้าเอฟ 16 บินด้วยความเร็วสูงสุดมันจะใช้เวลา 7 นาทีที่จะถึงเพนตากอน ซึ่งจะเป็นเวลาใกล้เคียงกับเวลาที่เพนตากอนถูกเอเอ 77 พุ่งชนเวลา 0937 ....................การเดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดีซี เวลา 0949 นั่นหมายความว่าเอฟ 16 ใช้ความเร็วในการบินเฉลี่ยที่ 410.5 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งหมายความว่าเครื่องบินบินที่ความเร็วเฉลี่ยใเท่ากับ 27.4 % ของความเร็วสูงสุด เพื่อที่จะป้องกันเมืองเอกของชาติ ฐานทัพอากาศแลงเลย์ อยู่ห่างจากเพนตากอน 130 ไมล์ และเอฟ 16 มีความเร็วสูงสุดที่ 1500 ไมล์ต่อชั่วโมง ดังนั้น 60 นาทีหารด้วย 19 นาที เท่ากับ 3.16 x 130 ไมล์ เท่ากับ 410.5 ไมล์ต่อชั่วโมง หารด้วย 1500 ไมล์ต่อชั่วโมงเท่ากับ 27.4 % .................... เอฟ 16 ทั้งสองลำทะยานขึ้นฟ้า เมื่อเวลา 0930 43 นาทีหลังจาก เอเอ 11 กระทบกับตึกเหนือของกลุ่มตึกเวิร์ลเทรด และ 27 นาทีหลังจาก ยูเอ 175 กระแทกเข้าไปที่ตึกใต้ของกลุ่มตึกเวิร์ลเทรด แม้จะรู้ถึงเพียงนี้ เอฟ 16 ยังคงบินด้วยความเร็ว 27.4 % ของความเร็วสูงสุดเพื่อที่จะสกัดกั้น เอเอ 77 และป้องกันเมืองเอกของชาติ วอชิงตัน ดีซี มันเป็นแบบนั้นได้อย่างไร .................... ทำไมเครื่องบินไอพ่นรบที่มีความทันสมัยอย่างสบับซับซ้อนทั้งหลายจึงบินด้วยความเร็วเพียง สลึงเดียวของความเร็วสูงสุด ในเมื่อถูกส่งให้ขึ้นไปสกัดกั้นเครื่องบินที่มีความมุ่งร้ายและป้องกันนครนิวยอร์กและเมืองเอกของชาติ วอชิงตัน ดีซี อะไรคือเป้าประสงค์ที่แท้จริงของนักบินไอพ่นรบที่มีความเร็วสูงสุดที่ 1875 และ 1500 ไมล์ต่อชั่วโมง ในเมื่อสหรัฐกำลังถูกโจมตี และต้องการพวกเขา ซึ่งสิ่งที่เขาทำได้สูงสุดคือการใช้ขีดความสามารถในการบินเพียง 1 สลึงของความเร็วสูงสุด .................... กองทัพอากาศสหรัฐ เป็นกองทัพที่มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าสูงสุด และลำหน้ามากที่สุดเท่าที่มนุษย์รู้จัก และที่เราทราบว่าเราไม่มีเครื่องบินรบแม้แต่ลำเดียวที่ลาดตระเวนหรือทำการฝึกในรัศมี 1000 ไมล์ของนครนิวยอร์กและกรุงวอชิงตันดีซีในเช้าวันนั้น ได้มีการสนทนากับทหารอากาศบางคนซึ่งบอกว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ ตลอดเวลาจะมีเครื่องบินรบบินลาดตระเวนหรือปฏิบัติภารกิจการฝึก และพวกเขาไปไหนกันหมด .................... ในท้ายที่สุด ทำไมกองทัพอากาศจึงไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนดและสั่งให้เครื่องบินหนึ่งหรือสองเครื่องบินขึ้นลาดตระเวนในทันทีเพื่อติดตามเครื่องบินทั้ง 4 ลำ แบบเดียวกับที่เคยทำกับนักกอล์ฟผู้ยิ่งใหญ่ เพน สจ๊วต เมื่อตอนที่เครื่องบินเลียเจทของเขาบินออกนอกเส้นทาง นี่ไม่ได้กล่าวถึง ออชโคช วิสคอนซิล เรากำลังพูดถึง การปกป้องสิ่งนี้ นครนิวยอร์ก และเมืองเอกของชาติ วอชิงตันดีซี และระบบป้องกันภัยทางอากาศถูกละเลยเกือบชั่วโมงครึ่งด้วยประเทศที่ทุกคนรู้ว่าเป็นประเทศที่มีพลานุภาพทางอากาศมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เรืองเล่าขานที่น่าหัวเราะนี้ นอแรดจะใช้วิธีการใดที่จะปัดความรับผิดชอบได้ .................... นักบินรบทั้งสองพวก เอฟ 15 จากโอติส และ เอฟ 16 จากแลงเลย์ ถูกส่งให้ขั้นไปบนท้องฟ้าเพียงเพื่อเป็นการประดับเท่านั้น เพื่อให้สาธารณชนได้คิดตามว่าพวกเขาได้พยายามอย่างกล้าหาญที่จะสกัดกั้นเครื่องบินที่ถูกจี้ทั้งสี่ลำ และนี่เป็นเพียงหนึ่งเดียวของคำอธิบายต่อคำถามนี้ คือ กองทัพอากาศของเราถูกสั่งให้นิ่งเฉยต่อสถานการณ์ 11 กันยา ![]() .................... และอีกอย่าง ในที่ใดที่หนึ่งในอากาศที่ยังคงมีเครื่องบินพาณิชย์หลายร้อยลำยังคงอยู่ และใครเลยจะรู้ว่าจะมีอีกกี่ลำในหลายร้อยลำนั้นที่มีความมุ่งประสงค์ร้าย .................... เราได้จับภาพผ่านวิดีโอของบุชตอนที่เขาถึงสนามบินนานาชาติซาราโตซา เบรเดนตัน และตอนที่เครื่องบินกองทัพอากาศหมายเลข 1 ทะยานขึ้น ที่ http://www.AttackOnAmerica.net/AirForceOneLeavingSarasota.ra .................... อีกอย่างหนึ่ง กรุณาดูที่หัวข้อของบีบีซี วันที่ 30 ส.ค. ซึ่งเขียนว่า ทันทีที่หลังจากการโจมตีก่อการร้ายต่อสหรัฐ เครื่องบินรบของสหรัฐ ได้ขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อป้องกันอเมริกาจากการโจมตีที่จะตามมา ภารกิจของพวกเขาคือ การปกป้องประธานาธิบดี จอร์จ บุช และการสกัดกั้นเครื่องบินที่ถูกจี้ลำอื่น ๆ ที่มุ่งไปยังเป้าหมายอื่น ๆ ในสหรั,ฐ ![]() ![]() .................... ในขณะที่เครื่องบินพุ่งชนตึกทำให้โลกสั่นไหวเล็กน้อย โดยมีโลกแตกที่เด่นขึ้นมาตรงส่วนที่เป็นกราฟแหลมผิดปกติเกิดขึ้นในช่วงต้นของแต่ละการถล่มของตึก ข้อมูลแผ่นดินไหวที่พาลิเสดบันทึกไว้ที่ระดับโลกแตก 2.1 แมกนิจูด ในระหว่าง 10 วินาทีแรกของการถล่มของตึกใต้ที่เวลา 0959: 04 และ โลกแตก 2.3 ในระหว่าง 9 วินาที ที่ตึกเหนือถล่มลงมาที่เวลา 1028:31 .................... เครื่องบันทึกแผ่นดินไหวที่พาลิเสดแสดงให้เห็นว่า ในขณะที่การถล่มของตึกเริ่มขึ้น มีการไหวขนาดใหญ่ ที่เป็นเส้นแหลม หมายไว้ในช่วงนั้นซึ่งมีพลังงานมหาศาลผ่านทะลุลงไปในพื้นดิน แรงกระแทกที่หนักหน่วงที่สุดทั้งสองครั้งได้เกิดขึ้นในช่วงเริ่มการถล่มลงมา ก่อนที่ที่ตึกจะทลายลงมาเป็นฝุ่นผงอยู่กับพื้นโลก .................... เส้นกระตุกของกราฟที่อธิบายไม่ได้จากข้อมูลแผ่นดินไหว นำไปสู่ความน่าเชื่อถือในทฤษฎีที่อาจเป็นไปได้ที่จะมีการระเบิดอยู่ที่ชั้นล่างสุดของชั้นใต้ดินที่หนุนแหนเหล็กกล้าด้านตั้งของเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ ที่ตั้งบนฐานหินทำให้ตึกถล่มลงมา .................... เส้นกราฟกระตุกในช่วงสั้น เป็นสิ่งที่นักแผ่นดินไหว ทอร์น เลย์ แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่ซานตราครูส ที่บอกแก่เอเอฟพีว่ามีการระเบิดของนิวเคลียร์ใต้ดินปรากฏในเครื่องวัดแผ่นดินไหว .................... เส้นกราฟแหลมที่ไม่สามารถอธิบายได้ทั้งสองมีความสูงมากกว่า 20 เท่าของความสูงอื่นของคลื่นแผ่นดินไหวที่สอดคล้องกับการถล่มและเกิดขึ้นจากการบันทึกแผ่นดินไหวทางซ้ายและขวาในขณะที่อาคารจะเริ่มถล่มลงมา .................... ที่ห้องใต้พื้นดินของตึกที่ถล่ม ที่ซึ่งมี แกนตั้งกลางจำนวน 47 แหนเชื่อมต่อกับฐานหิน จุดร้อนที่เป็นเหล็กกล้าที่ลอกคราบอย่างแท้จริงได้ถูกพบ จะมีความร้อนมากมายมหาศาลใกล้เคียงที่ใด ที่อยู่ใต้ดินลงไป 70 ฟุต ที่สามารถอธิบายถึงโครงสร้างสำคัญยิ่งที่รองรับหมดสภาพลง .................... ปีเตอร์ ทูลลี่ ประธานการก่อสร้างทูลลี่แห่งฟลัทชิ่ง นิวยอร์ก ได้บอกแก่ เอเอฟพี ว่าเขาได้เห็นกอง ของเหล็กกล้าที่ลอกคราบอย่างแท้จริง ที่เวิร์ดเทรดเซ็นเตอร์ ทูลลี่ ได้รับสัญญาจากเหตุการณ์ 11 กันยา ให้เคลื่อนย้ายซากปรักหักพังออกจากพื้นที่เกิดเหตุ .................... ทูลลี ได้เรียก มาร์ก ลอยซวก ประธานการควบคุมการทำลายด้วยระเบิด ที่ฟินิกส์ แมรี่แลนด์ เพื่อขอคำปรึกษาที่จะเคลื่อนย้ายเศษซากหักพัง บริษัทการควบคุมการทำลายด้วยระเบิดที่เรียกตนเองว่า ผู้เปลี่ยนแปลงและผู้นำโลกในการควบคุมการระเบิดทำลายและการทำลายโครงสร้างเข้าด้านใน ลอยซวก ผู้ที่รับหน้าที่ในการเก็บกวาดซากตึกรัฐบาลโอกลาโฮมาที่ถูกระเบิดทำลาย ได้มาถึงที่ตั้งอดีตตึกเวิล์ดเทรดสองวันให้หลังและได้วางแผนในการปฏิบัติการเพื่อกวาดเก็บซากทั้งหมด .................... เอเอฟพีได้ถาม ลอยซวก เรื่องรายงานของเหล็กที่ลอกคราบที่เกิดเหตุ ใช่ เขาตอบ จุดร้อนของเหล็กที่ลอกครบอยู่ที่ฐานใต้ดิน ความร้อนอย่างมากพบที่บริเวณนี้ ที่อยู่ตรงสุดด้านล่างของแกนตู้โดยสารของอาคารหลัก ซึ่งอยู่ลึกลงไป 7 ชั้น ลอยซวกบอกต่อ เหล็กลอกคราบถูกพบ สาม สี่ ห้าสัปดาห์ให้หลัง เมื่อเศษตึกถูกเคลื่อนย้ายออกไป เขาบอกอีกว่าเหล็กลอกคราบยังพบได้อีกที่ตึกเวิล์ดเทรด 7 ที่ถล่มอย่างลึกลับเมื่อ 1720 ของวันที่ 11 กันยายน .................... เหล็กกล้าที่ใช้ในการก่อสร้างมีจุดหลอมละลายที่ 2800 องศาฟาเรนไฮท์ (1535 องศาเซลเซียส) ถามว่าอะไรทำให้เกิดความร้อนได้มากมายขนาดนั้น ทูลลีบอกว่า คิดว่าเป็นเชื้อเพลิงเครื่องบิน .................... วิธีการที่จะพิสูจน์ว่าระเบิดที่เกิดขึ้นต่อเหล็กกล้าทางตั้งที่หนุนตึกแฝดจะได้รับการตรวจสอบเศษฉีกขาดจากซากหักพังเพื่อเป็นหลักฐานที่นักโลหะวิทยาเรียกว่า การฟั่น ในขณะที่เหล็กกล้ามักจะถูกทดสอบสำหรับหลักฐานการระเบิด แม้แต่ผู้เห็นเหตการณ์จำนวนมาได้รายงานว่ามีการระเบิดที่ตึกทั้งสอง วิศวกรที่ร่วมกันในการประเมินความเสียหายของอาคารไม่ได้ทดสอบแต่อย่างใด .................... ซากเวิล์ดเทรดได้ถูกย้ายออกโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้และการตรวจสอบทางนิติเวชไม่ได้รับอนุญาตให้กระทำโดยหน่วยสอบสวนกลางหรือหน่วยงานใด ๆ ของรัฐบาล เหล็กกว่า สามแสนตันจากตึกทั้งสองถูกขายให้แก่ผู้จำหน่ายเศษเหล็กของนิวยอร์กและถูกส่งออกไปยังสถานที่เช่น จีน และ เกาหลีโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วบรรทุกลงเรือ เพื่อเคลื่อนย้ายหลักฐานออกไป .................... วารสารวิศวะเพลิง หนังสือที่ได้รับการนับถือจากนักผจญเพลิงกว่า 125 ปี ได้ตีพิมพ์การศึกษาของเพลิงหายนะ ได้วิจารณ์สังคมวิศวโยธาอเมริกันและการสอบสวนของฟีมา ว่าเหมือนกับ เรื่องน่าขบขันครึ่งหนึ่ง บรรณาธิการวิศวกรเพลิง วิลเลี่ยม แมนนิ่งได้เขียนไว้ในฉบับมกราคมว่า โครงสร้างที่ถูกทำลายจากเครื่องบินและการระเบิดที่เกิดจากการจุดจากเชื้อเพลิงเครื่องบินไม่เพียงพอที่จะทำลายตัวมันเองลงมา ทำไมถึงมีความเห็นไม่เหมือนกันในสังคมของวิศวกรเพลิงระดับสูง .................... กลุ่มเมฆฝุ่นมหึมาและการแบกสลายออกของคอนกรีต 425000 ลูกบาศก์หลาของตึกเวิล์ดเทรด ทำให้ผู้เขียนมีคำถามต่อสถาบันเทคโนโลยีแมสสาชูเซ็ทที่มีต่อเหตุการณ์ การอธิบายต่อการถล่มลงมา ของดอกเตอร์โรเบิตท์ ชูเลอร์ ผู้ชำนาญการด้านโทรทัศน์ กล่าวว่า ไม่มีแท่งคอนกรีตแม้แต่ก้อนเดียวในซากหักพัง ผู้ที่เห็นเหตุการณ์สาธยายภาพที่เห็น ราวกับว่ามีพลังงานสูงบีบอัดพลังงานที่แยกสลายหรือแสงเลเซอร์รวมศูนย์ไปที่ ตึกและบดขยี้คอนกรีตในเวลาเพียงนาทีให้เป็นผงเถ้าธุลีและฝุ่นผง ตึกเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ 110 ชั้นถูกทำลายลงเป็นผุยผงด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินเท่านั้นหรือ .................... ด็อกเตอร์ไมเคิล บาเด็น หัวหน้าด้านอายุรกรรมของนิวยอร์ก และผู้เชี่ยวชาญกล่าวเมื่อกันยายนว่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเกือบทั้งหมด ควรได้รับการตรวจร่างกาย เพราะไฟไม่ได้ร้อนถึง 3200 องศาฟสเรนไฮท์ เป็นเวลา 30 นาที ที่จะเผาซากร่างกายให้เป็นตะกอน ในการประชุมเผยแพร่เมื่อพฤศจิกายน ดร. ชาล์ส ฮิรช ห้วหน้าหน่วยตรวจการแพทย์ ได้บอกญาตผู้ถูกฝังในซากตึกว่าร่างหลายร่างได้แปรสภาพเป็นไอ เราจะเชื่อหรือว่าคนที่ถูกสังหารในเหตุการณ์ 911 จะกลายเป็นไอที่อุณหภูมิ 1700 องศาฟาเรนไฮท์
.................... การถล่มลงมาของตึกใต้ใช้เมื่อเวลา 0959:04 ใช้เวลาเพียง 10 วินาที ในขณะที่การถล่มของตึกเหนือเมื่อเวลา 1028:31 ใช้เวลาเพียง 9 วินาที ซึ่งดูเหมือนว่าจะมากกว่านิดหน่อยจากการตกลงมาอย่างอิสระในระยะความสูงเดียวกัน นั่นชี้ชัดว่ามีการต้านทานที่น้อยมาก พื้นแต่ละชั้นมีความทนทานเป็นอย่างมาก ความหนา 39 นิ้ว ที่ 4 นิ้วด้านบนเป็นคอนกรีตสแลบ และด้วยการเชื่อยึดด้วยเหล็กกล้าในแนวตั้งด้านล่าง เหล็กกล้าจะดูดซับพลังงานจนล์มหาศาลนี้จากการที่พื้นชั้นบนตกลงมาอีกทับชั้นล่าง แล้วทำไมตึกทั้งสองถึงพังลงมาเร็วขนาดนั้นได้อย่างไร .................... จากเสียงที่ปล่อยออกมาให้ทราบ เสียงผู้กล้าหาญสองคนได้พูดกันที่บริเวณยูเอ 175 ชนที่ชั้น 78 เสียงที่คุยยังคงใจเย็น เขาอธิบายถึงสิ่งที่เขาต้องการความช่วยเหลือต่อผู้ได้รับบาดเจ็บและการดับไฟที่เขาพบสองแห่ง ลักษณะของไฟที่นักผจญเพลิงนิวยอร์กทังสองอธิบายไม่เหมือนกับไฟนรกที่ถูกกล่าวโทษว่าละลายแกนหนุนและทำให้เกิดการถล่มลงมาเป็นครั้งแรกของตึกเหล็กระฟ้า .................... อีกประการหนึ่ง ลูย์ แคแชิโอลิ อายุ 51 ปี นักผจญเพลิงนิวยอร์กอีกคนหนึ่ง ประจำที่หน่วย 47 ฮาเร็ม ได้กล่าวไว้เมื่อ 11 กันยา 2001 ว่า พวกเราเป็นกลุ่มแรกที่เข้าไปในตึกสองหลังจากเครื่องบินเสียบเข้าไปในตึก เขาได้นำนักผจญเพลิงอื่น ๆ ขึ้นไปตามตู้โดยสารถึงชั้นที่ 24 เพื่อที่จะไปถึงจุดที่อพยพคนงานออกไป สำหรับการขึ้นไปรอบสุดท้ายก่อนการระเบิด เราคิดว่ามีการจุดระเบิดด้านใต้อาคาร เขาร้องขอให้นักผจญเพลิงอื่น ๆ ให้อยู่กับเขา ที่เป็นสิ่งที่ดีเพราะพวกเราติดอยู่ภายในตู้โดยสารและพวกเรามีเครื่องมือที่งัดให้เราออกไปได้ .................... ประมาณว่ามี 500 คนติดอยู่ในทางบันไดหนีไฟ ซึ่งเป็นความโกลาหลอย่างมาก ไฟฟ้าดับลง มันมืดมาก มีเสียงกรีดร้องออกมาจากทุกคน พวกเรามีหน้ากากออกซิเจนและเราได้ส่งให้กับคนเหล่านั้น พวกเราบางคนทำเช่นนั้นและบางคนไม่ ผมรู้จักนักผจญเพลิงกว่า 30 คนที่สูญหาย นี่เป็นการทำงานปีที่ 20 ของเขา และกำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะเกษียณอายุ และคงจะเป็นเวลาที่เหมาะสมเสียที .................... ตอนที่ช่างกล้องและจูลีส นัวเด็ท ไปถึงตึกเวิล์ดเทรด 1 พร้อม ๆ กับเจ้าหน้าที่อื่น ๆของหน่วยงานดับเพลิงนิวยอร์ก และเข้าไปยังห้องรับแขกที่ชั้นล่าง ซึ่งพังกระจัดกระจายโดยสิ้นเชิง เป็นที่น่าฉงนที่พบว่ามีความเสียหายอย่างกว้างขวางทั่วทั้งพื้นที่ห้องรับแขก แม้ว่าไม่ได้อยู่ลึกลงไปเหมือนโครงสร้างอื่น มากไปกว่านั้น ไม่มีที่อื่นใดที่ชี้ว่ามีการระเบิดที่ก่อให้เกิดเพลิงไหม้ หรือมีไฟไหม้ในพื้นที่ดังกล่าว .................... การแตกของหน้าต่างจำนวนมากมายและส่วนที่ต่อยื่นออกไปมากกว่ามากกว่าการเสียหายของพื้นผิวโดยตลอดทั่วไปของห้องรับแขกที่ทำให้น่างงเสียจริงที่นักผจญเพลิงอาชีพที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์และเกี่ยวของกับการชนของเครื่องบินแปดสิบชั้นด้านบนคนหนึ่งบอกว่า ดูเหมือนว่าเครื่องบินชนห้องรับแขก .................... รายงานอื่น ๆ จากนักผจญเพลิงบอกว่าสำนักงานสอบสวนกลางประจำนิวยอร์กที่อยู่ชั้นที่ 22 23 และ 24 ของตึกเหนือถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง และคิดว่าเกิดจากระเบิด ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.americanfreepress.net/09_03_02/NEW_SEISMIC_/new_seismic_.html http://www.ldeo.columbia.edu/LCSN/Eq/WTC_20010911.html http://www.firehouse.com/tech/news/2002/0121_terrorist.html http://serendipity.magnet.ch/wot/bollyn2.htm http://www.newscientist.com/news/news.jsp?id=ns99991634 http://www.pbs.org/wgbh/nova/wtc/letters.html .................... มีแง่ที่น่าสนใจประการหนึ่งที่นอแรดอธิบายว่าทำไมถึงไม่สั่งการให้เครื่องบินรบจากฐานทัพที่อยู่ใกล้กับเครื่องบินที่ถูกจี้ เนื่องจากต้องใช้เพียงฐานทัพที่อยู่ในเครื่อข่ายป้องกันของนอแรดเท่านั้น ซึ่งมีเพียง 7 แห่งเท่านั้นทั่วสหรัฐ เทเลโดมิได้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย และทำไมเครื่องบินในฐานทัพนี้และฐานอื่น ๆ จึงไม่ทะยานขึ้นในชั่วโมงแรกหรือเร็วกว่านั้น เป็นไปได้ไหมที่มีการส่งเครื่องบินไปก่อนหน้านั้น และเป็นเครื่องบินที่บินตามอยู่หลัง เที่ยวบินที่ 93 ในขณะที่ยังไม่มีการรายงานในสื่อ แต่ก็สังเกตได้จากนักแผ่นดินไหวว่ามีเสียงระเบิดที่เกิดจากการผ่านความเร็วเสียงที่เพนซิลวาเนียตะวันตกเมื่อเวลา 0922 เป็นไปได้ไหมว่าเครื่องบินรบไล่ติดตาม ยูเอ 93 ....................1) เทอรี่ บัทเลอร์ จากสตอยทาวน์ เขาเห็นเครื่องบินบินมาจากก้อนเมฆ จนใกล้ถึงพื้น มันเคลื่อนที่ในลักษณะที่คุณไม่มีทางเชื่อ สิ่งต่อมาที่เขาเห็นคือหักเลี้ยวขวาอย่างเร็ว และพยายามที่จะบินขึ้นเพื่อหลบสันเขา แต่มันก็ยังเลี้ยวไปทางขวาและจากนั้นมันก็บินลับไปทางสันเขาซึ่งอีกไม่กี่วินาทีให้หลังมันก็ตก ....................2) เออนี่ สตุล เจ้าเมืองแช็งวิล ผมรู้จักอยู่สองคนที่ผมไม่ขอเอ่ยชื่อ ที่ได้ยินเสียงจรวดนำวิถี เขาอยู่ใกล้มาก ประมาณสองสามร้อยหลา หนึ่งในนั้นเคยรบในสงคราวเวียดนามและเขาบอกว่าเขาได้ยินเสียงมัน และเขาได้ยินเสียงมันในวันนั้น เขาได้เพิ่มเติมจากการที่เขาได้เรียนรู้ว่า เอฟ 16 อยู่ใกล้มาก ๆ ....................3) ลอรา เทมเยอร์ จากฮูเวอร์วิล เธออไม่เห็นเครื่องบินแต่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ ตอนนั้นเธอได้ยินเสียงที่ดังอย่างมากที่สะท้อนมาจากเนินเขาและจากนั้นเธอก็ได้ยินเครื่องยนต์ของเครื่องบิน เธอได้ยินเสียงดังอย่างมากสองครั้งและจากนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงของเครื่องยนต์เครื่องบินอีก เธอยืนยันว่ามีคนที่เธอรู้จักที่เกี่ยวกับหน่วยงานด้านบังคับใช้กฎหมายได้บอกเธอเป็นการส่วนตัวว่าเครื่องบินถูกยิงตก และสิ่งนั้นทำให้เกิดแรงดูดสิ่งของภายในเครื่องบินออกมา ซึ่งอธิบายเหตุผลว่าที่ไมทุ่งหญ้าจึ่งมีชิ้นส่วนของเครื่องบินแตกกระจัดกระจายอย่างมาก ....................4) ชาล์ส สทุทซ์ อยู่ห่างไปครึ่งไมล์จากจุดตก เครื่องบินไม่หันหัวไปทางตะวันออกเฉียงใต้และเครื่องยนต์ยังเดินอยู่ ไม่มีควันออกมาให้เห็น มันส่งเสียงดังกึกก้อง คุณรู้ ไหม มันเหมือนกับมันพยายามจะไปที่ใดที่หนึ่ง เขาเดา ....................5) ไมเคิล เมอริงเจอร์ ห่างไปสองไมล์จากจุดตก ผมได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นสองครั้งก่อนที่จะได้ยินเสียงที่ดังมากตามมา ....................6) ทิม เลนสบัว อยู่ห่างออกไป 300 หลา ผมได้ยินเสียง 10 15 วินาที และเสียงมันเหมือนกับเสียงสว่าน เสียงดังกล่าวสามารถอธิบายได้ว่าเครื่องบินได้บินกลับหัว ....................7) รอบ คิมเมล ห่างไปหลายไมล์จากจุดตก เขาเห็นเครื่องบินบินอยู่เหนือหัว หักเลี้ยวไปทางขวาอย่างรุนแรง โดยอยู่สูงไม่เกิน 200 ฟุตจากพื้นดินตามยอดเขาทางตะวันออกเฉียงใต้ เขาเห็นด้านบนของเครื่องไม่ใช้ด้านล่าง ....................8) อีริค ปีเตอร์สัน แห่งเมืองแลมเบิร์ตวิลล์ เขาเห็นเครื่องบินบินอยู่เหนือหัวที่ต่ำกว่าปกติ ดูเหมือนว่าเครื่องบินบินหมุนและหายไปจากสายตาหลังยอดไม้ ....................9) บอบ แบล์ แห่งสตอยสทาวน์ เขาเห็นเครื่องบินบินควงและกลับบนลงล่างก่อนที่จะตก มันบินไม่สูงกว่ายอดไม้มากนัก มีการกระโจนของเครื่องบินและเสียงแปลก ....................10) ผู้เห็นเหตุการณ์ที่ไม่เปิดเผยชื่อบอกว่าได้ยินเสียงระเบิดสองครั้งก่อนที่เขาจะเห็นเครื่องบินดังกล่าวดิ่งลงมา ....................11) ผู้เห็นเหตุการณ์ที่ไม่เปิดเผยชื่ออีกคนหนึ่งบอกว่าเห็นเครื่องบินอยู่เหนือหัว ในลักษณะหัวทิ่ม มีเสียงเสียดสี และจากนั้นก็ปักลงมาที่พื้นก่อนตก ....................12) ทอม ฟริทส์ ห่างออกไปหนึ่งในสี่ไมล์จากจุดตก เขาได้ยินเสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน และมองขึ้นไปบนท้องฟ้า มันตกลงมาในทันทีเหมือนกับก้อนหินอย่างรวดเร็ว ที่แม้แต่คุณก็ไม่สามารถจะบอกได้ว่ามันมีสีอะไร ....................13) เทอรี บัทเลอร์ อยู่ห่างสองสามไมล์จากแลมเบิร์ตวิลล์ มันตกมาจากก้อนเมฆ เครื่องบินมีการกระตุกขึ้นเล็กน้อย พยายามที่จะบินสูงขึ้น แต่ก็มีแต่เพียงบินไปทางขวาแล้วก็ตกลงมา ....................14) ลี เพอบอก ห่างไป 300 หลา มันเป็นเสียงที่ดังอย่างมากและมันอยู่ที่นั่น ห่างจากหัวผมไปสัก 50 ฟุต ผมเห็นมันเขย่า จากนั้นมันก็ดิ่งลงมา หัวปัก ตามด้วยเสียงระเบิดขนาดใหญ่ที่พื้นดิน ผมรู้โดยทันทีว่าไม่มีทางเลยที่จะมีผู้รอดชีวิตบนเครื่องบิน ....................15) ลินดา เชปเลย์ เฑอได้ยินเสียงระเบิดที่ดังมากและเห็นเครื่องบินเลี้ยวไปทางด้านหนึ่ง เธอเห็นเครื่องบินหักเลี้ยวไปซ้ายทีขวาที บินด้วยระยะสูงประมาณ 2500 ฟุต ในทันใดนั้นปีกด้านขวาก็ปักลงล่าง และแล้วเครื่องบินก็ตกลงมายังพื้นโลก เธอบอกว่าเธอเห็นเครื่องบินโดยไม่มีอะไรปิดบังสายตาในสองนาทีสุดท้ายของมัน ....................16) เคนลี ลิวเวอร์ไนท์ อยู่ที่สโตนี ครีก ทาวน์ชอบ เมืองแชงค์สวิลล์ ไม่มีควันไฟ มันพุ่งลงมา เธอเห็นส่วนท้องของเครื่องบิน เสียงของมันเหมือนกับอยู่ในระดับต่ำ และหันหัวไปทางตะวันออก ....................17) ทิม ทอนสเบิร์ก ทำงานอยู่ใกล้กับเหมือง มันบินต่ำเหนือต้นไม้และเริ่มส่ายไปมา จากนั้นก็เริ่มหมุนและบินกลับหัวสองสามวินาที และจากนั้นก็ดิ่งหัวลงใส่ต้นไม้ ความรู้สึกอย่างไรที่เกิดขึ้นกับคำให้การที่แตกต่างกันไป บางคนก็บอกว่ามันบินอยู่ระดับสองสามพันฟุตแล้วก็ดิ่งลงมา บางคนก็บอกว่ามันบินต่ำอย่างมาก หมุน บินขึ้น มีเสียงแปลก ๆ พลิก ในขณะเดียวกันก็มีความขัดแย้งของคำให้การ มีคำให้การสนับสนุนการยิงด้วยขีปนาวุธ เพราะจากเสียงเกิดขึ้นที่ดังอย่างมากและเครื่องบินที่พยายามที่จะบินขึ้นและอยู่ในอากาศ การพุ่งลงมาดูไม่เหมือนเกิดจากแรงบังคับให้เครื่องบินดิ่งลงมาที่พื้น แต่น่าจะเป็นผลที่เกิดจากเครื่องยนต์ล้มเหลว เครื่องบินที่ถูกยิงด้วยขีปนาวุธเครื่องอื่น ๆ สามารถบินต่อไปได้อีกหลายนาทีก่อนทีมันจะตกลงมา ตัวอย่างเช่น ขีปนาวุธรัสเซียสองลูกที่ยิงเครื่องบิน 747 ของเกาหลี เมื่อ พ.ศ. 2527 ซึ่งสามารถบินต่อไปได้อีกสองนาที
.................... ซูซาน แมคเอลเวน มองเห็นเครื่องบินเจ็ทสีขาวขนาดเล็กที่มีเครื่องยนต์อยู่ด้านท้ายโดยที่ไม่มีเครื่องหมายใด ๆ ให้เห็นบินในระดับต่ำเหนือรถมินิแวนใกล้ ๆ กับสี่แยกและหายไปเหนือยอดเขา ใกล้กับยอดของต้นไม้ที่อยู่บนสันเขา เธอเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวน้อยกว่าหนึ่งนาทีที่ยูเอ 93 ตกลงและสะเทือนบริเวณนอกเมือง .................... เดนนิส เด็กเกอร์ และ ริค ชานี เด็กเกอร์บอกว่า ทันทีที่เรามองเห็น หลังจากที่ได้ยินยูเอ 93 ตก เราเห็นเครื่องบินเจ็ทขนาดกลางบินด้วยความเร็วสูงในระยะที่ต่ำมาก มันบินตีวงหรือส่วนหนึ่งของวงกลมและจากนั้นก็เลี้ยวด้วยความเร็วก่อนที่จะหันหัวออกไป เด็กเกอร์และชานีพรรณนาว่าเครื่องบินเป็นเครื่องยนต์ด้านท้าย มีการติดตั้งเครื่องยนต์อยู่ด้านหางและมีสีขาวแต่ไม่มีเครื่องหมายแต่อย่างใด มันเป็นเครื่องบินเจ็ท มันบินอยู่ใกล้มากตอนที่เครื่องบิน 757 ตกลงมา และถ้าเขาเป็นเจ้าหน้าที่สอบสวนกลาง เขาจะต้องหาว่าใครเป็นนักบินของเครื่องบินนั้น .................... จิม แบรนท์ และทอม สไปเนลโล ทั้งคู่รายงานว่าได้เห็นเครื่องบินขนาดเล็กที่ไม่มีเครื่องหมายยังคงอยู่ต่ออีก 1 2 นาที เหนือบริเวณที่เครื่องบินตกก่อนบินไป ต่อมาสำนักงานสอบสวนกลางได้บอกว่าเป็นเครื่องบินเจ็ทธุรกิจ แฟร์ชายด์ ฟอลค่อน 20 ได้รับคำสั่งให้บินไปที่บริเวณเครื่องที่ตกจากระดับ 37000 ฟุต ไปที่ 5000 ฟุต และรักษาการประสานงานบริเวณจุดตกเพื่อให้การช่วยเหลือ สำนักงานสอบสวนกลางยังได้บอกอีกว่า มีเครื่องบินลำเลียงทหาร ซี 130 ในระดับ 24000 ฟุต ห่างออกไป 17 ไมล์ แต่เครื่องดังกล่าวไม่ได้ติดอาวุธ และไม่มีบทบาทที่เกี่ยวข้องกับการตกของเครื่องบิน เป็นไปได้ไหมที่เครื่องบินเจ็ทเป็นหนึ่งในจำนวนเครื่องบินลาดตระเวน และ ซี 130 ที่กล่าวเป็นผู้ควบคุมเครื่องบินรบเข้ามาในพื้นที่
.................... ในขณะที่เริ่มต้นการพังทลายลงมาของตึกเหนือ ได้มีสิ่งที่เกิดขึ้นมีความแรงเท่ากับแผ่นดินไหว ระดับ 2.3 แม็กนีจูด กราฟกระชากแหลมที่อยู่ในข้อมูลเครื่องวัดแผ่นดินไหวเอนเอียงไปทางทฤษฎีว่าเป็นไปได้ที่จะมีการระเบิดขนาดใหญ่ที่ระดับชั้นต่ำสุดของฐานรากที่ซึ่งแท่งเหล็กกล้าด้านตั้งหนุนตึกที่ตั้งอยู่บนฐานหินซึ่งเป็นเหตุผลที่มำให้เกิดการถล่มลงมา
.................... มีการถกแถลงและอภิปรายอยู่บ้าง เชนี่มีคีวามกังวลว่าการก่อการร้ายอาจจะพยายามที่จะใช้การเด็ดหัวรัฐบาล ด้วยการสังหารผู้นำ ซึ่งบุชเห็นด้วย
.................... ตอนที่เขากล่าวถึงประโยคสุดท้าย ดูเหมือนว่าเขาจะมีความเข้มแข็งมากขึ้น ความเข้มแข็งของชาติที่ยิ่งใหญ่กำลังถูกทดสอบ เขาบอกด้วยน้ำเสียง เหมือนการสวดมนต์ต่ออีกว่า แต่จะต้องไม่ทำผิดพลาด เราจะแสดงให้โลกเห็นว่าเราจะผ่านการทดสอบ .................... คำกล่าวของเขาถูกส่งต่อไปยังเครือข่ายสื่อร่วม ทำให้มีการล่าช้าเล็กน้อยก่อนที่ทั้งชาติจะเห็นเขา คำปราศรัยทั้งหมดของเขาประกอบด้วยคำเพียง 219 คำและบุชไม่ได้ถูกถามจากนักข่าวแต่อย่างใด
.................... บนเครื่องบิน บุช เอ่ยปากอย่างฉุนเฉียวที่เขาอยู่ห่างจากทำเนียบขาว ผมต้องการกลับบ้านเร็วที่สุด เขาบอกคาร์ด ตามบันทึกการสนทนา ผมไม่ต้องการให้ใครมารั้งเขาไว้นอกวอชิงตัน
.................... ผู้ช่วยบางคนได้บอกว่าบุชพูดว่าเขาจะกลับเข้าวอชิงตันช่วงท้ายของวันนี้ ยกเว้นเสียแต่ว่าจะมีภัยคุกคามที่นอกเหนือความคาดหมาย เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการลับอาวุโสบนเครื่องบินกองทัพอากาศหมายเลข 1 บอกบุชว่าสถานการณ์ยังคงไม่คงที่ที่จะเหมาะแก่การเดินทางกลับไป สิ่งที่ถูกต้องคือต้องปล่อยให้ฝุ่นหายตลบเสียก่อน คาร์ดบอก
.................... ทีเนท ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองกลาง รายงานว่าเขาเห็นค่อนข้างชัดเจนว่า อูซามะ บิน ลาเด็น และเครือข่ายของเขาอยู่เบื้องหลังการโจมตี จากการตรวจสอบรายชื่อผู้โดยสารของเครื่องบินที่ถูกจี้พบว่ามีรายชื่อของกลุ่มอัลเกด้าปฏิบัติการอยู่สามคนจากเอเอ 77 ที่พุ่งชนตึกเพนทากอน กรุณาตรวจดูรายชื่อผู้โดยสาร (ไม่มีชื่อของผู้โดยสารอารบิกเลยในรายชื่อ) .................... หนึ่งในกลุ่มคือ กาลิด อัลมิดฮาร์ ได้ผุดขึ้นมาในความสนใจของหน่วยข่าวกรองกลางเมื่อปีก่อน ตอนที่เขาเดินทางผ่านมาจากมาเลเซียและพบกับผู้ต้องสงสัยสมาชิกของอัลเกด้าคนสำคัญเมื่อมีการก่อการร้ายโจมตีด้วยระเบิดปี 2543 ต่อเรือรบโคลของสหรัฐ สำนักงานสอบสวนกลางได้รับแจ้งเกี่ยวกับ อัล มิดฮาร์ และได้จัดเขาอยู่ในบัญชีเฝ้าติดตาม แต่เขาก็สามารถเล็ดลอดเข้ามาในสหรัฐได้ในห้วงฤดูร้อนและสำนักงานก็ได้ตามหาเขาตั้งแต่บัดนั้น ทีเนทบอกว่าอัลเกด้าเป็นองค์กรก่อการร้ายแห่งเดียวของโลกที่มีความสามารถในการวางแผนโจมตีที่มีระบบและสอดคล้องเช่นนี้ได้ เขายังบอกอีกว่าการเฝ้าติดตามทางการข่าวได้มีการตรวจพบว่ามีกลุ่มก่อการร้ายในเครือข่ายของอุสซามะ บิน ลาเด็นได้แสดงความยินดีต่อกันและกันหลังจากการโจมตี การเฝ้าติดตามทางด้านการข่าวยังพบอีกว่าเจ้าหน้าที่มอสซาด 5 คนได้แสดงความยินดีต่อกลุ่มตนเองหลังจากการโจมตีเช่นกัน อิสราเอลเป็นประเทศการก่อการร้ายแห่งเดียวในโลกที่มีขีดความสามารถที่จะดำเนินการโจมตีที่มีการประสานงานเป็นอย่างดีและกล่าวโทษไปยังประเทศอื่น เขายังบอกอีกว่าจากการรวบรวมข่าวสารก่อน 11 กันยายน แต่ก็ได้แต่เพียงประเมินได้แต่เพียงว่าจะมีการปฏิบัติการอย่างหนึ่งที่ใหญ่มากเท่านั้น แต่ไม่มีการกำหนดวันเวลา และสถานที่ในการดำเนินการโจมตีที่ชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้หน่วยข่าวกรองกลางและสำนักงานหน่วยสอบสวนกลางเตรียมการป้องกัน .................... ตั้งหูให้ชันไว้ บุชบอกแก่ทีเนทและคนอื่น ๆ ภารกิจหลักในการดำเนินการครั้งนี้คือการค้นหาพวกมันและจับมันมาให้ได้ น้ำเสียงของเชนียังคงมีความสนใจว่าอาจจะมีการจี้เครื่องบินอยู่อีกในตอนนี้ ทีเนทกล่าวว่าเนื่องจากการโจมตีทั้งหมดได้เกิดขึ้นเกิดก่อนเวลา 1000 ซึ่งเป็นไปได้ว่ามันเป็นการปฏิบัติการทั้งหมดในวันนี้แต่ไม่มีทางที่จะเชื่อได้ว่ามันจะหมดไปอย่างแท้จริง ผู้อำนวยการสำนักสอบสวนกลาง มูลเลอร์ ได้กล่าวถึงหัวข้อน่าสนใจที่เกี่ยวกับการสอบสวนยังคงไม่รู้ว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายสามารถเจาะผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานเข้าไปได้ ทีเน็ทกล่าวว่าเราจะต้องรู้ให้ได้ว่ามันเกิดได้อย่างไรก่อนที่จะอนุญาตให้เครื่องบินขึ้นบินต่อไปได้ .................... ผมจะประกาศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น แต่เราจะต้องไม่ถูกทำให้เหมือนการถูกจับตัวประกัน บุชยืนยัน เราจะบินไปในวันพรุ่งนี้ เขาบอก แม้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกถึงสามวันที่จะให้สายการบินพาณิชย์บินต่อได้และลดเที่ยวบินลง .................... บางคนได้แสดงความเห็นว่าเจ้าหน้าที่นิวยอร์กได้ถามว่าพวกเขาได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ในรับผิดชอบกลับไปทำงานในวันรุ่งขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะคนที่ทำงานในส่วนของธนาคารและตลาดการเงิน ผู้ก่อการร้ายโจมตีได้เสมอ รัมเฟลบอก เพนตากอนจะกลับไปทำงานตามปกติวันพรุ่งนี้ ประชาชนที่นิวยอร์กควรกลับไปทำงาน ประธานาธิบดีกล่าว ธนาคารต้องควรเปิดทำการพรุ่งนี้ .................... บุชสอบถามถึงการเดินทางกลับเข้าวอชิงตัน แม้ว่าเขาจะพึ่งบอกกับคณะเดินทางว่าเขาจะบินกลับทันที่หลังจากการประชุมผ่านระบบวีดีโอ เชนีแนะนำให้ประธานาธิบดีเดินทางกลับและกล่าวปราศรัยที่แอนดริว แต่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการลับยังคงยืนยันว่าไม่ปลอดภัย ผมจะกลับ บุชกล่าว .................... เมื่อการประชุมเสร็จสิ้นลง เราจะต้องหาคนพวกนั้นให้ได้ มันจะต้องชดใช้ และผมไม่ต้องการให้มีข้อสงสัยใด ๆ อีก .................... ในระหว่างการการประชุมทางวีดีโอกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ จอร์จ ทีเนท ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองกลางได้ส่งผ่านข่าวสารที่ยังไม่ยืนยันแก่บุช ทีเนทกล่าวว่า เขามีความเห็นค่อนข้างชัดเจนว่า อูซามะ บิน ลาเด็น และเครือข่ายของเขาอยู่เบื้องหลังการโจมตี
.................... เห็นได้ว่า เมื่อกองทัพอากาศหมายเลข 1 ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติซาราโซตา เบรเด็นตัน เมื่อ 0959 ไม่มีเครื่องบินทหารให้การป้องกันเป็นพิเศษแต่อย่างใด แม้ว่าในขณะนั้นจะยังคงมีนับร้อยเครื่องบินอยู่ในอากาศ และจะมีใครเลยรู้บ้างว่ามีจำนวนเท่าไรในจำนวนนั้นมีความมุ่งร้าย อีกนั่นแหละ ตอนที่กองทัพอากาศหมายเลข 1 เดินทางกลับถึงบ้านที่ฐานทัพอากาศแอนดริว และไม่มีสายการบินใดเลยอยู่ในอากาศ และขณะนี้มีเครื่องบินเจ็ทประกบเขาถึงสามลำ .................... ทำไมสถานีโทรทัศน์แต่ละช่องถึงได้แสดงให้เห็นว่าเครื่องบินรบให้การป้องกันเขาในการเดินทางกลับจากหน่วยบัญชาการยุทธศาสตร์ทางอากาศจากฐานทัพอากาศออฟฟัท ไปยังฐานทัพอากาศแอนดริว ทำให้ดูราวกับว่าพวกเขาอยู่ที่นั่นตลอดเวลาซึ่งในที่จริงเขาไม่ได้อยู่จริง แล้วทำไมเมื่อเขาต้องการการคุ้มครองจากเครื่องบินรบเป็นอย่างมาก เครื่องบินเหล่านั้นถึงหายหัวไปหมด แต่ดันมาเสนอหน้าตอนที่ท้องฟ้ามีแต่ความว่างเปล่า .................... เราจับภาพและบันทึกวีดีโอของบุชในขณะที่เขาเดินทางถึงท่าอาศยานนานาชาติซาราโซต้า เบรเด็นตันและการเหินฟ้าขึ้นของกองทัพอากาศหมายเลข 1 ที่ไม่มีการป้องกันพิเศษจากทางทหาร ลองไปดูได้ที่ http://www.AttackOnAmerica.net/AirForceOneLeavingSarasota.ra .................... อีกประการหนึ่ง กรุณาดูหัวข้อของบีบีซีเมื่อ 30 สิงหาคมที่กล่าวไว้ว่า ในทันทีที่เกิดเหตุการณ์เขย่าขวัญด้วยการโจมตี เครื่องบินรบสหรัฐได้ทยานขึ้นฟ้าเพื่อปกป้องอเมริกันจากการโจมตีที่อาจจะเกิดขึ้นอีก ภารกิจของพวกเขาคือการปกป้องประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช และการสกัดกั้นเครื่องบินที่ถูกจี้และมุ่งมายังเป้าหมายต่าง ๆ ในสหรัฐ ท่านสามารถดูได้ที่ http://news.bbc.co.uk/1/hi/world/americas/2222205.stm
.................... เพาเวล เดินทางจากเปรูมาถึงวอชิงตัน พรรณาถึงงานด้านการทูตในทันที การดำเนินการต่ออัฟกานิสถานและการปกครองของตาลีบัน ที่อุปถัมภ์บิน ลาเด็น และปากีสถานเพื่อนบ้าน ที่มีความแนบแน่นกับการปกครองตาลีบันมากกว่าชาติอื่นใด เราจะต้องทำความชัดเจนให้ปรากฏต่อปากีสถานและอัฟกานิสถานว่านี่คือเวลาที่จะบรรเลงแล้ว เพาเวลบอก .................... นี่เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ บุชบอกและเพิ่มเติมอีกว่าการบริหารจัดการมีโอกาสที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์กับประเทศต่าง ๆ รอบโลก รวมทั้งรัสเซียและจีน คราวนี้ไม่เพียงแต่การกวาดล้างบิน ลาเด็นเท่านั้น เขาชี้ชัด .................... เชนี ได้ยกปัญหาด้านการทหารที่จะแก้เผ็ดต่อฐานที่ตั้งของอัลเกด้า และให้ข้อสังเกตว่าอัฟกานิสถานที่เป็นประเทศที่มีการสังหารจากสงครามมามากว่าสองทศวรรษ จะเป็นการยากที่จะหาเป้าหมายในการถล่ม .................... บุชได้ย้อนกลับไปยังปัญหาสถานที่หลบไปพึ่งใบบุญของอุสซามะ บิน ลาเด็น ในอัฟกานิสถาน ทีเนท บอกว่าพวกเขาจะต้องปฏิเสธผู้ก่อการร้ายด้วยการให้ที่พักพิงด้วยการโจมตีเป้าหมายตาลีบันเช่นเดียวกัน บอกตาลีบันไปได้เลยว่าเราจะทำให้ทั้งหมดหมดสิ้นในคราวเดียวกัน เขาเรียกร้อง .................... รัมเฟลบอกว่าปัญหาไม่ได้อยู่เพียงที่บินลาเด็นและอัลเกด้า แต่เป็นประเทศที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้าย จุดเป้าหมายที่อยู่ในคำปราศรัยของประธานาธิบดีเมื่อคืนนี้ .................... บุชบอกว่า เราต้องบังคับให้ประเทศต่าง ๆ เลือก .................... หลังจากสิ้นสุดการประชุมและบุชเดินทางกลับที่พัก เขาและภรรยาได้ถูกปลุกโดยเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการลับ เจ้าหน้าที่ได้เร่งให้ทั้งสองลงบันใดไปยังป้อมปราการเพราะมีรายงานว่ามีเครื่องบินไม่ทราบฝ่ายอยู่ในพื้นที่ บุชอยู่ในอาการวิ่งที่แต่งกายด้วยกางเกงขาสั้นและเสื้อยืด ในขณะที่เขาวิ่งลงไปตามบันได ผ่านไปตามอุโม ค์เพื่อไปยังป้อมการใต้ดิน ต่อมาพิสูจน์ว่าเป็นการแจ้งเตือนที่ผิดพลาด และบุชได้กลับไปยังที่พักเพื่อพักผ่อนในช่วงที่เหลือของคืนนั้น .................... เขาทำเช่นเดียวกับพ่อของเขา บุชพยายามที่จะบันทึกประจำวันเกี่ยวกับความคิดและสิ่งที่เขาได้เห็น คืนนั้นเขาได้บันทึกว่า เพิร์ล ฮาร์เบอร์ ของศรรตวรรธที่ 21 ปรากฏขึ้นในวันนี้ .................... เราคิดว่ามันเป็น อุสซามะ บิน ลาเด็น เราคิดว่ายังคงมีเป้าหมายอื่นอีกในสหรัฐ แต่เราจะร้องขอให้ประเทศกลับไปอยู่ในสถานการณ์ปกติ เราไม่ปล่อยให้พวกผู้ก่อการร้ายยึดเราเป็นตัวประกันได้ ความหวังของเขาคือนี่เป็นสิ่งที่ให้โอกาสแก่เราที่จะรวบรวมโลกต่อต้านการก่อการร้าย
![]() กลับสู่หน้าหลัก |
![]() กลับสู่หน้าหลัก ![]() เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ |
|
|
บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 22 ก.พ. 47 ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม ICQ ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน Contact list ใน ICQ ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วเลือก Web Page address (URL) หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมา ดูว่าตรงกับชื่อ address ในเบราเซอร์ แล้วกด Send ได้เลย ท่านสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงได้การพิมพ์ลงในช่องด้านล่างเรียบร้อย แล้วกด Send ได้เลยครับ |
||