" การรุกเป็นการตั้งรับที่ดีที่สุด "
การก่อการร้ายของ อัล เคดา Al Queda และ โอซามา บิน ลาเดน Osama bin Laden และจินตนาการของผม ท่านคิดอย่างไร&xoxox

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

..............ผมคงไม่อยู่ในฐานะที่จะให้ความเห็นใด ๆ ที่เกี่ยวข้องการที่มีกลุ่มก่อการร้ายปล้นอาวุธกว่าสามร้อยกระบอก จากกองพันพัฒนาที่ 4 ที่ตั้งอยู่ที่ จว. นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 3 มกราคม 2547 และเหตุการณ์สังหารเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งพระสงฆ์อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้จนถึงปัจจุบัน เนื่องจาก ผมเองไม่ได้รู้รายละเอียดไปมากกว่าผู้ที่อ่านหนังสือพิมพ์ทุกวัน เพียงแต่ผมเองมีความรู้สึกบางอย่างที่อาจจะเหมือนกับผู้อ่านบางท่านก็ได้เมื่อท่านได้อ่าน เรื่องราวของ กลุ่มก่อการร้าย อัลเคดา และโอซามา บิน ลาเดน ผู้ให้กำเนิดกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าว ที่ผมรวบรวมและเรียบเรียงจากบทความในอินเตอร์เนทที่เป็นภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาไทยจบลงและใช้สติปัญญาที่มีอยู่วิเคราะห์การเชื่อมโยงต่าง ๆ เพื่อให้การลับสมองและก่อให้เกิดความคิดเพื่อนำไปใช้ในหน้าที่ที่ท่านอาจจะรับผิดชอบต่อบ้านเมืองในฐานนะคนไทยคนหนึ่งเช่นเดียวกับผม อ่านจบแล้วคิดอะไรออกก็บอกกันบ้างนะครับ

๑. บทนำ
..............๑.๑ อัลเคดา เป็นภาษาอารบิคแปลว่า ฐานทัพ หรือ ค่ายทหาร ซึ่งหมายความถึงการเป็นฐานทัพหรือค่ายทหารสำหรับการสู้รบของการปฏิวัติอิสลามทั่วโลก และกลายเป็นเครือข่ายก่อการร้ายนานาชาติในเวลาต่อมา อัลเคดาก่อกำเนิดโดย โอซามา บิน ลาเดน อดีตเศรษฐีผู้มั่งคั่งของซาอุดิอารเบีย เมื่อกลางทศวรรษที่ ๒๕๒๐ โดยมีจุดประสงค์สนับสนุนความพยายามของอัฟกานิสถานในการขับไล่กองทัพสหภาพโซเวียตที่ยึดครองประเทศและประสพความสำเร็จในที่สุด จากผลของชัยชนะในอัฟกานิสถานทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ติดตามมาคือ จีฮัท หรือ สงครามศักดิ์สิทธิ์ โดยหลังจากสิ้นสุดสงครามในอัฟกานิสถานมูจาฮีดิน (นักรบศักดิ์สิทธิ์) ที่ได้รับการฝึกและผ่านการรบได้เดินทางกลับบ้านเกิดเมืองนอนของตน เช่น อียิปต์ อัลจีเรีย และซาอุดิอารเบีย พร้อมด้วยประสบการณ์สงครามศักดิ์สิทธิ์ แต่นักรบส่วนนึ่งยังคงปรารถนาที่จะทำสงครามนั้นต่อไป แต่ปรปักษ์ของพวกเขาครั้งนี้ คือ สหรัฐและพันธมิตรซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นมหามิตรที่ให้การสนับสนุนพวกเขามา เป้าประสงค์ของจิฮัทครั้งใหม่คือ การกวาดล้างอิทธิพลจากตะวันตกโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐออกจากประเทศมุสลิม และจัดตั้งการปกครองโดยผู้ที่เชื่อถืออิสลามเข้าแทนที่
..............๑.๒ อัลเคดา และโอซามา บิน ลาเดน สองชื่อนี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและรวดเร็วในชั่วเวลาข้ามคืน ของผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบความมั่นคงของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมทั้งประชาชนโดยทั่วไป หลังจากเหตุการณ์สะท้านโลก ๑๑ กันยายน ๒๕๔๔ หรือ ๙/๑๑ ที่สหรัฐ ชาติมหาอำนาจหนึ่งเดียวของโลกปัจจุบันถูกท้าทายอย่างเจ็บปวดที่สุดจนหาสิ่งเสมอเหมือนได้ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ การก่อการร้ายโจมตีอาคารเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ ที่นิวยอร์กและอาคารกระทรวงกลาโหม หรือ เพนตากอน วอชิงตันดีซี ของสหรัฐ ในวันนั้นผู้ก่อการร้าย ๑๙ คนได้จี้เครื่องบินโดยสารจำนวน ๔ ลำหลังจากที่ได้ทะยานขึ้นจากท่าอากาศยานได้ไม่นาน เครื่องบินสองลำถูกบังคับให้บินพุ่งชนอาคารแฝดศูนย์การค้าโลกและพังทลายลงมาในเวลาไม่นานนัก เครื่องบินลำที่สามได้พุ่งโจมตีอาคารเพนตากอน ที่ตั้งของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ โดยก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่ออาคารด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ในขณะที่ผู้โดยสารของเครื่องบินลำที่สี่ซึ่งทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเครื่องบินสามลำแรกได้รวมกันต่อสู้ผู้ก่อการร้ายจนทำให้เครื่องบินลำตกลงในท้องทุ่งของรัฐเพนซิลเวเนีย จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ทั้งสี่นั้นรวมทั้งสิ้น ๓,๐๕๖ คน ซึ่งนับเป็นการสังหารคนสหรัฐมากที่สุดในวันเดียวนับตั้งแต่สงครามกลางเมือง และเป็นครั้งแรกที่สหรัฐถูกข้าศึกโจมตีใจกลางทวีปนับตั้งแต่ทหารอังกฤษบุกเผาบ้านพักประธานาธิบดีกลางกรุงวอชิงตันเมื่อหลายร้อยปีก่อน
..............๑.๓ การปฏิบัติการที่สำคัญอื่น ๆ ของอัลเคดานั้น ยังมีการโจมตีแบบระเบิดพลีชีพต่อสถานทูตสหรัฐ ในเคนยาและทันซาเนีย ปี ๒๕๔๑ และการโจมตีเรือรบสหรัฐ ยูเอสเอส โคล ที่เยเมน ในปี ๒๕๔๓ รวมทั้งการวางระเบิดที่บาหลีในปี ๒๕๔๕
..............๑.๔ อัลเคดาได้กลายเป็นสัญญลักษณ์ของกลุ่มก่อการร้ายมุสลิมที่มีศักยภาพการทำลายล้างสูงและเป็นศัตรูหมายเลข ๑ ของความสงบสุขของสหรัฐและพันธมิตรอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การต่อสู้สองฝ่ายที่ฝ่ายหนึ่งคือ สหรัฐและพันธมิตรซึ่งได้ทุ่มเททรัพยากรตลอดจนขีดความสามารถทั้งมวล กับอีกฝ่ายหนึ่งคือ อัลเคดาและผู้อุปถัมภ์ที่ไม่เปิดเผยซึ่งใช้รูปแบบการก่อการร้ายจะต้องใช้เวลาอีกเท่าไรหรือผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรนั้น คงจะต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

๒. ก่อนจะเป็น อัลเคดา
..............๒.๑ โอซามา บิน ลาเดน ได้ก้าวสู่เส้นทางการเป็นนักรบศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ ปีเดียวกันที่กองทัพสหภาพโซเวียตบุกเข้ายึดอัฟกานิสถาน เขาได้เปลี่ยนสถานภาพจากนักธุรกิจซาอุดิอารเบียเพื่อเดินทางเข้าสู่อัฟกานิสถานพร้อมด้วยคนงานที่จงรักภักดีหลายร้อยคนและเครื่องมือจักรกลหนักจำนวนหนึ่ง เพื่อมุ่งมั่นปลดปล่อยดินแดนที่ถูกยึดครองด้วยผู้รุกรานนอกศาสนา แต่เขาได้พบแต่แรกว่าชาวอัฟกันขาดทั้งสาธารณูปโภคพื้นฐานและขีดความสามารถของบุคคลที่จะทำการรบต่อสงครามที่ยืดเยื้อ เขาจึงคิดจัดการแก้ปัญหาทั้งสองไปพร้อมกัน สิ่งแรกที่เขาได้ทำคือ การจัดตั้งโครงการระดมพลโดยร่วมกับ นายอับดุลลา อัซซาม ผู้นำกลุ่มพี่น้องมุสลิมปาเลสไตน์ และจัดสำนักงานที่จะรับสมัครทหารอาสา หรือ สำนักงานระดมพล ในปี ๒๕๒๗ หน้าที่ของสำนักงานระดมคือการเป็นสถานที่รับสมัครและศูนย์ประสานงานสำหรับกองพลน้อยมุสลิมนานาชาติที่สู้รบในอัฟกานิสถาน
..............๒.๒ ตลอดห้วงทศวรรษของความขัดแย้ง สำนักงานระดมพลได้ประกาศไปยังโลกอาหรับเพื่อรับสมัครหนุ่มชาวมุสลิมเข้าสู้รบในอัฟกานิสถาน โดยจัดตั้งสำนักงานสาขาไปยังที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งรวมถึง สหรัฐ และยุโรปด้วย บิน ลาเดน จะให้การสนับสนุนการเดินทางของผู้สมัครใหม่มายังอัฟกานิสถานและค่าใช้จ่ายสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อทำการฝึก รวมทั้งเป็นธุระจัดหาผู้เชี่ยวชาญด้านสงครามกองโจร และการบ่อนทำลายจากทั่วโลก ในขณะที่กลุ่มต่อสู้อัฟกันให้สถานที่และทรัพยากรอื่น ๆ มีรายงานว่าสำนักงานระดมพลได้ฝึก ติดอาวุธ และให้การสนับสนุนการเงินแก่มูจาฮีดิน ประมาณ ๑๐,๐๐๐ นาย ที่มาจากประเทศต่าง ๆ กว่า ๕๐ ประเทศ โดยเป็นชายฉกรรจ์จากซาอุดิอารเบียมากถึงครึ่งหนึ่งของผู้สมัคร ส่วนที่รองลงมาได้แก่ อัลจีเรีย อียิปต์ รวมทั้งมุสลิมจากประเทศอื่น ๆ เช่น เยเมน ปากีสถานและซูดาน การที่ชาวซาอุดิอารเบียมีจำนวนมากในจำนวนผู้สมัครทั้งหมดนั้นเป็นเพราะ ความเด่นดังของตระกูลและชื่อเสียงของบิน ลาเดนที่มีอยู่ในซาอุดิอารเบียเป็นอิทธิพลและแรงจูงใจอย่างสูงยิ่ง รวมทั้งการสั่งสอนของอิสลามที่เข้มงวดในซาอุดิอารเบียเป็นแรงผลักดันให้เด็กหนุ่มในประเทศตอบรับการเรียกร้องให้เข้าทำการรบในอัฟกานิสถาน
..............๒.๓ มหาอำนาจปะทะมหาอำนาจ : สงครามในอัฟกานิสถานเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งของการเผชิญหน้ากันระหว่างมหาอำนาจทั้งสองคือ สหรัฐและสหภาพโซเวียต ในเวลานั้นสหรัฐมีเป้าประสงค์เดียวกับมูจาฮีดินของบิน ลาเดน คือการขับไล่สหภาพโซเวียตออกจากอัฟกานิสถาน จึงทำให้ผลการสู้รบเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมครั้งหนึ่งในปฏิบัติการแฝงเร้นทั้งมวล โดยที่แต่ละปีของการรบหน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐ ได้ทุ่มเงินมากกว่า ๕๐๐ ล้านเหรียญ เพื่อติดอาวุธและฝึกฝนมูจาฮีดินที่ข้นแค้นและไม่เคยใช้อาวุธมาก่อนให้รบกับสหภาพโซเวียต และให้การสนับสนุนผู้นำของกลุ่มอัฟกันที่ถูกจัดตั้งเพื่อทำสงครามกองโจร ในเวลาต่อมาทางการสหรัฐได้ให้คำตอบอย่างคลุมเครือต่อคำถามที่ว่า โอซามา บิน ลาเดน เป็นหนึ่งในผู้นำเจ็ดกลุ่มของมูจาฮีดินที่สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐเลือกในเวลานั้นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ได้มีการประเมินว่า อาวุธที่มีเทคโนโลยีสูงต่าง ๆ ของสหรัฐรวมทั้งจรวดนำวิถีต่อสู้อากาศยานสติงเกอร์ จำนวนมากตกอยู่ในการครอบครองของอัลเคดาจนถึงทุกวันนี้
..............๒.๔ มูจาฮีดินประสบความสำเร็จในการสู้รบเพื่อขับไล่สหภาพโซเวียต กองทัพนักรบแห่งหมู่ชนอันกระจัดกระจายสามารถเอาชนะชาติมหาอำนาจที่ทันสมัยมากกว่าไม่ว่าจะเป็นการจัดและยุทโธปกรณ์ การถอนทัพกลับไปของสหภาพโซเวียตได้ทิ้งไว้ข้างหลัง ซึ่งอาวุธจำนวนมากมายมหาศาลและนักรบอิสลามนับพันคนจากประเทศมุสลิมทั่วโลกซึ่งกำลังจะกระจายตัวออกจากอัฟกานิสถานไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อภารกิจที่รุนแรงยิ่งกว่าที่เคยมีมา

๓. กำเนิด อัลเคดา
..............๓.๑ ห้วงสุดท้ายของการต่อสู้กับสหภาพโซเวียต บิน ลาเดน และอัซซามมีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง การไม่ลงรอยกันเกิดจากทางเลือกที่จะดำเนินการต่อไปของสำนักงานระดมพลว่าจะมุ่งเป้าหมายเพียงแต่อัฟกานิสถานตามที่อัซซามต้องการ หรือจะขยายผลต่อให้เป็นจิฮัทระดับโลก ตามความคิดของบิน ลาเดน ซึ่งได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากนักทฤษฎีอิสลามสุดขั้ว ที่สั่งสอนว่าจิฮัทเป็นความรับผิดชอบของปัจเจกบุคคลของมุสลิมทั้งมวลที่จะสถาปนาการปกครองอิสลามบริสุทธิ์ในประเทศของตน แม้ว่าต้องใช้ความรุนแรง และแนวความคิดที่ต้องการแยกการปกครองและศาสนาออกจากกัน รวมทั้งระบอบประชาธิปไตยที่สหรัฐศัตรูของอิสลามชี้นำเป็นสิ่งที่ผิด
..............๓.๒ แนวทางกว้าง ๆ ของอัลเคดาก่อเป็นรูปร่างในปี ๒๕๓๐ จากความสำเร็จของมูจาฮีดินที่ขับไล่หนึ่งในสองมหาอำนาจออกจากแผ่นดินมุสลิมซึ่งส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อจิตใจของบิน ลาเดน อย่างมาก เขาเชื่อว่าการเอาชนะโซเวียตได้นั้นก่อให้เกิดปฏิกริยาลูกโซ่ต่อเนื่องไปยังเหตุการณ์การล่มสลายของสหภาพโซเวียตและการพังทลายของระบบคอมมิวนิสต์ ซึ่ง บิน ลาเดนได้สรุปว่าการเผชิญหน้ากับสหรัฐจะมีส่งผลออกมาเช่นเดียวกัน โดยสุดท้ายจะทำให้สหรัฐถอนตัวออกจากโลกมุสลิมและอาหรับ รวมทั้งการล้มล้างการปกครองที่ฉ้อฉลและนิยมตะวันตกในประเทศนั้น ๆ อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การแยกตัวออกของอัลเคดาจากสำนักงานระดมพลอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นในปี ๒๕๓๒ ปีที่โซเวียตถอนตัวออกจากอัฟกานิสถานและเป็นปีเดียวกับ อัซซามผู้ร่วมก่อตั้งสำนักงานระดมพลถูกลอบสังหาร ซึ่งกระแสข่าวได้พุ่งเป้าไปที่ บิน ลาเดน เป็นผู้กระทำ

๔. การพัฒนาการของ อัล เคดาและบิน ลาเดน
..............๔.๑ พ.ศ. ๒๕๓๒ หลังจากได้รับชัยชนะในอัฟกานิสถาน โอซามา บิน ลาเดน ได้เดินกลับมายัง ซาอุดิอารเบีย บ้านเกิด พร้อมกับกองบัญชาการอัลเคดาซึ่งเคยตั้งอยู่ที่ อัฟกานิสถานและปากีสถานได้ย้ายไปอยู่ที่ประเทศซูดาน หลังจากนั้นไม่นานสงครามอ่าวเปอร์เซียก็ระเบิดขึ้น เมื่อ อิรัก กรีฑาทัพเข้ายึด คูเวต ในคืนวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๓๓ ทำให้ซาอุดิอารเบียต้องยอมให้กำลังทหารสหรัฐเข้ามาตั้งในประเทศเพื่อขับไล่ทหารของซัดดัม ฮุดเซ็น ออกจากคูเวต ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นจุดกำเนิดความไม่พอใจสี่ประการที่ บิน ลาเดน และอัลเคดา มีต่อสหรัฐ อันได้แก่ ประการแรก บิน ลาเดนถือว่า สหรัฐ เป็นพวกนอกศาสนา ตามหลักการศาสนาอิสลามของกลุ่มหัวรุนแรง ประการที่สอง สหรัฐในสายตาของ บิน ลาเดน เป็นผู้ให้การสนับสนุนหลักต่อรัฐบาลหรือองค์กรต่าง ๆ ในโลกที่เป็นศัตรูกับอิสลาม ประการที่สาม คือ อัลเคดาไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่กองทัพสหรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องในสงครามอ่าวเปอร์เซีย และโซมาเลีย ซึ่งอัลเคดาถือว่าเป็นการยึดครองรัฐอิสลาม ประการสุดท้าย อัลเคดาไม่พอใจที่สหรัฐ จับกุมคุมขังสมาชิกของกลุ่มและกลุ่มก่อการร้ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น บิน ลาเดนจึงได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างเปิดเผยต่อราชวงศ์ซาอุดิอารเบียที่อนุญาติให้สหรัฐเข้ามาในประเทศและยังคงให้อยู่ต่อไปหลังจากสงครามสิ้นสุดลง บิน ลาเดนประกาศเจตนารมย์ที่จะขับไล่กษัตริย์และรัฐบาลซาอุดิอารเบียที่เห็นดีเห็นงามกับสหรัฐ โดยปรามาสว่าเป็นรัฐบาลนอกศาสนา ซึ่งรัฐบาลซาอุดิอารเบียได้ตอบโต้ด้วยการเพิกถอนสัญชาติของ บิน ลาเดน ด้วยเหตุผลว่ามีพฤติกรรมที่ไม่มีความรับผิดชอบ และกดดันจน บิน ลาเดน พร้อมด้วยครอบครัวและผู้ติดตามจำนวนมากต้องอพยพไปอยู่ที่ประเทศซูดานเมื่อ เมษายน ๒๕๓๗ ซึ่งเขาได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มแนวปราการอิสลามแห่งชาติที่ปกครองและผู้นำของซูดาน คือ ฮัทซัน อัลทูราบิ ผู้สถาปนากฎอิสลาม
..............๔.๒ ค่ายฝึกอัลเคดาได้รับการจัดตั้งในซูดานช่วงต้นปี ๒๕๓๒ โดยที่การบัญชาการและปฏิบัติการได้ย้ายมาอย่างสมบูรณ์ในปี ๒๕๓๕ หลังจากนั้นไม่นานการปฏิบัติการครั้งแรกของอัลเคดาก็ได้เริ่มขึ้น โดยมีกลุ่มที่ออกมากล่าวอ้างความรับผิดชอบการโจมตีกำลังทหารสหรัฐในเยเมนปี ๒๕๓๕ และในปีต่อมาในการรบที่โมกาดิซู โซมาเลีย ซึ่งทหารสหรัฐ เสียชีวิต ๑๘ นาย อย่างไรก็ตามการปฏิบัติของผู้ก่อการร้ายที่สรุปได้ว่ามีความเชื่อมโยงกับอัลเอดาอย่างชัดเจน คือ การวางระเบิดศูนย์ฝึกร่วมทหารซาอุดิ – สหรัฐ ที่ริยาด เมืองหลวงของซาอุดิอารเบีย ในปี ๒๕๓๘ ที่ทำให้ทหารสหรัฐ เสียชีวิต ๕ นาย
..............๔.๓ การก่อร่างสร้างตัวของ บิน ลาเดนและอัลเคดาในซูดานเป็นอย่างแยบยล โดยบิน ลาเดนได้จัดตั้งโรงงานและสวนเกษตร บางส่วนที่จัดตั้งขึ้นมีความมุ่งหมายที่จะสร้างงานให้แก่นักรบมูจาฮีดินที่ตกงาน เขาได้สร้างถนนและสิ่งสาธารณูปโภคให้แก่รัฐบาลซูดานและค่ายฝึกสำหรับนักรบสมรภูมิอัฟกัน ผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องของ บิน ลาเดน ในซูดานมีมากมาย เช่น โรงงานหนังแพะ บริษัทก่อสร้าง ธนาคาร ไร่ต้นทานตะวัน และการนำเข้า/ส่งออกสินค้า ซึ่งการดำเนินการเป็นด้วยความราบรื่น เนื่องจาก บิน ลาเดนมีความสนิทสนมเป็นอย่างดีกับผู้นำประเทศ อย่างไรก็ตาม ซูดานถึงแม้ว่าจะอยู่ในบัญชีของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ว่าเป็นประเทศผู้ให้การสนับสนุนการก่อการร้าย แต่ก็ทนแรงกดดันจากสหรัฐและซาอุดิอารเบียได้ไม่นานจนต้องร้องขอให้ บิน ลาเดน เดินทางออกจากซูดาน ดังนั้น พฤษภาคม ๒๕๓๙ บิน ลาเดน พร้อมด้วยกองบัญชาการอัลเคดาจึงได้ย้ายไป อัฟกานิสถาน ดินแดนก่อกำเนิดของอัลเคดา ทิ้งไว้เบื้องหลังของเขาที่ซูดานคือ เครือข่ายของทหารผ่านศึกอัฟกันและโรงงานรวมทั้งห้างหุ้นส่วนต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จ ที่ยังคงทำหน้าที่ ส่งกำลังบำรุงสนับสนุนเครือข่ายของ บิน ลาเดน ในอัฟกานิสถาน
..............๔.๔ อัฟกานิสถานบอบช้ำจากสงครามโดยที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจกำลังจะล่มสลายจึงจำเป็นต้องพึ่งพาความมั่งคั่งของผู้นำอัลเคดา ดังนั้นบิน ลาเดนจึงใช้เวลาไม่นานนักที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่พึ่งพาด้วยผลประโยชน์กับกลุ่มปกครองอิสลามหัวรุนแรงของประเทศที่รู้จักกันในนามตาลีบัน บิน ลาเดนมีความใกล้ชิดพิเศษกับมูลา มูแฮมหมัด โอมาร์ ผู้นำตาลีบัน ด้วยการแลกเปลี่ยนเงินและนักรบกับสิ่งที่ได้รับจากตาลีบันคือ ค่ายฝึกและฐานปฏิบัติ อัลเคดา ดังนั้นในระหว่างปี ๒๕๓๔ – ๒๕๔๑ บิน ลาเดนได้สร้างอัลเคดาอย่างเงียบ ๆ จนกลายเป็นเครือข่ายการก่อการร้ายนานาชาติที่เอาชนะได้ยากยิ่ง ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานย่อยและการปฏิบัติการอย่างน้อย ใน ๔๕ ประเทศ
..............๔.๕ เมื่อ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ บิน ลาเดน สามารถชี้นำให้ผู้นำศาสนาอิสลามออกประกาศิตศาสนา เรื่อง การจัดระเบียบ ภายใต้ร่มขององค์กรที่เรียกว่า แนวปราการอิสลามโลกสำหรับการต่อสู้ต่อต้านยิวและผู้ทำสงครามศาสนา องค์กรดังกล่าวมีหน่วยรองอื่น ๆ ที่สำคัญนอกเหนือจากอัลเคดา คือ กลุ่มก่อการร้าย อัล กามา อัล อิสลามิยา และ อัล จีฮัท ของอียิปต์ สำหรับผู้ร่วมก่อตั้งนอกจาก บิน ลาเดน แล้วยังมี ดอกเตอร์ เยอแมน อัล ซาวาฮิริ ผู้นำกลุ่ม อียิปต์ จิฮัท นาย ริฟา อาหมัด ทาฮา ผู้นำกลุ่มอิสลาม ประกาศิตศาสนาดังกล่าว ถือว่าเป็นการประกาศสงครามกับสหรัฐ โดยเนื้อหาได้เน้นย้ำความชอบธรรมทางศาสนาว่า มุสลิมทุกคนมีหน้าที่สังหารคนสหรัฐ และพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นพลเรือนหรือทหาร และให้ทำในทุกประเทศและทุกโอกาสที่สามารถจะทำได้ โดยมีแนวทางให้ชาวมุสลิมทุกคนปฏิบัติ ๓ ประการ ดังนี้
..............๔.๕.๑ พยายามสนับสนุนกลุ่มอิสลามที่มีอยู่อย่างสูงสุดและก่อตั้งกลุ่มอิสลามในพื้นที่ที่ยังไม่มีกลุ่ม
..............๔.๕.๒ สนับสนุนการทำลายสหรัฐ ที่ถือว่าเป็นหัวหน้าแห่งอุปสรรคในการสร้างสังคมอิสลาม
..............๔.๕.๓ สนับสนุนมูจาฮีดินใน อัฟกานิสถาน อัลจีเรีย บอสเนีย เชสเนีย ไอริเทีย โคโซโว ปากีสถาน โซมาเลีย ตาจิกิสถาน และ เยเมน
..............๔.๖ เมื่อ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๔๑ บิน ลาเดน สามารถชี้นำให้ผู้นำศาสนาออกประกาศิตเรื่อง การจัดระเบียบ แนวปราการอิสลามนานาชาติเพื่อจิฮัทต่อต้านอเมริกาและอิสราเอล และให้เหตุผลว่าการดำเนินการดังกล่าว เนื่องมาจาก มุสลิมทั่วโลกได้รับความทุกข์ทรมานจากน้ำมือของสหรัฐและอิสราเอล มุสลิมจะต้องทำสงครามศักดิ์สิทธิ์ต่อต้านศัตรูที่แท้จริงที่ทำให้ตนเองหลุดพ้นจากรัฐบาลที่มีอเมริกันและอิสราเอลหนุนหลัง ในขณะนั้นดูเหมือนว่า บิน ลาเดน จะมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำให้สหรัฐได้รับความเจ็บปวดและพ่ายแพ้ในสงครามได้เหมือนกับที่สหภาพโซเวียตที่ได้รับจากนักรบมูจาฮีดินในอัฟกานิสถานมาแล้ว

๕. ขนาดและกำลังของอัลเคดา: ไม่มีตัวเลขที่แน่นอนแต่คาดว่าน่าจะมีสมาชิกและผู้เกี่ยวข้องหลายพันคน ประกอบด้วยกลุ่มหัวรุนแรงอิสลามนิกายสุหนี่ กลุ่มจีฮัม อิสลาม กลุ่มอัล กามา อัล อิสลามิยา กลุ่มเคลื่อนไหวอิสลามอูเบกิสถาน และกลุ่มฮาราแคท อูล มูจาฮีดิน

๖. ที่ตั้งและพื้นที่ปฏิบัติการ : อัลเคดาเคยมีที่มั่นที่อัฟกานิสถานจนกระทั่งกองกำลังผสมได้ขับไล่รัฐบาลตาลีบันลงจากอำนาจเมื่อปลายปี ๒๕๔๔ อัลเคดาจึงต้องหลบหนีโดยกระจายเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ไปยังประเทศในแถบเอเซียใต้ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกกลาง สำหรับ บิน ลาเดนนั้น เชื่อว่ายังคงหลบซ่อนตัวในพื้นที่ภูเขาระหว่างแนวชายแดนปากีสถาน - อัฟกานิสถาน

๗. ภารกิจหลักของอัลเคดา
..............๗.๑ ทำจีฮัททั่วโลกเพื่อขับไล่การปกครองรัฐบาลมุสลิมและอาหรับที่ต่อต้านอิสลามซึ่งมีสหรัฐหรือชาติตะวันตกให้การหนุนหลัง โดยเปลี่ยนการปกครองให้เป็นมุสลิมแบบหนึ่งเดียวหรือจักวรรดิที่ปกครองอย่างเข้มงวดตามกฏหมายอิสลามหรือชาเรีย
..............๗.๒ สังหารคนสหรัฐและพันธมิตรไม่ว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือน โดยกำหนดให้เป็นหน้าที่ของมุสลิมทุกคนที่สามารถทำได้เมื่อมีโอกาสไม่ว่าจะอยู่ประเทศใด ๆ
..............๗.๓ ขยายผลความเกลียดชังอิสราเอลของชาวอาหรับและมุสลิม ด้วยการเรียกร้องให้ร่วมกันทำลายรัฐยิว โดยสร้างภาพของอัลเคดาให้เป็นผู้พิทักษ์อิสลามและปกป้องคนมุสลิมที่แท้จริง
..............๗.๔ ต่อต้านการคว่ำบาตต่ออิรักของสหประชาชาติที่สหรัฐให้การหนุนหลัง รวมทั้งการก่อกรรมทำเข็ญต่อคนมุสลิมในประเทศต่าง ๆ เช่น บอสเนีย เชสเนีย ติมอร์ตะวันออก ฟิลิปปินส์ ซูดาน และ โซมาเลีย

๘. ภารกิจรองของอัลเคดา
..............๘.๑ รวบรวมข่าวสารของศัตรู พื้นที่ปฏิบัติการ ที่ตั้งสำคัญ และพื้นที่ใกล้เคียง
..............๘.๒ ลักพากำลังพล เอกสาร สิ่งที่เป็นความลับ และอาวุธกระสุนของศัตรู
..............๘.๓ ลอบสังหารกำลังพลทุกระดับของข้าศึก รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ
..............๘.๔ ช่วยเหลือปลอดปล่อยฝ่ายเดียวกันที่ศัตรูจับตัวไป
..............๘.๕ กระจายข่าวลือและเขียนบทความที่ชี้นำให้ประชาชนต่อต้านศัตรู
..............๘.๖ ระเบิดและทำลายสถานบันเทิง แหล่งผิดศีลธรรมและเป็นบาป โดยหลีกเลี่ยงเป้าหมายที่เด่นชัด
..............๘.๗ ระเบิดและทำลายสถานทูตและโจมตีต่อศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญยิ่ง
..............๘.๘ ระเบิดและทำลายสะพานที่เป็นทางเข้าออกของเมือง

๙. การจัดองค์กรและการบังคับบัญชาของอัลเคดา
..............๙.๑ โครงสร้างการจัดประกอบด้วย สภาที่ปรึกษาหลักหรือมาจลิสอัลชูราและคณะกรรมการปฏิบัติการอีกสี่คณะ สภาที่ปรึกษาหลักมีหน้าที่กำหนดนโยบายสำคัญหรือยุทธศาสตร์ ให้ความเห็นประกาศิตทางศาสนาและอนุมัติการปฏิบัติการก่อการร้ายที่สำคัญ คณะกรรมการปฏิบัติมีหน้าที่รายงานต่อสภาที่ปรึกษาหลักโดยแบ่งความรับผิดชอบในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านการทหาร ด้านการเงินและธุรกิจ ด้านประกาศิตทางศาสนาและเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนา และด้านสื่อและเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสาธารณะ ในส่วนของคณะกรรมการการทหารจะประกอบด้วย ๓ ส่วนคือ ส่วนบังคับบัญชาและคณะที่ปรึกษา ส่วนกำลังทหารหรือส่วนปฏิบัติการ และส่วนกำหนดยุทธศาสตร์
..............๙.๒ รูปแบบการบังคับบัญชาและการควบคุมของอัลเคดาไม่เหมือนกับกลุ่มก่อการร้ายอื่น ๆ ที่มีการจัดองค์กรตามสายการบังคับบัญชา เหมือนปิรามิดที่ผู้บังคับบัญชาสูงสุดอยู่บนยอดและมีหน้าที่ให้คำสั่งแก่ส่วนต่าง ๆ แต่ฝ่ายเดียว ในทางกลับกันอัลเคดามีรูปแบบการจัดแบบเครือข่ายแนวราบที่ยืดหยุ่น ผสมผสานกันระหว่างรูปแบบการบังคับบัญชาจากบนลงล่างและจากล่างสู่บน ดังนี้
..............๙.๒.๑ การบังคับบัญชาแบบบนลงล่างนั้น บิน ลาเดนได้รับการนับถือว่าเป็นนายพลอิมาร์ของอัลเคดาซึ่งเป็นที่เคารพสูงสุด นายพลอิมาร์จะมอบแนวทางด้านจิตใจเช่นเดียวกับการแนวทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธีรวมทั้งการเป็นผู้นำของการขับเคลื่อนทั้งปวง เช่น กำหนดหัวข้อสำคัญสำหรับเป้าประสงค์ของอัลเคดารวมทั้งการให้คำสั่งเพื่อทำให้มั่นใจว่าได้มีการแปลงเป้าประสงค์เป็นการปฏิบัติการ ดังเช่น เหตุการณ์ ๑๑ กันยายน การระเบิดสถานทูต การโจมตีเรือรบ ยูเอสเอส โคล เป็นต้น
..............๙.๒.๒ การบังคับบัญชาแบบล่างสู่บน บิน ลาเดนจะแสวงหาแนวความคิดในการโจมตีจากส่วนใต้บังคับบัญชา ส่งเสริมให้ส่วนปฏิบัติการของอัลเคดาและฝ่ายเดียวกันใช้ความคิดสร้างสรรค์และเปลี่ยนรูปแบบไปจากความคิดเดิม ๆ จากนั้นเขาก็จะให้ทุนในการปฏิบัติต่อข้อเสนอที่เขาคิดว่าดีที่สุด เช่น แผนการโจมตีเครื่องบินขนส่งของอิสราเอลด้วยจรวดนำวิถีแบบนำพา ซึ่งน่าจะเป็นการปฏิบัติการโดยอิสระของกลุ่มท้องถิ่น โดยมีการช่วยเหลือทางอ้อมจากบิน ลาเดนและอัลเคดา
..............๙.๓ การรวมตัวของสมาชิกอัลเคดาจะไม่แน่นแฟ้นเหมือนกับกลุ่มก่อการร้ายแบบที่เคยมีมา โดยที่มีความการกระจายและโครงสร้างที่เปิดมากกว่า การจัดองค์กรแบบเครือข่ายที่มีความเป็นแนวราบนั้นกลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้การเคลื่อนไหวของกลุ่มยังคงดำรงต่อไปได้ แม้ว่าจะถูกจ้องทำลายจากทั่วโลก ผู้ก่อการร้ายทั้งปัจเจกบุคคลหรือเป็นกลุ่มภายใต้ร่มเงาของอัลเคดามีความสามารถปฏิบัติการได้โดยไม่ต้องมีคำสั่งการเฉพาะจากกองบัญชาการส่วนกลาง โครงสร้างการจัดที่หลวมเช่นนี้ทำให้ อัลเคดาไม่มีรูปแบบการปฏิบัติการหรือแนวทางที่ตายตัว ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยากมากขึ้นสำหรับทหารและหน่วยบังคับใช้กฏหมายที่จะต่อสู้และเอาชนะอัลเคดาได้อย่างเด็ดขาด

๑๐. ยุทธวิธีและการปฏิบัติการของอัลเคดา
..............๑๐.๑ การปฏิบัติการของอัลเคดามุ่งหวังให้เกิดความหวาดกลัว เสียขวัญ และการแตกแยกในหมู่ประชาชน และระหว่างประชาชนกับรัฐบาล รวมทั้งการสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ก่อการร้ายด้วยกัน เพื่อให้เกิดการขยายผลไปสู่เป้าประสงค์หลักคือการปกครองด้วยกฎหมายอิสลาม ซึ่งยุทธวิธีการก่อการร้ายของอัลเคดาที่ใช้ปฏิบัติการที่ผ่านมามีความยืดหยุ่นและเอาชนะหรือป้องกันได้ยาก มักจะประกอบด้วย การลอบสังหาร การวางระเบิด การจี้เครื่องบิน การลักพาตัว การโจมตีค่ายเพื่อแย่งยึดยุทโธปกรณ์ การโจมตีแบบฆ่าตัวตาย การใช้ยานยนต์จุดระเบิด และในอนาคตอาจมีการใช้อาวุธทำลายล้างสูงอันได้แต่ อาวุธเคมี ชีวะและนิวเคลียร์ ตามที่ บิน ลาเดน ได้กล่าวเน้นย้ำอยู่เสมอตามสื่อต่าง ๆ แม้ว่า หลังจากเหตุการณ์ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๔ สหรัฐได้ทุ่มเทความพยายามที่จะทำลายอัลเคดาด้วยการประกาศสงครามต่อสู้การก่อการร้าย ด้วยการทำลายเครือข่ายอัลเกดาทุกรูปแบบ รวมทั้งการบุกอัฟกานิสถานที่ทำให้อัลเคดาสูญเสียค่ายฝึก ฐานปฏิบัติการ และกองบัญชาการรบ นักรบและผู้นำนับพันของอัลเคดาถูกสังหารหรือถูกจับกุม อย่างไรก็ตามอัลเคดายังคงแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องที่จะสามารถโจมตีด้วยความรุนแรงต่อไป
..............๑๐.๒ การโจมตี ๑๑ กันยายน แม้ว่าจะไม่ทราบชัดเจนว่าการวางแผนโจมตี ๑๑ กันยายน เริ่มเมื่อไร แต่จากหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทำให้ทราบว่าแผนการก่อการร้ายดังกล่าวมีความชัดเจนปลายปี ๒๕๔๒ ระหว่างนั้น โมแฮมหมัด แอททา หัวหน้าปฏิบัติการและผู้ก่อการร้ายที่จะบังคับเครื่องบินสองลำจากจำนวนสี่ลำที่ถูกจี้ ได้เดินทางไปอัฟกานิสถานเพื่อเข้ารับการฝึกและเตรียมการปฏิบัติตามแผนที่ต่อมาผู้อำนวยการข่าวกรองกลางสหรัฐยอมรับว่าแผนดังกล่าวเป็นแผนที่น่าทึ่งและเป็นการปฏิบัติของมืออาชีพ หน่วยก่อการร้ายที่มีขนาดเล็กทำให้สามารถเจาะเข้ามาในประเทศได้อย่างไม่มีใครแพร่งพราย ผู้ก่อการร้ายมีความสามารถที่จะปรับเปลี่ยนแผนจากการป้องกันและการขัดขวางต่าง ๆ โดยยังคงดำเนินการตามความมุ่งหมายของแผนฆาตกรดังกล่าวได้ในที่สุด บิน ลาเดนและผู้สมรู้ร่วมคิดคาดหวังว่าผลการโจมตี ๑๑ กันยายนจะสามารถล้มยักษ์สหรัฐแบบหมัดเดียวจอดได้ โดยทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐพังทลายลงพร้อมกับขวัญของประชาชนและประเทศสหรัฐ ที่บิน ลาเดนมักปรามาสว่าเป็นเหมือนเสือกระดาษที่เศรษฐกิจใกล้จะล่มสลายและพังทลายลงทั้งระบบ และด้วยกำลังของอิสลามจะผลักดันให้สหรัฐไปสู่จุดดังกล่าวได้อย่างง่ายดาย บิน ลาเดนยังเชื่อต่อไปอีกว่าการโจมตีจะทำให้สหรัฐเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายที่อัลเคดาต้องการ คือการสิ้นสุดการสนับสนุนของสหรัฐในประเทศต่าง ๆ เช่น ซาอุดิอารเบียและอิสราเอล รวมทั้งการถอนตัวของกำลังทหารสหรัฐจากคาบสมุทรอารเบียน และการหมดสิ้นไปของอิทธิพลสหรัฐด้านธุรกิจ และวัฒนธรรมในโลกของมุสลิม
..............๑๐.๓ อัลเคดา ภายหลัง ๑๑ กันยายน: สหรัฐทราบดีถึงจุดมุ่งหมายของอัลเคดาจึงได้ตอบโต้ต่อการโจมตี ๑๑ กันยายน ด้วยการประการสงครามต่อต้านการก่อการร้ายทั่วโลก การปฏิบัติการรุกทางทหารเริ่มขึ้นเมื่อ ๗ ตุลาคม ๒๕๔๔ การโจมตีทางอากาศขนาดใหญ่ได้เปิดฉากถล่มค่ายฝึกอัลเคดาและฐานส่งกำลังในอัฟกานิสถานตามด้วยการทำลายระบบปกครองตาลีบัน ในเดือนพฤศจิกายนตาลีบันหมดสิ้นอำนาจและอัลเคดาถูกตัดขาดออกจากความคุ้มครองของตาลีบัน ห้วงเดียวกัน สหรัฐและพันธมิตรได้รณรงค์ไปทั่วโลกเพื่อหยุดยั้งการรับเงินทุนและทำลายระบบการถ่ายโอนเงินของอัลเคดา องค์กรบังหน้าและกองทุนสงเคราะห์ที่ให้การช่วยเหลือการก่อการร้ายถูกปิดลง กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายผ่านการอนุมัติจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทำให้มีการจับกุมผู้ปฏิบัติการของอัลเคดามากกว่า ๑,๐๐๐ คนใน ๖๐ ประเทศ โดยปลายปี ๒๕๔๕ สมาชิกก่อการร้ายทั่วโลกมากกว่า ๓,๐๐๐ คนถูกจับกุม โดยหนึ่งในสามของผู้นำกลุ่มก่อการร้ายถูกสังหารหรือถูกจับกุม เดือนมีนาคม ๒๕๔๖ เจ้าหน้าที่ปากีสถานและสหรัฐ สามารถจับกุม นายกาลิด มูแฮมหมัด ผู้นำระดับสูงทางทหารของอัลเคดาและเป็นผู้วางแผนหลักของการโจมตี ๑๑ กันยายน ต่อมาเมื่อ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๔๖ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของไทยและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองกลางของสหรัฐได้ร่วมกันจับ นาย ริดวล ไอซามุดดิน หรือ ฮัมบาลี ผู้นำหลักของกลุ่ม จิฮัท อิสลาม ซึ่งมีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกับอัลเคดา ได้ที่ จว.พระนครศรีอยุธยา ในขณะเตรียมการวางแผนก่อการร้ายต่อการประชุม เอเปก ๒๐๐๓ ที่จะจัดให้มีขึ้นในเดือน ตุลาคม ๒๕๔๖ ที่กรุงเทพ ฯ ซึ่งการประชุมครั้งนี้จะมีผู้นำระดับสูงจากประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะสหรัฐ ศัตรูหมายเลข ๑ ของอัลเคดาเข้าร่วมประชุมด้วย
..............๑๐.๔ แม้ว่าจะเป็นที่ชัดเจนว่าอัลเคดาถูกปราบปรามอย่างหนักจนอยู่ในระดับที่เรียกว่าอ่อนแอต่ำสุด แต่เนื่องจากโครงสร้างที่แตกต่างจากที่กล่าวมาแล้วนั้นอัลเคดายังสามารถก่อการร้ายในปี ๒๕๔๕ - ๒๕๔๖ ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลกและ บิน ลาเดนยังออกมาข่มขู่ต่อออสเตรเลีย เบลเยี่ยม อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมันและสเปญ ซึ่งเป็นประเทศที่จับกุมและทำลายเครือข่ายของอัลเคดาและสมาชิกและให้ความร่วมมือกับสหรัฐที่ทำสงครามต่อการก่อการร้ายอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นว่าอัลเคดายังไม่ถูกทำลายทั้งหมด จึงเป็นไปได้ว่าแผนการปฏิบัติการที่ไม่คาดคิดอาจจะมีการพร้อมปฏิบัติอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนการโจมตี ๑๑ กันยายน เพียงแต่ว่ารอเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น
..............๑๐.๕ สรุปการปฏิบัติการของอัลเคดาที่ประสบความสำเร็จระหว่าง ปี ๒๕๓๕ - ๒๕๔๖
..............๑๐.๕.๑ เมื่อธันวาคม ๒๕๓๕ วางระเบิดเป้าหมายทหารสหรัฐ สามครั้งที่อาเดน เยเมน
..............๑๐.๕.๒ เมื่อ ๒๕๓๖ ยิงเฮลิคอบเตอร์สหรัฐตกและสังหารทหารสหรัฐที่ประเทศโซมาเลีย จำนวน ๑๘ นาย
..............๑๐.๕.๓ เมื่อ ๗ สิงหาคม ๒๕๔๑ วางระเบิดสถานทูตสหรัฐ ในเคนยาและ ทันซาเนีย ผู้เสียชีวิต ๓๐๑ คน บาดเจ็บ มากกว่า ๕,๐๐๐ คน ทำให้สหรัฐ ตอบโต้ด้วยการใช้ขีปนาวุธถล่มค่ายฝึกของอัลเคดาในอัฟกานิสถาน
..............๑๐.๕.๔ เมื่อ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๓ นำเรือบรรทุกระเบิดพุ่งชนเรือรบสหรัฐ ยูเอสเอสโคล ที่เยเมน สังหารทหารเรือสหรัฐ ๑๗ คน บาดเจ็บ ๓๙ คน
..............๑๐.๕.๕ เมื่อ ๑๑ กันยายน ๒๕๔๔ หน่วยกล้าตายอัลเคดา ๑๙ คน จี้เครื่องบินภายในประเทศของสหรัฐพุ่งเข้าชนอาคารเวิลร์ด เทรด เซ็นเตอร์ และอาคารกระทรวงกลาโหม วอชิงตัน ดีซีทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า ๓,๐๐๐ คน
..............๑๐.๕.๖ เมื่อ ๑๑ เมษายน ๒๕๔๕ วางระเบิดเพลิงที่ทันซาเนีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๑๙ คน บาดเจ็บ ๒๒ คน
..............๑๐.๕.๗ เมื่อ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๕ มีส่วนร่วมในการวางระเบิดสถานบันเทิงในบาหลี อินโดนีเซีย ทำให้มีผู้เสียชีวิต ๒๐๒ คน และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก
..............๑๐.๕.๘ เมื่อ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ วางระเบิดที่โรงแรมใน เคนยา มีผู้เสียชีวิตจำนวน ๑๕ คน และบาดเจ็บ ๔๐ คน
..............๑๐.๖ สรุปการปฏิบัติการของอัลเคดาที่ไม่ประสบความสำเร็จระหว่าง ปี ๒๕๓๗ - ๒๕๔๕
..............๑๐.๖.๑ ปี ๒๕๓๗ แผนการลอบสังหาร พระสันตะปะปา จอห์น พอล ที่ ๒ ระหว่างการเยือน ประเทศ ฟิลิปปินส์
..............๑๐.๖.๒ ปี ๒๕๓๘ แผนการลอบสังหาร ประธานาธิบดีคลินตัน ระหว่างการเยือนประเทศ ฟิลิปปินส์
..............๑๐.๖.๓ ปี ๒๕๓๘ แผนการวางระเบิดเครื่องบินโดยสารทรานแปซิฟิกของสหรัฐ
..............๑๐.๖.๔ เมื่อ ธันวาคม๒๕๔๒ แผนการวางแผนระเบิดท่าอากาศยานลอส แองเจอลิส
..............๑๐.๖.๕ เมื่อ ธันวาคม ๒๕๔๒ แผนการสังหารนักท่องเที่ยวสหรัฐและอิสราเอลในจอร์แดนที่จะร่วมในนวันเฉลิมฉลองสหัสวรรตใหม่
..............๑๐.๖.๖ เมื่อ ธันวาคม ๒๕๔๔ ผู้ก่อการร้ายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นอัลเคดาได้พยายามระเบิดเครื่องบินของสหรัฐจากปารีสไปไมอามีด้วยระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ในส้นรองเท้า
..............๑๐.๖.๗ เมื่อ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ กลุ่มก่อการร้ายในเคนยาที่มีความเชื่อมโยงกับอัลเคดาพยายามยิงเครื่องบินเช่าเหมาลำของอิสราเอลด้วยจรวดนำวิถีพื้นสู่อากาศแบบนำพา

๑๑. การสนับสนุน : อัลเคดาได้รับการสนับสนุนด้านการเงินไม่เพียงแต่จากความมั่งคั่งของบิน ลาเดน ที่คาดว่ามีหลายสิบล้านเหรียญเท่านั้น แต่ยังได้รับเงินสนับสนุนจากแหล่งต่าง ๆ อีกมาก ได้แก่ เครือข่ายมุสลิมสุหนี่หัวรุนแรง ธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย การบริจาคโดยเปิดเผยของกลุ่มมุสลิมต่าง ๆ เพื่อจิฮัท และกองทุนถ่ายโอนเงินต้องห้ามจากการบริจาคขององค์กรสงเคราะห์มุสลิมต่าง ๆ ดังนั้น การสกัดกั้นมิให้มีการสนับสนุนเงินต่อกลุ่มอัลเคดาจะช่วยให้บั่นทอนขีดความสามารถของอัลเคดาได้ทางหนึ่ง

๑๒. อนาคตของอัลเคดา บางทีคำถามที่ถูกถามมากในขณะนี้ คือบิน ลาเดน อยู่หรือตาย เสียงและภาพของบิน ลาเดนยังคงได้รับการถ่ายทอดออกมาเป็นระยะ ยกย่องการโจมตีของกลุ่มต่อต้านตะวันตกและข่มขวัญการโจมตีในอนาคต เป็นเสียงของเขาจริงหรือไม่ และคำถามที่สองซึ่งสำคัญมากกว่าคือ อัลเคดาจะยังดำรงอยู่เพื่อก่อการร้ายให้บรรลุวัตถุประสงค์ของผู้ก่อตั้งต่อไปหรือไม่ถ้าผู้นำของกลุ่มเสียชีวิต เฉกเช่นเดียวกับพรรคนาซีที่ดับสูญไปพร้อมกับการเสียชีวิตของผู้ก่อตั้ง คำตอบสำหรับคำถามแรกคงไม่ยาก คือ บิน ลาเดน ยังคงมีชีวิตอยู่อย่างแน่นอน ซึ่งจะต้องคอยดูและป้องกันการปฏิบัติการที่เขาจะสั่งการที่นอกเหนือการคาดหมายว่าจะเกิดขึ้นอย่างไร ที่ไหน และเมื่อไรต่อไป สำหรับคำตอบต่อคำถามที่สอง บิน ลาเดนแวดล้อมไปด้วยรองหัวหน้าที่มีความสามารถจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น นายอัยแมน มูแฮมหมัด ราบิ อัล ซาวาฮิริ ชาวอียิปต์ นักยุทธศาสตร์และเป็นรองอันดับหนึ่งของบิน ลาเดน และนาย ซาอีฟ อัลอาเดล หัวหน้าหน่วยความมั่นคงอัลเคดาที่สามารถทดแทนเขาได้ในกรณีที่ถูกจับหรือถูกสังหาร แต่การดำเนินการต่ออย่างมีประสิทธิภาพเหมือนเช่นที่เขาเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของอัลเคดานั้นยังเป็นที่สงสัย แต่สิ่งที่อาจเป็นไปได้คือ บิน ลาเดน อาจจะวางรากฐานและแบ่งมอบหน้าที่ต่าง ๆ อย่างสมบูรณ์ครบถ้วนแล้วเพื่อให้มั่นใจว่าภารกิจของอัลเคดาจะยังคงอยู่ต่อไปหลังจากที่เขาเสียชีวิตแล้ว ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริงการทำสงครามครั้งนี้ของสหรัฐคงจะยืดเยื้อยาวนานกว่าทุกสงครามที่สหรัฐเคยประสบมาแล้วจริง ๆ

๑๓. การประเมินค่าภัยคุกคาม
..............๑๓.๑ จากการที่สหรัฐและพันธมิตรโจมตีฐานที่มั่นของอัลเคดาในอัฟกานิสถานไปเมื่อปลายปี ๒๕๔๔ และการเพิ่มมาตรการป้องกันและการติดตามสังหารจับกุมสมาชิกสำคัญของกลุ่มอัลเคดาอย่างมีประสิทธิภาพ ของประเทศต่าง ๆ คาดว่าการโจมตีด้วยอาวุธทำลายล้างสูงต่อเป้าหมายในดินแดนของสหรัฐ จะยังไม่เกิดในช่วงปี ๒๕๔๗ อย่างไรก็ตาม ด้วยคุณลักษณะของกลุ่มที่มีเครือข่ายและอาจมีการวางแผนอื่น ๆ ล่วงหน้าไว้ ตลอดจนการโจมตีในรูปแบบขนาดเล็กที่ไม่ต้องการการติดต่อสื่อสารและการควบคุมจากส่วนกลางมากนัก จึงเป็นไปได้ที่ผลประโยชน์ของสหรัฐในโพ้นทะเล ตลอดจนผลประโยชน์ของชาติพันธมิตรในพื้นที่ของประเทศตนเองจะเป็นเป้าหมายที่มีค่าของการโจมตีจากอัลเคดาได้
..............๑๓.๒ จากการที่ได้ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ บิน ลาเดนและเครือข่ายและพบว่าการปฏิบัติการของอัลเคดาประสบความสำเร็จไม่ถึงร้อยละ ๕๐ อย่างไรก็ตามจากคุณลักษณะของ บิน ลาเดนที่เยือกเย็น มีทรัพยากรสนับสนุน ฉลาดหลักแหลม และนอกจากนั้น เขายังต่างจากผู้ก่อการร้ายอื่น ๆ ที่มีคุณลักษณะพิเศษในการปลุกเร้าและสร้างหน่วยโจมตีพลีชีพได้ และข่าวสารของการมีอาวุธทำลายล้างสูงอยู่ในครอบครอง ดังนั้น การโจมตีด้วยการใช้อาวุธทำลายล้างสูงต่อเป้าหมายที่ไม่มีการคุ้มครองป้องกันที่ดีพอของชาติพันธมิตรสหรัฐ และวางระเบิดทำลายเครื่องบินโดยสาร จึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้

๑๔. บทสรุป :
..............๑๔.๑ ระดับโลก: โอซามา บิน ลาเดน ยังคงเป็นผู้ร้ายหมายเลข ๑ ที่สหรัฐ ต้องการตัวมากที่สุดในปัจจุบันและอัลเคดายังคงเป็นองค์การก่อการร้ายที่สหรัฐต้องการทำลายมากที่สุดเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าบิน ลาเดนจะถูกสังหารและอัลเคดาจะถูกทำลายหมดสิ้น ก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าสหรัฐและพันธมิตรจะปลอดภัยจากการโจมตีจากกลุ่มก่อการร้ายอื่น แต่อาจจะต้องประสบกับรูปแบบการก่อการร้ายจะไร้ทิศทางยิ่งขึ้น จนอาจทำให้สงครามและความเสียหายขยายตัวจนไม่อาจจะคาดเดาได้ ซึ่งสหรัฐผู้ที่เป็นเป้าหมายใหญ่ของผู้ก่อการร้ายจะต้องใคร่ครวญต่อหลุมพรางนี้อย่างระมัดระวังยิ่ง
..............๑๔.๒ ระดับประเทศไทย: ชิ้นส่วนของภาพต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและเกี่ยวกับประเทศไทยโดยตรง ตั้งแต่ การส่งทหารไทยไปอัฟกานิสถานเพื่อร่วมปฏิบัติการกับกองกำลังผสมที่มีสหรัฐเป็นผู้นำ เมื่อมีนาคม ๒๕๔๖ การจับกุมฮัมบาลี แกนนำกลุ่มก่อการร้ายที่ใกล้ชิดกับอัลเคดาที่ จว. อยุธยา เมื่อ สิงหาคม ๒๕๔๖ การส่งทหารไทยไปอิรักเพื่อร่วมปฏิบัติการกับกองกำลังผสมที่มีสหรัฐเป็นผู้นำ เมื่อกันยายน ๒๕๔๖ การโจมตีต่อทหารไทยในอิรักของกลุ่มก่อการร้ายและการประกาศของสหรัฐให้ไทยเป็นพันธมิตรนอกนาโต้อย่างเป็นทางการเมื่อ ธันวาคม ๒๕๔๖ ตลอดจนเรื่องราวของอัลเคดาดังที่กล่าวมาและยุทธวิธีทางทหารของอัลเคดาที่จะได้เรียบเรียงให้ทราบในโอกาสต่อไปนั้น กลายเป็นภาพที่สมบูรณ์และส่งผลที่สั่นสะท้านต่อจิตใจของทหารหาญไปทั้งกองทัพไทยและศรัทธาประชาชนไทยที่มีต่อทหารและความเป็นคนไทยอย่างรุนแรงจนยากที่จะวัดได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์การปล้นอาวุธของ กองพันพัฒนาที่ ๔ เมื่อคืนวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๔๗ ที่ผ่านมา รวมทั้งการลอบสังหารผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่พื้นที่ชายแดนภาคได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่ชัดว่าเครือข่ายอัลเคดาได้เริ่มปฏิบัติการแล้วในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และเป็นไปได้ว่านี่เป็นเพียงขั้นตอนแรกของการปฏิบัติการเท่านั้น ซึ่งต่อไปแม้ว่าจะไม่สามารถชี้ชัดเป้าหมายได้ชัดเจน แต่การสังหารผู้นำทางการเมืองหรือการทหารระดับประเทศของไทยและครอบครัว รวมทั้งการสังหารหมู่ประชาชนผู้บริสุทธิ์จะเป็นสิ่งที่ไม่นอกเหนือความคาดหมายถ้าจะเกิดขึ้นในเวลาที่ไม่ไกลจนเกินไปนัก ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานรับผิดชอบด้านความมั่นคงของไทยยังพอมีเวลาแก้ไขได้ทันด้วยการใช้แนวทางปฏิบัติการรุกและเด็ดขาดผสมผสานกับการสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติ เช่นเดียวกับที่สหรัฐได้กระทำต่ออัลเคดาซึ่งผลลัพธ์และความปลอดภัยของประชาชนสหรัฐได้ประจักษ์ต่อสาธารณชนได้เป็นอย่างดี

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์


กลับสู่หน้าหลัก

กลับสู่หน้าหลัก

CounterSee who's visiting this page.

เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน

ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 18 ก.พ. 47
ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม ICQ ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน Contact list ใน ICQ ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วเลือก Web Page address (URL) หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมา ดูว่าตรงกับชื่อ address ในเบราเซอร์ แล้วกด Send ได้เลย

ท่านสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงได้การพิมพ์ลงในช่องด้านล่างเรียบร้อย แล้วกด Send ได้เลยครับ

ICQ PeopleSpace Directory
View My Page

Page an ICQ User