|
|||
|---|---|---|---|
| " ผู้มองไม่เห็นความเลวร้ายของสงคราม ย่อมไม่เข้าถึงผลดีจากสงคราม " | |||
| การเยี่ยมทหารที่ปฏิบัติภารกิจในอิรักของไทยกับสหรัฐ ที่บังเอิญใจตรงกันหรือจงใจเลียนแบบ | ท่านคิดอย่างไร&xoxox | |
|---|---|---|
|
..............วันนี้เป็นวันพฤหัสที่ 27 พฤศจิกายน 2546 ที่สหรัฐ และเป็นวันหยุดของประเทศ เนื่องจากเป็นวันขอบคุณที่ประทาน (Thank Giving Day คนไทยทั่วไปเรียกว่า วันขอบคุณพระเจ้า) ซึ่งทำให้สหประชาชาติของผมหยุดงานไปด้วย วันขอบคุณพระเจ้า เท่าที่ทราบคงมีเฉพาะประเทศสหรัฐเท่านั้น โดยเขาจะกำหนดให้ตรงกับวันพฤหัสบดี สัปดาห์สุดท้ายของเดือน พฤศจิกายนของทุก ๆ ปี ซึ่งไม่แน่ใจว่าเขามีเหตุผลอะไรที่เขาเว้นวันศุกร์เอาไว้ เพราะเท่าที่เห็นคนสหรัฐ ก็จะลาวันศุกร์ต่ออีกวันเพื่อที่จะได้หยุดยาวสี่วันทำให้สามารถเดินทางไปเยี่ยมญาติที่อยู่ต่างรัฐได้ ผมเองรู้จักวันนี้ครั้งแรกก็นานมาแล้วตั้งแต่เรียนมัธยมอยู่ที่เพชรบุรีประมาณปี 2518 - 20 เพราะเรื่องราวของวันขอบคุณที่ประทานนนี้อยู่ในหนังสือเรียนภาษาอังกฤษ ประวัติย่อ ๆ ของเรื่องก็มีอยู่ว่า คนยุโรปที่อพยพมาอยู่อเมริกาในยุคแรก ๆ เมื่อหลายร้อยปีก่อนนั้น อยู่กันด้วยความยากลำบากเพราะต้องต่อสู้กับกับธรรมชาติที่ตนเองไม่คุ้นเคยและสิ่งอันตรายต่าง ๆ ไม่ว่าจากมนุษย์ด้วยกันหรือจากสัตว์ป่า ดังนั้นเมื่อพอตั้งตัวพอมีอันจะกินก็คิดประเพณีของตนเองขึ้นมาโดยไม่เหมือนกับชาติพันธ์เดิมและเพื่อเป็นการตอบแทนความทุกข์ยากเหน็ดเหนื่อยที่ผ่านมาตลอดทั้งปีจึงได้จัดวันพิเศษนี้ขึ้นมาด้วยการจัดเลี้ยงอาหารอย่างดี กันภายในครอบครัว ซึ่งมีอาหารหลักที่เป็นสัญลักษณ์ของวันสำคัญวันนี้ก็คือไก่งวงอบ ผมเองก็เคยได้รับเชิญไปร่วมงานเลี้ยงวันขอบคุณที่ประทานกับเพื่อนผมสมัยมาเรียนชั้นนายพันสหรัฐ เมื่อปี 2538 ครั้งหนึ่งเหมือนกัน สำหรับประเพณีนี้ถ้าจะเทียบกับชาติของเรา แล้วก็คงคล้ายกับวันสงกรานต์ของไทยหรืองานไหว้บรรพบุรุษของจีนที่มีการรวมญาติและการกินเลี้ยงกันแบบที่เรียกว่าฟุ่มเฟือยก็ว่าได้ ..............ท่านอ่านมาแล้วอาจจะงง ๆ ว่าวันขอบคุณที่ประทานมันจะเกี่ยวกับทหารอย่างไรหนอ ครับ มันต้องมีแน่ครับเพียงแต่ว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับทหารไทยโดยตรงเพราะไม่ใช่ประเพณีของไทย แต่ไปเกี่ยวข้องกับทหารสหรัฐ ในอิรัก ก็เพราะว่ามีการสร้างเซอร์ไพร์สอย่างใหญ่ยิ่งจากประธานาธิบดี บุช ด้วยการเดินทางไปร่วมรับประทานอาหารเย็นในวันขอบคุณที่ประทานและกล่าวปราศรัยต่อพลเรือนและกองกำลังทหารสหรัฐที่ประจำการในอิรักแบบไม่คาดฝัน ซึ่งเป้นที่ทราบดีว่าห้วงที่ผ่านมาทหารสหรัฐในอิรัก ถูกโจมตีรายวันจากกลุ่มชาวอิรักที่ต่อต้าน จนมีทหารเสียชีวิตมากกว่าห้วงเวลาที่เปิดฉากถล่มกันในตอนแรก ๆ เสียอีก แล้วยิ่งที่ผ่านมาไม่กี่วันเครื่องบินขนส่งสิ่งของพลเรือนก็พึ่งถูกจรวดยิงที่สนามบินกรุงแบกแดดจนเกือบตกมาแล้วยิ่งให้เห็นว่าการเดินทางของผู้นำระดับสูงยิ่งมีความเสี่ยงสูงเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเหตุการณ์ดังกล่าว ผมจึงคิดว่าว่าเป็นการกระทำที่ลึกซึ้งเป็นอย่างยิ่งของนักการเมืองระดับอภิมหาอำนาจที่ใช้ช่วงจังหวะเวลา ตลอดจนการเสี่ยงที่ใคร่ครวญแล้วกระทำต่อเป้าหมายต่าง ๆ ได้อย่างแนบเนียนและเหนือชั้น ซึ่งทำให้เกิดผลดีต่อกำลังใจของทหาร การได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้นจากคนภายในประเทศ ตลอดจนประเทศพันธมิตร ซึ่งส่งผลสุดท้ายมาที่ตัวของประธานาธิบดีเองที่จะสมัครเข้ารับการเลือกตั้งสมัยที่สองในปลายปี 47 (วันอังคารสัปดาห์ที่สองของเดือน พฤศจิกายน 2547) ซึ่งผมจะสรุปบรรยากาศให้ทุกท่านได้อ่านกันดังนี้ครับ ..............ในห้วงเดือน ตุลาคมที่ผ่านมา ระหว่างการเดินทางเยือนประเทศทางเอเซีย (รวมทั้งมาเยือนไทยในการประชุมเอเปค) ประธานาธิบดีบุชได้คิดถึงว่า ทหารหาญในสมรภูมิอิรักจะรู้สึกยากลำเค็ญเพียงใดที่ต้องฉลองวันสำคัญยิ่งต่อครอบครัวโดยที่ต้องห่างจากครอบครัวนับพัน ๆ กิโลเมตร และเพื่อเป็นการลบความสงสัยในใจของทหารว่าประชาชนสนับสนุนพวกเขาหรือไม่ ดังนั้นเราจะต้องทำอะไรสักอย่างที่ถูกต้อง ด้วยการส่งความหมายที่มีค่ายิ่งว่าเราได้ยืนอยู่เคียงข้างพวกเขาและสนับสนุนการกระทำของเขาอย่างเข้มแข็ง และเพื่อที่จะได้เห็นปฏิกิริยาจากพวกเขาด้วยตาตนเอง ประธานาธิบดีบุช จึงได้บอกความคิดดังกล่าวต่อหัวหน้าฝ่ายอำนวยการว่าเป็นต้องการไปร่วมทานอาหารกับทหารที่แบกแดดในวันขอบคุณที่ประทาน แต่ยังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ ลงไป ..............จากความต้องการดังกล่าวนับว่าเป็นความท้าทายเป็นอย่างยิ่งต่อทำเนียบข่าวที่จะต้องรักษาความลับนี้อย่างสุดยอด เพราะประธานาธิบดีสหรัฐ ย่อมเป็นที่หมายปองต่อการเด็ดชีพของกลุ่มต่อต้านชาวอิรักเป็นอย่างมาก ดังนั้นถ้าข่าวดังกล่าวรั่วไหลไปแม้แต่น้อยก่อนถึงเวลาที่ต้องการ ถึงแม้ว่าเครื่องบินกองทัพอากาศหมายเลขหนึ่งจะกำลังนำประธานาธิบดีสหรัฐ ใกล้ถึงกรุงแบบแดด ก็ต้องหันหัวกลับและยกเลิกภารกิจดังกล่าว ซึ่งทางทำเนียบขาวก็สามารถรักษาความลับนี้ได้เป็นอย่างดี โดยในวันพุธก่อนหน้าการเดินทางหนึ่งวัน รองเลขาธิการในการแถลงข่าวได้แจ้งต่อสื่อมวลชนว่าประธานาธิบดีบุชจะใช้เวลาในห้วงวันขอบคุณที่ประทานกับครอบครัวที่ไร่ในรัฐเท็กซัส และได้แจ้งถึงรายการอาหารต่าง ๆ ที่จัดเตรียมไว้ด้วย ในวันพุธบุชได้ปรึกษาขั้นสุดท้ายกับรองประธานาธิบดีและที่ปรึกษาต่างๆ ผ่านทางระบบประชุมทางไกลเพื่อทราบถึงสถานการณ์ต่าง ๆ และตัดสินใจที่จะเดินทางไปอิรักในวันรุ่งขึ้น โดยที่ไม่ได้แจ้งให้แม้แต่อดีตประธานาธิบดี บุช ซีเนียร์ผู้พ่อและมารดาของเขาให้ทราบว่าเมื่อเดินทางมาที่ไร่ที่เท็กซัสในวันรุ่งขึ้นแล้วจะไม่พบหน้าลูกชายและการรับประทานอาหารจะต้องจบลงโดยไม่มีลูกชายอยู่ด้วย ..............ประธานาธิบดีบุช ได้เดินทางออกจากบ้านของเขาที่เท็กซัสในเย็นวันพุธอย่างเงียบเชียบ ด้วยยานพาหนะที่ไม่ติดเครื่องหมายและสวมหมวกเบสบอลเพื่อหลบหน้า ขึ้นเครื่องบินเพื่อบินไปที่ฐานทัพอากาศแอนดริว วอชิงตันดีซีพร้อมผู้ช่วยส่วนตัวและนักข่าวสองสามคนที่สาบานว่าจะรักษาความลับ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเครื่องบินเพื่อการเดินทางระยะไกล เครื่องบินกองทัพอากาศหมายเลข 1 เดินทางถึงกรุงแบกแดดในเวลาค่ำ เครื่องบินดับไฟทั้งหมดในขณะร่อนลงและปิดหน้าต่างทั้งหมดลง ดังนั้นแสงสว่างจึงมีเพียงแต่แสงจากดวงจันทร์ ประธนาธิบดีรู้ดีว่าถ้าความลับนี้รั่วไหลเขาจะเป็นเป้าหมายสังหารที่มีค่าสูงยิ่ง ..............ในช่วงเย็นวันนั้นผู้นำคนสำคัญทั้งทางทหารและพลเรือน รวมทั้งผู้แทนสภาปกครองชาวอิรัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้แทนหน่วยทหารจำนวน 600 คนได้รับเชิญให้มาร่วมรับประทานอาหารเย็นบริเวณสนามบินนานาชาติ แบกแดด โดยแทบทุกคนทราบเพียงแต่ว่าการเลี้ยงครั้งนี้มีจุดประสงค์ในโอกาสวันขอบคุณที่ประทานร่วมกับแขกพิเศษเท่านั้น โดยไม่รู้แม้แต่น้อยว่าใครคือแขกพิเศษคนนั้น จนได้เวลาพร้อมเพรียงกันก่อนรับประทานอาหาร นาย พอล เบรเมอร์ ผู้บริหารสูงสุดของสหรัฐในอิรัก ได้ร่วมในการสร้างความประหลาดใจในครั้งนี้ด้วย โดยขึ้นกล่าวต่อแขกทั้งหลายในที่นั้นว่าถึงเวลาที่จะอ่านสานส์จากประธานาธิบดีสหรัฐ ที่มีต่อทุกคนที่อยู่ในแบกแดดแล้ว และได้ถามในที่ประชุมว่า มีใครในที่นี่ที่อาวุโสกว่าเขาหรือไม่ที่จะทำหน้าที่ในการอ่านสานส์นี้ ถ้ามีก็ขอให้ออกมา เมื่อสิ้นสุดคำประกาศดังกล่าว ประธานาธิบดีบุชที่ยืนคอยทีอยู่หลังม่านโดยสวมเสื้อคลุมของกองพลทหารม้าก็เดินแหวกม่านออกมาจากทางด้านหลังสร้างความตะลึงงันให้แก่แขกทุกคนไปชั่วขณะ และตามมาด้วยเสียงไชโยโห่ร้องจากทหารหาญอย่างกึกก้องในโรงอาหาร เมื่อเห็นว่าภาพที่เขาเห็นนั้นเป็นภาพของประธานาธิบดีสหรัฐ จริง ๆ ..............บุชได้ก้าวขึ้นเวที และก่อนจะกล่าวอะไรเขาได้ยกมือขึ้นปาดน้ำในดวงตาของเขาที่เอ่อล้น และกล่าวคำสรรเสริญพลเรือนและทหารในที่นั้นดังนี้ .............."ขอบคุณ ข้าพเจ้าได้มองหาสถานที่รับประทานอาหารอุ่น ๆ สักมื้อ ขอขอบคุณที่เชิญข้าพเจ้ามาร่วมอาหารมื้อนี้ และนายพลซานเซทขอบคุณครับ สำหรับการเชื้อเชิญที่แสนดีและการเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง ท่านทูตเบรเมอร์ ขอบคุณในความเชื่อมั่นต่อเสรีภาพและสันติภาพที่ยั่งยืน ขอขอบคุณสภาปกครองที่อยู่ ณ ทีนี้ที่กรุณาให้เกียรติร่วมกับเราในโอกาสวันสำคัญของชาติเรา ที่จะได้ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าที่ได้อวยพรให้แก่เรา ..............ข้าพเจ้าได้ร่วมในความภาคภูมิใจกับกองพลยานเกราะที่ 1 กองพลเอซีอาร์ที่ 2 และกองพลส่งทางอากาศที่ 82 ข้าพเจ้าไม่คิดว่าจะมีกลุ่มใดที่ดีไปกว่านี้ที่ข้าพเจ้าจะร่วมรับประทานอาหารในวันขอบคุณที่ประทานมากกว่าพวกท่าน ข้าพเจ้าภาคภูมิในตัวท่าน วันนี้ชาวอเมริกันได้อยู่รวมกับคนที่เขารักเพื่อขอบคุณสิ่งที่ได้รับจากการประทานให้แก่ชีวิตของพวกเขา และในปีนี้เราต้องการขอบคุณเป็นกรณีพิเศษในความกล้าหาญและความเสียสละของพวกท่านที่ปกป้องพวกเรา บุรุษและสตรของกองทัพสหรัฐ ..............ข้าพเจ้าได้นำความหมายในนามของอเมริกันชนมาสู่ท่านทั้งหลาย เราของคุณต่อทุกสิ่งที่ท่านได้กระทำลงไป พราภาคภูมิใจในตัวท่าน และอเมริกันชนจะยืนหยัดสนับสนันพวกท่านอยู่ข้างหลังอย่างแข็งขัน ท่านและข้าพเจ้าได้สาบานด้วยกันว่าเราจะปกป้องประเทศชาติ ท่านได้รับเกียรติยศจากคำสาบานนี้แล้ว กองทัพสหรัฐได้กระทำในสิ่งที่ยอดเยี่ยม ท่านเอาชนะผู้ก่อการร้ายในอิรัก ดังนั้น เราจะไม่พบพวกมันในประเทศของเรา ท่านเอาชนะลูกน้องซัดดัม ทำให้ประชาชนอิรักสามารถอยู่ได้ด้วยความสันติสุขและเสรีภาพ .............. การช่วยเหลือให้ชาวอิรักมีเสรีภาพ คือการที่ท่านได้ช่วยเหลือให้มีการเปลี่ยนแปลงความทุกข์ยากและรุนแรงในส่วนหนึ่งของโลก การช่วยเหลือในการสร้างประเทศทีที่มีสันติภาพและประชาธิปไตยในกลางใจของตะวันออกกลาง นั่นคือสิ่งที่ท่านได้ช่วยป้องกันชาวอเมริกันให้พ้นจากภยันอันตราย เราทราบซึ้งในบุญคุณนี้เป็นอย่างดี ..............ท่านตกอยู่ในภารกิจที่ยากลำบาก พวกผู้ที่โจมตีกองกำลังผสมและสังหารประชาชนอิรักผู้บริสุทธิ์กำลังทดสอบความมุ่งมั่นของเรา เขาหวังว่าเราจะวิ่งหนี เราข้ามน้ำข้ามทะเลมาหลายร้อยไมล์สู่กลางใจของอิรัก สูญเสียทหารที่มีค่า เพื่อเอาชนะผู้เผด็จการและปลดปล่อยประชาชน 25 ล้านคน เราจะไม่ถอยต่อกลุ่มโจรและฆาตกร เราจะมีชัย เราจะชนะเพราะการกระทำของเราถูกต้องและเหมาะสม เราจะชนะเราเพราะเราจะรุกรบ และเราจะชนะเพราะท่านเป็นส่วนหนึ่งของทหารที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา เราจะต้องมีชัยเพราะชาวอิรักต้องการเสรีภาพ ทุกวันท่านจะเห็นว่าชาวอิรักกำลังสร้างความมั่นคงต่อเสรีภาพของเขาด้วยตนเองและเสียสละ ข้าพเจ้ามีข้อความต่อชาวอิรัก ท่านมีโอกาสที่จะฉวยไว้ในเวลานี้ที่จะสร้างชาติที่ยิ่งใหญ่ บนพื้นฐานของความสง่างามและเสรีภาพของมนุษย์ ระบบการปกครองของซัดดัมได้จากไปแล้วอย่างนิรันดร สหรัฐและพันธมิตรจะช่วยท่าน ช่วยท่านในการสร้างชาติที่สันติเพื่อที่ลูกหลานของท่านจะได้มีอนาคตที่สดใส เขาจะช่วยท่านในการค้นหาและนำบุคคลที่ทำร้ายต่อท่านมานานนับปีและยังคงสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์มาสู่การตัดสิน เราจะอยู่ที่นี่ต่อไปจนกว่าเจตนารมย์ดังกล่าวจะเสร็จสิ้น ข้าพเจ้ามั่นใจว่าจะต้องสำเร็จเพราะท่าน ชาวอิรัก ที่จะแสดงให้โลกได้รับรู้ว่าไม่เพียงแต่ท่านจะกล้าหาญเท่านั้น ท่านยังมีปัญญาและการไตร่ตรองเป็นอย่างดี ..............ในโอกาสวันขอบคุณที่ประทานนี้ ประเทศของเราระลึกอยู่เสมอว่าทั้งบุรษและสตรีของกองทัพ เพื่อนของท่านและมิตรสหายได้เสียสละอย่างใหญ่ยิ่งเพื่อความปลอดภัยและเสรีภาพของเรา เราขอให้พระเจ้าได้อวยพรแต่ครอบครัว คนที่รักและเพื่อน ๆ และเราขออ้อนวอนให้ท่านได้ปลอดภัยและเข้มแข็ง ในขณะที่ท่านให้การปกป้องอเมริกาและนำมาซึ่งเสรีภาพ ทุก ๆ คนได้ตอบรับสิ่งเรียกร้องที่ยิ่งใหญ่ เพื่อเข้าร่วมในห้วงเวลาประวัติศาสตร์ที่จะเป็นประวัติศาสตร์ของโลก ท่านอยู่อย่างมีเกียรติยศ ท่านได้รับใช้ชาติ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและมั่นคงต่อประชาชน กองทัพของเราเต็มไปด้วยคนที่ดีที่สุดที่อยู่บนพื้นผิวของโลกนี้ ข้าพเจ้าภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของท่าน ข้าพเจ้าได้นำการทักทายมาจากสหรัฐ ขอให้พระเจ้าคุ้มครองท่านทุกคน" ..............หลังจากกล่าวคำปราศรัยจบประธานาธิบดีสหรัฐ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดังก้อง ประธานาธิบดีสหรัฐ ก็ร่วมรับประทานอาหารกับ โดยทำตามธรรมเนียมของกองทัพสหรัฐ คือการเข้าคิวถือถาดหลุมรับอาหารเพื่อนำมารับประทานที่โต๊ะที่จัดเตรียมไว้ โดยไม่มีการจัดโต๊ะเป็นพิเศษแต่อย่างใด ประธานาธิบดีสหรัฐ ใช้เวลาในกรุงแบกแดดรวมสองชั่วโมงครึ่งก่อนเดินทางกลับสหรัฐ ซึ่งข่าวการเยี่ยมหน่วยทหารในอิรักได้รับการอนุญาตให้เผยแพร่ได้หลังจากเครื่องบินได้บินออกจากอิรักแล้ว .............ผมเองจริง ๆ แล้วก็ไม่อยากให้ท่านคิดผมว่านิยมสหรัฐมากมายแต่เนื่องจากตอนนี้อยู่ในสหรัฐ ก็มีแต่ข้อมูลทางสหรัฐเสียมากก็เลยเขียนถึงบ่อยหน่อย ซึ่งก็ทราบดีว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อไม่น้อย แต่ก็คิดว่าเขาทำได้ดีและสามารถนำไปใช้ดัดแปลงปลุกขวัญและกำลังใจของทหารไทยได้ในโอกาสที่เหมาะสม สำหรับเรื่องราวที่เล่าสู่กันฟังนั้นผมคงไม่แสดงความคิดเห็นอะไรมากนัก แต่นำมาสรุปให้ได้อ่านกันเพราะเห็นว่ามีทหารไทยอยู่ในอิรักเช่นกัน ซึ่งแม้ว่าจะมีความมุ่งหมายและสิ่งอื่น ๆ ที่แตกต่างกันในแง่ยุทธศาสตร์และการปฏิบัติการเมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐ อย่างสิ้นเชิง แต่ก็มิใช่ว่าเราไม่สามารถจะนำแนวทางที่ดีมาดัดแปลงเพื่อปฏิบัติให้เหมาะสมได้ และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมเขียนบทความนี้ก็เพราะ ได้ติดตามข่าวสารจากประเทศไทยแล้วทราบว่าที่มีการจัดผู้แทนกองทัพไปตรวจเยี่ยมทหารไทยในอิรัก เมื่อ 18 - 27 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ก็เลยทำให้คิดว่าประธานาธิบดีสหรัฐ อาจจะนำแนวความคิดของเราไปดัดแปลงใช้ก็ได้ใครจะรู้ เพราะก่อนหน้านี้ สามสี่วัน คณะตรวจเยี่ยมจากกองทัพบก ได้นำ สารจาก ผู้บัญชาการทหารบก และ สารจากนายกรัฐมนตรี ไปอ่านให้กำลังพลของเราได้ฟังถึงที่ค่ายแล้ว ยังไงถ้าสนใจก็คลิ้กที่ลิ้ง เพื่ออ่านได้นะครับ แล้วลองใช้สมองไตร่ตรองดูแบบไร้ชีดจำกัดเอาเองก็แล้วกันว่ามีอะไรให้ท่านได้คิดบ้างหรือไม่ ![]() กลับสู่หน้าหลัก |
![]() กลับสู่หน้าหลัก ![]() เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ |
|
|
บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 27 พ.ย. 46 ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม ICQ ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน Contact list ใน ICQ ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วเลือก Web Page address (URL) หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมา ดูว่าตรงกับชื่อ address ในเบราเซอร์ แล้วกด Send ได้เลย ท่านสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงได้การพิมพ์ลงในช่องด้านล่างเรียบร้อย แล้วกด Send ได้เลยครับ |
||