" ข้าพเจ้ารักครอบครัวมากกว่าชีวิต แต่น้อยกว่าแผ่นดิน "
ประธานาธิบดี บุช ปราศรัยต่อประชาชาติ ท่านคิดอย่างไร&xoxox

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

จ่าสิบเอก ชายชาญ สวนบุญช่วย หนึ่งในกองกำลังเฉพาะกิจ 976 ไทยอิรัก สวมกอด ด.ญ. ธิดารัตน์ ลูกสาววัย 11 ปี ที่ท่าอาศยานทหาร ก่อนจะเดินทางไป เมืองคาบาร่า ประเทศอิรัก เพื่อปฏิบัติหน้าที่ทางด้านมนุยธรรม เมื่อ 4 กันยายน 2546 (ภาพจากรอยเตอร์ โดย สุกรี สุขพลัง)

......."......ภาระตกหนักที่สุดของเราในการทำสงครามเพื่อการล่มสลายของการก่อการร้าย คงเป็นเหมือนเช่นทุกครั้งที่เป็นมา ก็คือ เหล่าชายหญิงของกองทัพและหน่วยงานข่าวกรอง เขาได้ปลดเปลื้องภัยคุกคามที่รุมล้อมอเมริกาและเพื่อนของเรา และประเทศชาติแห่งนี้ได้รับความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ในการนำมาซึ่งความสำเร็จที่สุดคณานับของพวกเขา เรามีความรู้สึกได้ถึงความกตัญญูที่เกิดขึ้นในตัวเราที่ได้เห็นถึงความเชี่ยวชาญและความกล้าหาญของพวกเขา และจากการที่เขาได้ปฏิบัติอย่างสมเกียรติ ที่แสดงออกถึงคุณลักษณะของอเมริกันให้ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก เราขอยกย่องและเชิดชูเกียรติยศที่ครอบครัวของเขาเหล่านั้นได้เสียสละ และเราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อทหารอเมริกันทั่วทุกคนที่ได้พลีชีพอย่างกล้าหาญ และสุดแสนห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอน
...............ทหารอเมริกันทุกคนที่เอาชีวิตเข้าเสี่ยงภัยที่ยิ่งใหญ่ในโพ้นทะเลครั้งนี้ เข้าใจเป็นอย่างดีถึงสาเหตุที่ยิ่งใหญ่ว่าทำไมเขาถึงต้องเข้าไปอยู่ในที่แห่งนั้น เมื่อไม่นานมานี้ ข้าพเจ้าได้รับจดหมายจากร้อยเอกท่านหนึ่งของ กองพลทหารราบที่ 3 ในแบกแดด เขาเขียนอธิบายถึงความภาคภูมิใจที่เขาได้เข้ามารับใช้ชาติในสมรภูมิที่ก่อให้เกิดความยุติธรรม และสร้างเสรีภาพให้แก่อิรักนี้ เขาบอกว่า เขาเห็นสิ่งเหล่านี้ ในดวงตาที่หิวโหยของประชาชน ณ ที่แห่งนั้นทุกวัน เขาพบประชาชนที่ข้นแค้นขัดสนจากการมีเสรีภาพและโอกาส และสรุปว่า เขาคิดว่าข้าพเจ้าคงจะชอบบันทึกจากแนวรบหน้าแห่งเสรีภาพ ร้อยเอกทหารบกท่านนั้นและรวมไปถึงบุรุษและสตรีทุกคนที่รับใช้ชาติในสงครามต่อต้านการก่อการร้าย ท่านคือผู้ที่อยู่ในแนวรบหน้าแห่งเสรีภาพ และข้าพเจ้าต้องการให้แนวรบหน้าแห่งเสรีภาพทุกคนได้รับทราบทั่วกันว่า ประเทศชาติของท่านขอขอบคุณท่าน และประเทศชาติของท่านให้การสนับสนุนท่านเสมอ ………..."

................นี่เป็นตอนหนึ่งของคำพูดที่กล่าวถึงทหารสหรัฐในสมรภูมิอิรักและอัฟกานิสถานจากการปราศรัยต่อประชาชาติสหรัฐ ของประธานาธิบดี จอร์จ บุช เมื่อ 7 กันยายน 46 ที่ถ่ายทอดออกอากาศทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เนท และหนังสือพิมพ์ ทั่วทั้งสหรัฐ และทั่วโลก และแน่นอนว่าทหารสหรัฐ ในอิรักและอัฟกานิสถานคงได้ยินคำยกย่องเชิดชูนี้เป็นส่วนใหญ่ ลองนึกดูว่าถ้าท่านเป็นทหารไทยปฏิบัติหน้าที่ในดินแดนที่ห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอนและบุคคลอันเป็นที่รัก และท่านปฏิบัติหน้าที่โดยที่ไม่มีคนเห็น แล้ววันหนึ่งผู้นำสูงสุดของประเทศที่สั่งให้ท่านไปปฏิบัติหน้าที่นี้เพื่อประเทศชาติ โดยที่ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว กล่าวขอบคุณท่านเช่นนี้ ท่านจะภาคภูมิใจในการรับใช้ประเทศชาติบ้างไหมครับ
................ เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นกับผมครั้งหนึ่งครับ ครั้งที่ผมเดินทางออกจากสนามบินกองทัพอากาศที่ดอนเมืองเพื่อไปติมอร์ตะวันออกเมื่อเช้ามืดวันที่ 17 กันยายน 2542 วันนั้นผมยังจำความรู้สึกได้ดีว่าขณะเดินทางออกจากกองบัญชาการกองทัพบกด้วยรถตู้สองคันเวลาประมาณตี 1 ก่อนที่จะถึงสนามบินไม่เคยคิดว่าจะมีคนใครมาสนใจไปส่งและรู้อยู่แก่ใจว่าคนสำคัญในชีวิตที่ใจอยากให้มาเป็นที่สุดคือพ่อแม่และลูกเมียคงไม่ได้มาเช่นกัน เพราะผมได้กำชับว่าอย่ามาส่งเพราะการเดินทางตีสองตีสามคงจะลำบากและอันตรายได้ยิ่งต้องมาจากต่างจังหวัด และคิดต่อไปว่าการเดินทางของผมคงจะเป็นการเดินขึ้นเครื่องบินเงียบ ๆ ตามปกติ สำหรับคนที่อาจต้องเดือดร้อนเพราะไม่ได้นอนคงเป็นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่เมื่อถึงสนามบินผมเองต้องตกใจสุดขีดที่เจอผู้คนไม่ต่ำกว่าห้าหกร้อยคน มาออกันเต็มไปหมดและที่ตะลึงหนักเข้าไปอีกก็คือ นาย ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี/รมต.กห. ในขณะนั้น เดินทางมาส่งและอวยพรพร้อมกับคล้องพวงมาลัยให้พวกเราทั้ง 40 กว่าคนอีกด้วย ซึ่งเวลาในตอนนั้นคือตีสี่ ท่านให้เกียรติพวกเรามาก ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่เคยเป็นทหารมาก่อนและทราบดีว่าอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทหารมานาน
................ เหตุการณ์นี้ทำให้ผมในตอนนั้นคิดว่าตายในการปฏิบัติหน้าที่ในติมอร์ครั้งนั้นคงไม่ต้องเสียดายชีวิตแล้วเหมือนกับคำที่ผมและนักเรียนเตรียมทหารทุกคนเคยปฏิญานทุกเย็นหลังเลิกเรียนที่ดังก้องหูว่า "ตายในสนามรบเป็นเกียรติของทหาร" ได้ดังกระหึ่มในโสตประสาทและแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายอีกครั้งหลังจากห่างหายไปกว่า 20 ปี ผมคิดว่า ณ วันนี้เหตุการณ์แม้จะคล้ายแต่คงไม่เหมือนเดิมสำหรับทหารไทยที่ไปอิรัก ภาพเช่นนี้คงจะไม่เกิดขึ้นกับทหารไทยที่ไปอิรักที่ผ่านมาและจะเดินทางในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเป็นแน่ แต่ก็ขอให้พวกท่านได้ภาคภูมิใจว่าท่านไม่ได้ถูกลืม ภาพการเดินขึ้นเครื่องบินจากดอนเมืองแม้จะสู้ข่าวของบิ๊กดีทูบี ข่าวดร. ไฮโซ หรือข่าวพลทหารฆ่าชิงเงิน 200 บาทที่พาดหัวหนังสือพิมพ์ของไทยที่ผ่านมาไม่ได้ แต่ภาพของท่านได้ถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือวอชิงตันโพสท์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์แนวหน้าที่สหรัฐ ในวันรุ่งขึ้น และแม้ว่าจะไม่มีใครกล่าวสรรเสริญความเสียสละของท่าน ก็ขอให้ท่านได้อ่านคำสรรเสริญของ ประธานาธิบดีบุช ที่ผมแปลมาให้อ่านข้างต้น เพราะผมเชื่อว่าถ้าประเทศไทยมีจิตวิญญาณ เขาคงขอบคุณท่านเช่นเดียวกับประเทศสหรัฐ ขอบคุณทหารของเขา

................สำหรับบทคำปราศรัยของประธานาธิบดี บุชทั้งหมดในครั้งนี้ผมเลยถือโอกาสแปลไว้ให้ท่าน ๆ ที่สนใจได้อ่าน เพราะคิดว่าคำพูดแต่ละคำที่ออกมานั้นต้องกลั่นกรองออกมาจากสุดยอดมันสมองของนักวางแผนชั้นเลิศที่อยู่เบื้องหลังเป็นแน่แท้ ซึ่งคงจะบอกไม่ได้ว่าผู้ที่อ่านจะคิดอย่างไร ซึ่งผมไม่ถือเป็นประเด็น แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ คำปราศรัยดังกล่าวที่ผมคิดว่านักวางแผนและผู้ที่ร่างคำปราศรัยสำหรับผู้บังคับบัญชาจะได้นำเอาไปศีกษาและพิจารณานำมาใช้ตามความเหมาะสมในโอกาสต่อไปได้ ซึ่งท่านสามารถเปิดอ่านได้ที่นี่ครับ


....................ประธานาธิบดี บุช ปราศรัยต่อประชาชาติ 7 ก.ย. 46


....................สายัณห์ สวัสดิ์ ข้าพเจ้าขอเวลาในห้วงนี้เพื่อให้ท่านได้รับทราบถึงการปฏิบัติของอเมริกันต่อสงครามการก่อการร้าย
.................... เกือบสองปีแล้ว หลังจากการโจมตีมรณะ ต่อประเทศของเรา เราได้เริ่มการรณรงค์อย่างเป็นระบบในการต่อต้านการก่อการร้าย และในเดือนนี้เป็นเวลาของความรับผิดชอบใหม่ และการเสียสละ และการแก้ปัญหาของชาติ และความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่
....................อเมริกาและกองกำลังชาติผสมได้ปฏิบัติในขั้นต้นที่อัฟกานิสถาน ด้วยการทำลายค่ายฝึกการก่อการร้าย และถอดถอนระบบการปกครองที่ให้การดูแลอัลเกดาร์ จากการโจมตีระลอกแล้วระลอกเล่าและการปฏิบัติการกระจายออกไปทั่วโลก ทำให้ผู้นำอัลเกดาร์ที่เป็นที่รู้จักเกือบสองในสามถูกจับกุมและสังหาร และเราจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องกับอัลเกดาร์ที่เหลือ เราจะนำเอาแนวร่วมก่อการร้ายออกมา จะจับกลุ่มและชำระบัญชีผู้ก่อการร้าย และจะนำมาตรการใหม่ออกมาเพื่อป้องกันบ้านเกิดเมืองนอนของเรา และจะขุดรากถอนโคนกลุ่มเซลล์หลับฝังตัวในสหรัฐ ฯ และที่เราได้ปฏิบัติที่อิรัก สถานที่ยุคอำนาจเก่าได้หนุนการก่อการร้าย สร้างและใช้อาวุธทำลายล้างสูง และกว่า 12 ปี ที่มีคำร้องขออย่างชัดเจนจาก คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ กองกำลังผสมได้บังคับใช้กำลังเพื่อให้สิ่งเรียกร้องนานาชาติเหล่านี้เป็นผลด้วยการรณรงค์ทางด้านการทหารที่รวมเร็วอย่างมีมนุษยธรรมที่สุดเท่าที่มีมาครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
....................สำหรับในช่วงยุคของการนำมาสู่วันที่ 11 กันยา 2001 ผู้ก่อการร้ายและเหล่าพวกพ้องเผ่าพันธ์เดียวกันได้โจมตีต่อผู้บริสุทธิ์ที่ตะวันออกกลางและที่อื่น ๆ โดยปราศจากการตอบโต้ที่จริงจังและเป็นเนื้อหนัง ผู้ก่อการร้ายได้ลำพองใจว่าชาติเสรีนั้นเสื่อมถอยและอ่อนแอ และมีความบ้าบิ่นมากขึ้นและมากขึ้น โดยเชื่อว่าประวัติศาสตร์จะอยู่ข้างเขา จนกระทั่งอเมริกันถูกเพลิงเผาผลาญในวันที่ 11 กันยา และโศกเศร้ากับความตายของเรา และการเข้าสู่สงคราม ประวัติศาสตร์จึงได้หันกลับไปอีกทางหนึ่ง เราจำนำการรบกับศัตรูต่อไป เราจะกระชากภัยคุกคามการก่อการร้ายต่อความศิวิไลท์กลับมา ซึ่งมิใช่แต่เพียงขอบนอกของอิทธิพลของมันเท่านั้น แต่จะเป็นกลางใจของอำนาจ
....................ภาระนี้จะดำเนินต่อไป ในอิรัก เราได้ช่วยเหลือต่อประชาชนที่ทนทุกข์มาอย่างยาวนานในการสร้างสังคมประชาธิปไตยและเกียริภูมิที่เป็นศูนย์กลางของตะวันออกกลาง และในเวลาเดียวกันเราจะเปลี่ยนถ่ายสถานที่ที่เป็นเตาเผาแห่งความทรมานและสุสานแห่งศพจำนวนมหาศาลให้กลายเนชาติแห่งสถาบันกฏหมายและความเสรี สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยากยิ่งและใช้ทุน และแน่นนอนว่ามีคุณค่าต่อชาติของเรา และวิกฤติอย่างยิ่งต่อสังคมของเรา

....................ตะวันออกลางถ้าไม่นำมาซึ่งความก้าวหน้าของสันติภาพแล้ว ก็จะเป็นสถานที่ส่งออกความรุนแรงและความเลวร้ายที่คร่าชีวิตของชาวอเมริกันรวมทั้งประชาชนของชาติเสรีอื่น ๆ ด้วย ชัยชนะของประชาธิปไตยและการกำหนดวิถีทางในอิรักและอัฟกานิสถานและสิ่งอื่น ๆ หลังจากนั้นจะเป็นการนำเชื้อร้ายของการก่อการร้ายกลับเข้ามาในหลุมศพตามเดิม ความสมบูรณ์พูนสุขของผู้ก่อการร้ายได้มาจากการสนับสนุนของทรราชย์และความโกรธของประชาชนที่ถูกกดขี่ เมื่อใดที่ทรราชย์ล่มสลายและความโกรธได้เปลี่ยนเป็นความหวัง บุรุษและสตรีจากทุกวัฒนธรรมจะขับไล่อุดมการของการก่อการร้ายออกไป และหันกลับมาตามเส้นทางของสันติภาพ ทุกหนแห่งที่เสรีภาพปรากฏความชั่วร้ายจะถอยหนีไป
....................ศัตรูของเราเข้าใจในความจริงนี้ เขารู้ว่าการสร้างเสรีภาพในอิรักหมายถึงการสิ้นสุดของพวกเขา การหมดสิ้นของการฆาตกรรม และการผู้ทรมาร รวมถึงตำรวจลับ เขารู้ดีว่าเมื่อใดที่ประชาธิปไตยเบ่งบานในอิรัก เจตคติแห่งความเกลียดชังจะล่มสลายเหมือนกับอนุสาวรีย์ของอดีตเผด็จการ และนี่คือคำถามว่าทำไม ที่ห้าเดือนที่ผ่านมาหลังจากที่เราได้ปลดปล่อยอิรัก การไล่จับฆาตกรจึงเป็นความพยายาที่สิ้นหวังและทำให้การสร้างความก้าวหน้าในอิรักถูกทำลายลงและส่งผลให้ประเทศจมลงสู่กลียุค
....................ผู้โจมตีบางส่วนเป็นสมาชิกเดิมของการปกครองเดิมของซัดดัม ที่หลบหนีออกจากสนามรบและปัจจุบันต่อสู้ภายในเงามืด นักรบบางส่วนเป็นผู้ก่อการร้ายจากต่างประเทศ ที่เข้ามาในอิรักเพื่อทำการรบต่อเนื่องกับอเมริกันและชาติเสรีอื่น ๆ เรายังไม่ทราบขอบเขตที่แน่นอนว่ากลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ทำงานร่วมกันอย่างไร แต่เรารู้แน่ว่าเขามีเป้าประสงค์ร่วมกันอย่างหนึ่งคือ การนำอิรักกลับเข้าสู่ยุคทรราชย์อีกครั้งหนึ่ง
....................ฆาตกรส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่ทั้งหมดปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ส่วนหนึ่งของประเทศ การโจมตีที่ท่านได้ทราบและอ่านในห้วงสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมาเกิดขึ้นอย่างเด่นชัดบริเวณภาคกลางของอิรัก ระหว่างแบกแดดและเมืองติคริท ที่มั่นหลักเก่าของซัดดัม ทางด้านตอนเหนือของอิรักค่อนข้างมีเสถียรภาพและเคลื่อนไปข้างหน้าต่อการก่อร่างสร้างตัวและการปกครองตนเอง กระแสดังกล่าวเป็นไปในทิศทางเดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้นทางใต้ แม้ว่าจะมีการโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายเมื่อเร็ว ๆ นี้

....................ถึงแม้ว่าการโจมตีที่ผ่านมาจะเป็นระดับต่ำ แต่ผู้ก่อการร้ายและสาวกของซัดดัมได้ก่อให้เกิดการทำร้ายที่ใหญ่ยิ่ง เขาดักซุ่มโจมตีต่อทหารสหรัฐ ฯ และอังกฤษ ที่ยืนหยัดต่อเสรีภาพและความสงบเรียบร้อย พวกเขาสังหารพลเรือนที่เป็นเจ้าหน้าที่สหประชาชาติซึ่งทำหน้าที่ช่วยเหลือ และเป็นตัวแทนแห่งความเมตตากรุณาที่มีต่อโลกมนุษย์ พวกเขาระเบิดสถานทูตจอร์แดน สัญลักษณ์ของสันติภาพของชาติอาหรับ และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาได้สังหารผู้นำทางศาสนารวามทั้งชาวมุสลิมกว่าร้อยคนขณะทำการสวดมนต์ การระเบิดต่อโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์และสัญญลักษณ์ของการสอนสันติภาพของอิสลาม ความรุนแรงได้ถูกสั่งการ ไม่แต่เพียงการต่อต้านกำลังผสมของเราเท่านั้น แต่ต่อต้านแก่ทุกคนที่อยู่ในอิรักที่ยืนหยัดต่อการปฏิบัติที่เหมาะสม และเสรีภาพและความเจริญก้าวหน้า
....................ยังคงมีอีกมากมายที่จะมีการโจมตีนอกเหนือจากความโกรธที่มืดบอด ผู้ก่อการร้ายมีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ เขาต้องการให้เราออกจากอิรักก่อนที่ภารกิจของเราจะเสร็จสิ้น เขาต้องการที่จะสั่นคลอนความมุ่งมั่นของโลกศิวิไลท์ ในอดีต ผู้ก่อการร้ายได้กล่าวถึงตัวอย่างที่เกิดขึ้นที่เบรุตและโซมาเลีย กล่าวอ้างถึงว่าถ้ามีคนนำมาถึงอันตรายต่อคนอเมริกัน พวกเราจะวิ่งหนีต่อความท้าทายนั้น แต่ในกรณีนี้ พวกเขาผิดอย่างมหันต์
....................สองปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้บอกแก่สภาและประเทศว่า สงครามต่อต้านการก่อการร้ายจะเป็นสงครามที่ยาวนานต่างจากสงครามอย่างอื่น เราต้องรบในหลายแนวการรบและหลายสถานที่ อิรักในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางของแนวรบ ศัตรูของเสรีภาพจะต้องถูกทำให้ความยืนหยัดนั้นเสื่อมถอยลง ณ ที่แห่งนั้น และ ณ ที่แห่งนั้น พวกเขาจะต้องแพ้พ่าย สิ่งนี้จะต้องใช้เวลาและต้องการความเสียสละ เราจะทำในทุกสิ่งที่จำเป็นแน่ เราจะจ่ายในสิ่งที่จำเป็น เพื่อที่ทำให้ชัยชนะที่สำคัญยิ่งในสงครามการก่อการร้ายสำเร็จสมประสงค์ เพื่อความยืนยงของเสรีภาพ และเพื่อทำให้ชาติของเรามีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

....................อเมริกันเคยทำเช่นนี้มาก่อน หลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง เราได้ยกระดับของประเทศที่พ่ายแพ้คือ ญี่ปุ่นและเยอรมนี และยืนเคียงข้างพวกเขาในขณะที่เขาสร้างรัฐบาลของเขาขึ้นมา เราได้ใช้เวลาและทรัพยากรสำหรับสิ่งเหล่านี้ และจากความพยายามดังกล่าวได้ทำให้เกิดความเร็วหลายเท่าตัวในช่วงสามชั่วอายุคนที่ทำให้เกิดมิตรภาพและสันติภาพ อเมริกันในวันนี้ยอมรับความท้าทายในการเข้าช่วยเหลือประชาชนชาวอิรักด้วยจิตวิญญานแบบเดียวกัน เพื่อชะตากรรมของพวกเขาและของเราเอง
....................ยุทธศาสตร์ในอิรักของเรามี 3 เป้าประสงค์ คือ การทำลายพวกผู้ก่อการร้าย เข้าร่วมในการสนับสนุนกับชาติอื่น ๆ สำหรับอิรักที่เสรี และช่วยเหลือคนอิรักให้สามารถเข้ารับผิดชอบการปกปักรักษาตนเองและอนาคตของพวกเขา
  • ....................ประการแรก เราได้ปฏิบัติการโดยตรงด้วยการต่อต้านผู้ก่อการร้ายในยุทธบริเวณอิรัก ที่แน่นอนที่สุดว่าจะเป็นหนทางในการป้องกันการโจมตีในอนาคตต่อกองกำลังผสมและประชาชนชาวอิรัก เราจะอยู่ในสถานะการรุกด้วยการโจมตีที่แม่นยำต่อเป้าหมายศัตรูมากยิ่งขึ้น โดยใช้แนวทางจากการข่าวกรองที่เราได้รับจากชาวอิรัก นับตั้งแต่การสิ้นสุดการรบขนาดใหญ่ เราได้ทำการจู่โจมและกวาดล้างเข้ายึดที่ซุ่มซ่อนอาวุธของศัตรูและกระสุนจำนวนมหาศาล และเราได้จับกุมสังหารผู้จงรักภักดีต่อซัดดัมและผู้ก่อการร้ายหลายร้อยคน จนกระทั่งบัดนี้ จากจำนวนอดีตผู้นำอิรักที่เราต้องการตัวมากที่สุด 55 คน 42 ได้เสียชีวิตหรือถูกคุมขัง เราได้ส่งสัญญานที่ชัดเจน ว่าใครก็ตามที่มั่นหมายจะทำร้ายต่อทหารของเราต้องรู้ว่าทหารของเราจะตามล่าตัวเขาจนถึงที่สุด
  • ....................ประการที่สอง เราได้ทำการขยายความร่วมมือไปยังนานาชาติในอันที่จะก่อให้เกิดโครงสร้างและความมั่นคงของอิรักขึ้นมาใหม่ เหมือนกับที่เราทำในอัฟกานิสถาน ผู้บัญชาการทหารของเราในอิรักได้ให้ข้อเสนอแนะต่อข้าพเจ้าว่ายอดกำลังพลทหารอเมริกันปัจจุบันจำนวนเกือบ 130,000 คน มีความเหมาะสมเพียงพอต่อภารกิจของเขา พวกเขาได้มีกำลังรบร่วมจาก 29 ประเทศ ด้วยจำนวนทหารกว่า 20,000 คน สองกองพลผสมชาติ ที่นำโดยอังกฤษและโปแลนด์ ได้ปฏิบัติงานเคียงคู่กับกำลังของเรา และเพื่อที่จะแบ่งปันภาระให้มากกว่านี้ ผู้บัญชาการทหารของเราได้ร้องขอกองพลผสมชาติที่ 3 ในการปฏิบัติงานในอิรัก
    ....................บางประเทศได้ร้องขอให้มีการอนุมัติจาก คณะมนตรีความมั่นคง สหประชาชาติที่ชัดเจนก่อนที่จะส่งทหารเข้าไปในอิรัก ข้าพเจ้าได้สั่งการให้เลขาธิการรัฐ คอลลิน พาวล์ เสนอร่างมติคณะมนตรีความมั่นคงฉบับใหม่ ที่อนุมัติให้มีการก่อตั้งกำลังผสมชาติในอิรัก ที่นำโดยอเมริกา
    ....................ผมจำได้ดีว่าไม่ทั้งหมดของมิตรเราที่เห็นด้วยในการตัดสินใจของเราที่บีบบังคับให้ออกมติคณะมนตรีความมั่นคงและขับไล่ ซัดดัม ฮุดเซ็นออกจากอำนาจ เราจะไม่ทำให้ความแตกต่างในอดีตมาขัดขวางหน้าที่ของเราในปัจจุบัน ผู้ก่อการร้ายในอิรักได้โจมตีต่อผู้แทนของโลกศิวิไลซ์ และการต่อต้านพวกนี้จะต้องเป็นหน้าที่ของโลกศิวิไลซ์ สมาชิกของสหประชาชาติในเวลานี้มีโอกาสและความรับผิดชอบแล้ว ที่จะเข้ารับบทบาทที่จะทำให้เกิดหลักประกันว่าอิรักจะกลายเป็นประเทศที่เสรีและเป็นประชาธิปไตย
  • ....................ประการที่สาม เราได้เร่งเร้าในการถ่ายโอนอำนาจอธิปไตยและการปกครองอย่างเป็นลำดับให้แก่ประชาชนอิรัก กำลังผสมของเราเข้าไปในอิรักอย่างผู้ปลดปล่อยและเราจะต้องจากมาอย่างผู้ปลดปล่อยเช่นกัน ณ เวลานี้อิรักมีสภาปกครองของตนเอง ที่ประกอบด้วยผู้นำ 25 คน ซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชนจากหลาย ๆ กลุ่มของอิรัก สภาปกครองดังกล่าวพึ่งได้แต่งตั้งรัฐมนตรีของสภาเพื่อที่จะปฏิบัติงานของแต่ละกระทรวง และมากกว่าร้อยละ 90 ของเมืองต่าง ๆ ได้บริหารโดยคณะปกครองของท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งได้คืนกลับมาของการบริการพื้นฐานต่าง ๆ เราได้ช่วยเหลือในการฝึกสอนกำลังปกป้องพลเรือนที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย และหน่วยตำรวจของอิรักในการบังคับใช้กฎหมาย และการป้องกันรักษาสถานให้บริการสาธารณะต่าง ๆ และกำลังป้องกันชายแดนอิรักที่จะช่วยในการรักษาความมั่นคงชายแดน และกองทัพใหม่ของอิรัก ในบทบาททั้งหมดที่กล่าว ปัจจุบันมีชาวอิรักมากกว่า 60,000 คน ที่ติดอาวุธ ป้องกันและรักษาความสงบประเทศของเขา และเราจะเร่งรัดให้มีการฝึกให้มากกว่านี้อีก
    ....................อิรักมีความพร้อมที่จะก้าวต่อไปในการปกครองตนเอง ร่างมติคณะมนตรีความมั่นคง ที่เราได้เสนอจะเร่งเร้าให้สภาปกครองของอิรักส่งแผนและตารางเวลาสำหรับร่างรัฐธรรมนูญ และการเลือกตั้งเสรี จากตอนต้น ข้าพเจ้าได้กล่าวถึงความั่นใจในขีดความสามารถของชาวอิรักที่จะปกครองตนเอง ณ บัดนี้ พวกเขาต้องยกระดับความรับผิดชอบความเสรีของประชาชนและการรักษาไว้ซึ่งเสรีภาพด้วยของพวกเขาเอง
    ....................ยุทธศาสตร์ของเราในอิรักต้องการทรัพยากรใหม่ เราได้ดำเนินการประเมินอย่างถี่ถ้วนไม่ว่าในส่วนของการทหารและการก่อสร้างที่จำเป็นที่ต้องการในอิรัก และรวมถึงอัฟกานิสถานด้วย ในไม่ช้านี้ ข้าพเจ้าจะเสนอต่อสภาเพื่อร้องของงบประมาณจำนวน สามจุดห้าล้านล้านบาท (3,500,000,000,000 บาท) คำร้องของบดังกล่าวจะครอบคลุมการปฏิบัติการทางทหารและการข่าวกรองที่ดำเนินอยู่ในอิรัก อัฟกานิสถานและที่อื่น ๆ โดยเราคาดว่าจะต้องใช้จ่าย สองจุดเจ็ดล้านล้านบาท (2,700,000,000,000 บาท) ตลอดปีหน้า งบประมาณดังกล่าวจะสนับสนุนสิ่งที่เราได้กระทำลงไปที่ช่วยเหลือชาวอิรักและอัฟกานิสถานในการสร้างชาติเขาขึ้นมา หลังจากผ่านทศวรรษของการกดขี่และการจัดการที่ผิดพลาด เราจะจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือพวกเขาในการปรับปรุงความมั่นคง และเราจะช่วยพวกเขาในการฟื้นฟูการบริการพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า ประปา และการสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ ถนน การบริการสาธารณสุข ความพยายามนี้เป็นความจำเป็นยิ่งยวดที่จะสร้างเสถียรภาพให้เกิดขึ้นในประเทศนี้ และ นั่นหมายถึงความมั่นคงของเราเองด้วย ในห้วงเวลานี้และในอนาคต เราจะสนับสนุนทหารของเราและเราจะรักษาคำพูดนี้ต่อประชาชนชาวอัฟกานิสถานและอิรักกว่า 50 ล้านคน
    ....................ในปลายเดือนนี้ เลขาธิการรัฐ พาวล์ จะพบกับผู้แทนของหลายชาติเพื่อถกแถลงถึงการอุดหนุนด้านการเงินในการสร้างอัฟกานิสถานขึ้นมาใหม่ เดือนถัดไป เขาจะจัดการประชุมด้านการเงินเช่นนี้ในการสร้างอิรักขึ้นมาใหม่เช่นเดียวกัน ยุโรป ญี่ปุ่น และ รัฐ ต่าง ๆ ในตะวันออกกลางทั้งหมดจะได้รับผลตอบแทนจากความสำเร็จของเสรีภาพของประเทศทั้งสองนี้ และเขาควรจะต้องช่วยบริจาคในความสำเร็จนี้
    ....................ประชาชนชาวอิรักได้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานที่ยาวนาน สำหรับพวกเขาจะต้องไม่มีการกลับไปสู่วันของผู้นำเผด็จการอีก ต้องไม่มีความทุกข์ระทมและการไร้เกียรติที่เขาเคยนำมาสู่ประเทศที่ดีนี้อัก สำหรับตะวันออกกลางและโลก จะต้องไม่หวนกลับไปสู่วันแห่งความหวาดกลัว วันที่ทรราชย์กระหายเลือดและข่มขู่ที่จะใช้อาวุธที่ชั่วร้าย และสำหรับอเมริกัน จะต้องไม่หวนกลับไปยังยุคก่อน 11 กันยา 2001 วันสุขสบายที่ผิดพลาดในโลกที่อันตราย เราได้เรียนรู้ว่าการโจมตีจากการก่อการร้ายไม่ได้เกิดจากสาเหตุที่มีการใช้ความเข้มแข็ง แต่เกิดจากความสังเกตเห็นถึงความอ่อนแอ และหนทางที่แน่นอนที่สุดในการหลีกเลี่ยงไม่ให้ประชาชนของเราถูกโจมตีก็ด้วยการตะลุยไปยังสถานที่ที่ศัตรูหลบซ่อนและวางแผน เราได้ทำสงครามกับข้าศึกในอิรักและอัฟกานิสถานวันนี้ ก็เพื่อที่เราจะได้ไม่มาพบพวกเขาอีกบนถนนของเรา ในเมืองของเรา

    .....................ภาระตกหนักที่สุดของเราในการทำสงครามเพื่อการล่มสลายของการก่อการร้าย คงเป็นเหมือนเช่นทุกครั้งที่เป็นมา ก็คือ เหล่าชายหญิงของกองทัพและหน่วยงานข่าวกรอง เขาได้ปลดเปลื้องภัยคุกคามที่รุมล้อมอเมริกาและเพื่อนของเรา และประเทศชาติแห่งนี้ได้รับความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ในการนำมาซึ่งความสำเร็จที่สุดคณานับของพวกเขา เรามีความรู้สึกได้ถึงความกตัญญูที่เกิดขึ้นในตัวเราที่ได้เห็นถึงความเชี่ยวชาญและความกล้าหาญของพวกเขา และจากการที่เขาได้ปฏิบัติอย่างสมเกียรติ ที่แสดงออกถึงคุณลักษณะของอเมริกันให้ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก เราขอยกย่องและเชิดชูเกียรติยศที่ครอบครัวของเขาเหล่านั้นได้เสียสละ และเราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่ออเมริกันทั่วทุกคนที่ได้พลีชีพอย่างกล้าหาญ และสุดแสนห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอน
    ...................ทหารอเมริกันทุกคนที่เอาชีวิตเข้าเสี่ยงภัยที่ยิ่งใหญ่ในโพ้นทะเลครั้งนี้ เข้าใจเป็นอย่างดีถึงสาเหตุที่ยิ่งใหญ่ว่าทำไมเขาถึงต้องเข้าไปอยู่ในที่แห่งนั้น เมื่อไม่นานมานี้ ข้าพเจ้าได้รับจดหมายจากร้อยเอกท่านหนึ่งของ กองพลทหารราบที่ 3 ในแบกแดด เขาเขียนอธิบายถึงความภาคภูมิใจที่เขาได้เข้ามารับใช้ชาติในสมรภูมิที่ก่อให้เกิดความยุติธรรม และสร้างเสรีภาพให้แก่อิรักนี้ เขาบอกว่า เขาเห็นสิ่งเหล่านี้ ในดวงตาที่หิวโหยของประชาชน ณ ที่แห่งนั้นทุกวัน เขาพบประชาชนที่ข้นแค้นขัดสนจากการมีเสรีภาพและโอกาส และสรุปว่า เขาคิดว่าข้าพเจ้าคงจะชอบบันทึกจากแนวรบหน้าแห่งเสรีภาพ ร้อยเอกทหารบกท่านนั้นและรวมไปถึงบุรุษและสตรีทุกคนที่รับใช้ชาติในสงครามต่อต้านการก่อการร้าย ท่านคือผู้ที่อยู่ในแนวรบหน้าแห่งเสรีภาพ และข้าพเจ้าต้องการให้แนวรบหน้าแห่งเสรีภาพทุกคนได้รับทราบทั่วกันว่า ประเทศชาติของท่านขอขอบคุณท่าน และประเทศชาติของท่านให้การสนับสนุนท่านเสมอ
    ....................พี่น้องประชาชน เราได้ถูกทดสอบมาแล้วในห้วง 24 เดือนที่ผ่านมา แต่อันตรายยังไม่ผ่านพ้นไป แน่นอนว่า อเมริกันทุกคนจะตอบสนองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกล้าหาญและมั่นใจ เรายอมรับหน้าที่ที่เกิดขึ้นในยุคของเรา เราจะต้องแข็งขันและแน่วแน่ที่จะปกป้องพวกเราให้พ้นภัย เราจะทุ่มเทเพื่อดำรงไว้ซึ่งวิถีทางแห่งเสรีภาพ และนี่คือวิถีทางแห่งมวลมนุษยชาติ

    ....................ด้วยความขอบคุณ และราตรีสวัสดิ์ และขอวอนให้พระเจ้าคุ้มครองอเมริกาสืบไป
    Bush's address to the nation on Sunday, September 7

    ....................Good evening. I have asked for this time to keep you informed of America's actions in the war on terror.
    ....................Nearly two years ago, following deadly attacks on our country, we began a systematic campaign against terrorism. These months have been a time of new responsibilities, and sacrifice, and national resolve, and great progress.

    ....................America and a broad coalition acted first in Afghanistan, by destroying the training camps of terror, and removing the regime that harbored al Qaeda. In a series of raids and actions around the world, nearly two-thirds of al Qaeda's known leaders have been captured or killed, and we continue on al Qaeda's trail. We have exposed terrorist front groups, seized terrorist accounts, taken new measures to protect our homeland, and uncovered sleeper cells inside the United States. And we acted in Iraq, where the former regime sponsored terror, possessed and used weapons of mass destruction, and for 12 years defied the clear demands of the United Nations Security Council. Our coalition enforced these international demands in one of the swiftest and most humane military campaigns in history.

    ....................For a generation leading up to September 11, 2001, terrorists and their radical allies attacked innocent people in the Middle East and beyond, without facing a sustained and serious response. The terrorists became convinced that free nations were decadent and weak. And they grew bolder, believing that history was on their side. Since America put out the fires of September 11, and mourned our dead, and went to war, history has taken a different turn. We have carried the fight to the enemy. We are rolling back the terrorist threat to civilization, not on the fringes of its influence, but at the heart of its power. This work continues. In Iraq, we are helping the longsuffering people of that country to build a decent and democratic society at the center of the Middle East. Together we are transforming a place of torture chambers and mass graves into a nation of laws and free institutions. This undertaking is difficult and costly - yet worthy of our country, and critical to our security.

    ....................The Middle East will either become a place of progress and peace, or it will be an exporter of violence and terror that takes more lives in America and in other free nations. The triumph of democracy and tolerance in Iraq, in Afghanistan, and beyond would be a grave setback for international terrorism. The terrorists thrive on the support of tyrants and on the resentments of oppressed peoples. When tyrants fall, and resentment gives way to hope, men and women in every culture reject the ideologies of terror, and turn to the pursuits of peace. Everywhere that freedom takes hold, terror will retreat.

    ....................Our enemies understand this. They know that a free Iraq will be free of them -- free of assassins, and torturers, and secret police. They know that as democracy rises in Iraq, all of their hateful ambitions will fall like the statues of the former dictator. And that is why, five months after we liberated Iraq, a collection of killers is desperately trying to undermine Iraq's progress and throw the country into chaos.

    ....................Some of the attackers are former members of the old Saddam regime, who fled the battlefield and now fight in the shadows. Some of the attackers are foreign terrorists, who have come to Iraq to pursue their war on America and other free nations. We cannot be certain to what extent these groups work together. We do know they have a common goal -- reclaiming Iraq for tyranny.

    ....................Most, but not all, of these killers operate in one area of the country. The attacks you have heard and read about in the last few weeks have occurred predominantly in the central region of Iraq, between Baghdad and Tikrit -- Saddam Hussein's former stronghold. The North of Iraq is generally stable and is moving forward with reconstruction and self-government. The same trends are evident in the South, despite recent attacks by terrorist groups.

    ....................Though their attacks are localized, the terrorists and Saddam loyalists have done great harm. They have ambushed American and British service members -- who stand for freedom and order. They have killed civilian aid workers of the United Nations -- who represent the compassion and generosity of the world. They have bombed the Jordanian embassy -- the symbol of a peaceful Arab country. And last week they murdered a respected cleric and over a hundred Muslims at prayer -- bombing a holy shrine and a symbol of Islam's peaceful teachings.

    ....................This violence is directed, not only against our coalition, but against anyone in Iraq who stands for decency, and freedom, and progress. There is more at work in these attacks than blind rage. The terrorists have a strategic goal. They want us to leave Iraq before our work is done. They want to shake the will of the civilized world. In the past, the terrorists have cited the examples of Beirut and Somalia, claiming that if you inflict harm on Americans, we will run from a challenge. In this, they are mistaken.

    ....................Two years ago, I told the Congress and the country that the war on terror would be a lengthy war, a different kind of war, fought on many fronts in many places. Iraq is now the central front. Enemies of freedom are making a desperate stand there -- and there they must be defeated. This will take time, and require sacrifice. Yet we will do what is necessary, we will spend what is necessary, to achieve this essential victory in the war on terror, to promote freedom, and to make our own nation more secure.

    ....................America has done this kind of work before. Following World War II, we lifted up the defeated nations of Japan and Germany, and stood with them as they built representative governments. We committed years and resources to this cause. And that effort has been repaid many times over in three generations of friendship and peace. America today accepts the challenge of helping the Iraqi people in the same spirit -- for their sake, and our own. Our strategy in Iraq has three objectives -- destroying the terrorists -- enlisting the support of other nations for a free Iraq -- and helping Iraqis assume responsibility for their own defense and their own future.

    ....................First, we are taking direct action against the terrorists in the Iraqi theater, which is the surest way to prevent future attacks on coalition forces and the Iraqi people. We are staying on the offensive, with a series of precise strikes against enemy targets increasingly guided by intelligence given to us by Iraqi citizens. Since the end of major combat operations, we have conducted raids seizing many caches of enemy weapons and massive amounts of ammunition, and we have captured or killed hundreds of Saddam loyalists and terrorists. So far, of the 55 most wanted former Iraqi leaders, 42 are dead or in custody. We are sending a clear message: Anyone who seeks to harm our soldiers can know that our soldiers are hunting for them.

    ....................Second, we are committed to expanding international cooperation in the reconstruction and security of Iraq, just as we are in Afghanistan. Our military commanders in Iraq advise me that the current number of American troops -- nearly 130,000 -- is appropriate to their mission. They are joined by over 20,000 service members from 29 other countries. Two multinational divisions, led by the British and the Poles, are serving alongside our forces -- and in order to share the burden more broadly, our commanders have requested a third multinational division to serve in Iraq.

    ....................Some countries have requested an explicit authorization of the United Nations Security Council before committing troops to Iraq. I have directed Secretary of State Colin Powell to introduce a new Security Council resolution, which would authorize the creation of a multinational force in Iraq, led by America. I recognize that not all of our friends agreed with our decision to enforce the Security Council resolutions and remove Saddam Hussein from power. Yet we cannot let past differences interfere with present duties. Terrorists in Iraq have attacked representatives of the civilized world, and opposing them must be the cause of the civilized world. Members of the United Nations now have an opportunity, and the responsibility, to assume a broader role in assuring that Iraq becomes a free and democratic nation.

    ....................Third, we are encouraging the orderly transfer of sovereignty and authority to the Iraqi people. Our coalition came to Iraq as liberators and we will depart as liberators. Right now Iraq has its own Governing Council, comprised of 25 leaders representing Iraq's diverse people. The Governing Council recently appointed cabinet ministers to run government departments. Already more than 90 percent of towns and cities have functioning local governments, which are restoring basic services. We are helping to train civil defense forces to keep order -- and an Iraqi police service to enforce the law -- and a facilities protection service -- and Iraqi border guards to help secure the borders -- and a new Iraqi army. In all these roles, there are now some 60,000 Iraqi citizens under arms, defending the security of their own country -- and we are accelerating the training of more.

    ....................Iraq is ready to take the next steps toward self-government. The Security Council resolution we introduce will encourage Iraq's Governing Council to submit a plan and a timetable for the drafting of a constitution, and for free elections. From the outset, I have expressed confidence in the ability of the Iraqi people to govern themselves. Now they must rise to the responsibilities of a free people and secure the blessings of their own liberty.

    ....................Our strategy in Iraq will require new resources. We have conducted a thorough assessment of our military and reconstruction needs in Iraq, and also in Afghanistan. I will soon submit to Congress a request for $87 billion. The request will cover ongoing military and intelligence operations in Iraq, Afghanistan, and elsewhere, which we expect will cost 66 billion dollars over the next year. This budget request will support our commitment to helping the Iraqi and Afghan people rebuild their own nations, after decades of oppression and mismanagement. We will provide funds to help them improve security. And we will help them to restore basic services, such as electricity and water, and to build new schools, roads, and medical clinics. This effort is essential to the stability of those nations, and therefore to our own security. Now and in the future, we will support our troops and we will keep our word to the more than 50 million people of Afghanistan and Iraq.

    ....................Later this month, Secretary Powell will meet with representatives of many nations to discuss their financial contributions to the reconstruction of Afghanistan. Next month, he will hold a similar funding conference for the reconstruction of Iraq. Europe, Japan, and states in the Middle East all will benefit from the success of freedom in these two countries, and they should contribute to that success.

    ....................The people of Iraq are emerging from a long trial. For them, there will be no going back to the days of the dictator -- to the miseries and humiliation he inflicted on that good country. For the Middle East and the world, there will be no going back to the days of fear -- when a brutal and aggressive tyrant possessed terrible weapons. And for America, there will be no going back to the era before September 11th, 2001 -- to false comfort in a dangerous world. We have learned that terrorist attacks are not caused by the use of strength -- they are invited by the perception of weakness. And the surest way to avoid attacks on our own people is to engage the enemy where he lives and plans. We are fighting that enemy in Iraq and Afghanistan today, so that we do not meet him again on our own streets, in our own cities.

    ....................The heaviest burdens in our war on terror fall, as always, on the men and women of our armed forces and our intelligence services. They have removed gathering threats to America and our friends, and this nation takes great pride in their incredible achievements. We are grateful for their skill and courage, and for their acts of decency, which have shown America's character to the world. We honor the sacrifice of their families. And we mourn every American who has died so bravely, and so far from home.

    ....................The Americans who assume great risks overseas understand the great cause they are in. Not long ago I received a letter from a captain in the 3rd Infantry Division in Baghdad. He wrote about his pride in serving a just cause, and about the deep desire of Iraqis for liberty. "I see it," he said, "in the eyes of a hungry people every day here. They are starved for freedom and opportunity." And he concluded, "I just thought you'd like a note from the 'front lines of freedom.'" That Army captain, and all of our men and women serving in the war on terror, are on the front lines of freedom. And I want each of them to know: Your country thanks you, and your country supports you.

    ....................Fellow citizens: We have been tested these past 24 months, and the dangers have not passed. Yet Americans are responding with courage and confidence. We accept the duties of our generation. We are active and resolute in our own defense. We are serving in freedom's cause -- and that is the cause of all mankind.

    ....................Thank you, and good night. And may God continue to bless America.
    ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์


    กลับสู่หน้าหลัก

  • กลับสู่หน้าหลัก

    CounterSee who's visiting this page.

    เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน

    ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
    บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 9 ก.ย. 46
    ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม ICQ ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน Contact list ใน ICQ ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วเลือก Web Page address (URL) หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมา ดูว่าตรงกับชื่อ address ในเบราเซอร์ แล้วกด Send ได้เลย

    ท่านสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงได้การพิมพ์ลงในช่องด้านล่างเรียบร้อย แล้วกด Send ได้เลยครับ

    ICQ PeopleSpace Directory
    View My Page

    Page an ICQ User