" ผู้ที่เข้าทำสงครามแม้ว่าจะรู้ว่าตนเองไม่มีทางชนะและต้องตายเพื่อปกป้องประเทศชาติ เรียกว่า ทหาร "
วันสงกรานต์ สงครามอิรักและสงครามไทย – พม่ากับการเสียกรุงครั้งที่ 2 ท่านคิดอย่างไร&xoxox

.................... วันที่ 13 เมษายน วันนี้ และของทุกปีเป็นวันที่มีความสำคัญของคนไทยทั้งประเทศ เป็นวันที่ที่แทบทุกคนมีความสุข เพราะได้มีโอกาสกลับไปรวมตัวกันของครอบครัว เพราะรัฐบาลสมัยพลเอกชาติชาย ได้ประกาศให้วันที่ 14 วันถัดมาเป็นวันครอบครัว มีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่กันในช่วงเช้า ในอีกด้านหนึ่งในตอนบ่ายที่มีความสุขสนุกไม่แพ้กันก็คือเด็ก ๆ และวัยรุ่นก็สนุกสนานกับการไล่สาดน้ำกันในรูปแบบต่าง ๆ มีการแบ่งฝ่ายดักคอยคนหรือรถที่ผ่านไปมาบ้าง บางพวกที่รวยหน่อยก็เอาพรรคพวกขึ้นรถบรรทุกถังน้ำเพื่อเอาไปสาดอีกฝ่ายหนึ่งที่คอยอยู่ หรือมีการเอาแป้งไปปะหน้ากัน ตกตอนเย็นก็มีการก่อพระเจดีย์ทราย ตามวัดต่างๆ โดยมีคนขนทรายขนของส่วนตัวมาช่วยกันคนละไม้คนละมือเรียกว่าไม่ต้องจ้างก็มีคนมาทำอย่างมากมาย
.................... ประเพณีมีมาตั้งแต่เมื่อไรผมว่าคงไม่มีคนสนใจเท่าไร ไม่มีคนสงสัยว่าทำไมต้องมาสาดน้ำกันวันสงกรานต์ให้เปียกปอนไปตาม ๆ กัน ทั้งที่เป็นวันปีใหม่ของไทย บางคนก็คิดว่ามันร้อนก็เอาน้ำมาสาดกันเพื่อให้เย็นสบาย แล้วทำไมตอนเย็นต้องมาเข้าวัดเพื่อก่อพระทรายกัน ซึ่งที่ผมเคยได้ยินมาคนแก่ ๆ เขาบอกว่าเราเข้าวัดในปีที่ผ่านมามีทรายติดเท้าเราออกไปเวลากลับบ้านโดยที่เราไม่ตั้งใจ ครบปีเราก็เลยเอาทรายมาคืน ซึ่งผมว่าหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินมาบ้างเหมือนกันแล้วก็ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะฟังดูก็มีเหตุผล
....................แต่ถ้าเกิดผมเชื่อว่าเป็นแบบนั้นจริง ๆ ก็คงไม่ได้เขียนเรื่องนี้มาให้อ่านกันหรอกครับ ผมจำได้ว่าผมเคยอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ไทยเข้าข้างญี่ปุ่นและเป็นฝ่ายตรงข้ามกับสหรัฐ ฯ ก่อนสงครามจะแผ่ขยายเข้ามาในประเทศ รัฐบาลของท่านจอมพล ป. ก็ได้มีการปลุกระดม เรียกร้องให้คนในชาติลุกขึ้นต่อสู้ ซึ่งหัวเรี่ยวหัวแรงที่สำคัญในตอนนั้นของการปลุกระดมความรักชาติของไทยคงไม่มีใครเกิน หลวงวิจิตรวาทการ รัฐมนตรีกระทรวงโฆษณาการ เหมือนกับ โจเซฟ เกิบเบิ้ล รัฐมนตรีโฆษณาการของ ฮิตเลอร์ ซึ่งต่อมาคำว่าโฆษณาการได้มีการพัฒนาตัวเองให้มีความหมายทั้งในทางไม่ดีคือ โฆษณาชวนเชื่อ และในทางที่ดีคือ ประชาสัมพันธ์ รวมทั้งได้เพิ่มขีดความสามารถอื่น ๆ เข้าไปด้วยตามแต่ละประเทศที่นำไปเลียนแบบ ซึ่งท่านอาจจะเห็นได้ง่าย ๆ ในสงครามที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ระหว่างสหรัฐ ฯ กับอิรักที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวสารของอิรักคนที่สวมแว่นใส่หมวกเบเร่ย์สีดำออกมาชี้แจงทางด้านฝ่ายอิรัก ทุกวันหลังจากที่สหรัฐ ฯ ทิ้งระเบิดถล่มเสร็จในแต่ละวัน
....................หลวงวิจิตรวาทการทำการปลุกระดมด้วยการยกเอาประวัติศาสตร์ของไทยในอดีตครั้งที่ไทยเสียกรุงให้พม่าเพื่อให้คนไทยรักชาติเพื่อที่เตรียมรับมือกับสงครามที่หลีกไม่พ้นและกำลังจะเข้ามาถึง ท่านอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคงจะยังงงว่าผมจะเอาเรื่องสงครามคนละพื้นที่ คนละเวลา มาเกี่ยวกับวันสงกรานต์ของเราได้อย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมต้องการครับ ผมต้องการให้ท่านคิดและสงสัยและเปรียบเทียบดูว่า มันจะเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร

....................ในสงครามสหรัฐ กับ อิรัก รอบสองที่เปิดฉากในวันแรก คืนวันที่ 19 ต่อ 20 มีนาคม 2546 ( วันเดียวกันกับ เมื่อสองปีก่อน (19 มีนาคม 2544) ที่ ผู้นำ ตาลีบัน ของอัฟกานิสถาน ประกาศต่อชาวโลกว่า กองกำลังตาลีบัน ได้ทำลายรูปสลักหินพระพุทธรูปยืนที่หน้าผา บอมบิยัน บนเส้นทางสายไหมที่ผ่านอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นรูปสลักหินของศาสดาศาสนาพุทธที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในโลกลงได้อย่างสิ้นซาก และบอกว่าเป็นการทำลายเพียงก้อนหินก้อนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งสร้างความรู้สึกที่ยากแก่การบรรยายที่เกิดขึ้นในจิตรใจของศาสนิกชนโดยทั่วกัน แต่ต่อมา กรรมก็ตามทัน กลุ่มตาลีบัน ในปลายปีเดียวกัน ) สิ่งที่สหรัฐ ฯ มุ่งหมายเป็นยุทธการแรก เรียกว่า ยุทธการเด็ดหัวผู้นำ ด้วยการส่งจรวดนำวิถี จากเรือบรรทุกเครื่องบินหลายสิบลูกมุ่งสู่สถานที่ที่เชื่อว่าเป็นที่อยู่ของ ประธานาธิบดี ซัดดัม ซึ่งถือว่าเป็นผู้ใหญ่สุดของประเทศ เหมือเช่นเดียวกับที่ เรื่องทุกเรื่องที่จะต้องเริ่มจากผู้เป็นใหญ่ก่อน และถ้าท่านลองกลับมาดูการสาดน้ำในวันสงกรานต์ วิธีการก็คือการแบ่งฝ่ายกันเหมือนการทำสงครามที่มีฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายรุกโดยเฉพาะประเทศที่มีขีดความสามารถสูงเช่นสหรัฐ ฯ ที่ยกพลข้ามน้ำข้ามทะเลไปตีอิรัก หรือพม่าในอดีตที่ยกพลบุกเข้าตีกรุงศรีอยุธยา คนที่มีขีดความสามารถก็นำเอาคนขึ้นรถพร้อมน้ำและเครื่องมือขับตามหาอีกฝ่ายที่ทำการตั้งรับอยู่ตามข้างทาง ทั้งที่ทำแบบตั้งรับและการซุ่มโจมตี เมื่อเจอกันก็สาดน้ำเข้าหากันอย่างไม่ลืมหูลืมตาไม่เสียดายด้วยว่าน้ำในหน้าร้อนมันหายาก เหมือนกับการทำสงครามที่ไม่ต้องเสียดายทรัพยากรอะไรกันอีกแล้ว เพื่อความมุ่งหมายเดียวคือชัยชนะ ซึ่งไม่ต่างกับการที่อิรักตั้งรับสหรัฐ ฯ หรือ กรุงศรีอยุธยาตั้งรับพม่า การประแป้งกัน ท่านจะสังเกตได้ว่าไม่ค่อยมีผู้ชายประหน้าผู้ชายด้วยกันหรือผู้หญิงประห้าผู้หญิงด้วยกัน แล้วก็ยิ่งไม่มีใหญ่เลยที่ผู้หญิงมาประหน้าผู้ชาย ซึ่งท่านลองคิดดูว่าในสถานการณ์สงครามระหว่างไทยกับพม่า ทหารพม่าหนุ่ม ๆ เป็นหมื่น ๆ แสน ๆ คนที่เดินทางรอนแรมมาล้อมกรุงศรีอยุธยา เป็นปี ๆ โดยที่ไม่ได้พาภรรยาหรือผู้หญิงมาด้วย เมื่อเจอผู้หญิงไทยที่ตนเองคิดว่าเป็นชาติศัตรู จะทำอะไรบ้าง ในฐานะที่ตนเองเป็นฝ่ายชนะ แล้วท่านเริ่มคิดออกหรือยังว่าทำไมคนไทยต้องมาก่อพระเจดีย์ทราย หลังจากสาดน้ำกันทั้งวันมาแล้ว ใช่ครับหลังสงครามของไทยกับพม่า กรุงศรีอยุธยาแตก พม่าเผาบ้านเผาเมืองรวมไปถึงวัดวาอารามที่มีอยู่ด้วย หรือถ้าเทียบกับอิรักในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหลังจากที่สหรัฐ ฯ ประกาศชัยชนะเด็ดขาดและการฟื้นฟูบ้านเมืองหลังสงคราม ด้วยการก่อสร้างคงต้องตามมาโดยไม่ต้องเดา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่หลวงวิจิตรวาทการได้นำมาปลุกระดมต่อคนไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่สองได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวได้อย่างเหมาะเหม็ง เพราะอะไรหรือครับ ก็เพราะว่า
  • วันที่ 13 เมษายน พ.ศ 2310 เวลา สองทุ่ม หรือเมื่อ 236 ปีก่อนเป็นวันที่ทหารพม่าที่ล้อมกรุงศรีอยุธยามา 1 ปี สองเดือน สามารถบุกเข้ากรุงศรีอยุธยาได้ในวันนี้ เรียกได้ว่าเป็นห้วงเวลาที่ใกล้เคียงกับสหรัฐฯ บุกเข้าแบกแดดเมืองหลวงของอิรักเลยทีเดียว หลวงวิจิตรวาทการได้โฆษณาว่า ทหารพม่าได้ตีกรุงศรีอยุธยาแตกในวันที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่คนไทยจะต้องไม่ลืมไปจนตราบชั่วฟ้าดินสลาย การที่คนไทยมีประเพณีการสาดน้ำให้เปียกกันไปทั้งหมดในวันนี้ ก็บรรพบุรุษได้กำหนดไว้เพื่อเป็นการเตือนสติแก่คนไทยในปัจจุบันว่าในวันดังกล่าว คนไทยในกรุงศรีอยุธยาเมื่อวันกรุงแตกได้ต่อสู้กับผู้รุกรานจนร่างกายได้เปียกชุ่มไปด้วยเลือด เหมือนกับที่ตัวเราที่ถูกสาดน้ำจนเปียกชุ่มไปทั้งตัว และการก่อเจดีย์ทรายก็เพื่อให้ระลึกถึงความร่วมมือร่วมใจของบรรพบุรุษของเราที่ช่วยกันบูรณฟื้นฟูประเทศชาติ ศาสนา จนรุ่งเรืองมาได้จนเท่าทุกวันนี้
    ....................ผมขอจบแบบสั้น ๆ นะครับ เพราะคงต้องพาครอบครัวออกไปฉลองวันสงกรานต์ของเราแล้วครับ แม้ว่าจะไม่ได้ไปสาดน้ำกับใครเพราะดันอยู่ที่สหรัฐ ฯ แต่ผมคิดถึงเรื่องราวของชาติเราทุกครั้งเมื่อถึงวันสงกรานต์ครับ ท่านละคิดถึงเรื่องอะไรบ้างในวันนี้ ยังไงก็ขอให้มีความสุขในวันปีใหม่ไทยนะครับ

    กลับสู่หน้าหลัก

  • กลับสู่หน้าหลัก

    CounterSee who's visiting this page.

    เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน

    ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
    บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 13 เม.ย. 46
    ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม ICQ ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน Contact list ใน ICQ ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วเลือก Web Page address (URL) หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมา ดูว่าตรงกับชื่อ address ในเบราเซอร์ แล้วกด Send ได้เลย

    ท่านสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงได้การพิมพ์ลงในช่องด้านล่างเรียบร้อย แล้วกด Send ได้เลยครับ

    ICQ PeopleSpace Directory
    View My Page

    Page an ICQ User