"จงทำตัวเหมือนเป็ด ที่ส่วนเหนือน้ำนิ่งสงบ แต่สองเท้าใต้ผิวน้ำปั่นจี๋"
สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก โดย สุจินดา ตุ้มหิรัญ ท่านคิดอย่างไร

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

บทความก่อนหน้านี้ สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงมอสโก ไม่ต้องไปก็รู้ได้

กล่าวนำ


.............. เมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์กเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศรัสเซียนานร่วม 200 ปี เมืองนี้ตั้งอยู่บริเวณดินแดนลุ่มปากแม่น้ำเนวา ในอ่าวฟินแลนด์ ตัวเมืองมีแม่น้ำและลำคลองรวมกันนับได้ประมาณ 80 สาย มีเกาะกลางแม่น้ำเป็นจำนวนมาก และมีสะพานเชื่อมส่วนต่างๆของเมืองมากกว่า 300 แห่ง

.............. เมื่อปี ค.ศ. 1710 กษัตริย์ปีเตอร์มหาราช (ทรงครองราชย์ระหว่างปี 1689 - 1725) ได้ย้ายเมืองหลวงจากมอสโกมายังเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก เนื่องจากรัสเซียต้องทำสงครามยืดเยื้อกับสวีเดนยาวนานถึง 21 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 1700 ในสมัยนั้นมีการสร้างป้อมปราการของเมืองขึ้นโดยตั้งชื่อว่า ป้อมปีเตอร์และปอล ซึ่งเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 1703 (ตามปฏิทินเดิม) ดังนั้นวันที่ 16 พฤษภาคมของทุกปีจึงเป็นวันครบรอบการก่อตั้งเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก

..............เมืองนี้ได้รับการเปลี่ยนชื่อกลับไปกลับมาหลายหน โดยในปี 1914 ซึ่งเป็นช่วงหลังการโค่นราชวงศ์โรมานอฟลง และเป็นช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง มีการเปลี่ยนชื่อเมืองเซนต์ปีเตอร์เบอร์ก เป็น “ปีโตกราด”ปี 1918 ย้ายเมืองหลวงกลับมาที่มอสโกอีกครั้ง ต่อมาเมื่อเลนิน หัวหน้าพรรคบอลเชวิคถึงแก่กรรม เมื่อปี 1924 เพื่อให้ชื่อของอดีตผู้นำเลนินเป็นอมตะ จึงเปลี่ยนชื่อเมืองหลวงเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์กเป็น "เลนินกราด" ปี 1991 เปลี่ยนชื่อกลับมาเป็น เมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก จนถึงปัจุบัน เมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์กเพิ่งฉลองครบรอบ 300 ปีเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2003 นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์กในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป กลางวันจะยาวขึ้น จนถึงช่วงไวท์ไนท์ ซึ่งเป็นช่วงที่ตอนกลางคืนก็ยังมีแสงอาทิตย์ ปรกติจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน จนถึง วันที่ 2 กรกฎาคม ทั้งนี้เนื่องจากเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์กตั้งอยู่ที่ละติจูด เดียวกับเมืองออสโอ ประเทศนอร์เวย์

..............มหาวิหารเซนต์ไอแซค

..............ประวัติของมหาวิหารเซนต์ไอแซคมีมายาวเกือบกว่าสามศตวรรษ เราอาจกล่าวถึงประวัติของมหาวิหารนี้โดยแบ่งเป็นสามระยะ ระยะแรก มหาวิหารนี้สร้างด้วยไม้ ตั้งอยู่ที่แอดมิรัลตี้ (กองบัญชาการกองทัพเรือ) และในปี 1712 ได้ใช้เป็นที่ประกอบพิธีภิเษกสมรสของกษัตริย์ปีเตอร์มหาราชและพระนางแคเธอรีน ระยะสอง มหาวิหารตั้งอยู่ที่ลานดีเซมบริสต์ มหาวิหารสร้างด้วยหิน กษัตริย์ปีเตอร์มหาราชทรงวางศิลาฤกษ์ด้วยพระองค์เมื่อปี 1717 แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเพลิงไหม้ ระยะที่สาม ซาร์อเลกแซนเดอร์ที่ 1 ทรงมีรับสั่งให้ก่อสร้างใหม่ มหาวิหารเซนต์ไอเซคที่เห็นในปัจจุบันออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสชื่อ ออกุส เดอ มงต์เฟรองด์ August de Montferrand ซึ่งเขาก็มีผลงานออกแบบเสาอเล็กแซนเดอร์ที่ลานพระราชวังฤดูหนาวด้วย แต่การออกแบบที่มหาวิหารเซนต์ไอเซคกลับทำให้ชื่อเสียงเขาโด่งดังไปทั่วโลก โดยใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 40 ปี (1817-1858) เขาเสียชีวิตหลังจากมหาวิหารสร้างเสร็จเพียงหนึ่งเดือน โดมทองอันงามสง่าที่ถือเป็นสัญลักษญ์ของเมือง ขนาดมหึมาที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 25.8 ม. ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลกรองจาก มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่โรม มหาวิหารเซนต์ปอลที่ลอนดอน และมหาวิหาร สตา มาเรียอา เดล ฟีออเร ที่ฟลอเรนซ์ โดมเคลือบด้วยทองหนักมีความสูงถึง 101.5 ม. นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมความงามที่ยอดโดมได้ด้วย

..............สถาปัตยกรรมของมหาวิหารเป็นแบบเรแนสซองส์ และบาโรค ภายในมหาวิหารมีการประดับประดาด้วยภาพไอคอน ภาพเฟรสโก โมเสค ภาพแกะสลักนูนต่ำ เสาหินมาลาไคท์ และเป็นโบสถ์ออโธดอกส์แห่งเดียวที่ประดับด้วยกระจกสี การตกแต่งภายในมีสวนประกอบของทองประมาณ 400 ก.ก. และ ทองแดง 1,000 ก.ก.โถงภายในสามารถจุคนได้ถึง 14,000 คน

..............อนุสาวรีย์ปีเตอร์มหาราช

.............. อนุสาวรีย์นี้จัดได้ว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก แคเธอรีนมหาราชินีทรงสร้างเพื่อเทอดพระเกียรติแด่กษัตริย์ปีเตอร์มหาราช อนุสาวรีย์นี้ตั้งอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนา บนลานซีเนทสกายา อันที่จริงแคเธอรีนมหาราชินีทรงเป็นราชนิกุลจากประเทศเยอรมัน แต่พระนางทรงมีพระประสงค์ที่จะวางธรรมเนียมปฏิบัติให้แก่ราชวงศ์โรมานอฟ

..............อนุสาวรีย์นี้แกะสลักโดยช่างชื่อดังชาวฝรั่งเศสชื่อ เอเตียน ฟาลโกเน่ (Etienne Falconet) อนุสาวรีย์แกะสลักจากหินแกรนิตสีแดง เป็นรูปกษัตริย์ปีเตอร์มหาราชทรงม้าผงาดอยู่บนหน้าผา ซึ่งม้าเหยียบงูอยู่ ซึ่งงูหมายถึงข้าศึกศัตรู

..............แอดมิรัลตี้ The Admiralty

..............สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1806 จนเสร็จในปี 1823 ออกแบบโดย เอเดรียน ซาคารอฟ (Andrian Zakharov) อาคารหลังนี้เป็นหนึ่งในอาดารแรกๆของในเมืองเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก สถาปัตยกรรมบ่งบอกความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิรัสเซียในสมัยนั้น จุดเด่นของสถาปัตยกกรมอยู่ที่อาคารกลางที่มีเสาสีทองสูงถึง 70 ม. ซึ่งมองเห็นได้ไกลทั้งจากถนนเนฟสกี้และจากอ่าวฟินแลนด์ แต่เดิมใช้เป็นอู่ต่อเรือ ซึ่งได้เคยใช้เป็นที่ต่อเรือของรัสเซียที่แล่นในทะเลบอลติค และแข็งแรงพอที่จะใช้เป็นป้อมปราการเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่เมืองได้ด้วย ต่อมามีการใช้อาคารให้เป็นที่ทำการกองบัญชาการกองทัพเรือ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1917 ปัจจุบันใช้เป็นวิทยาลัยการทัพเรือ สวนที่อยู่รอบๆแอดมิรัลตี้สวยงามมาก และมีอนุสาวรีย์กษัตริย์ปีเตอร์มหาราชทรงม้าซึ่งเป็นสัญลักษณ์อยู่ในบริเวณนั้นด้วย

..............พิพิธภัณฑ์รัสเซีย The Russian Museum

.............. พิพิธภัณฑ์แห่งนี้รวบรวมผลงานศิลปะเฉพาะแต่ของชาวรัสเซียท่านั้น เปิดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 1898 โดยกษัตริย์ ทซาร์นิโคลัสที่สอง แสดงผลงานศิลปะทั้งภาพไอคอนและภาพวาดในช่วงศตวรรษที่ 19 และ 20ของรัสเซียมากถึง 400,000 ชิ้น ตัวอาคารสีเหลืองประดับด้วยเสาสีขาวสร้างขึ้นะหว่างปี 1819 – 1825 เพื่อเป็นวังของแกรนด์ดยุค มิคาอิล ซึ่งเป็นพระเชษฐาของกษัตริย์อเล็กแซนเดอร์ที่ 1 และกษัตริย์นิโคลัสที่ 1

..............ต่อมาปี 1898 ในรัชสมัยกษัตริย์อเล็กแซนเดอร์ที่ 3 ทางราชการขอซื้อวังนี้เพื่อมาใช้เป็นพิพิธภัณฑ์รัสเซีย ต้นศตวรรษที่ 20 มีการสร้างต่อเติมอาคารเพิ่มขึ้นใหม่ที่เรียกว่า อาคารเบอนัวร์ เพื่อแสดงภาพที่สะสมช่วงศตวรรษที่ 20 เนื่องจากอาคารที่มีอยู่มีเนื้อที่ไม่เพียงพอ

..............พระราชวังฤดูหนาว The Hermitage

..............ด้านหน้าพระราชวังมีลานกว้างซึ่งเป็นลานที่สำคัญที่สุดของเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก ลานนี้มีชื่อว่า พาเลซสแควร์ Palace Sqaure กลางลานมีเสาหินอ่อนสีแดง มีชื่อว่า เสาอเล็กแซนเดอร์ เพื่อถวายพระเกียรติแด่กษัตริย์อเล็กแซนเดอร์ที่ 1 ซึ่งปกครองรัสเซียระหว่างปี 1801 -1825 เนื่องจากพระองค์ทรงชนะสงครามเหนือนโปเลียนของฝรั่งเศส บนยอดเสาเป็นรูปเทวดาแบกไม้กางเขน หน้าของเทวดาคล้ายกับพระพักตร์ของกษัตริย์อเล็กแซนเดอร์ที่ 1

..............เสานี้ออกแบบก่อสร้างระหว่างปี 1830 – 1834 โดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสชื่อ ออกุส เดอ มงต์เฟรองด์ August de Montferrand ซึ่งเป็นผู้สร้างมหาวิหารเซนต์ไอแซค เสานี้สูง 47.5 เมตรโดยสร้างจากหินอ่อนแท่งเดียวหนักถึง 600 ตัน ด้วยเทคโนโลยีในสมัยนั้นเสานี้ถูกยกติดตั้งสำเร็จภายในสองชั่วโมงโดยทหารผ่านศึกจำนวน 2,000 กว่านาย พระราชวังนี้ออกแบบโดย บาร์โตมีโอ ราสเตรลี (Bartolomeo Rastrelli) .สร้างเสร็จเมื่อปี 1762 ในรัชสมัยของพระนางเอลิซาเบธ ภายในมีการประดับประดาแบบเรอแนสซองส์ของอิตาลี และมีการตกแต่งที่โดดเด่นด้วยระเบียงแบบบาโรคซึ่งยาวถึงสองร้อยเมตร กษัตริย์รัสเซียทุกพระองค์มาประทับที่พระราชวังนี้ในช่วงฤดูหนาว จนมาถึงสมัยกษัตริย์นิโคลัสที่สอง ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของรัสเซียก็ทรงพำนักอยู่ที่นี่จนถึงปี 1904 ก่อนที่จะถูกบังคับไปอยู่พระราชวังทซาร์โกเย เซโล หลังจากนั้น ก็เกิดการปฏิวัติเดือนตุลาคมขึ้น และรัฐบาลของพรรคบอลเชวิคได้ตัดสินใจย้ายเมืองหลวงกลับมาที่มอสโก นับแต่นั้นเป็นต้นมา พระราชวังฤดูหนาวจึงเปลี่ยนไปเป็นพิพิธภัณฑ์เฮอมิเทจ ปัจจุบันมีผลงานศิลปะมากกว่า 3 ล้านชิ้น แสดงผลงานศิลปะทุกประเภทที่โด่งดังทั่วโลกตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณ จนถึงต้นศตวรรษที่ 20 ผลงานของศิลปินก้องโลกนับตั้งแต่ลีโอนาโด ดา วินชี ไมเคิลแอนเจโล ราฟาเอล ติเตียน แรมแบรนท์ รูเบนส์ ภาพวาดอิมเพรสชั่นนิสต์ฝรั่งเศส (เรอนัวร์ เซซาน มาเนท์ โมเนท์ ปิซาโรท์) รวมทั้งแวนโก๊ะ มาติส โกแกง และจิตรกรชื่อดังโรแดง สามารถกล่าวได้ว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ของฝรั่งเศสเลยทีเดียว

..............ป้อมปราการปีเตอร์และปอล เมื่อกษัตริย์ปีเตอร์มหาราชทรงสามารถยึดดินแดนตลอดริมแม่น้ำเนวาคืนจากสวีเดนเมื่อวันที่ 16พฤษภาคม 1703 (ตามปฏิทินเดิม) ได้พระองค์ทรงสร้างป้อมปราการปีเตอร์และปอลบนเกาะเล็กๆเกาะหนึ่งในแม่น้ำเนวา ซึ่งบนเกาะนี้มีการสร้างโบสถ์แห่งแรกของเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์กที่สร้างด้วยหิน สร้างปี 1712 – 1733 สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของโบสถ์นี้คือส่วนโดมทองที่สูงถึง 123 เมตร ในโบสถ์แห่งนี้เป็นที่ฝั่งพระศพของกษัตริย์รัสเซียหลายพระองค์ ตั้งแต่กษัตริย์ปีเตอร์มหาราชจนถึงกษัตริย์อเล็กแซนเดอร์ที่ 3 นอกจากนี้ภายในป้อมยังมีพิพิธภัณฑ์ของเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก และพิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณ์

..............โบสถ์เซนต์ซาเวียร์ Church of our Saviour on the Spilled Blood โบสถ์ที่มีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียนี้สร้าง ณ จุดที่กษัตริย์อเล็กแซนเดอร์ที่ 2 ทรงถูกลอบสังหารในเดือนมีนาคม 1881 เนื่องจากที่รัสเซียพ่ายแพ้ในสงครามครีเมีย ที่ต่อสู้กับอังกฤษ ฝรั่งเศส และตุรกี กษัตริย์อเล็กแซนเดอร์ที่ 2 ก็ทรงครองราชย์ปี 1855 พระองค์ทรงปฏิรูปประเทศ ปี 1861 ทรงให้เลิกทาส

..............ช่วงครึ่งรัชสมัยแรก มีการปฏิรูปทางการทหาร ศาล และการจัดการเมือง จนรัสเซียกลายเป็นประเทศทุนนิยม แต่ในช่วงครึ่งหลังของรัชสมัยของพระองค์ พระองค์กลับไม่มีความกระตือรือร้นที่จะปฏิรูปประเทศอีก พวกปฏิวัติเคยความพยายามจะลอบปลงพระชนม์พระองค์หลายครั้งหลายหนทั้งภายในพระราชวังฤดูหนาวและบนทางรถไฟ ในครั้งสุดท้ายเป็นการโยนระเบิดใส่พระราชรถ และได้สร้างโบสถ์ทรงที่พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์ โบสถ์นี้สร้างระหว่างปี 1883 – 1907 โดยมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า The Resurrection of Christ Church เงินที่ใช้ในการก่อสร้างมาจากการบริจาคจากราชวงศ์และภาคเอกชน ภายในโบสถ์มีการตกแต่งที่ไม่เหมือนโบสถ์อื่นใดในรัสเซีย คือตกแต่งด้วยกระเบื้องโมเสกซึ่งออกแบบโดยศิลปินที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น เช่น V.M. Vasnetsov, M.V. Nesterov, M.A. Vrubel เป็นต้น โดยตกแต่งในช่วงปี 1895 - 1907 ตัวอาคารโบสถ์สร้างแบบรัสเซียแท้ๆ แต่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ A. Parland ซึ่งไม่ใช่คนรัสเซียโดยกำเนิด

..............พระราชวังปีเตอร์คอฟ Peterhof ตั้งอยู่ริมทะเลบอลติก ห่างจากเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก ประมาณ 29 กม. ชื่อปีเตอร์คอฟเป็นชื่อเมือง ซึ่งเป็นภาษาเยอรมัน ซึ่งแปลได้ว่า บ้านของปีเตอร์ ในช่วงปี 1944 จนถึง 1990 มีการเปลี่ยนชื่อเมืองเป็น Petrodvorets สร้างในช่วงระหว่างปี 1714 – 1725.ในรัชสมัยกษัตริย์ปีเตอร์มหาราช และตกแต่งเพิ่มเติมเป็นแบบบาโรคโดยบาร์โตมีโอ ราสเตรลี (Bartolomeo Rastrelli) ซึ่งเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบพระราชวังฤดูหนาว ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองพระราชวังบางส่วนถูกทำลายไปบ้าง แต่ปัจจุบันสามารถบูรณะให้มีสภาพคล้ายดังเดิม

..............พระราชวังแห่งนี้มีความโดดเด่นที่สวน น้ำพุ และน้ำตก ของซึ่งตกแต่งอย่างสวยงามเทียบได้กับพระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส ซึ่งได้รับการออกแบบสถาปนิกจัดสวนชื่อดังทั้งชาวเยอรมัน ฝรั่งเศส และอิตาลี น้ำตกใหญ่ The Grand Cascade ที่ไหลจากหน้าพระราชวังผ่านน้ำพุและรูปปั้นแซมซั่นสีทองเปล่งปลั่งใหญ่ไหลผ่านคลองลงสู่ทะเลบอลติก ที่นี่เป็นน้ำพุที่ใหญ่ที่สุดในโลก นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวชมได้ทั้งทางเรือไฮโดรฟรอยล์จากท่าเรือหน้าพระราชวังฤดูหนาว และทางรถไฟ

………….. ....... ยังมีต่อ

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย
  • รอบรู้เรื่องราวทั่วไปของรัสเซีย
  • ความแข็งแกร่งของรัสเซีย
  • แสนยานุภาพของหมีขาว

    กลับสู่หน้าหลัก

  • กลับสู่หน้าหลัก

    CounterSee who's visiting this page.

    เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน

    ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
    บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 13 ต.ค. 48
    โดย คุณ สุจินดา ตุ้มหิรัญ นำขึ้นเวบเมื่อ 23 ธ.ค. 48