|
|||
|---|---|---|---|
| "จงทำตัวเหมือนเป็ด ที่ส่วนเหนือน้ำนิ่งสงบ แต่สองเท้าใต้ผิวน้ำปั่นจี๋" | |||
| รัสเซียตอนที่ 13 ตะลุยรัสเซีย แบบไม่เสียค่าโง่ | ท่านคิดอย่างไร | |
|---|---|---|
|
บทความก่อนหน้านี้ รัสเซียตอนที่ ๑๒ งานแสดงของไทยในเดือน พฤษภาคม .. กล่าวนำ ผู้เขียนอ่านข่าวจากไทยรัฐว่า การบินไทยกำลังพิจารณาในการบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ มอสโก ซึ่งถ้าเป็นจริงแล้ว น่าจะมีคนไทยที่อยากเดินทางมารัสเซียมากขึ้น จึงเกิดความคิดอยากจะเรียบเรียงข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับผู้อ่านที่อยากทำความรู้จักกับประเทศรัสเซีย หรืออยากทราบอมูลบางอย่างที่จะเกิดประโยชน์ต่อตนเองในการเดินทางมาเยือนรัสเซีย ข้อมูลที่ผู้เขียนลงในบทความนี้อาจจะจับฉ่ายไปบ้างเพราะมีประมาณ ๒๐ กว่าประเด็น แต่ผู้เขียนเชื่อว่าครอบคลุมทุกอย่างที่ผู้อ่านต้องการอาทิ เรื่องรัสเซียพอสังเขป ประวัติศาสตร์รัสเซีย ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซีย การขอวีซ่า การสำแดงของในการผ่านศุลกากร สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม และเรื่องที่ควรรู้อื่นๆ ................ บทความนี้ ผู้เขียนไม่สามารถเรียบเรียงได้เองทั้งหมด แต่ไปเอาจากแหล่งข่าวที่อื่นๆ มาผสมปนกัน ไม่ได้ต้องการมุ่งหวังอะไรมากไปกว่า ทำให้ทุกคนที่อ่านและต้องการมารัสเซียสามารถหาข้อมูลทีเดียวได้ครบถ้วน ๑. สหพันธรัฐรัสเซีย เมื่อกล่าวถึงรัสเซียเรามักจะรู้จักกันดีในนามของประเทศมหาอำนาจของค่ายสังคมนิยม หรือคอมมิวนิสต์ที่มีบทบาทเป็นอย่างมากต่อเวทีการเมืองโลกในอดีต ปัจจุบันถึงแม้ว่าค่ายสังคมนิยมและการปกครองในระบอบสังคมนิยมจะได้ล่มสลายไปแล้ว รัสเซียก็ยังคงเป็นประเทศที่น่าสนใจทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของประชาชนซึ่งมีความหลากหลายเป็นอันมาก เนื่องจากเป็นดินแดนที่มีการผลัดเปลี่ยนกันยึดครองของหลายชาติ หลายเผ่าพันธุ์ และยังเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ ครอบคลุมถึงสองทวีป และความยาวของประเทศเกือบเท่ากับครึ่งหนึ่งของเส้นรอบวงของโลก อีกทั้งการที่มีชนชาติต่าง ๆ อยู่รวมกันกว่าร้อยเชื้อชาติ ซึ่งนับถือศาสนาแตกต่างกันออกไป ฉะนั้นรัสเซียในปัจจุบันที่อยู่ในช่วงการปฏิรูปเศรษฐกิจการเมืองการปกครองขึ้นมาใหม่ จึงเป็นประเทศหนึ่งที่บรรดานานาประเทศเฝ้าจับตาดูอยู่ว่า จะสามารถนำพาประเทศให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนเช่นแต่ก่อนได้หรือไม่ ................รัสเซียในอีกแง่มุมหนึ่ง ซึ่งชาวไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักรัสเซียกันมากนักนั้นคือ รัสเซียเป็นมหามิตรของไทย เมื่อครั้งอดีต ตั้งแต่ไทยเรายังใช้ชื่อว่า สยาม รัสเซียเป็นประเทศที่ช่วยถ่วงดุลอำนาจของชาตินักล่าอาณานิคมที่ต้องการจะยึดครองประเทศไทย ซึ่งนับเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไทยสามารถปกป้องเอกราชของตนเองมาได้จนตราบเท่าทุกวันนี้ ไทยเริ่มมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัสเซียเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2440 ในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จถึงนครเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัสเซียในขณะนั้น เป็นการเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 1 ของพระองค์ และได้รับการต้อนรับจากพระเจ้าซาร์ นิโคลาสที่ 2 ที่พระราชวังฤดูร้อน (Peterhoff) และได้ฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับพระเจ้าซาร์ นิโคลาสที่ 2 บริเวณเฉลียงของพระราชวังฤดูร้อน ซึ่งนับเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่ทำให้บรรดาประเทศผู้ล่าอาณานิยมให้ความยำเกรงไทยที่มีมหามิตรอย่างรัสเซียให้การสนับสนุน ๒. ประวัติศาสตร์รัสเซีย สหพันธรัฐรัสเซีย หรือที่คนไทยเรามักเรียกว่า รัสเซีย มีพื้นที่รวม 17 ล้าน ตร.ก.ม. มีความกว้างจากตะวันตก จรดตะวันออก 9,000 ก.ม. ความยาวของประเทศจากเหนือจรดใต้ 4,000 ก.ม. นับเป็นประเทศที่มีพื้นที่มากที่สุดในโลก ปัจจุบันรัสเซียมีประชากรประมาณ 143.3 ล้านคน ประกอบด้วยชนชาติต่างๆ กว่า 100 ชนชาติ ชนชาติรัสเซียเป็นส่วนหนึ่งของเชื้อชาติสลาฟ (Slovonic Family) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม Indo - European ตระกูลสลาฟทั้งหมดสามารถจัดแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ สลาฟตะวันตก ได้แก่ ชาวเชค และโปแลนด์ สลาฟไต้ ได้แก่ ชาวสลาฟที่อาศัยอยู่ในคาบสมุทรบาลข่าน สลาฟตะวันออก ได้แก่ ชาวรัสเซีย ชาวรัสเซียได้ผ่านกระบวนการผสมกลมกลืนทางเผ่าพันธุ์มานับตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 จากการที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพวกนอร์แมน ที่มาจากสแกนดิเนเวียตั้งแต่ก่อนศตวรรษที่ 8 และหลังจากนั้นชาวรัสเซียก็ได้ผสมกลมกลืนกับกลุ่มตระกูล Ural - Altaic ซึ่งประกอบด้วย มองโกลและเติร์ก มาโดยตลอด ................ชาวสลาฟได้พัฒนาอารยธรรมของตนขึ้นในดินแดนยุโรปตะวันออกมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 3 และในศตวรรษที่ 9 ได้ก่อตั้งรัฐของชาวสลาฟขึ้นเป็นครั้งแรก คือ Kievan Rus ซึ่งมีศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่เมืองเคียฟ ต่อมา Kievan Rus ถูกรุกรานโดยชนเผ่ามองโกล เมื่อช่วงต้นศตวรรษที่ 13 และตกอยู่ภายใต้การปกครองของมองโกลจนถึงศตวรรษที่ 15 เมื่อมองโกลหมดอำนาจลง ศูนย์กลางอำนาจของอาณาจักรรัสเซียย้ายไปอยู่ที่มอสโคว์ จากนั้นก็เริ่มแผ่ขยายดินแดนออกไปทุกทิศทาง จนในปลายศตวรรษที่ 19 รัสเซียจึงกลายเป็นจักรวรรดิที่มีดินแดนครอบคลุมทั้งยุโรปและเอเชีย และครอบคลุมพื้นที่ซึ่งเคยเป็นสหภาพโซเวียตเดิมเกือบทั้งหมดในที่สุด ................จักรวรรดิรัสเซียถึงกาลอวสานในรัชสมัยของพระเจ้าซาร์ นิโคลาสที่ 2 ซึ่งขึ้นครองราชย์เมื่อปี ค.ศ.1894 ตลอดรัชสมัยของพระองค์ต้องเผชิญกับความไร้เสถียรภาพทางการเมือง อันเกิดจากความไม่ยืดหยุ่นของระบบซาร์ ความล้มเหลวของสภาดูม่า และนโยบายต่างประเทศที่ผิดพลาด ปัจจัยดังกล่าวได้นำมาซึ่งการสั่นคลอนของพระราชบัลลังก์ที่นำไปสู่จุดจบของระบบกษัตริย์และจักรวรรดิ์รัสเซีย การตัดสินใจเข้าสู่สงครามกับญี่ปุ่น (ระหว่างปี 1904 - 1905) เพื่อดึงความสนใจของประชาชนจากความวุ่นวายภายในประเทศยังความเสียหายแก่สถานะของรัสเซียในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ เมื่อฐานทัพเรือที่พอร์ตแอร์ถูกทำลาย กองเรือได้รับความเสียหายอย่างหนักที่ช่องแคบซุชิมา รัสเซียจึงยอมลงนามในสนธิสัญญาพอร์ตสมิธ ยอมรับความพ่ายแพ้แก่ญี่ปุ่น และต้องถอนตัวออกจากแมนจูเรีย ยกเกาะซาคาลินภาคใต้ให้แก่ญี่ปุ่น และต้องยอมรับว่าญี่ปุ่นมีอิทธิพลเหนือเกาหลี ................การพ่ายแพ้ดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำให้รัสเซียเสียศักดิ์ศรีในเวทีระหว่างประเทศเท่านั้น ยังก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ประชาชนในประเทศอีกด้วย ปฏิกิริยาเริ่มจากการลอบสังหารผู้นำทางทหารคนสำคัญ กรรมกรหยุดงานและชุมนุมเดินขบวน สถานการณ์เลวร้ายลงเมื่อทหารได้ใช้กำลังเข้าปราบปรามที่หน้าพระราชวังฤดูหนาว มีผู้เสียชีวิตมากมาย เหตุการณ์นี้ได้รับการเรียกขานว่า วันอาทิตย์นองเลือด (Bloody Sunday) เหตุการณ์ดังกล่าวได้ขยายตัวนำไปสู่การจลาจลวุ่นวายในหมู่กรรมกรชาวนาและทหารชั้นผู้น้อย ในที่สุดซาร์นิโคลาสที่ ๒ ทรงประกาศจัดตั้งสภาดูม่าและจัดการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อเป็นการองค์กรออกกฎหมาย และเป็นตัวแทนพิทักษ์ผลประโยชน์ของกลุ่มต่าง ๆ โดยหวังว่าการจัดตั้งสภาดูม่าจะนำมาซึ่งความเรียบร้อยภายในประเทศ การจัดตั้งสภาดูม่ากลับนำมาซึ่งความวุ่นวายและขัดแย้งในทางการเมืองมากยิ่งขึ้น เนื่องจากซาร์นิโคลาสที่ 2 ยังทรงใช้พระราชอำนาจอย่างเต็มที่ ในขณะที่ระบบสภาเปิดโอกาสให้กลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างเต็มที่ในการเรียกร้องสิทธิ เสรีภาพเพื่อประโยชน์ของกลุ่มตน แต่ความหลากหลายของกลุ่มผลประโยชน์และการขาดกลไกที่มีประสิทธิภาพในการต่อรองผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ทำให้ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับสภาดูม่าทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ ................ปัจจัยอีกประการหนึ่งที่เป็นตัวเร่งความไม่พอใจของประชาชนที่มีต่อซาร์ได้แก่ การที่รัสเซียเข้าร่วมในสงครามโลกครั้งที่ 1 เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนต่อปัญหาภายในประเทศออกไปยังสงครามนอกประเทศ แต่ความซับซ้อนของระบบพันธมิตรในยุโรปทำให้รัสเซียประสบความหายนะอย่างหนัก ขาดแคลนยุทธปัจจัย สูญเสียชีวิตผู้คนไปราวหนึ่งแสนคน รวมทั้งการพ่ายแพ้ในแนวหน้าสงครามนำมาซึ่งความไม่พอใจของประชาชนอย่างมาก สภาดูม่าและสื่อมวลชนวิจารณ์รัฐบาลอย่างรุนแรง เกิดภาวะขาดแคลนอาหารและเกิดจลาจลวุ่นวายในประเทศ เมื่อปัญหาต่าง ๆ ทวีความรุนแรงขึ้นในคราวเดียวกันก็เป็นสาเหตุบีบบังคับให้ซาร์นิโคลาสที่ 2 ต้องประกาศสละราชสมบัติ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 1917 และนับเป็นการสิ้นสุดระบบซาร์ของรัสเซียที่สืบทอดกันมานับพันปี ................ในวันนี้ รัสเซียที่เคยเป็นประเทศมหาอำนาจค่ายสังคมนิยมที่ยิ่งใหญ่ ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง ซึ่งอาจจะถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติเงียบ โดยได้มีการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเมืองและการปกครองเพื่อให้เป็นไปตามกระแสของระบบเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ได้มีการเปิดประเทศและใช้ระบบการค้าเสรีเข้ามาแทนระบบการค้าแบบรวมศูนย์เช่นในอดีต ทำให้นักธุรกิจและนักลงทุนจากต่างประเทศหันมาให้ความสนใจมากขึ้น รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่อยากไปเยือนรัสเซียสักครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะได้มีโอกาสสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิต ในประเทศซึ่งในอดีตเคยเป็นมหาอำนาจของโลก ๓. ความสัมพันธ์ของราชวงศ์จักรี แห่งสยามประเทศ และราชวงศ์โรมานอฟ แห่งรัสเซีย ความสัมพันธ์ของสองราชวงศ์เริ่มจากปี ค.ศ.1893 (2436) องค์มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย (ต่อมาได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ 2) ซึ่งเพิ่งเสด็จประพาสอินเดียนั้น ได้เสด็จมาเยือนกรุงเทพ ฯ และทรงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซียทรงพอพระทัยกับเสน่ห์และความงดงามของพระราชวังสราญรมย์อันเป็นที่ประทับเป็นอย่างมาก ทรงชื่นชมกับม่านหน้าต่างกรองตาข่ายดอกไม้สดที่เจ้าพนักงานนำมาเปลี่ยนใหม่ทุกวันในระหว่างที่ทรงประทับอยู่ ในส่วนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึงแม้จะทรงมีพระราชกรณียกิจมากมาย แต่ก็ได้ทรงปลีกเวลามาต้อนรับ ทรงนำเสด็จ ปิกนิค ตามแบบฉบับของชาวสยาม ซึ่งสร้างความพอพระราชหฤทัยแก่องค์มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซียเป็นยิ่งนัก ................ในปี ค.ศ. 1897 (2440) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสยุโรปเป็นครั้งแรก พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ทรงเยี่ยมประมุขของชาติต่าง ๆ ได้แก่ ฝรั่งเศส อิตาลี ออสเตรีย เบลเยี่ยม เยอรมนี รัสเซีย และอังกฤษ การเสด็จประพาสครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการเจริญสัมพันธไมตรีและทรงดีพระทัยเป็นพิเศษเมื่อเสด็จถึงกรุงเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์กเพราะทรงมีความสนิทสนมคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับพระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ 2 ................การเสด็จในครั้งนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตของเจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ทั้งนี้เพราะจักรพรรดิซาร์นิโคลาสที่ 2 ได้กราบบังคมทูลว่า หากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นชอบด้วย พระองค์ทรงยินดีรับราชโอรสพระองค์หนึ่งไปศึกษาต่อที่รัสเซีย โดยจะให้ประทับในพระราชสำนักของพระองค์เองพร้อมกับจะทรงออกค่าใช้จ่ายในการศึกษาทั้งหมดด้วย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเห็นด้วยและทรงส่งเจ้าฟ้าจักรพงษ์ ฯ ซึ่งในขณะนั้นกำลังเตรียมตัวเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหารที่ประเทศอังกฤษ ให้ไปศึกษาต่อในรัสเซีย ซึ่งพระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ 2 ได้ทรงดูแลเจ้าฟ้าจักรพงษ์ ฯ เป็นอย่างดี โดยให้ประทับที่พระราชวังฤดูหนาวกับพระองค์ ๔. การเข้าประเทศรัสเซีย การเข้าประเทศรัสเซียจำเป็นจะต้องใช้วีซ่าเข้าประเทศ ซึ่งในการขอวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวทำได้ดังนี้.- ................ จองห้องพักโรงแรม กับเอเย่นต์บริษัททัวร์ที่มีสัญญากับสถานทูตรัสเซียในเมืองไทย โดยบริษัทจะต้องได้ข้อมูลจากพาสปอร์ต คือ ชื่อ - นามสกุล สัญชาติ วัน/เดือน/ปีเกิด หมายเลขพาสปอร์ต แล้วส่งข้อมูลไปยังรัสเซีย เพื่อจองห้องพักโรงแรมที่ท่านต้องการเพื่อให้ได้รับ Reference No. จากรัสเซีย บริษัทจะออกใบ HOTEL VOCHER ................ กรอกแบบฟอร์มขอวีซ่ารัสเซีย พร้อมพาสปอร์ตที่มีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน รูปถ่ายสี หรือ ขาวดำ ขนาด 1 - 2 นิ้ว จำนวน 3 ใบ ................ ทำเอกสารการประกันการเดินทาง ระหว่างที่ท่านอยู่ในรัสเซียกับบริษัทประกันภัยในเมืองไทย ที่มีเครือข่ายในรัสเซีย นำเอกสารทั้งหมด คือ ................ ค่าธรรมเนียมวีซ่ารัสเซีย จะคิดเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ คูณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่ทางสถานกงสุลกำหนดขึ้น ณ วันที่ยื่นขอวีซ่า ค่าธรรมเนียมวีซ่าของแต่ละสัญชาติจะมีอัตราที่แตกต่างกัน และขึ้นอยู่กับการยื่นขอวีซ่าแบบใด ................ เมื่อได้รับวีซ่ารัสเซียจะเป็นแผ่นกระดาษวีซ่าแยกออกมาต่างหาก ไม่ได้ติดอยู่ในพาสปอร์ต จะกำหนดวันเข้า - ออก ตามจำนวนวันที่จองห้องพักโรงแรม ๕. การแสดงเอกสารเข้าประเทศรัสเซีย โดยยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองโดยใช้พาสปอร์ต วีซ่า เอกสารจองโรงแรม ๖. การสำแดงรายการสิ่งของ หลังจากผ่านเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง แล้วรอรับสัมภาระที่สายพาน ท่านจะต้องนำสัมภาระผ่านช่องการสำแดงสิ่งของผู้โดยสาร ................ขาเข้า การเข้ารัสเซียท่านสามารถนำสัมภาระสิ่งของต่างๆ เข้ารัสเซียได้โดยไม่ต้องสำแดงรายการ แต่ต้องกรอกเอกสารสำแดงรายการนำเงินตราสกุลเงินที่ท่านนำติดไปว่ามีจำนวนเท่าไหร่ที่มีอยู่จริง ซึ่งถ้าท่านมีมากกว่า 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต้องเข้าช่องแดงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ประทับตราในใบสำแดงรายการ หากท่านมีน้อยกว่า 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ เข้าช่องเขียวผ่านไปได้เลย (แต่อย่าซีเรียสนักเลย) ................ขาออก การออกจากรัสเซียท่านจะต้องสำแดงรายการการนำเงินตราออกอีกครั้งหนึ่ง โดยจะต้องสำแดงรายการเงินตราให้น้อยกว่าขาเข้า ๗. สิ่งของที่ห้ามนำออกนอกประเทศ หากไม่ได้รับการอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ แผนที่กรุงมอสโก คลิกเพื่อดูภาพขยาย แผนที่รถดำดินกรุงมอสโก คลิกเพื่อดูภาพขยาย แผนที่นครเซ็นท์ปีเตอร์เบิร์ก (เลนินการ์ด) คลิกเพื่อดูภาพขยาย ...... นครเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก ถือเป็นศูนย์กลางของแหล่งอารยธรรมตะวันตกของรัสเซีย ซึ่งได้รับเข้ามาจากหลายประเทศ อาทิเช่น จากปรัสเซีย เดนมาร์ก และฝรั่งเศสจึงทำให้นครเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก เป็นเมืองที่มีความหลากหลายในสถาปัตยกรรม ประกอบกับเป็นเมืองที่สร้างอยู่บริเวณปากแม่น้ำ นครเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์กจึงประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ ถึง 42 เกาะ แต่ละเกาะจะถูกเชื่อมด้วยสะพานโค้งต่าง ๆ ที่มีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวกว่า 500 สะพาน ทำให้นครเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก ได้รับฉายาว่า เวนิสตอนเหนือ (Venice of the North) นอกจากนี้ ท่านจะได้รับความเพลิดเพลินจากการชมสถานที่ประวัติศาสตร์ต่าง ๆ อาทิเช่น เรือรบหลวง ออโรร่า ซึ่งเป็นเรือที่ยิงปืนใหญ่ประจำเรือ เป็นสัญญานให้บุกเข้าโจมตี ยึดพระราชวังฤดูหนาวในการปฏิวัติเมื่อปี ค.ศ. 1917 นอกจากนี้ เรือรบหลวง ออโรร่า ยังเคยเดินทางมาประเทศสยาม เมื่อครั้งเฉลิมฉลองพระบรมราชาภิเษก รัชการที่ 6 อีกด้วย ................ป้อมปีเตอร์แอนด์ปอล ได้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช แต่เดิมสร้างด้วยไม้ ต่อมาได้มีการซ่อมแซมบูรณะเปลี่ยนแปลงจากไม้มาเป็นการก่ออิฐถือปูนแทน ป้อมปีเตอร์แอนด์ปอล มีความสูงถึง 122.5 เมตร ทำให้สามารถมองเห็นได้เด่นชัดจากระยะไกลหลายกิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อเป็นการป้องกันการรุกรานจากภายนอก ต่อมาป้อมปีเตอร์แอนด์ปอลได้ถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นที่คุมขังนักโทษการเมืองในปี ค.ศ.1817 ซึ่งนักโทษคนแรกก็คือ พระราชโอรสของพระเจ้าปีเตอร์มหาราชนั่นเอง ในปัจจุบันป้อมปีเตอร์แลนด์ปอลได้ถูกดำรงรักษาไว้เป็นพิพิธภัณฑ์ และส่วนหนึ่งได้ใช้เป็นโรงงานผลิตเหรียญกษาปณ์ของรัฐบาลด้วย ................มหาวิหารเซนต์ไอแซค มหาวิหารเซนต์ไอแซคได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 โดยมีนักออกแบบเป็นชาวฝรั่งเศส ชื่อ มองต์แฟร์องค์ มหาวิหารได้ถูกออกแบบถึง 24 แบบ แต่มีอยู่แบบหนึ่งที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 โปรดที่จะให้วิหารแห่งนี้เป็นวิหารที่มีความยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก โดยพระองค์ได้ทุ่มเททั้งกำลังคน และกำลังทรัพย์อย่างมหาศาล ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายไปประมาณ 40 ล้านรูเบิล ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าเป็นเงินจำนวนมหาศาลทีเดียว ยอดโดมของวิหารและส่วนอื่น ๆ ปิดทองเหลืองอร่ามไปทั่ว ตัวอาคารยาว 111 เมตร กว้าง 100 เมตร มีเสากรีกที่ทำจากหินแกรนิตสีแดง และหินมาลาไค้ทั้งต้น รวมกันทั้งหมด 112 ต้น เฉพาะยอดโดมใช้ทองคำแผ่นปิดหนักรวม 100 กิโลกรัม ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 40 ปี ................พระราชวังฤดูร้อน พระราชวังฤดูร้อน หรือที่เรียกกันว่า ปีเตอร์ดวาเรส สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ประกอบด้วยห้องและท้องพระโรงมากมาย ประดับด้วยจิตรกรรมตระการตา อาทิเช่น ห้องจีนที่ตกแต่งและประดับด้วยเครื่องกระเบื้องลายครามอันมีค่าของจีน ห้องโถงที่มีชื่อว่า หน้า ซึ่งมีภาพวาดรูปหน้าผู้คนในอริยบทต่าง ๆ กว่า 100 ภาพ รอบบริเวณอันกว้างใหญ่ ประกอบด้วยสวนฤดูร้อนที่ผู้สร้างได้หวังให้มีความสวยงามกว่าพระราชวังเวร์ซายส์ของฝรั่งเศส แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พระราชวังแห่งนี้ได้ถูกทิ้งระเบิดทำลายเสียหายไปเป็นอันมาก ภายในสวนประดับด้วยรูปปั้นบุคคลสำคัญในสมัย โบราณและตามตำนานกรีก ................พระราชวังฤดูหนาว พระราชวังฤดูหนาวเป็นพระราชวังที่ใหญ่มาก ประกอบด้วยห้องถึง 1050 ห้อง ทุกห้องได้ถูกตกแต่งให้วิจิตรตระการตา อดีตเป็นพระราชวังประทับของราชวงศ์มาเกือบ 200 ปี และเป็นที่น่าสนใจสำหรับชาวไทยคือ พระราชวังแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของพระองค์เจ้าจักรพงษ์ภูวนาท มกุฎราชกุมารในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อสมัยที่ทรงเสด็จมาศึกษาวิชาทหารที่นครเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก ภายหลังจากมีการปฏิวัติสังคมนิยม พระราชวังนี้ได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดของนครเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก ได้มีการรวบรวมรูปปั้น และรูปภาพต่าง ๆ ที่มีความงดงามจากทุกมุมโลกมาประดับไว้ ซึ่งจะต้องใช้เวลาเป็นอย่างมากในการชื่นชมกับความงดงามของศิลปะ ได้มีการบันทึกไว้ว่าของในพระราชวังนี้มีทั้งสิ้นถึง 3 ล้านชิ้น ซึ่งหากจะใช้เวลาพิจารณาชิ้นละ 1 นาทีจะต้องใช้เวลาชมถึง 9 ปี ๙. ระบบขนส่งมวลชนในรัสเซีย ................ รถไฟใต้ดิน ซึ่งในภาษารัสเซียเรียกว่า METRO โดยสถานีทางลงใช้อักษรตัว M เป็นสัญลักษณ์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1931 เป็นการก่อสร้างรถไฟใต้ดินที่ยิ่งใหญ่และสวยงามมากที่ผสมผสานเทคโนโลยีกับสถาปัตยกรรมหลายรูปแบบ ซึ่งสถาปัตยกรรมในแต่ละสถานีจะไม่ซ้ำรูปแบบกันเลย รถไฟใต้ดินที่กรุงมอสโคว์จะมีถึง 11 สาย 156 สถานี ความยาวทั้งหมด 260 ก.ม. 52 สถานีที่สามารถเชื่อมต่อกันได้โดย 22 จุดเชื่อมต่อ มีความลึกจากพื้นดินประมาณ 500 - 800 ก.ม. ในวันหนึ่งสถานีรถไฟใต้ดินจะต้องรองรับผู้คนถึง 10 ล้านคน เปิดทำการทุกวันระหว่างเวลา 06.00 น. - 01.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ส่วนรถไฟใต้ดินที่นครเซนต์-ปีเตอร์สเบอร์ก จะมี 4 สาย 55 สถานี ที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ 6 จุดเชื่อมต่อ มีความลึกประมาณ 800 - 1,000 ม. ซึ่งในบางเส้นทางรถไฟจะวิ่งลอดใต้แม่น้ำ การเดินเที่ยวในสถานีรถไฟใต้ดิน ซื้อตั๋วเพียงครั้งเดียวเมื่อลงไปในสถานี แล้วสามารถนั่งไปเที่ยวได้ทุกสถานี กี่ครั้งก็ได้ โดยไม่ต้องขึ้นมาบนพื้นดิน อัตราค่าโดยสาร 13 รูเบิล เด็กต่ำกว่า 7 ขวบไม่ต้องเสีย (ซึ่งในบางประเทศจะต้องซื้อตั๋วกำหนดระยะทางและจำนวนครั้งที่เปลี่ยนสถานี) บริเวณทางลงรถไฟใต้ดินเป็นจุดการค้าแห่งหนึ่งในรัสเซีย จะมีร้านขายของทุกอย่าง เช่น อาหาร, ผัก, ผลไม้, เสื้อผ้า, รองเท้า, กระเป๋า, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ร้านขายหนังสือ, Tape, VDO, CD, ร้านขายสุรานานาชนิด บุหรี่หลากหลายยี่ห้อ ................ รถเมล์ รัสเซียจะมีรถเมล์อยู่ 2 แบบ คือ รถเมล์ปกติที่ใช้น้ำมัน ในภาษารัสเซียเรียกกว่า อัฟโตบุส (ABTOBUS) และรถเมล์ไฟฟ้า ในภาษารัสเซียเรียกว่า ทาลีบุส (TALEBUS) ซึ่งจะเป็นรถเมล์ที่มีจุดสัมผัสไฟฟ้าอยู่บนหลังคา โดยจะต้องวิ่งไปตามสายไฟฟ้าตลอดแนวถนนในแต่ละสายเดินรถ สภาพรถโดยทั่วไปมีสภาพเก่าแต่ยังใช้งานได้ดี ซื้อตั๋ว ณ จุดขายตั๋ว หรือสถานีรถไฟใต้ดินและที่คนขับ โดยจะต้องซื้อครั้งละ 1ใบหรือ 10 ใบ ตั๋ว 1 ใบต่อ 1 คน ต่อ 1 ครั้ง สามารถโดยสารได้ตลอดเส้นทางเดินรถ ไม่จำกัดระยะทาง (ทางเดียว) หากเปลี่ยนเส้นทางจะต้องซื้อตั๋วใหม่ ผู้โดยสารจะต้องนำตั๋วไปตอกกับเครื่องตอกตั๋วซึ่งแขวนอยู่ภายในรถเมล์สายนั้น ๆ เก็บตั๋วไว้กรณีมีเจ้าหน้าที่มาตรวจ ผู้โดยสารที่ไม่มีตั๋วจะถูกปรับในอัตราที่สูงมาก เพราะจะมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบขึ้นไปตรวจอยู่เป็นประจำ รถเมล์ในรัสเซียจะจอดรับ - ส่งผู้โดยสารทุกป้าย แม้จะไม่มีผู้โดยสารขึ้น - ลง รถเมล์จะวิ่งระหว่าง 06.00 - 01.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ................ รถรางไฟฟ้า ในภาษารัสเซียเรียกว่า ตรัมวัย (TRAMVAI) รัสเซียจะใช้รถรางไฟฟ้าเป็นพาหนะอีกชนิดหนึ่ง โดยส่วนมากวิ่งอยู่กลางถนนของถนนสายหลักๆ ของเมือง สภาพรถจะค่อนข้างเก่า วิ่งไปตามรางโดยที่จุดสัมผัสไฟฟ้าอยู่บนหลังคา การโดยสารใช้ตั๋วเช่นเดียวกับการโดยสารรถเมล์และรถเมล์ไฟฟ้า รถรางไฟฟ้าจะจอดรับ - ส่งผู้โดยสารทุกป้ายและวิ่งระหว่าง 05.30 - 01.00 น. ของวันรุ่งขึ้นเหมือนรถเมล์และรถเมล์ไฟฟ้า ................ TAXI ในรัสเซียจะมีรถที่ขึ้นป้าย TAXI อยู่จำนวนไม่มากนัก ตัวรถ TAXI จะมีทั้งสีเหลืองล้วนและสีขาวล้วน คิดค่าโดยสารโดยใช้มิเตอร์หรือต่อรองราคากัน ส่วนใหญ่รถโดยสารนั่งส่วนบุคลในรัสเซียทุกคันเป็น TAXI ได้หมด โดยผู้โดยสารยืนโบกรถ เมื่อมีรถมาจอดรับต้องบอกสถานที่และต่อรองราคากันเอง ซึ่งจำเป็นต้องใช้ภาษารัสเซียเป็นหลัก (รถทุกคันโบกเรียกได้หมด อยู่ที่ว่ารถคันนั้นจะจอดรับหรือเปล่า) ๑๐. สาธารณูปโภค ................ ไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าในรัสเซียใช้ไฟฟ้าบ้านที่ 220 โวลล์ เหมือนเมืองไทย แต่มีข้อแตกต่างตรงที่เครื่องไฟฟ้าทุกชนิดจะเป็นปลั๊กขากลม 2 ขาและเต้าเสียบจะเป็นรูกลม 2 รู ซึ่งขนาดของรูกลม และความกว้างระหว่างขาปลั๊กและรูเต้าเสียบ จะเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าในเมืองไทย แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าในเมืองไทยบางประเภท ปลั๊กเสียบจะเป็นขาแบน 2 ขา ฉะนั้นจะต้องใช้ Adaptor ต่อให้เป็นขากลม 2 ขาก่อน ................ ประปา ระบบน้ำใช้ในรัสเซียอาคารทุกหลังจะมีก๊อกน้ำร้อนและน้ำเย็น น้ำร้อนจะเป็นน้ำที่ร้อนจัดเพราะจะใส่สารเคมีเพื่อช่วยเกิดความร้อนอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นจึงห้ามนำมาดื่มหรือใช้ประกอบอาหาร แต่สามารถใช้อาบและซักล้างได้ ส่วนน้ำเย็นจะเป็นน้ำที่เย็นจัดสามารถนำมาดื่มหรือใช้ประกอบอาหารได้ โดยปกติแล้วคนรัสเซียเองจะดื่มน้ำจากก๊อกน้ำเย็นได้เลย แต่สำหรับนักท่องเที่ยวคนไทยอาจจะรู้สึกรสชาด น้ำเย็นมีรสกร่อย ๆ จึงแนะนำให้ซื้อน้ำดื่มจากร้านค้าทั่วไปตามท้องถนน หรือร้านอาหารในโรงแรม แต่ค่อนข้างมีราคาแพง น้ำดื่มมีขายอยู่นั้นมีอยู่ 3 ชนิด คือ น้ำดื่มชนิดมีก๊าซ (สังเกตเวลาเขย่าขวดจะเกิดฟองอากาศ) น้ำดื่มชนิดไม่มีก๊าซ และน้ำแร่ ๑๑. สภาพอากาศ ประเทศรัสเซียมี 4 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ................ ฤดูร้อน จะเริ่มประมาณเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคมโดยจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15 องศาเซลเซียส ในเดือนมิถุนายน สภาพอากาศจะเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในเดือนกรกฎาคมจะเป็นช่วงอากาศร้อนที่สุดของปี อุณหภูมิประมาณ 25 - 30 องศาเซลเซียส ซึ่งคนรัสเซียถือว่าร้อนมากเพราะสภาพอากาศมีความชื้นในอากาศน้อย ต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจีโดยทั่วไป ดอกไม้ออกดอกกันแทบทุกชนิด ตอนบ่าย ๆ คนรัสเซียนิยมไปอาบแดดตามสวนสาธารณะ ชายหาดริมแม่น้ำ หรือไม่ก็บนหลังคาตึกที่พักอาศัย ในเดือนสิงหาคมอุณหภูมิจะลดลงเหลือประมาณ 15 - 20 องศาเซลเซียส ................ ฤดูใบไม้ร่วง จะเริ่มประมาณเดือนกันยายน - เดือนพฤศจิกายน โดยจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 10 องศาเซลเซียส ในเดือนกันยายน น้ำจะกลายเป็นน้ำแข็ง จะมีฝนตกบ้างในบางวัน บ้านเมืองจะสวยงามเป็นพิเศษเนื่องจากใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เมื่อต้องกับแสงแดดจะเป็นสีทองอร่ามสวยงามมาก อุณหภูมิจะลดลงถึงประมาณ -5 องศาเซลเซียส ในเดือนพฤศจิกายนเริ่มมีหิมะตกมาบ้าง ................ ฤดูหนาว จะเริ่มประมาณเดือนธันวาคม - เดือนกุมภาพันธ์ โดยจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ -10 องศาเซลเซียส ในเดือนธันวาคม หิมะเริ่มตกหนัก ในช่วงกลางเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ จะมีอากาศหนาวจัดที่สุดของปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ -15 ถึง -30 องศาเซลเซียส สภาพบ้านเมืองถูกปกคลุมไปด้วยหิมะทุกหนทุกแห่ง การเดินทางสัญจรไปมาค่อนข้างลำบากและต้องระมัดระวังลื่นหกล้ม ขณะที่เดินอยู่บนพื้นน้ำแข็ง ................ ฤดูใบไม้ผลิ จะเริ่มประมาณเดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม โดยจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 5 องศาเซลเซียส ในเดือนมีนาคม น้ำแข็งที่ปกคลุมตลอดฤดูหนาวเริ่มละลาย สภาพอากาศเริ่มอุ่นขึ้นเรื่อยๆ ต้นไม้เริ่มแตกยอดแทงใบอ่อน ตามท้องถนนหนทางจะมีสภาพที่เปียกแฉะ สกปรกเนื่องจากน้ำแข็งละลาย การเดินทางตามถนนหนทางค่อนข้างลำบาก ต้องระมัดระวังลื่นหกล้มและเสื้อผ้าเปรอะเปื้อน ในเดือนพฤษภาคมจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 15 องศาเซลเซียส เริ่มมีแสงแดดส่องสว่างในบางวัน ๑๒. การเตรียมเครื่องแต่งกายให้เหมาะสมกับฤดูกาล ................ ฤดูร้อน สภาพอากาศร้อน สามารถสวมใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าบาง เสื้อเชิ้ต เสื้อยืด หรืออาจจะสวมแจ๊คเก็ตบางๆ ไว้สำหรับกันลม เพราะฤดูร้อนลมพัดค่อนข้างแรง ................ ฤดูใบไม้ร่วง สภาพอากาศเริ่มเย็นลง เตรียมเสื้อแจ๊คเก็ตที่อบอุ่น และเตรียมเสื้อกันฝน ร่ม ไว้ด้วย เพราะอาจมีฝนตกในบางวัน ................ ฤดูหนาว สภาพอากาศหนาวจัด ควรจะสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่นอย่างมาก เช่น เสื้อโค้ท เสื้อขนสัตว์ ถุงมือ ถุงเท้าอย่างหนา ผัาพันคอและหมวกชนิดที่ปิดใบหูได้ ควรจะมีชุดเสื้อ กางเกงลองจอห์น สวมใส่ข้างในชั้นหนึ่ง ก่อนจะสวมเสื้อผ้าปกติ นอกจากนี้ควรเตรียมครีมหรือโลชั่น ลิปสติกสำหรับทากันผิวแตก ................ ฤดูใบไม้ผลิ สภาพอากาศเริ่มอุ่นขึ้น แต่ก็ยังมีอากาศเย็นอยู่ เตรียมเสื้อแจ็คเก็ตที่อบอุ่น ถุงมือ ผ้าพันคอไว้ด้วย ๑๓. ของใช้ส่วนตัว ................ ของใช้ในห้องน้ำที่พักในโรงแรม โดยทางโรงแรมจะเตรียมสบู่ ยาสีฟัน ยาสระผมไว้ให้ แต่มีขนาดเล็ก คุณภาพไม่ค่อยดีนัก ควรจะนำสบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม แปรงสีฟัน หมวกคลุมผมอาบน้ำไปเองจะดีกว่า ส่วนผ้าเช็ดหน้าและผ้าเช็ดตัวทางโรงแรมได้เตรียมไว้ให้เป็นอย่างดีแล้ว ................ ยาประจำตัวหรือยาที่ท่านใช้อยู่เป็นประจำ ควรจะนำติดตัวไปด้วยเพราะร้านขายยาในรัสเซีย ขายยาไม่เหมือนยาที่ขายในเมืองไทย และเภสัชกรก็พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยคล่อง ๑๔. สกุลเงิน ................ รัสเซีย ใช้สกุลเงินที่เรียกว่า รูเบิ้ล ซึ่งมีทั้งธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ ธนบัตรมีตั้งแต่ใบละ 10, 20, 50, 100, 500 รูเบิ้ล เหรียญกษาปณ์มีตั้งแต่เหรียญ 1, 2, 5 รูเบิ้ล และส่วนย่อยของรูเบิ้ล คือ โคเป็ก 100 โคเป็ก เท่ากับ 1 รูเบิ้ล สกุลเงินที่นักท่องเที่ยวนำไปใช้ได้สะดวกคือ USD. America รองลงมาคือ เงินยูโร เงินปอนด์ GBP. United Kingdom, DEM. Germany สถานที่แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจะมีอยู่ที่โรงแรมและตามท้องถนนทั่วไป การแลกเปลี่ยนเงินตราปกติจะไม่ใช้พาสอร์ต แต่ถ้าเป็นเงินจำนวนมากเจ้าหน้าที่อาจขอดูพาสปอร์ต เพราะต้องการทราบที่มาของเงิน การใช้บัตรเครดิตสามารถใช้ได้ที่ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าชั้นนำ ซุปเปอร์มาร์เก็ต เช่น บัตรเครดิต VISA CARD, MASTER CARD ส่วนบัตรเครดิต AMERICAN EXPRESS, DINNER CLUB ยังเปิดให้ใช้บริการน้อย การซื้อของตามสถานที่ท่องเที่ยวสามารถจ่ายด้วยเงินรูเบิ้ลและดอลลลาร์ได้เลย ส่วนที่ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าชั้นนำ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ใช้เฉพาะเงินรูเบิ้ลเท่านั้น ๑๕. สัมภาระการเดินทาง สายการบินจะให้ผู้โดยสารสามารถนำสัมภาระต่างๆ ไปกับเครื่องบินได้ในชั้น Economy ท่านละ 20 ก.ก. ชั้น Business ท่านละ 30 ก.ก. ชั้น First Class ท่านละ 40 ก.ก. กระเป๋าถือและสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องไม่เกินท่านละ 5 ก.ก. ๑๖. การเปรียบเทียบเวลา รัสเซียเป็นประเทศที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ตั้งแต่ทวีปยุโรปตะวันออกถึงทวีปเอเชีย จึงทำให้เวลาในแต่ละพื้นที่แตกต่างกันออกไป สำหรับเวลาที่แตกต่างจากเมืองไทย คือ ................ เวลาที่มอสโคว์และเซ็นต์ ปีเตอร์สเบอร์ก ช้ากว่า 3 ช.ม. ตั้งแต่เดือนเมษายน - กันยายน ................ เวลาที่มอสโคว์และเซ็นต์ ปีเตอร์สเบอร์ก ช้ากว่า 4 ช.ม. ตั้งแต่เดือนตุลาคม - มีนาคม ๑๗. เวลาเปิด - ปิดทำการของร้านค้า, ที่ทำการ, สถานที่ท่องเที่ยว โดยปกติแล้ว ร้านค้า, ที่ทำการ, สถานที่ท่องเที่ยวในรัสเซีย จะเปิดทำการประมาณ 10.00 น. ห้างสรรพสินค้าเปิดทำการถึง 21.00 น. ร้านค้าย่อย ๆ เปิดทำการถึง 19.00 น. ธนาคารเปิดทำการถึง 17.00 น. ร้านอาหารใหญ่และมีชื่อเสียงเปิดทำการตั้งแต่ 12.00 - 24.00 น. และยังมีร้านค้า, ร้านอาหาร, แหล่งบันเทิง, คาสิโน ที่จะเปิดทำการตั้งแต่ 17.00 - 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ................ การซื้อสินค้าจากตามห้างร้านวิสาหกิจต่างๆ ร้านค้าเหล่านี้จะขายสินค้าเป็นเงินรูเบิ้ลเท่านั้น ยังมีบางร้านโดยเฉพาะร้านของรัฐบาลจะมีขั้นตอนการซื้อต้องไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ก่อน แล้วนำใบเสร็จมารับสินค้า ซึ่งเป็นวิธีการที่ยุ่งยากมากโดยเฉพาะเมื่อลูกค้าไม่รู้ภาษารัสเซียและไม่มีสิทธิต่อรองใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ส่วนใหญ่จะเลิกระบบนี้แล้ว จะเหมือนร้านค้าซุปเปอร์มาร์เก็ตเมืองไทย ................ การซื้อสินค้าจากแผงลอยข้างถนน คีโอส หรือ ตลาดนัด ซึ่งส่วนใหญ่จะขายของที่ระลึกต่างๆ การซื้อขายสามารถต่อรองราคาได้ ๑๘. ของที่ระลึกและสินค้าพื้นเมืองจากรัสเซีย ................ ร้านค้าทั่วไป, ห้างสรรพสินค้าทุกแห่ง, สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ จะมีสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก สัญลักษณ์รัสเซียให้ทุกท่านได้เลือกซื้อหลายอย่าง เช่น ................ ตุ๊กตารัสเซีย หรือ ตุ๊กตาแม่ลูกดก เป็นตุ๊กตาที่ทำจากไม้เนื้อบาง วาดลวดลายเป็นหญิงสาวชาวรัสเซีย สวยงามหลากหลายสีสัน และขนาด มีลักษณะเป็นตุ๊กตาหลายตัวซ้อนกันอยู่ภายใน ราคาแล้วแต่สีสันขนาด ลวดลาย และจำนวนตุ๊กตาตัวเล็กตัวน้อยที่ซ้อนอยู่ภายใน ................ กล่องไม้ลงยาเคลือบแล๊กเกอร์ ทำจากไม้เพ้นท์สี และวาดลวดลายต่าง ๆ ตามวรรณคดี ภาพเขียนที่มีชื่อเสียง ภาพวิวทิวทัศน์รัสเซีย มีทั้งกล่องขนาดจิ๋วไปจนถึงกล่องขนาดใหญ่ แบบที่มีฝาปิด-เปิดได้ หรือมีลิ้นชักใส่ของจุกจิก ................ หมวกรัสเซีย จะเป็นหมวกทรงกระบอก ทำจากขนสัตว์ชนิดต่าง ๆ เช่น ขนกระต่าย ขนสุนัข ขนหมาป่า ขนมิงค์ สีขาว เทา ดำ น้ำตาลอ่อน - แก่ หมวกชนิดนี้ใช้ป้องกันความหนาวเย็นได้ดีมาก ................ ผ้าทอ ผ้าเพ้นท์สี เป็นผ้าเนื้อดีทอ และเพ้นท์สีเป็นลวดลายดอกไม้สวยงามใช้คลุมผม คลุมไหล่ หรือให้เป็นผ้าพันคอก็ได้ ................ เข็มกลัดรัสเซีย สำหรับนักสะสม จะมีเข็มกลัดใหญ่ - เล็ก ในงานพิธีต่าง ๆ เข็มกลัดของหน่วยงานทหาร ตำรวจ ข้าราชการ เข็ดกลัดที่ระลึกวันสำคัญต่าง ๆ ของรัสเซีย เข็มกลัดรูปบุคคลสำคัญต่าง ๆ เช่น รูปเลนิน, สตาลิน, พระเจ้าปีเตอร์มหาราช, พระนางแคทเธอรีน ไว้ให้นักสะสมได้เก็บเป็นที่ระลึก ................ นาฬิการัสเซีย รัสเซียผลิตนาฬิกาออกมาใช้กับหน่วยงานทหาร ตำรวจ ข้าราชการต่าง ๆ จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแต่ละเรือน แต่ละรุ่น ซึ่งมีความสวยงาม ทนทาน แปลกตา มีราคาถูก ................ แสตมป์และโปสการ์ด ตามสถานที่ท่องเที่ยวจะมีสมุดแสตมป์ และโปสการ์ดขายให้กับท่องเที่ยว มีทั้งเก่าและใหม่ แสตมป์ชุดต่าง ๆ โปสการ์ดสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งมีราคาถูก ................ เครื่องแก้วเจียระไน มีทั้งชุดแก้วน้ำ แก้วเหล้า ถ้วยชามต่าง ๆ และแท่งผลึกแก้วรูปทรงต่าง ๆ โดยใช้วิธียิงเลเซอร์สร้างภาพต่าง ๆ ไว้ภายในผลึกแก้ว เช่น รูปวิหารเซ็นต์บาซิล รูปนกอินทรีย์ 2 หัว สัญลักษณ์ราชวงศ์รัสเซีย ฯลฯ มีหลายขนาด หลายราคา ................การซื้อสินค้าพื้นเมืองของที่ระลึก ตามสถานที่ต่างๆ สามารถใช้เงินรูเบิ้ลหรือเงินดอลลาร์ซื้อได้ โดยสามารถต่อรองราคากับคนขายได้ ส่วนร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ตต้องใช้เงินรูเบิ้ลซื้อ เท่านั้น โดยจะมีวิธีการซื้อสินค้าคือ จำราคาสินค้าที่จะซื้อ (หรือให้คนขายเขียนใส่กระดาษ) ไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ แล้วนำใบเสร็จไปรับของที่คนขาย ราคาของไม่สามารถต่อรองราคาได้ ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ตทุกแห่งในรัสเซียจะไม่มีถุงใส่สินค้าให้เหมือนเมืองไทย ผู้ใดต้องการจะต้องซื้อถุงหิ้วอีกต่างหาก ๑๙. บริการต่าง ๆ ตามสถานที่ท่องเที่ยว ................ห้องสุขา ตามสถานที่ท่องเที่ยวจะมีห้องสุขาไว้บริการโดยต้องเสียค่าใช้บริการครั้งละ ๑๐-๑๓ รูเบิล สภาพห้องไม่ค่อยทันสมัยและไม่ค่อยสะอาดนัก ควรจะใช้บริการจากร้านอาหารหรือที่โรงแรมก่อนที่จะไปตามสถานที่ท่องเที่ยว ................ร้านค้าขายเครื่องดื่ม จะมีเครื่องดื่มทุกประเภท รวมทั้งเบียร์ เหล้า บุหรี่ ทุกยี่ห้อ ซื้อขายโดยใช้เงินรูเบิ้ล ................ฟิล์มถ่ายรูป สามารถซื้อได้ตามสถานที่ท่องเที่ยว ร้านค้าขายเครื่องดื่มมีทั้งขนาด 24 ภาพ และ 36 ภาพ ความไวแสงทุกชนิด หลายยี่ห้อ พร้อมแบตเตอรี่สำหรับแฟลช และสำหรับกล้องถ่ายรูปทุกชนิด ราคาค่อนข้างสูงกว่าเมืองไทย ................กล้องถ่ายรูป ที่ใช้ระบบดิจิตอล ถ้าอากาศหนาวจัดจะต้องซุกไว้ในเสื้อคลุมเพื่อรักษาอุณหภูมิ เพราะถ้าเย็นจัดเกินไป กล้องถ่ายรูปอาจไม่ทำงาน ๒๐. การโทรศัพท์ ................การโทรศัพท์ทางไกลจากเมืองไทยไปยังรัสเซีย รหัสประเทศรัสเซีย 7 ................รหัสกรุงมอสโคว์ 095 ................รหัสนครเซ็นต์ ปีเตอร์สเบอร์ก 812 ................โทรไปกรุงมอสโคว์ กด 001 - 7 - 095 - หมายเลขปลายทาง ................โทรไปนครเซนต์ ปีเตอร์สเบอร์ก กด 001 - 7 - 812 - หมายเลขปลายทาง ................การโทรศัพท์ทางไกลจากรัสเซียไปเมืองไทย ................โทรจากโทรศัพท์บ้าน กด 8 รอสัญญาณสายว่าง กด 1066 - รหัสจังหวัด - หมายเลขโทรศัพท์ปลายทาง กรุงเทพ ฯ กดรหัส 2 เป็นต้น ................จากโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ GSM ที่ท่านนำไปใช้ที่รัสเซีย กด 81066 - รหัสจังหวัด - หมายเลขปลายทาง โดยกดหมายเลขทั้งหมดติดต่อกัน แล้วโทรออก ................โทรจากตู้โทรศัพท์ใช้บัตรโทรศัพท์ International Cardphone ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในโรงแรม โดยท่านจะต้องซื้อบัตรโทรศัพท์ที่แคชเชียร์ของโรงแรม หรือจะใช้บัตรเครดิตกับตู้โทรศัพท์ วิธีโทรปฏิบัติตามคำแนะนำบนตัวโทรศัพท์ ................โทรจากโทรศัพท์ภายในห้องพักของโรงแรม โดยปฏิบัติตามคำแนะนำบนตัวโทรศัพท์ เมื่อท่าน Check out ออกจากโรงแรม แคชเชียร์จะออกใบเสร็จเรียกเก็บค่าโทรศัพท์จากท่าน ................ถ้าท่านต้องการโทรเข้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเมืองไทย ก็เปลี่ยนจากรหัสจังหวัดเป็นหมายเลข 1 แทน ๒๑. ภาษา ประเทศรัสเซียใช้ภาษารัสเซียเป็นภาษาประจำชาติ ประชาชนส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ คนรัสเซียที่พูดภาษาอังกฤษได้คือ คนทำงานอยู่ในส่วนของโรงแรม บริษัทท่องเที่ยว ไกด์ บริษัทเอกชนของต่างชาติ พ่อค้าแม่ค้าขายของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยว ส่วนร้านค้า ห้างสรรพสินค้า TAXI ต่างต้องใช้คู่มือภาษารัสเซียและภาษามือเข้าช่วยในการซื้อ ต่อรองราคาสินค้าต่าง ๆ หรือจะใช้เครื่องคิดเลขแสดง ตัวเลขต่อรองซื้อขายกัน ๒๒. วัฒนธรรม ความเชื่อของรัสเซีย (อ่านไว้ไม่เสียหลาย) .................... 9, Bolshaya Spasskaya St., Moscow, 129090 .................... Tel : (7-095) 208-0817, 208-0856, 208-6671, 208-7283 (สายตรงเอกอัครราชทูต) .................... Fax : (7-095) 207-5343, (7-502) 222-4739 .................... E-mail : thaimow@mail.sitek.net .................... Obrucheva 4/3, Floor 8th, Apt. 72, Moscow .................... Tel : (7-095) 936-2533 Fax : (7-095) 936-2533 .................... บ้านพักผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก โทรศัพท์ (7-095) 936-5593 .................... E-mail : thaidefense@tochka.ru .................... 9, Bolshaya Spasskaya St., Moscow, 129090 .................... Tel : (7-095) 974-1501 .................... Fax : (7-095) 974-1531 .................... E-mail : thaico@dul.ru .................... 9, Bolshoy Av., V.O., 199053 St.Petersburg .................... Tel : (7-812) 325-6271, 323-2538, 325-6316 (Direct line) .................... Fax : (7-812) 325-6313 .................... 8 Amirian St., 375010 Yerevan .................... Tel : (3741) 560-410 .................... Fax : (3741) 544-425 .................... Sukhanova St., 1 A, 690091 Vladivostok .................... Tel : (7-4232) 224-500 .................... Fax : (7-4232) 223-033 บทความต่อไป สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงมอสโก ไม่ต้องไปก็รู้ได้ เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย ![]() กลับสู่หน้าหลัก |
![]() กลับสู่หน้าหลัก ![]() เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ |
|
|
บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 20 มิ.ย. 48 โดย พ.อ. สนธิชัย ตุ้มหิรัญ ผู้ช่วยทูตทหารไทย/ทบ. ประจำกรุงมอสโก รัสเซีย Email: toomhirun@hotmail.com, toomhiruns@yahoo.com | ||