“ผู้ที่เรียนรู้อย่างลึกซึ้งในเรื่องสงคราม ย่อมเห็นคุณประโยชน์ของสงคราม
กองกำลังขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ RVSN (Strategic Missile Forces –Raketnyye Voyska Stategicheskogo Naznacheniya) ท่านคิดอย่างไร

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
ผู้เขียนมีความตั้งใจที่อยากจะเรียบเรียงแสนยานุภาพหมีขาวให้มากที่สุด โดยแรกเริ่มนั้นกำหนดไว้ทั้งหมด ๒๑ ตอน ก็ยังไม่ทราบว่า จะหมดแรงไปก่อนไหม ถ้าหากไม่ ท่านผู้อ่านก็คงจะได้รับข้อมูลไปอ่านเล่นๆ บ้างพอสมควร ซึ่งโดยเนื้อแท้แล้ว รายละเอียดของกองทัพรัสเซียมีเปิดเผยออกมาเหมือนกันทั้งจากมหาอำนาจฝ่ายตรงข้าม หรือจากหนังสือบางเล่ม แต่จะมีความถูกต้องแค่ไหนหรือได้รับการยืนยันเพียงใด ไม่มีใครออกมาการันตีได้ เอาเป็นว่า ผู้เขียนเรียบเรียงจากที่คิดว่า ตนเองทราบ ถ้าใครทราบมากกว่านี้ ก็ขอให้ถือเป็นการแลกเปลี่ยนทัศนะแล้วกัน รายละเอียดของเนื้อหาอาจจะไม่สนุก ซึ่งก็คงจะต้องตรงกับความต้องการของผู้อ่านเท่านั้น จึงจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ ถ้ามันรกหูรกตาไปบ้าง ก็อย่าว่ากัน อ่านเล่นๆ อย่าคิดมาก

บทความเกี่ยวข้องที่ผ่านมา แสนยานุภาพของหมีขาวตอนที่ ๖ กองทัพอากาศรัสเซีย Russian Air Force

๑. กล่าวนำ
.......... ในอดีต กองทัพสหภาพโซเวียตแบ่งออกเป็น ๕ เหล่าทัพได้แก่ กกล.ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองกำลังป้องกันภัยทางอากาศแห่งชาติ โดยที่กองกำลังขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ (Strategic Missile Forces) หรือในบางครั้งมีชื่อเรียกว่า กกล.จรวดทางยุทธศาสตร์ (Strategic Rocket Troops) เป็นกำลังหลักของกองทัพโซเวียตที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการโจมตีเชิงรุกต่อสถานที่ตั้งทางทหารและโรงงานอุตสาหกรรมของข้าศึก หน่วยนี้ดำเนินการปฏิบัติเกี่ยวกับขีปนาวุธพิสัยกลาง พิสัยระหว่างทวีป และพิสัยข้ามทวีปทั้งหมดด้วยระยะยิงตั้งแต่ ๑,๐๐๐ กม.ขึ้นไป ในสมัยสหภาพโซเวียต กองกำลังทางยุทธศาสตร์ยังดำเนินการเกี่ยวกับยานอวกาศและเครื่องยิงจรวดสู่อวกาศด้วย ดังนั้นจึงมีสถานะโดดเด่นที่สุดในบรรดาเหล่าทัพทั้ง ๕ แต่ต่อมาภายหลังที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย รัสเซียต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญา START และจากการปรับองค์กรในกองทัพรัสเซียให้เหมาะสมสอดคล้องกับภารกิจและทรัพยากรที่กองทัพมีอยู่ ความโดดเด่นของเหล่าทัพนี้จึงเจือจางลงไป
.......... กองทัพรัสเซียภายใต้การนำของจอมพล Igor Sergeyev รมว.กห.ได้พยายามที่จะปรับการจัดองค์กรภายในกองทัพในปี ๑๙๙๗-๑๙๙๘ โดยการจัดตั้งหน่วยบัญชาการทางยุทธศาสตร์ใหม่ (Strategic Command) ซึ่งประกอบด้วยกองกำลังจรวดทางยุทธศาสตร์ (RVSN), กองกำลังอวกาศทางทหาร (Military Space Forces) และกองกำลังป้องกันภัยจากขีปนาวุธทางอวกาศ (Space Missile Defense Force) ซึ่งเดิมเคยอยู่ในกองกำลังป้องกันภัยทางอากาศ (Troops of Air Defense) แต่แผนงานดังกล่าวไม่ได้รับการสนับสนุน
.......... ต่อมาในสมัยประธานาธิบดีปูติน สภาความมั่นคงแห่งชาติได้เรียกประชุมหารือเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพในปี ๒๐๐๐ ซึ่งก่อนการประชุมสภาความมั่นคงนั้น รมว.กห.และประธานเสนาธิการทหารของรัสเซียได้เสนอแนวทางในการปฏิรูปกองทัพที่แตกต่างกัน พล.อ.Anatoly Kvashnin ประธานเสนาธิการทหารได้เสนอว่า กองกำลังขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ควรจะยุบไปหรือรวมกับหน่วยอื่นเช่น กองทัพอากาศหรือเหล่าอื่นของกองทัพรัสเซีย เพื่อที่กองทัพจะได้มีทรัพยากรเพิ่มในการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังตามแบบ และนำไปใช้ในการแก้ไขความขัดแย้งในเชชเนีย หรือทำสงครามต่อต้านการก่อการร้าย
.......... จอมพล Igor Sergeyev รมว.กห.ไม่เห็นด้วยกับการปรับลด หรือยุบกองกำลังขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ซึ่งตนเองเคยเป็นผู้บังคับบัญชา ภายหลังจาการประชุมระหว่างประธานาธิบดีปูติน, ประธานเสนาธิการทหาร Kvashnin และ รมว.กห. Sergeyev ในปลายเดือน ก.ค.๒๐๐๐ ได้มีผลสรุปที่ประนีประนอม กองกำลังขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์จะยังคงเป็นเหล่าทัพที่อิสระของกองทัพรัสซียอย่างน้อยจนถึงปี ๒๐๐๖ แต่หน่วย SMF จะถูกปรับลดลงเหลือประมาณ ๑๐ กองพลในปี ๒๐๐๖ โดยที่หน่วย Space Missile Defense Troops และ Space Military Force จะถูกโอนไปขึ้นการบังคับบัญชากับคณะเสนาธิการทหาร (General Staff)
.......... ในปี ๒๐๐๑ ประธานาธิบดีปูตินได้ปลดจอมพล Sergeyev ออกจากตำแหน่งและแต่งตั้งนาย Sergei Ivanov ขึ้นเป็น รมว.กห. เพื่อลดความขัดแย้งในการปฏิรูปกองทัพกับ พล.อ.Kvashnin ประธานเสนาธิการทหาร และดำเนินการปฏิรูปตามแนวทางของ พล.อ.Kvashnin ดังนั้นสถานภาพของ กกล.ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์จึงลดลงเรื่อยมา และเมื่อปี ๒๐๐๔ นาย Sergei Ivanov ได้ปฏิรูปกองทัพใหม่โดยให้คณะเสนาธิการทหารมาขึ้นกับ กห. ตามนิตินัยและพฤตินัย จัดกองทัพให้มี ๓ เหล่าทัพคือ กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ นอกจากนั้นยังมีกำลังรบอีก ๓ กองกำลังคือ กกล.ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ กกล.อวกาศ และ กกล.ส่งทางอากาศ จึงนับได้ว่า สถานภาพของ กกล.ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ไม่ได้เป็นเหล่าทัพดังเช่นในอดีต แต่ยังเป็นหน่วยกำลังรบที่สำคัญที่สุดหน่วยหนึ่งของกองทัพรัสเซีย

๒. กำลังรบ (Forces) ของ กกล.ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์
..........ในปี ๑๙๔๖ กองพลน้อยวัตถุประสงค์พิเศษ (special-purpose brigade) ของหน่วย RVGK (Supreme High Command Reserve) ได้ถูกจัดตั้งขึ้น และเมื่อ ๑๘ ต.ค.๑๙๔๗ กองพลน้อยได้ปฏิบัติการยิงขีปนาวุธวิถีโค้งลูกแรกแบบ A-4 จากสนามยิง Kapustin Yar Range หลังจากนั้นกองพลน้อยได้ถูกบรรจุในกองทัพอาวุธผสม (combined arms army) เป็น 22nd RVGK special-purpose brigade ซึ่งต่อมาก็คือ 72nd RVGK Engineer Brigade และต่อมาในปี ๑๙๖๐ หน่วย 24th Guard Division of RVSN ก็ได้จัดตั้งขึ้นเป็นหน่วยแรกของ กกล.ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์
.......... กองกำลัง SRF มีกำลังพลประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คนในปี ๑๙๘๙ โดยแบ่งออกเป็น ๖ กองทัพจรวดสนาม (rocket army) ซึ่งแต่ละกองทัพสนามประกอบด้วย ๓ – ๕ กองพล โดยแต่ละกองพลประกอบด้วยหลายกรม (กรมหนึ่งจะมีแท่นยิง ๑๐ แท่น) แต่ละกรมขีปนาวุธจะมีกำลังทหารภาคพื้นดินในการรักษาความปลอดภัย การขนส่ง การสื่อสาร และการซ่อมบำรุงประมาณ ๔๐๐ คน นายทหารจะประจำการตามสถานีปล่อยอาวุธและศูนย์บังคับบัญชาใต้ดิน
.......... ในปี ๑๙๘๙ กองกำลังจรวดทางยุทธศาสตร์มีขีปนาวุธวิถีโค้งข้ามทวีป (ICBM) มากกว่า ๑,๔๐๐ หัวรบ, ศูนย์ควบคุมการยิง (launch control center) ประมาณ ๓๐๐ แห่ง และฐานยิงขีปนาวุธ (missile base) ๒๘ แห่ง สหภาพโซเวียตมีขีปนาวุธ ICBM ที่ปฏิบัติการอยู่ ๖ แบบ โดยประมาณร้อยละ ๕๐ เป็นขีปนาวุธขนาดหนักแบบ SS-18 และ SS-19 ซึ่งนับเป็นจำนวนประมาณร้อยละ ๘๐ ของหัวรบ ICBM ฐานยิงภาคพื้นของประเทศ ในปี ๑๙๘๙ สหภาพโซเวียตได้ทำการผลิตขีปนาวุธ ICBM แบบใหม่สามารถเคลื่อนย้ายด้วยตนเองและอยู่รอดได้ มีรายงานว่ามีขีปนาวุธ ICBM แบบเคลื่อนย้ายบนถนนแบบ SS-25 ประมาณ ๑๐๐ ลูกที่ปฏิบัติการอยู่ และขีปนาวุธ ICBM แบบเคลื่อนย้ายบนรถไฟแบบ SS-24 กำลังจะเข้าประจำการ
.......... กองกำลัง SRF ยังคงมีขีปนาวุธวิถีโค้งพิสัยระหว่างทวีป (IRBM) แบบ SS-20 และขีปนาวุธวิถีโค้งพิสัยกลาง (MRBM) แบบ SS-4 ประจำการอยู่ ขีปนาวุธประมาณ ๒ ใน ๓ ของขีปนาวุธเคลื่อนย้ายบนถนนแบบ SS-20 จะประจำการอยู่ในด้านตะวันตกของสหภาพโซเวียตและเป้าหมายก็คือยุโรปตะวันตก ขีปนาวุธประมาณ ๑ ใน ๓ จะประจำการทางตะวันออกของเทือกเขาอูราล และเป้าหมายก็คือจีน ขีปนาวุธรุ่นเก่าแบบ SS-4 จะประจำการในที่ตั้งแบบถาวรทางตะวันตกของสหภาพโซเวียต ตามสนธิสัญญากองกำลังนิวเคลียร์พิสัยระหว่างทวีป (Intermediat Range Nucclear Forces Treaty – INF Treaty) ที่ลงนามในเดือน ธ.ค.๑๙๘๗ เรียกร้องให้กำจัดขีปนาวุธโซเวียตแบบ SS-20 และ SS-4 ประมาณ ๕๕๓ ลูกภายใน ๓ ปี ซึ่งในกลางปี ๑๙๘๙ ขีปนาวุธ SS-20 และ SS-4 มากกว่าร้อยละ ๕๐ ได้ถูกกำจัดไป
.......... กองบัญชาการควบคุมกองกำลังขีปนาวุธเป็นหน่วยขึ้นตรงต่อ Supreme Commander in Chief ผ่านกองบัญชาการควบคุมกลางของประธานเสนาธิการทหาร และกองบัญชาการหลักของหน่วย RVSN ด้วยการใช้เครือข่ายเชื่อมต่อหลายระดับของที่บังคับการที่ปฏิบัติการในระดับเตือนภัย Alert-duty Mode กองกำลังในระดับ Alert-Duty Mode ของหน่วยขีปนาวุธประมาณ ๑๒,๐๐๐ คนจะปฏิบัติภารกิจใน ๓ ลักษณะ ได้แก่ การดำเนินมาตรการชดเชยในการล้มเหลวของระบบขีปนาวุธต่างๆ และระบบของการสื่อสารที่มีความปลอดภัย และแก้ไขในเวลาที่น้อยที่สุด, การดำรงสภาพความพร้อมรบเพื่อดำเนินการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย, และในเหตุการณ์ที่กองทัพอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมสูงที่สุด (High Alert) จะต้องสนับสนุนการปฏิบัติการของภารกิจต่างๆ ของกองทัพ
.......... ระบบการรักษาความปลอดภัย และไว้วางใจได้ในการปฏิบัติการด้านนิวเคลียร์ของกองทัพโซเวียตและกองทัพรัสเซีย จะใช้ระบบการป้องกันฐานยิงที่ติดตั้ง ๓ ชั้นได้แก่ ชั้นในสุดของการติดตั้งฐานยิงต่างๆ จะทำการรักษาความปลอดภัยโดยนายทหารและนายทหารประทวน ระดับที่สองก็คือ การป้องกันภายนอกด้วยโครงสร้างและอุปกรณ์หุ้มเกราะ และชั้นนอกจะวางสนามทุ่นระเบิดและจุดตรวจการณ์ต่างๆ
.......... ในปี ๑๙๙๖ หน่วย SRF มีกำลังลดลงเหลือประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คนซึ่งประมาณครึ่งหนึ่งเป็นทหารเกณฑ์ หน่วย SRF มีสัดส่วนของนายทหารที่ระดับการศึกษาสูงที่สุดในบรรดาเหล่าทัพทั้งหมด และมีกำลังประมาณร้อยละ ๑๐ ของกำลังพลกองทัพรัสเซียทั้งหมด ในปี ๑๙๙๗ ความพร้อมรบเฉลี่ยของ SRF อยู่ที่ร้อยละ ๘๕.๓ ของอัตราการจัด และนายทหารในชั้นยศต่างๆ ก็ปฏิบัติงาน Alert Duty มากกว่าปกติ ประมาณ ๑๓๐ วันของการทำงานในแต่ละปี (๒๔ ชั่วโมง) ขณะที่ร้อยละ ๙๙ ของนายทหารของ RVSN สำเร็จการศึกษาวิศวกรรม และมากกว่าร้อยละ ๒๕ ของกำลังพลเป็นนายสิบหรือทหารอาสาสมัคร (contract system) อย่างไรก็ตาม กำลังทหารเกณฑ์ที่มีมากกว่าร้อยละ ๕๐ ของกำลังทั้งหมดก็ไม่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา (secondary education – high school)
.......... รัสเซียยังคงดำเนินการลดจำนวนขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ตามสนธิสัญญา START-1 แม้ว่าการดำเนินการจะล่าช้ากว่าที่สหรัฐฯ ต้องการ หัวรบนิวเคลียร์ทั้งหมดของกองกำลัง SRF ของอดีตสหภาพโซเวียตในคาซัคสถาน เบลารุส และยูเครนได้ถูกขนย้ายกลับไปยังรัสเซียหรือถูกกำจัดไปในกลางปี ๑๙๙๖
.......... คลังเก็บขีปนาวุธของ SRF ของรัสเซียได้ลดจำนวนลงตามสนธิสัญญา START I และ ขีปนาวุธรุ่นใหม่แบบ Topol-M เป็นระบบเดียวที่เหมาะสมกับความต้องการทางยุทธศาสตร์ของรัสเซียและได้รับการยอมรับตามสนธิสัญญา START I ซึ่งรัสเซียจะเน้นผลิตขีปนาวุธแบบใหม่นี้ในอนาคตข้างหน้า ขีปนาวุธ SS-27 Topol ได้เริ่มประจำการในกรม SRF โดยในปี ๑๙๙๖ มี ๔๐ กรมดังกล่าวที่มีขีปนาวุธ SS-27 Topol ประจำการอยู่ (๑ กรมประกอบด้วย ๓ กองพัน จำนวน ๙ แท่นยิง – launch vehicle) ระบบขีปนาวุธปฏิบัติแบบเก่าก็ยังคงประจำการอยู่ได้แก่ กรมขีปนาวุธแบบ SS-17 ที่มีแท่นยิง (silo) ๑๐ แท่น, แท่นยิงขีปนาวุธแบบ SS-18 จำนวน ๖ แท่นยิงรวมเป็นขีปนาวุธ ๒๒๒ หัวรบซึ่งเป็นประเภทขีปนาวุธหลายหัวรบ, แท่นยิงขีปนาวุธ SS-19 จำนวน ๔ แท่นยิงเป็นขีปนาวุธรวม ๒๕๐ หัวรบซึ่งเป็นแบบขีปนาวุธหลายหัวรบ และขีปนาวุธ SS-24 จำนวน ๙๒ หัวรบซึ่งจำนวน ๓๖ หัวรบจะติดตั้งบนรถไฟ โดยที่ขีปนาวุธทั้งหมดยกเว้นแบบ SS-24 จะถูกปลดประจำการและทดแทนด้วยขีปนาวุธ SS-27 Topol
.......... โครงสร้างการจัดหน่วย RSVN ในปี ๑๙๙๗ ประกอบด้วย ๔ กองทัพสนามขีปนาวุธ ซึ่งมี ๑๙ กองพล, ๗๕๖ แท่นยิง, และฐานยิงขีปนาวุธที่ซับซ้อนจากที่ตั้งยิงประจำที่, ติดตั้งบนรถไฟ และติดตั้งบนยานล้อเคลื่อนย้ายได้ ๕,๕๓๕ แท่นยิง ซึ่งในปัจจุบัน สถานภาพดังกล่าวนี้ได้ลดลงเรื่อยๆ

๓. ภารกิจ
..........กองกำลังจรวดยุทธศาสตร์เป็นหนึ่งในกองกำลังของกองทัพสหพันธรัฐรัสเซีย เป็นองค์ประกอบหลักของกองกำลังนิวเคลียร์ยุทธศาสตร์ มีภารกิจเหนี่ยวรั้ง สกัดกั้น กำจัด ทำลายขีปนาวุธนิวเคลียร์ของข้าศึก หรือโดยการใช้ขีปนาวุธนิวเคลียร์เข้าโจมตีขีปนาวุธของข้าศึกเข้ามาในทิศทางใด หรือหลายทิศทาง รวมทั้งทำลายเป้าหมายซึ่งเป็นศักยภาพด้านการทหาร เศรษฐกิจ ของข้าศึก โดยปฏิบัติการร่วมกับกองกำลังนิวเคลียร์ยุทธศาสตร์หรือปฏิบัติการอิสระในการโจมตีต่อเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ทุกทิศทางในน่านฟ้า

๔. การจัด (Organization)
.......... ปัจจุบัน กองกำลังขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ มีกำลังพลประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ นาย รวมถึงทหารเกณฑ์จำนวน ๕๐,๐๐๐ คน โดยแบ่งออกเป็น ๓ องค์ประกอบสำคัญคือ
.......... ๑. กองบัญชาการส่วนกลางที่กรุงมอสโกซึ่งมี ผบ.กกล.ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด โดยมี รอง ผบ.คนที่ ๑ สองคน (คนหนึ่งทำหน้าที่เป็น เสธ.กกล.ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ด้วย) และมีรอง ผบ.กกล.รับผิดชอบด้านต่างๆ สำหรับงานสำคัญในการวางแผน ประสานงาน และกำกับดูแลจะเป็นหน้าที่ของกรมฝ่ายอำนวยการหลัก (Main Staff)
.......... ๒. กำลังรบที่รับผิดชอบภาคพื้นต่างๆ ประกอบด้วย ๓ กองทัพจรวดสนาม ซึ่งแต่ละกองทัพประกอบด้วยกองพลจรวด ๓-๖ กองพล แต่ละกองพลประกอบด้วย ๓ กรมจรวด ปัจจุบันมีการจัดกำลัง ๑๘ กองพลจรวด ซึ่งจะพยายามปรับกำลังให้ลดน้อยลงอีก (บางแหล่งข่าวระบุว่ามี ๑๖ กองพลจรวด และจะพยายามลดลงให้เหลือ ๙-๑๐ กองพล โดยจะจัดให้ ๑ กองทัพจรวดมี ๓ กองพลจรวดเท่านั้น) หน่วยกองพลจรวดมี ๒ ประเภทคือหน่วยที่ได้รับเกียรติประวัติการรบจะมีคำว่า “Guard” ในนามหน่วย และหน่วยปกติที่ไม่มีคำว่า “Guard”
.......... ๓. หน่วยสนับสนุนจากส่วนกลาง ได้แก่
  • - สถานบันการศึกษาด้านจรวดและขีปนาวุธระดับ Military Academy และ Military Institute อาทิ Rostov Military Institute, Serpukhov Military Institute, Petr Vielikiy Military Academy, Engineer Academy เป็นต้น
  • - สนามทดสอบ อาทิ 4th Center Scientific Research Institute Arkhangel’sk Test range
  • - คลังแสง
  • - ศูนย์ฝึกศึกษาสำหรับกำลังพลทั้งที่อยู่ในส่วนกลาง และของหน่วยกำลังรบเอง

    โครงสร้าง กกล.ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์

  • - โรงงานซ่อม อาทิ Balezino-3 Technical Repair Base
  • - หน่วยสนับสนุนส่วนกลางอื่น ๆ เช่น หน่วยแพทย์ หน่วยสื่อสาร หน่วยขนส่ง

    ๕. การวางกำลัง
    ..........กองกำลังขีปนาวุธยุทธศาสตร์มีการวางกำลังรบตั้งแต่สมัยสหภาพโซเวียตหรือยุคสงครามเย็นคือ ๒ ใน ๓ รับผิดชอบบริเวณภาคพื้นยุโรป และเอเชียกลาง และอีก ๑ ใน ๓ บริเวณพรมแดนประเทศจีน แม้ว่ากำลังรบในปัจจุบันจะลดลงไปจนเหลือเพียง ๓ กองทัพจรวด แต่รัสเซียก็ยังคงให้ความสำคัญในการวางกำลังรบและการพัฒนากำลังรบในภาคพื้นยุโรปเช่นเดิม นอกจากนั้น ระบบขีปนาวุธรุ่นใหม่ Topol-M ก็ยังบรรจุอยู่ในหน่วยที่ประจำการในภาคพื้นยุโรปด้วย
    ..........กองทัพจรวดที่ ๒๗ (27th Guard Rocket Army) มีกองบัญชาการตั้งอยู่ที่เมืองวลาดิเมียร์ ในภาคทหารมอสโก พิจารณาดูจากที่ตั้งและกำลังระดับกอกงพลจรวดในพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว กองทัพจรวดยุทธศาสตร์นี้น่าจะรับผิดชอบในทิศทางตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย
    ..........กองทัพจรวดที่ ๓๑ (31st Rocket Army) กองบัญชาการที่เมือง Rostoshi, Orenburg ภาคทหารโวลก้า-อูราล น่าจะรับผิดชอบในทิศทางตอนใต้ของรัสเซีย กองทัพจรวดที่ ๓๓ (33rd Rocket Army) มีกองบัญชาการตั้งอยู่ที่เมือง Omsk ในภาคทหารไซบีเรีย น่าจะรับผิดชอบในทิศทางตอนใต้ของรัสเซียในส่วนที่ติดต่อกับประเทศจีน
    ..........กองทัพจรวดที่ ๕๓ มีกองบัญชาการตั้งอยู่ที่เมือง Chita ในภาคทหารไซบีเรีย น่าจะรับผิดชอบในทิศทางตอนใต้ของรัสเซียในส่วนที่ติดต่อกับประเทศ (ปัจจุบันได้ยุบไปแล้ว)
    ..........กองพลจรวดที่ ๕๔ (54th Guard Rocket Division) ตั้งอยู่ที่ Krasnye Sosenki (Teikovo), ภาคทหารมอสโก
    ..........กองพลจรวดที่ ๒๘ (28th Guard Rocket Division) ตั้งอยู่ที่ Kozelsk, ภาคทหารมอสโก
    ..........กองพลจรวดไม่ทราบหมายเลข (UI Rocket Division) ตั้งอยู่ที่ Visilek (Kostrama), ภาคทหารมอสโก
    ..........กองพลจรวดที่ ๗ (7th Rocket Division) ตั้งอยู่ที่ Bologoe-4, ภาคทหารมอสโก
    ..........กองพลจรวดที่ ๖๐ (60th Rocket Division) ตั้งอยู่ที่ Svetly (Talishevo) ภาคทหารโวลก้า-อูราล
    ..........กองพลจรวดที่ ๑๓ (13th Rocket Division) ตั้งอยู่ที่ Yaasny (Dombarovsky), ภาคทหารโวลก้า-อูราล
    ..........กองพลจรวดที่ ๕๙ (59th Rocket Division) ตั้งอยู่ที่ Lokomotivny (Kartali), ภาคทหารโวลก้า-อูราล
    ..........กองพลจรวดที่ ๔๒ (42nd Rocket Division) ตั้งอยู่ที่ Svobodny (Nizkny-Tagil), ภาคทหารโวลก้า-อูราล
    ..........กองพลจรวดที่ ๕๒ (52nd Rocket Division) ตั้งอยู่ที่ Zvezdny (Bershet), ภาคทหารโวลก้า-อูราล
    ..........กองพลจรวดที่ ๘ (8th Rocket Division) ตั้งอยู่ที่ Pervomaysky (Yuria-2), ภาคทหารโวลก้า-อูราล
    ..........กองพลจรวดที่ ๑๔ (14th Rocket Division) ตั้งอยู่ที่ Ioshkar-Ola, ภาคทหารโวลก้า-อูราล
    ..........กองพลจรวดที่ ๓๕ (35th Rocket Division) ตั้งอยู่ที่ Sibirsky-2 (Barnaul), ภาคทหารไซบีเรีย
    ..........กองพลจรวดไม่ทราบหมายเลข (UI Guard Rocket Division) ตั้งอยู่ที่ Glardkoe(Kedrovy), ภาคทหารไซบีเรีย
    ..........กองพลจรวดที่ ๕๑ (51st Guard Rocket Division) ตั้งอยู่ที่ Zeleny (Irkutsk),ภาคทหารไซบีเรีย
    ..........กองพลจรวดที่ ๔ (4th Rocket Division) ตั้งอยู่ที่ Drovianaya, ภาคทหารไซบีเรีย
    ..........กองพลจรวดไม่ทราบหมายเลข (UI Guard Rocket Division) , Gvardeisky, ภาคทหารไซบีเรีย
    ..........กองพลจรวดที่ ๖๒ (62nd Rocket Division) ตั้งอยู่ที่ Solnechny (Uzkur-4), ภาคทหารไซบีเรีย
    ..........กองพลจรวดที่ ๒๓ (23rd Guard Rocket Division) ตั้งอยู่ที่ Solnechny (Kansk), ภาคทหารไซบีเรีย
    ..........สำหรับกองพลจรวดที่ ๑๔ และกองพลจรวดที่ ๘ มีที่ตั้งอยู่ใกล้กองบัญชาการกองทัพจรวดที่ ๒๗ น่าจะเป็นหน่วยขึ้นตรงของกองทัพจรวดป้องกันที่ ๒๗ ถึงแม้ที่ตั้งจะอยู่ในภาคทหารวอลก้า-อูราล

    ๖. อาวุธที่ใช้ในกองกำลังขีปนาวุธยุทธศาสตร์
    ..........ระบบอาวุธ
    ..........ระบบอาวุธของ กกล.ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น ๒ ระบบได้แก่ ระบบติดตั้งอยู่กับที่ (Stationary System) มักจะฝังอยู่ใต้ดิน และระบบเคลื่อนที่ (All terrain and rail-way-based System) อาจจะเป็นระบบติดตั้งบนยานล้อหรือบนรถไฟ ระบบติดตั้งอยู่กับที่ ถ้านับจำนวนแท่นยิง (Launcher) จะมีประมาณร้อยละ ๔๐ ของขีปนาวุธยุทธศาสตร์ทั้งหมด แต่ถ้านับตามจำนวนหัวรบจะมีประมาณร้อยละ ๗๕ ของหัวรบทั้งหมด ขีปนาวุธส่วนใหญ่ที่มีประจำการจะใช้เชื้อเพลิงเหลวแบบหลายหัวรบ MIRVs
    ..........ระบบเคลื่อนที่สามารถเคลื่อนย้ายจากฐานที่ตั้งถาวรไปยังที่ตั้งยิงต่างๆ ได้เป็นระยะทางไกล ขีปนาวุธที่ติดตั้งแบบเคลื่อนที่เหล่านี้เป็นเครื่องมือสำคัญของรัสเซียในการตอบโต้มาตรการต่อต้าน เพื่อรักษาเสถียรภาพให้กับประเทศ และสามารถไปปรากฏตัวเป็นภัยคุกคามต่อฝ่ายตรงข้ามได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ติดตั้งบนรถไฟ (เนื่องจากเคลื่อนย้ายได้รวดเร็วมาก)
    ..........กองกำลังขีปนาวุธยุทธศาสตร์จะปฏิบัติหน้าที่ ๒๔ ชั่วโมง กำลังพลทุกคนมีความพร้อมในการตรวจจับและปฏิบัติการยิงขีปนาวุธต่อเป้าหมายของข้าศึกที่เข้ามา
    ..........อาวุธที่สำคัญประกอบด้วย ขีปนาวุธซึ่งติดตั้งฐานยิง silo และแท่นยิงขีปนาวุธเคลื่อนที่ (mobile)
    ..........แท่นยิงมีจำนวนทั้งสิ้น ๗๓๕ แท่นพร้อมด้วยหัวรบนิวเคลียร์ ๓,๑๕๙ ลูก กลุ่มแท่นยิงหนึ่งๆ จะประกอบด้วยฐานยิง silo ๑๐ ฐาน (แบบ SS-18 จะมี ๖ ฐาน) และศูนย์ควบคุม ๑ ศูนย์ โดยฐานยิงแบบ SS-24 จำนวน ๑๒ ฐาน (แต่ละฐานแบบนี้จะมี ๓ ท่อยิง)
    ..........ขีปนาวุธข้ามทวีป ICBM จำนวน ๗๓๕ ลูก โดยแบ่งเป็น
  • SS-18 Satan (RS-20) ๑๕๐ ลูกใน ๔ สนาม (fields) ส่วนมากเป็นแบบ mod 4/5 และเป็นชนิด ๑๐ หัวรบ MIRV ต่อขีปนาวุธ
  • SS-19 Stiletto (RS-18) ๑๕๐ ลูกใน ๔ สนาม (fields) ส่วนมากเป็นแบบ mod 3 และเป็นชนิด ๖ หัวรบ MIRV ต่อขีปนาวุธ
  • SS-24 Scalpel (RS-22) ๓๖ ลูก และเป็นชนิด ๑๐ หัวรบ MIRV ต่อขีปนาวุธ มี ๓๖ ฐาน
  • SS-25 Sickle (RS-12M) ๓๖๐ ลูก เป็นแบบ mobile และเป็นชนิดหัวรบเดี่ยว
  • SS-27 (Topol-M2) ๓๙ ลูก มีจำนวน ๓ กรม
    .............ขีปนาวุธต่อต้าน ประมาณ ๑๐๐ ลูก ได้แก่ SH-11 (mod Galosh) จำนวน ๓๖ ลูก และ SH-08 Gazelle จำนวน ๖๔ ลูก และยังมี S-400 ด้วย
    .............ระบบการแจ้งเตือนภัย (Warning Systems)
    .............ระบบการปฏิบัติงานของ กกล.ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ ต้องอาศัยระบบการแจ้งเตือนภัยในการเข้ามาของระบบขีปนาวุธของศัตรูด้วย ซึ่งระบบการแจ้งเตือนภัยนี้มีขีดความสามารถในการตรวจจับการยิงขีปนาวุธ ICBM/SLBM และอื่นๆ รวมทั้ง การลาดตระเวนถ่ายรูปและการข่าวกรองทางอีเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญคือ ระบบเรดาร์ที่วางครอบคลุมทั่วพื้นที่ที่จะเป็นภัยคุกคามด้านขีปนาวุธต่อรัสเซีย
    .............เรดาร์ ประกอบด้วย
  • - แบบ Over-The-Horizon-Backscatter (OTH-B) ซึ่ง ๒ ตัวอยู่ในยูเครนที่เมือง Nikolaev และ เมือง Mukachevo ครอบคลุมสหรัฐฯ และพื้นที่ขั้วโลก อีก ๑ ตัวอยู่ที่เมือง Yeniseysk ครอบคลุมจีน
  • - แบบ แจ้งเตือนภัยเนิ่นระยะไกลร่วมต่อต้านขีปนาวุธ โดยเป็นแบบ
  • ....... Long-range phased-array systems จำนวน ๗ ตัวตั้งอยู่ที่กรุงมอสโก, Olenegorsk (คาบสมุทรโคลา), Gaballa (อาเซอร์ไบจัน), Baranovichi (เบลารุส), Pechora (เขตอูราล), Balkhash ( คาซัคสถาน), Mishelevka (ที่เมือง Irkutsk)
  • ....... Hen House-series ๑๑ ตัว รัศมีปฏิบัติการ ๖,๐๐๐ กม. โดย ๖ จุดครอบคลุมแนวทางที่เข้ามาจากตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้, ตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออกเฉียงใต้ และบางส่วนของทางใต้ การติดพัน การนำวิถี และการจัดการในสนามรบ (Battle Management) ประกอบด้วย Pill Box phased-array ๑ แห่งที่ Pushkino ในกรุงมอสโก

    ๗. ปัญหาและสิ่งท้าทายสำหรับ กกล.ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์
  • ๗.๑ การพัฒนากำลังรบของ กกล.ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์จำเป็นที่จะต้องได้รับงบประมาณจำนวนมากในการปฏิบัติการ การดำรงสภาพ และการจัดหาขีปนาวุธรุ่นใหม่เข้ามาทดแทน ปัจจุบันแม้ว่า กองทัพรัสเซียจะได้ประจำการขีปนาวุธที่ยิงหัวรบนิวเคลียร์และหัวรบธรรมดา ๕-๖ ชนิดเท่านั้น แต่ขีปนาวุธส่วนมากจำเป็นที่จะต้องทดแทนด้วยขีปนาวุธรุ่นใหม่ ซึ่งกองทัพรัสเซียกำลังพิจารณาขีปนาวุธแบบ Topol-M เข้ามาแทนที่ และพยายามที่จะปลดประจำการขีปนาวุธรุ่นเก่าออกไป อย่างไรก็ตาม การพิจารณาจัดหาขีปนาวุธรุ่นใหม่ Topol-M นั้น กองทัพสามารถทดแทนได้เพียงปีละ ๑๐ ลูกเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงต้องใช้ระยะเวลาหลายปีกว่าที่จะติดตั้งหัวรบรุ่นใหม่ได้ครบตามจำนวนที่ต้องการ
  • ๗.๒ การขยายตัวของ กกล.นาโต้เข้าไปยังยุโรปตะวันออกที่ติดกับรัสเซียซึ่งเคยเป็นกลุ่มประเทศในสนธิสัญญาวอร์ซอว์แพค และอดีตสหภาพโซเวียตเดิมนั้น โดยมีแนวโน้มที่จะติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธของสหรัฐฯ (Theater Missile Defense-TMD) ในยุโรป นับเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของรัสเซียอย่างมาก ซึ่งถ้าหากระบบดังกล่าวของสหรัฐฯ เสร็จสิ้นสมบูรณ์ นั่นหมายความว่า การยิงขีปนาวุธจากดินแดนใดๆ ในภาคพื้นยุโรปของรัสเซีย ก็จะถูกสหรัฐฯ ตรวจจับ และสามารถสกัดกั้นได้ตั้งแต่ระยะแรกของการส่งขึ้นของขีปนาวุธของรัสเซีย ซึ่งจะทำให้สหรัฐฯ ไม่ต้องหวั่นเกรงต่อขีปนาวุธของรัสเซียเลย อย่างไรก็ตาม กกล.ขีปนาวุธที่ยิงจากเรือดำน้ำ และฐานยิงเคลื่อนที่ของรัสเซียก็ยังคงเป็นเขี้ยวเล็บที่สำคัญอยู่ดี อีกประการหนึ่ง ถ้าหากเกิดการสู้รบด้วยขีปนาวุธเกิดขึ้น ดินแดนในยุโรปและรัสเซียจะเป็นสมรภูมิสำหรับอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นมาในทันที แต่ดินแดนสหรัฐฯ น่าจะรอดพ้นจากการถูกโจมตีในที่สุด
  • ๗.๓ การที่ยูเครนซึ่งมีดินแดนติดกับรัสเซียทางด้านตะวันตกมีความประสงค์ที่จะเข้าเป็นสมาชิก กกล.นาโต้ ยิ่งสร้างความหนักใจต่อการดำเนินการด้านความมั่นคงและการทหารของรัสเซียอย่างมาก เนื่องจากในอดีตสหภาพโซเวียตนั้น ดินแดนยุโรปกลาง เบลารุส และยูเครนนับเป็นดินแดนกันชนระหว่างยุโรปตะวันตกกับรัสเซียในยุโรป (ซึ่งเป็น Heartland ของสหภาพโซเวียต) ปัจจุบันชาติทั้งหลายในยุโรปกลางจำนวนมากเข้าเป็นสมาชิก กกล.นาโต้ ดังนั้นหากยูเครนเข้าเป็นสมาชิก กกล.นาโต้ในอนาคต นั่นหมายความว่า กกล.นาโต้ได้ประชิดพรมแดนของรัสเซียทางตะวันตก ซึ่งรัสเซียคงต้องปรับที่ตั้งและฐานยิงขีปนาวุธของตนเองในด้านตะวันตกใหม่
  • ที่ตั้งกำลังรบที่สำคัญของ กกล.ขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์


    ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์


    บทความต่อไป แสนยานุภาพของหมีขาวตอนที่ ๘ กองกำลังอวกาศทางทหาร (Military Space Forces)
    เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย
  • รอบรู้เรื่องราวทั่วไปของรัสเซีย
  • ความแข็งแกร่งของรัสเซีย
  • แสนยานุภาพของหมีขาว

    กลับสู่หน้าหลัก

  • โดย Black Rasputin
    rasputin@taharn.net

    กลับสู่หน้าหลัก

    CounterSee who's visiting this page.

    เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน

    ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
    บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 24 ก.ย. 48
    โดย Black Rasputin ต้องการติดต่อผู้เขียนบทความ rasputin@taharn.net