|
|||
|---|---|---|---|
| มิตรแท้ของรัสเซีย มีแต่กองทัพบกและกองทัพเรือเท่านั้น ซาร์ปีเตอร์มหาราช | |||
| แสนยานุภาพหมีขาวตอนที่ ๑ กระทรวงกลาโหมรัสเซีย (Ministry of Defense) | ท่านคิดอย่างไร | ||
|---|---|---|---|
๑.. กล่าวนำ ประธานาธิบดีปูตินกล่าวไว้ว่า .Changes in the world order and the appearance of new threats call for a regular military-strategic analysis of the situation. In modern conditions, when the situation changes dynamically, the army must be prepared for reacting adequately to arising threats ..We need a strong, professional and well-equipped army for a peaceful and beneficial development of the country. The army must be prepared to defend Russia and its allies . นี่เป็นคำยืนยันของผู้นำประเทศว่า แสนยานุภาพทางทหารมีไว้เพื่อปกป้องประเทศและพันธมิตร และนี่เป็นคำยืนยันของผู้นำประเทศในฐานะที่เป็นจอมทัพหรือผู้นำสูงสุดทางการทหารของรัสเซีย ที่ต้องการเห็นการปรับเปลี่ยนในกองทัพเพื่อสนองตอบต่อภัยคุกคามในปัจจุบัน .......... นาย Sergei Ivanov รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า .Structure changes have been made in the Russian Armed Forces to ensure greater effectiveness of the command system. The Armed Forces have been transformed into a three-service and three-arm structure, which better suits modern demands . ดังนั้นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกำลังกองทัพรัสเซียที่เห็นในอนาคต จึงจะต้องเป็นไปตามคำกล่าวของรัฐมนตรีกลาโหม สายการบังคับบัญชา .......... ประธานาธิบดีรัสเซียเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทัพ และอาศัยอำนาจในการบริหารกองทัพผ่านสำนักงานประธานาธิบดี คณะรัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงในการดำรงสถานะความพร้อมรบที่เหมาะสมของกองทัพ ส่วนสภานิติบัญญัติหรือสภาดูมา ใช้อำนาจนิติบัญญัติในการควบคุมกองทัพตามกฎหมายผ่านทางคณะรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหมมีอำนาจหน้าที่ในการบังคับบัญชาโดยตรงต่อกองทัพ โดยคณะเสนาธิการทหาร (Genneral Staff) ซึ่งเทียบเท่ากองบัญชาการทหารสูงสุดของไทย จะทำหน้าที่ในการกำหนดแนวทางและคำสั่งต่าง ๆ .......... กระทรวงกลาโหมทำหน้าที่บริหารกองทัพและกิจการทางทหารทุกอย่าง อาทิ การฝึก, การจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ และการส่งกำลังบำรุงแก่ทุกเหล่าทัพ ในยามปกติผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสนามทุกหน่วยจะทำรายงานโดยตรงต่อกระทรวงกลาโหม กระทรวงกลาโหมประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ที่ส่วนใหญ่เป็นทหาร (ส่วนน้อยจะเป็นพลเรือน) และโดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการด้านข่าวสาร ในอดีตนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเป็นทหาร (โดยเฉพาะอย่างยิ่งทหารบก) และค่อนข้างมีอิทธิพลสูงต่อผู้นำประเทศในการเสนอแนะเรื่องต่าง ๆ ของกองทัพ ตั้งแต่การควบคุมอาวุธ, การพัฒนาและจัดหาอาวุธในกองทัพ, การปฏิรูปกองทัพ ไปจนถึงการขายยุทโธปกรณ์ทางทหารแก่ต่างประเทศ ซึ่งก็ทำให้กองทัพมีสถานะและศักดิ์ศรีที่สูงมาก .......... ต่อมาในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีปูติน กองทัพเกิดความขัดแย้งกันเองในการปฏิรูปโครงสร้างกองทัพ โดยฝ่ายหนึ่งได้แก่ จอมพล Igor Sergeyev รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และอีกฝ่ายหนึ่งคือ พลเอก Anatoly Kvashnin ประธานคณะเสนาธิการทหาร (หรือผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทย) ประธานาธิบดีปูตินจึงเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรอง KGB คือ นาย Sergei Ivanov ซึ่งนับว่าเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนแรกของรัสเซียที่ไม่ได้เติบโตมาจากกองทัพ ....... กระทรวงกลาโหมแบ่งงานและกลุ่มงาน ในการบริหารของรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนที่ ๑ จำนวน ๒ คน, รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ๖ คน และหน่วยงานอื่น ๆ ดังนี้.- .......... ๑. รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนที่ ๑/ ประธานคณะเสนาธิการทหาร ปัจจุบัน คือ พลเอก Yuri Baluyevski ควบคุมหน่วยงานสำคัญ คือ สำนักงานคณะเสนาธิการทหาร (General Staff Office) ได้แก่ .......... ๓. รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม/ Chief of Apparatus of Ministry of Defense คือ พลเอก (นอกประจำการ) Andrei Chobotov ทำหน้าที่ด้านธุรการ เผยแพร่ข่าวสาร และการต้อนรับ คุมหน่วยงาน .......... ๔. รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม/ Chief of Economic & Finance Service คือ นาง Lybov Kudelina ทำหน้าที่บริหารด้านการเงินของกระทรวงกลาโหม ได้แก่ .......... ๕. รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม/ Chief of Staff & Educational Service คือ พลเอก Nikolai Pankov ควบคุมงานการศึกษาทั้งหมดของกระทรวง ได้แก่ .......... ๗. รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม/ Chief of Armament คือ พลเอก Alexei Moskovskiy ควบคุมหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ .......... ๙. หน่วยงานอิสระในความควบคุมของกระทรวงกลาโหม ได้แก่ .......... ๑๐. เหล่าทัพในความควบคุมของกระทรวงกลาโหมได้แก่ .......... ๑๑. กำลังรบอิสระในความควบคุมของกระทรวงกลาโหมได้แก่ .......... ๑๒. หน่วยงาน Federal Services ที่ประสานงานกับกระทรวงกลาโหม ได้แก่ .......... ๑๓. องค์กร Federal Agencies ที่ประสานงานกับกระทรวงกลาโหม ได้แก่ .......... ๑. ส่วนบัญชาการและบังคับบัญชา ได้แก่ สำนักงานและกรมต่าง ๆ ของรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนที่๑, รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และหน่วยงานอิสระในความควบคุมของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย (ลำดับที่ ๑-๙) .......... ๒. เหล่าทัพต่าง ๆ ได้แก่ กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ .......... ๓. กองกำลังรบอิสระ ได้แก่ กองกำลังขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ กองกำลังส่งทางอากาศ และกองกำลังอวกาศทางทหาร ....... ๔. หน่วยงานและองค์กรอิสระที่ประสานงานกับกระทรวงกลาโหม (ลำดับที่ ๑๒ และ ๑๓) ....... การปรับโครงสร้างกระทรวงกลาโหม .......... กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้เริ่มกระบวนการปรับโครงสร้างหลายครั้ง แต่ที่เอาจริงเอาจังมากก็คือตั้งแต่เดือน พ.ค.๑๙๙๒ ซึ่งก็ยังเป็นเพียงแค่กระบวนการปรับลดกำลังพล ยุบหน่วยงานบางส่วนในสมัยสหภาพโซเวียตที่เลิกใช้งานแล้วเท่านั้น อาจจะกล่าวได้ว่า มีแต่ผลกระทบต่อกำลังพลระดับล่างเท่านั้น นายทหารระดับบนยังคงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ มากมายนัก เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังคงเป็นนายทหารจากกองทัพ .......... ต่อมาในสมัยประธานาธิบดีปูติน ได้เกิดความขัดแย้งกันระหว่างจอมพล Igor Sergeyev รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กับพลเอก Anatoliy Kvashnin ประธานคณะเสนาธิการทหาร เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยกำลังรบ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมต้องการเพิ่มศักยภาพของกองกำลังขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ ซึ่งตนเองเคยเป็นอดีตผู้บัญชาการ แต่ประธานคณะเสนาธิการทหารกลับต้องการปรับลดกำลังของกองกำลังดังกล่าวลง ให้สอดคล้องกับภัยคุกคามในขณะนั้นและเพื่อการทำสงครามในเชชเนีย จึงต้องการพัฒนากำลังในส่วนของกองทัพบกแทน ส่งผลให้ประธานาธิบดีปูตินปลดจอมพล Igor Sergeyev และแต่งตั้งนาย Sergei Ivanov จากอดีตหน่วยข่าวกรอง KGB ขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแทน และเริ่มดำเนินการปรับโครงสร้างกำลังอย่างต่อเนื่อง .......... ต่อมาเมื่อเดือน ม.ค.๒๐๐๔ นาย Sergei Ivanov รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้กล่าวว่า โครงสร้างใหม่ของกระทรวงกลาโหมนั้น คณะเสนาธิการทหารควรจะมีการปรับองค์กรใหม่ด้วย โดยควรทำหน้าที่ในการวิเคราะห์ และการวางแผนงานด้านยุทธศาสตร์ โดยเป็นส่วนขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม (นับตั้งแต่ปี ๑๙๙๘ เป็นต้นมา คณะเสนาธิการทหารเป็นหน่วยรองของกระทรวงกลาโหมตามสภาพการจัดเท่านั้น แต่ยังคงมีอำนาจควบคุมกำลังรบ และรายงานโดยตรงต่อประธานาธิบดี) .......... นาย Sergei Ivanov เริ่มการปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงกลาโหมตามแนวทางที่กล่าวในทันทีเมื่อเดือน มี.ค.-เม.ย.๒๐๐๔ โดยออกกฤษฎีกาปรับให้คณะเสนาธิการทหารมาอยู่ในสายการบังคับบัญชาโดยตรงต่อตนเอง ซึ่งก็ทำให้พลเอก Kvashnin ไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้ลาออกจากตำแหน่ง แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์กลุ่มกองโจรเชชเนียปฏิบัติการใน Ingushetia เมื่อเดือน มิ.ย.๒๐๐๔ ประธานาธิบดีปูตินก็ปลดพลเอก Kvashnin ออกจากตำแหน่ง (ประธานคณะเสนาธิการทหารจะดำรงตำแหน่งรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนที่ ๑ ด้วย) แล้วแต่งตั้งพลเอก Yuri Baruyevski จากรองประธานคณะเสนาธิการทหารดำรงตำแหน่งแทน .......... ต่อมาเมื่อ ๑๕ พ.ย.๒๐๐๔ นาย Sergei Ivanov ได้ประกาศโครงสร้างกระทรวงกลาโหมใหม่ โดยกำหนดจำนวนรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนที่ ๑ เหลือเพียง ๒ คน (โดยที่คนหนึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะเสนาธิการทหารด้วย และอีกคนหนึ่งรับผิดชอบการฝึกทางทหารของกองทัพรัสเซียทั้งหมด) ปรับลดจำนวนรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเหลือ ๒ คน (โดยคนหนึ่งรับผิดชอบงานด้านการจัดหาระบบอาวุธทั้งหมด - Armaments และอีกคนหนึ่งรับผิดชอบงานด้านระบบส่งกำลังบำรุงในพื้นที่ส่วนหลังทั้งหมด Rear Services) ส่วนรองรัฐมนตรีที่เหลือปรับให้เป็นหัวหน้าส่วนงานในกระทรวงกลาโหม แต่ก็ยังคงมีอำนาจเทียบเท่ากับรองรัฐมนตรีดังเดิม และขึ้นบังคับบัญชาโดยตรงกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแต่ผู้เดียว ดังนั้นเมื่อมาถึงตอนนี้ ท่านก็ต้องไปปรับรายละเอียดเอาเองในส่วนบัญชาการและบังคับบัญชา ................. สำหรับในส่วนของกระทรวงกลาโหมซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการปรับโครงสร้าง และการปรับจำนวนกำลังพลนั้น จะพยายามให้มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานภายในกระทรวงไม่เกิน ๑๐,๓๕๐ อัตรา หรือประมาณร้อยละ ๐.๕ ของจำนวนกำลังรบทั้งหมดของกองทัพ สำหรับการปรับลดกำลังทหารนั้น นาย Sergei Ivanov ได้กำหนดแผนงานว่า จะพยายามปรับให้เหลือ ๑ ล้านคนในปี ๒๐๐๕ และ ๘๐๐,๐๐๐ ๘๕๐,๐๐๐ คนในปี ๒๐๐๘ (จำนวนกำลังพลของกองทัพรัสเซียได้ลดลงจาก ๒.๗๕ ล้านคนในปี ๑๙๙๒ เป็น ๑.๖ ล้านคนในปี ๑๙๙๖ และกำลังอยู่ในห้วงการปรับลด โดยเมื่อวันที่ ๑ ม.ค.๒๐๐๔ มีจำนวนกำลังพลประมาณ ๑.๑๓๒ ล้านคน) ....สรุป .......... ๑. นาย Sergei Ivanov รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเข้ามาดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี ๒๐๐๑ สามารถผลักดันการปรับโครงสร้างของกระทรวงกลาโหมอย่างต่อเนื่อง โดยแม้แต่คณะเสนาธิการทหารยังสามารถเอามาอยู่ใต้อำนาจของตนเองได้ทั้งตามโครงสร้างการจัดและตามอำนาจการสั่งการ .......... ๒. รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในปัจจุบัน ไม่เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการภาคทหาร (Military District Commander) มาก่อน และไม่ปรากฏชื่อของผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้ามารับตำแหน่งรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมดังในอดีต .......... ๓. จำนวนรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนที่ ๑ และรองรัฐมนตรีว่าการเหลือเพียง ๔ คนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หัวหน้าส่วนงานก็ยังมีอำนาจเทียบเท่ารองรัฐมนตรีดังเดิม .......... ๔. นาย Sergei Ivanov มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในกระทรวงกลาโหมแต่ผู้เดียว เขาสามารถสั่งกองทัพซ้ายหันขวาหันได้ตามใจชอบ บุคคลในกองทัพที่ขัดแย้งกับนาย Ivanov หลุดออกไปจากอำนาจ เขามีอำนาจรองจากประธานาธิบดีปูตินเท่านั้น .......... ๕. เมื่อมองแล้วก็ได้แต่เศร้าใจ ถ้ากองทัพปรับกันเองและกระทำแต่เนิ่น คงไม่เจ็บปวดเท่าไหร่ แล้วนี่กองทัพบางประเทศจะรอให้คนอื่นเข้ามาช่วยปรับแบบรัสเซียไหมหนอ บทความเกี่ยวข้องต่อไป แสนยานุภาพหมีขาวตอนที่ 2 คณะเสนาธิการทหาร (General Staff) เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย ![]() กลับสู่หน้าหลัก |
![]() โดย Black Rasputin
![]() กลับสู่หน้าหลัก ![]() เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ |
||
|
บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 1 พ.ค. 48 โดย Black Rasputin | |||