|
|||
|---|---|---|---|
| " ผลประโยชน์ของชาติ เหนืออื่นใด " | |||
| เตรียมตัวเป็นผู้ช่วยทูตทหารที่รัสเซีย โดย พ.อ.สนธิชัย ตุ้มหิรัญ | ท่านคิดอย่างไร | |
|---|---|---|
|
เตรียมตัวเป็นผู้ช่วยทูตทหารที่รัสเซีย ตอนที่ 1 .. ....... ความจริงรัสเซียมีชื่อเต็มๆ อย่างเป็นทางการว่า สหพันธรัฐรัสเซีย (Russia Federation) ซึ่งเดิมเป็นสาธารณรัฐรัสเซียของสหภาพโซเวียต แต่ในปลายปี ๒๕๓๔ สหภาพโซเวียตล่มสลายลงพร้อมๆ กับการแยกตัวของบรรดาสาธารณรัฐต่างๆ ของสหภาพโซเวียตโดยกลายเป็น ๑๕ ประเทศอิสระได้แก่ รัฐบอลติก ๓ รัฐคือ ลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโทเนีย และสหพันธรัฐรัสเซียกับรัฐอิสระอีก ๑๑ รัฐ ซึ่งต่อมาได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (Commonwealth of Independent States: CIS) ประกอบด้วย ๑.รัสเซีย ๒.ยูเครน ๓.อาร์เมเนีย ๔.เบลารุส ๕.จอร์เจีย ๖.มอลโดวา ๗.คาซัคสถาน ๘.อุซเบกิสถาน ๙.เตอร์กเมนิสถาน ๑๐.คีร์กิซสถาน ๑๑.ทาจิกิสถาน ๑๒.อาเซอร์ไบจัน (ความจริงถ้ามีแผนที่แล้วดูตามไปด้วยจะเข้าใจมากยิ่งขึ้น) การก่อตั้งเครือรัฐเอกราชนี้กำเนิดมาจากการลงนามร่วมกันของรัสเซีย ยูเครนและเบลารุสในปี ๒๕๓๔ หลังจากนั้นประเทศอื่นๆ ก็มาร่วมจนครบทั้ง ๑๒ ประเทศ การเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศ CIS นั้นบางประเทศก็สมัครใจ บางประเทศก็จำต้องเข้าร่วมเพื่อเหตุผลด้านความมั่นคง .. ....... กลับมาที่ระบบการปกครองในปัจจุบันของรัสเซียดีกว่า เดี๋ยวจะออกนอกขอบเขตไปมากกว่านี้ รัสเซียปกครองด้วยแบบสหพันธรัฐ (Federation) มีประธานาธิบดีเป็นประมุข และเป็นหัวหน้ารัฐบาล โดยที่นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร รัฐธรรมนูญปัจจุบันของรัสเซีย ซึ่งได้รับความเห็นชอบโดยการลงประชามติ (Referendum) เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคมปี ๒๕๓๖ ได้สร้างระบบประธานาธิบดี โดยได้มอบอำนาจบริหารอย่างกว้างขวางแก่ประธานาธิบดี ตัวอย่างเช่น เป็นผู้นำกองทัพและคณะมนตรีความมั่นคง เป็นผู้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี (ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรหรือสภาดูมา : Duma) ข้าราชการระดับสูง ผู้ว่าการธนาคารชาติและประธานศาลรับธรรมนูญ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีรัสเซียยังสามารถยุบสภาดูมา หากสภาดูมาไม่ให้ความเห็นชอบต่อการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในครั้งที่ ๓ หรือสภาดูมาได้ลงคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจรัฐบาลติดต่อกัน ๒ ครั้งในช่วงเวลา ๓ เดือน ประธานาธิบดีจะอยู่ในตำแหน่งวาระ ๔ ปี และโดยที่รัฐธรรมนูญรัสเซียไม่ได้กำหนดตำแหน่งรองประธานาธิบดีในกรณีที่ประธานาธิบดีเสียชีวิตหรือไม่สามารถจะบริหารประเทศได้ นายกรัฐมนตรีจะรักษาการแทนและจะต้องจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีภายใน ๓ เดือนหลังจากนั้น .. ....... การที่ประธานาธิบดีมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารประเทศอย่างสมบูรณ์ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวเองกล่าวคือ หากได้ประธานาธิบดีที่เข้มแข็ง รัสเซียก็จะฟื้นตัวกลับเป็นมหาอำนาจได้อย่างสมบูรณ์โดยเร็ว แต่ในทางกลับกัน ถ้าได้ประธานาธิบดีที่อ่อนแอ เล่นพรรคเล่นพวก รัสเซียก็จะอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีจะอยู่ในตำแหน่งได้เพียง ๒ วาระเท่านั้นตั้งแต่ใช้การเลือกตั้งประธานาธิบดีตามรัฐธรรมนูญมานั้น รัสเซียเพิ่งจะมีประธานาธิบดีเพียงสองคนเท่านั้นคืออดีตประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซิน และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินเท่านั้น ทั้งนี้การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งล่าสุดมีขึ้นเมื่อ ๑๔ มี.ค.๔๗ ซึ่งนับเป็นวาระที่สองของประธานาธิบดีปูติน .. ....... นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแน่งหัวหน้าฝ่ายบริหาร นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันชื่อนาย Mikhail Fradkov คณะรัฐมนตรีประกอบด้วยรัฐมนตรีทั้งสิ้น ๑๗ คน (รวมนายกรัฐมนตรีแล้ว) และทั้งหมดแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีที่สำคัญได้แก่นาย Sergei Lavrov เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นาย Sergei Ivanov เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนาย Alexei Kudrin เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง .. ....... รัฐสภาของรัสเซียประกอบด้วย ๒ สภาคือ สภาสูงหรือ สภาสหพันธรัฐ (Federation Council) ซึ่งมีสมาชิกจำนวน ๑๗๘ คนจาก ๘๙ เขตการปกครอง (รวมทั้งกรุงมอสโกและนครเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก) เขตละ ๒ คน ส่วนมากจะเป็นผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากเขตการปกครองนั้นๆ และสภาผู้แทนราษฎรหรือสภาดูมา ซึ่งมีผู้แทนจำนวน ๔๕๐ คน โดยเป็นผู้แทนจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ๒๒๕ คนและแบบบัญชีรายชื่อ ๒๒๕ คนโดยที่แบบบัญชีรายชื่อจะได้จากพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงมากกว่าร้อยละ ๕ ขึ้นไป ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน รัฐสภารัสเซียมีบทบาทและอำนาจค่อนข้างน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับอำนาจของประธานาธิบดี และสมาชิกรัฐสภาจะอยู่ในตำแหน่งวาระละ ๔ ปี ทั้งนี้การเลือกตั้งสภาดูมาครั้งที่ผ่านมาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๔๖ .. ....... แม้ว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีจะมีความสำคัญในการกำหนดอนาคตประเทศรัสเซีย แต่องค์ประกอบของพรรคการเมืองในสภาดูมาจะบ่งชี้ให้เห็นถึงเสถียรภาพของการเมืองภายใน แนวการบริหารงานของประธานาธิบดีและนโยบายของรัฐบาล ในสมัยของประธานาธิบดีเยลต์ซินนั้น ต้องเผชิญกับการตีรวนของสภาดูมาอย่างมาก เนื่องจากพรรคคอมมิวนิสต์และแนวร่วมชาตินิยมครองเสียงข้างมากในสภา จนมีการเผชิญหน้ากันหลายครั้ง ทำให้เสถียรภาพและนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลต้องสะดุดลงหลายครั้ง ต่อมาในสมัยประธานาธิบดีปูติน เสถียรภาพของรัฐบาลดีขึ้นเป็นลำดับ พรรคการเมืองแนวร่วมของประธานาธิบดีปูตินได้ครองเสียงข้างมากในสภาดูมา ทำให้นโยบายและการบริหารงานของรัฐบาลมีความมั่นคงอย่างมาก นอกจากนั้นนโยบายต่างๆ ที่แสดงออกถึงความเข้มแข็งไม่ยอมอ่อนข้อให้แก่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนเชชเนีย ก็ทำให้ประธานาธิบดีปูตินมีความมั่นคงมากขึ้น .. ....... หากมองในแง่มุมปัจจุบันนั้น ต้องนับว่ารัฐบาลประธานาธิบดีปูตินประสบความสำเร็จอย่างมาก คะแนนนิยมในตัวประธานาธิบดีสูงมาก สังเกตได้จากผลการเลือกตั้งประธานาบดีครั้งที่ผ่านมาเมื่อเดือน มีนาคม ๒๕๔๗ ซึ่งประธานาธิบดีปูตินได้รับคะแนนสนับสนุนมากกว่าร้อยละ ๗๐ รวมทั้งพรรคแนวร่วมที่ครองเสียงข้างมาก เชื่อได้ว่า นับจากปี ๒๕๔๗ เป็นต้นไป รัฐบาลรัสเซียจะดำเนินนโยบายต่างๆ ที่แสดงออกถึงความเข้มแข็งของตนเองมากขึ้น และพยายามฟื้นความยิ่งใหญ่ของรัสเซียในอดีตให้กลับคืนมา อย่างไรก็ตาม การดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีปูตินครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดวาระไว้เพียงสองครั้ง ดังนั้นจึงต้องจับตาดูว่า ประธานาธิบดีปูตินจะดำเนินการอย่างไรต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศ ซึ่งอาจจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อคลายข้อผูกมัดให้ตนเองกลับมาลงเลือกตั้งได้ในวาระที่สาม แต่ประธานาธิบดีก็ต้องมีคำตอบที่รับฟังได้ ซึ่งอาจจะใช้การลงประชามติเหมือนอย่างที่ประธานาธิบดีเยลต์ซินเคยใช้ในการรับรองรัฐธรรมนูญและมอบอำนาจมากมายให้ประธานาธิบดีเมื่อปี ๒๕๓๖ หรือหากประธานาธิบดีปูตินไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ก็ต้องดูว่าประธานาธิบดีปูตินจะวางตัวใครเป็นทายาทในการรับมอบอำนาจในการปกครองรัสเซียต่อไป ซึ่งนั่นหมายความถึง ความต่อเนื่องในการกำหนดนโยบาย และทิศทางในการบริหารประเทศของรัสเซียหลังจากหมดยุคประธานาธิบดีปูตินในปี ๒๕๕๑ แต่นั่นเป็นการมองในแง่มุมง่ายๆ รัสเซียยังคงเผชิญกับการปรับตัวทางการเมืองไปสู่ประชาธิปไตยที่ตนเองหวังไว้ และสภาพเศรษฐกิจที่ต้องแก้ไขปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบการตลาดเสรีแบบทุนนิยม รวมทั้งประชาชนชาวรัสเซียที่ยังต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนค่านิยมและทัศนคติต่างๆ จากที่เคยปกครองภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์มาสู่ระบอบประชาธิปไตย นอกจากนั้นปัญหาสภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่ยังคงรุมเร้ารัสเซียจะยังเป็นสิ่งท้าทายของการบริหารงานของประธานาธิบดีปูตินต่อไป เตรียมตัวเป็นผู้ช่วยทูตทหารที่รัสเซีย ตอนที่ 3 เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย ![]() กลับสู่หน้าหลัก |
![]() กลับสู่หน้าหลัก ![]() เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ |
|
|
บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 15 ก.ค. 47 โดย พ.อ. สนธิชัย ตุ้มหิรัญ ว่าที่ ผู้ช่วยทูตทหารไทย/ทบ. ประจำกรุงมอสคาว รัสเซีย | ||