กองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒

ไทย/ติมอร์ตะวันออก

            ตอนที่ ๔           

              ตุลาคม  ๒๕๔๒ .....

            ที่ลานจอดฝูงบิน ๖๐๒ กองทัพอากาศ ดอนเมือง เครื่องบินลำเลียงขนาดใหญ่เข้ามาจอดตั้งแต่เมื่อวานนี้จำนวน ๓ ลำ หนึ่งในสามเป็น บ.ลำเลียงทางยุทธศาสตร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและสองเครื่องที่เหลือคือ บ.ลำเลียงอเนกประสงค์ที่บินระยะไกลได้ทุกสภาพอากาศ ทั้งหมดสังกัดฝูงบินลำเลียงของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา  ที่ส่งมาสนับสนุนการเคลื่อนย้ายกองกำลังทหารไทยที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ในติมอร์ตะวันออกร่วมกับกองกำลังนานาชาติ โหลดมาสเตอร์หรือผู้ควบคุมการบรรทุกกำลังสาระวนอยู่กับการตรวจสอบการยึดตรึงสัมภาระและยุทโธปกรณ์อยู่อย่างเคร่งเครียด เพื่อเทคออฟไห้ได้ตามเวลา น.

            ในอาคารที่ทำการของฝูงบินเนืองแน่นไปด้วยเหล่าทหารหาญที่เตรียมการรอรับผู้บังคับบัญชาระดับสูงซึ่งกำลังเดินทางไปส่ง รวมทั้งบรรดาญาติมิตร ครอบครัว  ที่เดินทางไปส่งอีกจำนวนมากจนเจ้าหน้าที่ต้องกางเต้นท์ชั่วคราวเพื่อรองรับพิธีการนี้ หลายกลุ่ม หลายคู่ หลายครอบครัว ต่างให้ศิล ให้พร ร่ำลากัน พลทหารคนหนึ่งกำลังก้มลงกราบคุณยายที่เดินทางมาจากลพบุรีเพื่อให้พรหลานชายให้กลับมาเมืองไทยด้วยความปลอดภัย  ดูเหมือนว่าพื้นที่ของฝูงบินซึ่งปกติใช้ทำการซ่อมอากาศยานขนาดใหญ่ คับแคบลงไปอย่างเห็นได้ชัด

            วันนี้ เป็นวันแรกที่ทหารไทยหรือกองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์ตะวันออกหรือ กกล.ฉก.ร่วม ๙๗๒ (ไทย/ติมอร์) เดินทางไปติมอร์ตะวันออก เพื่อร่วมปฏิบัติการรักษาสันติภาพร่วมกับทหารของกองกำลังนานาชาติ หลังจากที่รัฐบาลไทยตัดสินใจส่งทหารเข้าร่วมรักษาสันติภาพ นักข่าวหลายสำนักต่างขมักขเม้นอยู่กับการเก็บข้อมูลและสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง

            จะออกเดินทางเมื่อใด  จะไปที่ไหน  ลงที่ติมอร์เลยหรือไม่

            กลัวไหม  มันยิงกันแล้วนะ

            เอาอะไรติดตัวไปบ้าง ครอบครัวมาส่งหรือเปล่า

            และ เอ้อ.......(ยังนึกไม่ออกว่าจะถามอะไร)

            คำถามเหล่านี้ บางคนตอบไปแล้วนับร้อยครั้ง แต่ทุกคนก็ยินดีจะตอบ หากมีผู้ถามอีก

            ๑๑๐๐ เศษ

            พล.อ.สุรยุทธ์  จุลานนท์ ผบ.ทบ.พร้อมคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงเดินทางมาถึง  แล้วพิธีส่งอย่างไม่เป็นทางการก็เริ่มขึ้น ตอนหนึ่งท่านผู้บัญชาการทหารบก กล่าวให้โอวาทว่า “การปฏิบัติงานครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกของกองทัพบกไทย กำลังพลทุกนายถือเป็นตัวแทนของกองทัพบกและประเทศไทย ภารกิจของกองกำลังทหารบกมิใช่เป็นการปฏิบัติการรบ แต่เป็นการไปสร้างให้เกิดความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยในพื้นที่   ความสำเร็จของภารกิจจะขึ้นอยู่กับความร่วมมือและการสนับสนุนของประชาชนในพื้นที่ กิจกรรมใดที่จะสร้างความเข้าใจที่ดีต่อประชาชนในพื้นที่ ขอให้หน่วยพึงปฏิบัติและกิจกรรมใดที่จะสร้างความเข้าใจผิด เกิดความหบาดหมางกับประชาชนในพื้นที่ขอให้หน่วยพึงหลีกเลี่ยง การปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ นับได้ว่ากองทัพบกจัดกำลังที่มีความสมบูรณ์ในตัวเอง ขอให้ผู้บังคับหน่วยบันทึก รวบรวม การปฏิบัติงานและปัญหาต่างๆ ไว้เป็นบทเรียน   เพื่อศึกษาและเป็นประวัติศาสตร์ของหน่วยต่อไป”

            ๑๒๓๐ พิธีเชิญธงไชยเฉลิมพลของ ร.๓๑ พัน.๓ รอ.   เพื่อนำไปที่ติมอร์ตะวันออกกับหน่วยทหารชุดแรกของตน ( กองร้อยอาวุธเบาที่ ๓) ได้อัญเชิญขึ้นเครื่องบินลำเลียง C-141 ตามด้วยผู้บังคับกองพัน พ.ท.ดนัย  เถาว์หิรัญ ซึ่งเป็นผู้นำในการเคลื่อนย้ายกำลังพลส่วนล่วงหน้าชุดนี้  ตำบลปลายทางที่ส่งลงคือเมืองทาวน์สวิลส์ รัฐควีนแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย คาดว่าจะถึงเวลาประมาณ ๒๒๐๐วันรุ่งขึ้นก็จะฝึกปรับสภาพเพื่อความคุ้นเคยกับพื้นที่ประมาณ ๓-๔ วัน จึงจะเดินทางเข้าที่ตั้งที่เมืองบาเกา ติมอร์ตะวันออกต่อไป

            ๑๗๓๐ พิธีส่งกองกำลังทหารไทยอย่างเป็นทางการได้เริ่มขึ้น พณฯ นายชวน  หลีกภัย  นายกรัฐมนตรี นายสุรินทร์  พิศสุววรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.มงคล  อัมพรพิศิฏฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.สุรยุทธ์  จุลานนท์ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ธีระ  ห้าวเจริญ ผบ.ทร. พล.อ.อ.สนั่น  ทั่วทิศผบ.ทอ. นาย                                             เอคอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย พ.อ.  ผู้ช่วยทูตทหารบกออสเตรเลียประจำประเทศไทยและผู้เกี่ยวข้องหลายท่านเดินทางไปส่ง ท่านเหล่านั้นต่างให้ความมั่นใจว่า กำลังพลของกองทัพไทยมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน พร้อมเข้าร่วมในกองกำลังนานาชาติ รวมทั้งความมีประสิทธิ์ภาพและวัฒนธรรมประเพณีไทย จะทำให้การปฏิบัติงานของทหารไทยเป็นที่ชื่นชมของประชาคมโลก นายกรัฐมนตรี กล่าวให้โอวาทกำลังพลว่า   “ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านผู้บัญชาการทหารสูงสุด ท่านผู้บัญชาเหล่าทัพและกำลังพลของกองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์ตะวันออกทุกท่าน ผมมีความยินดีที่มาเป็นประธานในพิธีส่ง กองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์ตะวันออกเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่รักษาสันติภาพในติมอร์ตะวันออกในวันนี้

            เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า การจัดส่งกองกำลังเฉพาะกิจไปร่วมรักษาสันติภาพในติมอร์ตะวันออกเป็นการแสดงถึงความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับนานาชาติ ตามคำเชิญของสหประชาชาติและรัฐบาลอินโดนีเซีย โดยมีความมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างความสงบสุขของภูมิภาค การรักษาสันติภาพและมนุษยธรรม ผมหวังว่าผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นและกำลังพลทุกคนตระหนักในภารกิจและเข้าใจสถานการณ์ต่างๆเป็นอย่างดีและสามารถปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่ได้วางไว้

            ในโอกาสนี้ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล อีกทั้งพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถได้โปรดอภิบาล ปกปักรักษากำลังพลของกองกำลังเฉพาะกิจร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์ตะวันออกให้แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง ประสบความสำเร็จและเดินทางกลับสู่มาตุภูมิด้วยความปลอดภัยทุกประการ  สวัสดี.”

            ภารกิจของกองกำลังนานาชาติในติมอร์ตะวันออก ตามการสั่งการครั้งที่ ๑ เมื่อ ๑๘ ก.ย.๒๕๔๒ โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (อาศัยความตามบทที่ ๗  ของกฏบัตรสหประชาชาติ) กำหนดภารกิจไว้ดังนี้

            ๑.  ฟื้นฟูสันติภาพและความมั่นคง

            ๒.  คุ้มครองและสนับสนุน  องค์การปฏิบัติการพิเศษติมอร์ตะวันออก (UNAMET)    ในการปฏิบัติภารกิจ

            ๓.  สนับสนุนและอำนวยความสะดวก การปฏิบัติการช่วยเหลือทางมนุษยธรรม  ภายในขีดความสามารถของกองกำลัง

            โดยที่กองกำลังนานาชาติ (INTERFET) จะไม่เข้าปะทะ(ทำการรบ) ในความขัดแย้งใดๆ  กับอินโดนีเซียและการส่งกำลังเข้ามาของอินเตอร์เฟตมิได้ชี้ว่ามีความตึงเครียดกับรัฐบาลอินโดนีเซีย

            การจัด กกล.ฉก.ร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์ ( Joint Task Force 972 Thai / East Timor :JTF 972Thai / East Timor ) ประกอบด้วย บก.กกล.ฉก.ร่วม ๙๗๒,กกล.ทบ.ไทย/ติมอร์,หน่วยเรือเฉพาะกิจ,หน่วยบินเฉพาะกิจและส่วนสนับสนุน โดยมี พล.ต.ทรงกิตติ  จักรกาบาตร์ เป็น ผบ.กกล.ฉก.ร่วม ๙๗๒ ไทย/ติมอร์ และยังมีตำแหน่งเป็น  รอง ผบ.กกล.นานาชาติอีกตำแหน่งหนึ่ง โดยเฉพาะกำลังของกองทัพบกหรือ กกล.ทบ.ไทย/ติมอร์ (Royal Thai Army Task Force in East Timor : RTA TFET)  จะเป็นกำลังหลักในการฏิบัติการในพื้นที่ติมอร์ตะวันออกซึ่งประกอบด้วยกำลังจากหลายเหล่า เช่น   ทหารราบ ช่าง สื่อสารการข่าว แพทย์ การเงิน เป็นต้น  โดยมี พ.อ.นภดล  เจริญพร เป็น ผบ.กกล.ทบ.ไทย/ติมอร์  พ.อ.กัมปนาท  รุดดิษฐ์ เป็นรอง ผบ./เสธ.กกล.ทบ.ไทย/ติมอร์   มีกำลังพลรวมทั้งสิ้น ๑,๑๙๙ นาย เป็นนายทหาร ๑๑๓ นาย นายสิบ ๕๔๗ นาย และพลทหาร ๕๓๙ นาย

            นับถึงวันที่ผมกำลังทำต้นฉบับอยู่นี้  ผบ.กกล.ฉก.ร่วม ๙๗๒ และ ผบ.กกล.ทบ.ไทย/ติมอร์ได้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในติมอร์ตะวันออกแล้ว รวมทั้งได้ไปตรวจภูมิประเทศที่เมืองบาเกาซึ่งเป็นพื้นที่ที่กกล.ทบ.จะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่แล้วด้วย

            จนถึงวันที่ท่านผู้อ่าน  กำลังอ่านตอนที่สี่ขณะนี้  ท่านอาจจะมองว่า ทำไม ข่าวทหารบกของเราช้าเหลือเกิน สื่อมวลชนอื่นเขาไปกันไกลแล้ว

            ยอมรับนะครับว่าช้า “ แต่ถึงช้า.....ก็ชัวร์ “

            ข้อมูล ถูกต้อง แน่นอนครับ.

------------------------