
กฏการเข้าประเทศออสเตรเลีย เรื่องที่ผู้ที่จะเข้าออสเตรเลียต้องเตรียมตัวและใจไว้ให้ดี
...............
ผมย้อนกลับมาพูดถึงออสเตรเลียอีกครั้งหนึ่ง ก็เพราะความจำเป็นที่พวกเราต้องเดินทางเข้าออก ประเทศออสเตรเลียบ่อยครั้ง ถึงแม้ว่า INTERFET กำลังจะสลายตัวไปในอีกไม่ช้านี้ แต่ทางด้านอาหารการกินรวมทั้ง สป. ประเภทต่างๆ ยังต้องพึ่งพาอาศัยออสเตรเลียอยู่ดีรวมทั้ง UNTAETหรือสำนักงานถ่ายโอนอำนาจในติมอร์ตะวันออกขององค์การสหประชาชาติก็ยังต้องจัดหาของหลายๆ อย่างจากออสเตรเลีย ฉบับนี้ผมจึงอยากจะพูดถึงเรื่องของการเดินทางเข้าไปในประเทศออสเตรเลีย โดยเฉพาะในเรื่องข้อห้ามข้อพึงปฏิบัติที่ทุกคนเมื่อเดินทางเข้าประเทศเขาจะต้องทราบซึ่งบางครั้งพวกเราจะรู้สึกอึดอัดกับการปฏิบัติตนในการเข้าไปในออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าออสเตรเลียจะมีระเบียบ ข้อบังคับ ข้อห้าม ข้อปฏิบัติที่เคร่งครัด แต่เมื่อเปรียบเทียบกับติมอร์ตะวันออกแล้ว พวกเราก็อยากจะไปพักผ่อนไปเดินเล่นในออสเตรเลีย เพราะอย่างน้อยก็ได้เห็นอะไรๆ ที่มันแปลกแตกต่างไปจากติมอร์ฯ ซึ่งก็จะทำให้ลดความคิดถึงบ้าน ลดความเครียดในการทำงานลงไปได้บ้าง
ขอความกรุณาท่านผู้อ่านอย่าถามผมนะว่า อยู่ที่ติมอร์ฯ ทำงานในติมอร์ฯ มีความเครียดอะไร เหน็ดเหนื่อยอะไรเชียว ผมสามารถตอบแทนกำลังพลทุกคนได้ว่า ที่ติมอร์ฯ จะต้องอยู่ในระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัดตลอดเวลา ปฏิบัติงานตลอดเวลาโดยไม่มีวันหยุด จัดเวรยามผลัดเปลี่ยนตลอด ๒๔ ชั่วโมง แถมยังอยู่ในถิ่นทุรกันดาร รวมทั้งไม่ได้รับข่าวสารจากทางบ้าน(ไปรษณีย์สนามของ ทบ.ล้มเหลว) คุณคิดว่า คนที่อยู่ที่โน่นไม่เครียดหรือ
พวกเราเป็นทหาร เรารู้กันดีแล้วว่าเรื่องของระเบียบวินัย เรื่องของการปฏิบัติงานเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว ทุกคนอยากจะบอกว่าขอให้มีเวลาบางส่วนเป็นเวลาพักผ่อนเป็นเวลาส่วนตัวบ้างซึ่งที่ผ่านมา กกล.ทบ.ฯ ก็ได้พยายามจัดสรรเวลาให้กำลังพลได้มีโอกาสพักผ่อนตามเวลาและโอกาสที่จะอำนวยให้อยู่แล้วซึ่งตรงนี้คือที่มาของเรื่องที่ผมจะพูดถึงออสเตรเลียนั่นเอง
...............
ออสเตรเลียเป็นประเทศที่เข้มงวดกวดขันในเรื่องของการเข้าเมืองมาก เนื่องจากเขาเป็นประเทศที่ปราศจากแมลงศัตรูพืชที่เป็นอันตรายร้ายแรงรวมทั้งไม่มีเชื้อโรคบางชนิด เขาจึงต้องควบคุมการนำเข้าผลไม้ พืชผัก เมล็ดพืชสัตว์และต้นไม้ ตลอดจนผลิตภัณฑ์จากสัตว์หรือพืชอย่างเข้มงวด เครื่องบินทุกลำที่เดินทางเข้าออสเตรเลีย ก่อนถึงท่าอากาศยานจะได้รับการฉีดสเปรย์ภายในห้องโดยสารเพื่อป้องกันมิให้แมลงศัตรูพืชเข้าไปขยายพันธุ์สร้างปัญหาในออสเตรเลีย โดยไม่มีการยกเว้นแม้แต่คนในชาติของเขา เมื่อออกไปปฏิบัติงานนอกประเทศ เมื่อกลับเข้ามาก็ต้องปฏิบัติตามเช่นเดียวกัน มีตัวอย่างเรื่องนี้ที่ชัดเจนคือ เมื่อครั้งทหารออสเตรเลียไปปฏิบัติงานที่อัฟริกา การขนย้ายยุทโธปกรณ์กลับเข้าประเทศ รัฐบาลไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ ต้องเผาทำลายทิ้งเกือบทั้งหมด ทำให้สูญเสียทั้งยุทโธปกรณ์และงบประมาณค่าขนส่งซึ่ง
รัฐบาลของเขายังกล้าตัดสินใจทำ
............
ข้อมูลข้างล่างนี้ รัฐบาลออสเตรเลียได้จัดพิมพ์เป็นภาษาต่างๆ รวมทั้งภาษาไทยของเรา แจ้งให้ทราบถึงสิ่งของต่างๆ ที่ห้ามนำเข้าประเทศ ผมคัดลอกบางตอนมาแจ้งให้ท่านผู้อ่านทราบ ดังนี้ครับ
สิ่งของต่อไปนี้ ห้ามนำเข้าไปในออสเตรเลีย นมหรือผลิตภัณฑ์นมรวมทั้งผลิตภัณฑ์ทุกประเภทที่มีส่วนผสมของนม (ยกเว้นนมผงสูตรสำหรับทารกและผลิตภัณฑ์นมจากนิวซีแลนด์) งานฝีมือและของที่ระลึกที่บรรจุหรือทำจากเมล็ดพืช เมล็ดข้าวโพดสำหรับคั่วและถั่วดิบที่ไม่ผ่านการอบรวมทั้งถั่วลิสงดิบและลูกเกาลัด(ยกเว้นลูกเกาลัดจากนิวซีแลนด์) ไข่และผลิตภัณฑ์จากไข่รวมทั้งในรูปไข่สด แห้ง ผงหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไข่ดิบ ผลไม้สดและผัก สัตว์เป็นๆ รวมทั้งนก ไข่นก ปลา สัตว์เลื้อยคลานและแมลง เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหมูทุกประเภท รวมทั้งเนื้อสัตว์ที่ไม่บรรจุกระป๋องหรือเนื้อสด เนื้อแห้ง เนื้อแช่แข็ง เนื้อรมควันหรือเนื้อเค็มทุกชนิด ผลิตภัณฑ์จากปลาซัลมอนและปลาเทร้าท์ โปรดสอบถามเกี่ยวกับเงื่อนไขพิเศษที่อนุญาตให้นำเข้าพืชมีชีวิตรวมทั้งกิ่ง ราก หัวใต้ดิน หน่อ ลำต้นใต้ดินและลำต้น วัสดุทางชีววิทยารวมทั้งวัคซีนจากคน/สัตว์และสินค้าเพื่อการรักษาโรค (โปรดสอบถามเกี่ยวกับเงื่อนไขพิเศษที่อนุญาต) เขากวาง/หนังกวาง รังนกที่รับประทานได้ (ยกเว้นเขากวางจากนิวซีแลนด์) ดินและทรายรวมทั้งของที่บรรจุดินหรือทราย (อนุญาตให้นำหินที่ปราศจากดินและทรายเข้ามาได้)
สิ่งของต่อไปนี้ เมื่อนำติดตัวมาจะต้องแจ้งให้ออสเตรเลียทราบ สมุนไพรและเครื่องเทศทุกชนิด รวมทั้งยาสมุนไพร ยาบำรุงและชา ผลไม้แห้งและผัก ขนมปังกรอบ ขนมเค้ก ลูกกวาดรวมทั้งช๊อคโกแลตขนมหวาน ของขบเคี้ยว ถั่วอบ ขนมปังกรอบรสเค็ม ชา กาแฟ น้ำผลไม้และเครื่องดื่มอื่นๆ (เครื่องดื่มที่ผสมนม น้ำผึ้งหรือไข่ เป็นสิ่งต้องห้าม) ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ไผ่ หวายหรือตะกร้าหวายและเสื่อ รวมทั้งงานฝีมือบนกะลามะพร้าว ตะกร้าหวาย ดอกไม้สดและพวงมาลัย (ดอกไม้ที่แพร่พันธุ์ได้ เช่น ดอกกุหลาบ ดอกคาร์เนชั่นและดอกเบญจมาศเป็นสิ่งต้องห้าม) ดอกไม้แห้ง ลูกสนและบุหงา รวมทั้งผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและเพื่อตกแต่งเช่น พวงหรีด พวงมาลัย เมล็ดพืชทุกรูปแบบรวมทั้งเมล็ดในบรรจุภัณฑ์เพื่อการค้า เมล็ดที่ใช้เป็นเครื่องประดับและสร้อยคอ(เมล็ดถั่ว ข้าวโพด เมล็ดผักกาด เป็นสิ่งต้องห้าม)
............ผลิตภัณฑ์และงานฝีมือที่ทำจากฟางรวมทั้งตุ๊กตาที่ทำจากข้าวโพด พวงหรีดและพวงมาลัยที่ทำจากเมล็ดพืชต่างๆ และสิ่งที่ยัดไส้ด้วยเมล็ดพืชหรือฟาง ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ทุกประเภท งานประดิษฐ์ งานฝีมือและโบราณวัตถุรวมทั้งงานแกะสลัก ใบต้นปาล์มหรือใบไม้อื่นๆ(ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากใบตองเป็นสิ่งต้องห้าม) หนังที่ยังไม่ได้ฟอก รวมทั้งหนังขึงหน้ากลอง โล่และสิ่งประดิษฐ์ เปลือกหอยและปะการังทุกรูปแบบ รวมทั้งอัญมณี วัตถุโบราณและของที่ระลึก(ยกเว้นที่มีใบรับรองการคุ้มครองสัตว์ป่า) ขนนก กระดูก เขาสัตว์และเขี้ยวหรืองาจะต้องสะอาด ปราศจากเลือด หนัง มูลสัตว์หรือดิน หนังสัตว์ หนังฟอกและหนังขนสัตว์จะต้องผ่านการฟอกหรือฆ่าเชื้อโรคมาอย่างมืออาชีพ(หนังบางชนิดอาจถูกห้ามภายใต้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่านานาชาติ) สัตว์สตาฟจะต้องมีใบรับรองระบุว่าจัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ (สัตว์บางชนิดอาจถูกห้ามภายใต้กฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่านานาชาติ) ไม้(ที่ยังไม่แปรรูป)และขนสัตว์รวมทั้งเส้นด้ายหรือเส้น
ไหม พรมและเสื้อผ้า ส่วนขนแกะจะต้องได้รับการขัดทำความสะอาดอย่างหมดจด น้ำศักดิ์สิทธิ์ ผลิต
ภัณฑ์ที่ใช้กับสัตว์(ที่ใช้อยู่)รวมทั้งเสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์ทำความสะอาดและรักษาสัตว์ อานม้า บังเหียน
ม้าและกรงนก อุปกรณ์เพื่อการกีฬาและการตั้งแคมป์ เต็นท์ รองเท้า รองเท้าเดินทางไกล
.........สำนักงานบริการตรวจสอบและกักกันเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรคแห่งออสเตรเลียหรือ AQIS (Australian quarantine and inspection service) มีหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้แมลงศัตรูพืช เชื้อโรคและเมล็ดวัชพืชจากภายนอกประเทศเข้าไปสู่ออสเตรเลีย ทั้งนี้เพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชน สัตว์ พืชและสิ่งแวดล้อมของประเทศออสเตรเลีย
การเดินทางเข้าออสเตรเลีย ผู้โดยสารจะได้รับแจกบัตรแจ้งรายการนำสิ่งของ ซึ่งเป็นเอกสารทางกฎหมายของออสเตรเลีย ผู้โดยสารจะต้องทำเครื่องหมายหน้าข้อความ หากผู้โดยสารนำอาหารหรือสินค้าที่ทำจากพืช หรือสัตว์เข้าไปในประเทศออสเตรเลียและเมื่อเดินทางถึงออสเตรเลียแล้ว ที่อาคารสนามบินในการตรวจสอบที่ด่านนี้ หากผู้โดยสารมีสิ่งของต้องห้ามในการครอบครองและไม่ต้องการแจ้งให้ออสเตรเลียทราบ ผู้โดยสารสามารถทิ้งมันลงในถังขยะที่เรียงรายอยู่ตามทางเดินที่ผ่านไปรับประเป๋า ซึ่งถังขยะเหล่านี้จะเป็นของฝ่ายกักกันโรค
ในการเดินทางภายในออสเตรเลียระหว่างรัฐต่อรัฐ บางรัฐอาจจะห้ามนำเข้าผลไม้สดจากรัฐอื่นเข้าไป หากผู้โดยสารอาหารหรือของอื่นๆ ที่อยู่ในข่ายการกักกัน ผู้โดยสารจะต้องแสดงใบเสร็จหรือเอกสารอื่นแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีต้นกำเนิดมาจากในประเทศออสเตรเลียเอง หากไม่สามารถแสดงหลักฐานได้ สิ่งของเหล่านี้อาจถูกเจ้าหน้าที่ยึดไป
นอกจากนั้น สิ่งของเครื่องใช้ประจำตัวของพวกเราเช่นรองเท้า เสื้อผ้า กระเป๋าและอื่นๆ จะต้องทำความสะอาดให้เรียบร้อย มิฉะนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหรือเจ้าหน้าที่ AQIS จะไม่ยอมให้กำลังพลนำติดตัวเข้าประเทศอย่างเด็ดขาด
ผมมีเรื่องเล่าอยู่เรื่องหนึ่งที่ยังขำกลิ้งกันอยู่ทุกวันคือ ตอนที่ลงเครื่องที่เมืองทาวน์สวิลส์ ผมกรอกรายการต่างๆ ลงในบัตรผู้โดยสารขาเข้า(Incoming passenger card) ว่า สัญชาติไทย เชื้อชาติไทยและชื่อไทย โดยใช้ภาษาอังกฤษเขียนอย่างเดียวกันทั้งหมดคือ Thai เจ้าหน้าที่มองหน้าผมพร้อมกับบอกว่าในช่อง Name ยูต้องเขียนชื่อลงไปนะไม่ใช่เขียนเชื้อชาติไทย ผมก็บอกว่าผมชื่อไทย ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เขาไม่ยอมเชื่อว่าชื่อไทย
เขาเรียกล่ามมาคุยกับผมซึ่งผมก็ยืนยันว่า ผมชื่อไทย จะให้ผมเขียนอะไรอีกล่ะพร้อมกับชี้ให้ดูป้ายชื่อที่หน้าอก ล่ามซึ่งเป็นนายทหารยศ ร.อ.ออสซี่ พยักหน้าเดินกลับไปบอกเจ้าหน้าที่ผมยังได้ยินเจ้าหน้าที่ย้ำว่า ชัวร์นะ
ผมถึงได้ผ่านด่านนี้ไปได้
นี่แหละ ออสเตรเลียละครับ.
ข้อมูลนี้ได้จัดทำขึ้นเมื่อ 22 ม.ค.43 โดยท่านเข้ามาอ่านป็นคนที่
ส่งความคิดของท่านมาที่
benjapol5@hotmail.com
กลับสู่หน้าหลัก
กลับสู่หน้าหลัก