ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
........บทความนี้แปลมาจากบางส่วนของ คู่มือการฝึกอัลเคดา โดยนำมาจาก โฮมเพจ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ และ โฮมเพจของ disastercenter.com ซึ่งได้ผ่านการตรวจพิจารณาแล้วจาก สำนักงานสอบสวนแห่งรัฐ (FBI) ให้สามารถเผยแพร่ในส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าคู่มือนี้น่าจะมีต้นฉบับจริงมาจากหน่วยงานข่าวกรองระดับโลกอีกทีหนึ่งอยู่ดี ลองอ่านและพิจารณาดูนะครับ และ
เพื่อให้เกิดความเข้าใจในภาพรวม ท่านควรอ่าน บทความ คู่มือการฝึกของอัลเคดา นี้เสียก่อน
บทเรียนที่ 2
คุณลักษณะและขีดขั้นความสามารถที่จำเป็นสำหรับสมาชิกขององค์กร
English Version
ขีดขั้นความสามารถที่จำเป็นสำหรับองค์กร
1. ต้องนับถือศาสนา Y สมาชิกขององค์กรต้องเป็น Z ผู้ที่ไม่มีความเชื่อ คนที่นับถือศาสนาอื่น เช่น คริสเตียน ยิว หรือพวกที่ไม่นับถือศาสนา คอมมิวนิสต์ จะสามารถปกป้อง Y และ Z ได้อย่างไร พวกเขาจะรักษาเป้าหมายและความลับให้รอดพ้นอย่างไรได้ถ้าเขาไม่นับถือศาสนา Y กองทัพอิสลาเอลกำหนดให้นักรบของเขาต้องเป็นผู้ที่นับถือศาสนายิว เช่นเดียวกันกับ ผู้นำในอัฟกานิสถานและกองทัพรัสเซียที่นายทหารทุกตำแหน่งต้องเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสท์
2. มีความเชื่อมั่นที่จะปฏิบัติตามอุดมการขององค์กร ความเชื่อมั่นในอุดมการณ์จะทำให้สมาชิกขององค์กรหมดปัญหาที่จะขัดแย้งต่อแนวความคิดต่าง ๆ ขององค์กร
3. ความเป็นผู้ใหญ่ ความต้องการของงานด้านการทหารมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ที่ไม่บรรลุนิติภาวะไม่สามารถปฏิบัติได้ ธรรมชาติของงานหนักและงานที่ต่อเนื่องที่มีความเป็นความตายจะต้องการผู้ที่มีาสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง ร่างการที่แข็งแรง และสมองที่ปราชเปรื่อง ที่มักจะหาไม่ได้ในผู้ที่ไม่บรรลุนิติภาวะ มีรายงานว่า อิบ โอมาร์ กล่าวว่า ระหว่างสงคราม ที่เขาอายุได้ 14 ปี เขาได้สมัครที่จะเป็นนักรบของศาสนา แต่ได้รับการปฏิเสธที่จะให้เข้าร่วมในการรบ แต่หลังจากสงครามสนามเพลาะตอนที่เขาอายุได้ 15 ปี เขาได้อาสามารถเข้าทำการรบอีกครั้งหนึ่งและครั้งนี้เขาได้รับอนุญาติให้เข้าทำการรบได้
4. การเสียสละ สมาชิกต้องมีความปรารถนาที่จะทำงานและยอมรับที่จะสละชีวิตเพื่อให้บรลุวัตถุประสงค์และการสถาปนาศาสนาของ X บนโลกนี้
5. รับฟังและเชื่อฟัง สำหรับการทหารนั้น เรียกว่า วินัย ซึ่งมีความหมายถึงการที่สมาชิกจะเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งที่เขาได้รับ และนี่คือสิ่งเรียกร้องของศาสนาเรา ศาสดากล่าวว่า ผู้ที่เชื่อมั่น จงเชื่อฟังและปฏิบัติตาม X และผู้นำคำสั่งสอนและผู้ที่ได้รับอำนาจดังกล่าวท่ามกลางพวกท่าน จากเรื่องราวของ ฮาซิฟา เบน อัล เยแมน ผู้ที่สมควรเป็นตัวอย่างในการเชื่อฟังผู้นำสารของ X ขณะที่ โมฮัมหมัด ส่งเขาไปเป็นสายลับใน คูรีช และพันธมิตรระหว่างการเข้ายึดครองมาดินานั้น ฮาซิฟา กล่าวว่า เนื่องด้วย โมฮัมหมัดเรียกร้องให้ข้า ทำหน้าที่ในการนำข่าวสารของพวกเขาโดยที่จะต้องไม่ทำให้เขารู้ตัว ขณะที่เขาได้เดินทางไปนั้น เขาได้เห็น อาบู เซาเฟียน จึงได้นำลูกศรมาพาดกับสายธนู แต่พลันเขาก็นึกถึงคำพูดของผู้นำสารว่าอย่าให้ฝ่ายตรงข้ามได้ล่วงรู้การมาของเขา เขาจึงลดคันธนูลงแม้ว่าถ้าเขายิงก็จะถูกอย่างแน่นอน
6. รักษาความลับและซ่อนพรางข่าวสารข้อมูล ความลับควรจะนำมาใช้แม้แต่ผู้ที่มีความใกล้ชิดที่สุด การลวงต่อข้าศึกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย X กล่าวว่า ถึงแม้ว่าแผนการจะเป็นดังที่กล่าวที่สามารถสั่นสะเทือนเขาได้ ผู้นำสารกล่าวว่า ค้นหาความช่วยเหลือจาก X ในการดำเนินการต่องานที่ได้รับมอบอย่างลับ ๆ และได้กล่าวเป็นสุภาษิตว่า หัวใจของเสรีชนคือสุสานของความลับ และ ความลับของ Z คือความศรัทธา และการพูดถึงความลับเป็นการไม่ศรัทธา โมฮัมหมัดเก็บงำความลับให้พ้นจากคนใกล้ชิด แม้แต่ภรรยา ไอชา
7. ไม่เจ็บป่วย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สมาชิกขององค์กรต้องมีเพราะเป็นข้อกำหนดที่สำคัญ X กล่าวว่า ไม่มีการกล่าวโทษต่อผู้ที่ไม่แข็งแรง ป่วย หรือไม่มีทรัพยากรที่จะสนับสนุน
8. ความเยือกเย็น สมาชิกควรจะมีความเยือกเย็นสูงในการอดทนต่อความเดือนร้อนทั้งปวงที่กระทำโดยศัตรู โดยไม่ควรยอมละทิ้งเส้นทางที่สำคัญนี้ด้วยการขายตนเองและศาสนาแก่ศัตรูเพื่ออิสระภาพของเขา เขาควรใจเย็นต่อการปฏิบัติงานแม้ว่างานดังกล่าวจะต้องใช้เวลาที่ยาวนาน
9. การนิ่งเฉยไม่ตื่นตกใจต่อสถานการณ์ สมาชิกควรจะมีลักษณะสงบนิ่งเฉยที่จะทำให้เขาสามารถอดทนต่อสถานการณ์ความกดดันด้านจิตใจได้เป็นอย่างดี ดังเช่น การอยู่ท่ามกลางกองเลือด การฆาตรกรรม การถูกจับ การลงโทษ และความกดดันทางจิตใจด้านกลับกันเช่น การสังหารสมาชิกเพื่อนร่วมองค์กร เพื่อที่ทำให้เขาสามารถทำให้งานของเขาสำเร็จได้
10. ฉลาดและหลักแหลม ครั้งที่ผู้แทนของ X ส่งฮาซิฟา เบน อัล เยแมน ไปเป็นสายลับในกลุ่มต่างศาสนา ฮาซิหานั่งระหว่างพวกเขา อาบู เซาเฟียนกล่าวว่า ให้แต่ละคนได้มองไปยังเพื่อนของเขา ฮาซิฟาพูดกับคนข้างเคียงว่า ท่านคือใคร คนนั้นตอบว่า ต่อไปและต่อไป บุตรของ ต่อไปและต่อไป และในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 จูเลียส ซีลเบอร์ สายลับเยอรมัน ได้ลักลอบเข้าไปในอังกฤษเพื่อทำงานเป็นผู้ตรวจไปรษณีย์ที่เป็นภาษาต่าง ๆ ซึ่งจดหมายต่าง ๆ ที่ผ่านการตรวจของเขานั้นเขาได้รับข่าวสารสำคัญที่ส่งกลับไปยังเยอรมัน หนึ่งในจดหมายที่เขาตรวจนั้นส่งมาจากผู้หญิงคนหนึ่งที่เขียนให้แก่เพื่อนของน้องชายที่อยู่ในกองเรือรบ เธอได้กล่าวถึงน้องชายที่เคยอาศัยอยู่กับเธอจนเขาปรับย้ายไปอยู่กับโครงการลับที่เกี่ยวข้องกับเรือพานิชย์ เมื่อซีลเบอร์อ่านจดหมายนั้น เขาได้เดินทางไปหาหญิงคนนั้นและต่อว่าเธอว่าเธอกำลังแพร่งพรายความลับที่กล่าวถึงความลับทางทหาร และได้ใช้ความชำนาญที่จะล้วงความลับจากเธอเพิ่มเติม ที่เกี่ยวกับงานน้องชายของเธอที่อยู่ในโครงการลับที่จะติดอาวุธให้กับเรือพานิชย์ลำเก่า ซึ่งเรือดังกล่าวจะใช้เป็นเหยื่อล่อเรือดำน้ำระหว่างสงครามเพื่อที่จะเข้าใกล้เรือดำน้ำให้มากที่สุด เพื่อให้เยอรมันเข้าใจว่าเรือดังกล่าวไม่มีพิษสงอะไร และเมื่อเข้าใกล้แล้วอาวุธจากเรือจะถูกยิงจากเครื่องยิงที่ซ่อนอยู่บนดาดฟ้าเรือนั้น ซึ่งจะสามารถทำลายเรือดำน้ำได้ ภายในเวลา 48 ชั่วโมงความลับดังกล่าวได้ถูกส่งให้เยอรมัน
11. ระมัดระวังและรอบคอบ
..........ก. ระหว่างสงครามต่อต้านกษัตริย์โทมีเดีย นายพลสเปียร์ของโรมัน ส่งทูตเข้าพบกษัตริย์เพื่อทำสัญญาสงบศึกระหว่างกองทัพทั้งสอง แต่ในความเป็นจริงแล้ว นายพลสเปียร์ต้องการให้ทูตได้ศึกษาความสามารถในการสู้รบของพวกทูเมเดียน นายพลได้เลือก ลิเลียส หนึ่งในกลุ่มผู้บังคับบัญชาระดับสูงสำหรับงานนี้ โดยส่งเขาไปพร้อมกับนายทหารจำนวนหนึ่งที่ปลอมตัวเป็นทาส ในระหว่างปฏิบัติภารกิจ หนึ่งในจำนวนนายทหารของกษัตริย์ ชื่อ ไซแฟกซ์ ได้ชี้ไปยังทาสที่ปลอมตัวมาและตะโกนร้องว่า ทาสคนนี้เป็นนายทหารโรมันที่เขาเคยพบมาก่อนที่เมืองใกล้ เจ้าคนนี้แต่งกายนายทหารโรมัน ในเวลานั้น ลิเลียสได้ใช้กลเม็ดที่ฉลาดเฉลียวและได้เบี่ยงเบนความสนใจของพวกโทมีเดียนที่เชื่อว่ามีนายทหารปลอมตัวมาด้วยการตบหน้าของนายทหารที่ถูกชี้ตัวหลายครั้ง และดุด่าว่าด้วยเสียงอันดังว่า เจ้าเป็นทาสยังจะมาบังอาจแต่งชุดนายทหารโรมันอีกเพื่อทำให้ทุกคนเชื่อว่านายทหารที่พรางตัวมานั้นมีสถานภาพเป็นทาสจริง ๆ นายทหารปลอมตัวที่ถูกตบหน้านั้นไม่ปริปากแต่อย่างไร เขาได้ก้มศีรษะให้อย่างไร้เกียรติและอับอายแบบเดียวกับพวกทาสจริง ๆ ซึ่งทำให้คนของไซแฟกเชื่อว่านายทหารดังกล่าวเป็นทาสจริง ๆ เพราะพวกเขาไม่คิดว่านายทหารโรมันจะยอมรับการถูกตบหน้าเช่นนี้โดยไม่ตอบโต้แต่อย่างไร กษัตริย์ไซแฟกได้เตรียมการจัดเลี้ยงอย่างใหญ่โตให้แก่ไลเลียสและคณะติดตาม และได้จัดที่พักให้ซึ่งอยู่ห่างไกลจากค่ายเพื่อไม่ให้พวกเขาได้เรียนรู้ระบบป้อมค่ายที่ได้จัดเตรียมไว้ทำการรบ คณะนายทหารโรมันจึงได้เริ่มดำเนินการที่หลักแหลมที่เหนือกว่าที่ทำมาก่อน พวกเขาได้ปล่อยม้าที่นำมาด้วยตัวหนึ่งแล้วแสร้งวิ่งไล่จับม้าตัวนั้น ตามแผนที่จะไม่ลงนามสัญญาสงบศึกที่กำหนดไว้เป็นแผนลวง หลังจากไม่นานที่คณะทูตกลับไป กองทัพโรมันก็เข้าโจมตีค่ายของกษัตริย์ไซแฟกและเผาป้อมค่ายทั้งหมด ไซแฟกจึงถูกบังคับให้ต้องจำยอมต่อโรมัน
..........ข. มีสายลับคนหนึ่งที่พรางตัวเป็นพ่อค้าขายผ้าขนสัตว์อเมริกัน ในขณะที่สายลับดังกล่าวกำลังเล่นไพ่กับผู้โดยสารบนเรือที่เขาโดยสารนั้น หนึ่งในผู้เล่นไพ่ได้ถามเขาถึงอาชีพของเขา เชาตอบว่าเขาเป็นพ่อค้าขายผ้าขนสัตว์ ซึ่งทำให้สุภาพสตรีคนหนึ่งให้ความสนใจและเริ่มถามสายลับที่พรางตัวเป็นพ่อค้าผ้าขนสัตว์คนนั้นหลายคำถามเกี่ยวกับแบบและราคาของผ้าขนสัตว์ สายลับได้กล่าวตอบราคาของผ้าขนสัตว์ที่สร้างความประหลาดใจให้แก่หญิงผู้นั้น จากนั้นพวกเขาก็เริ่มออกห่างจากเขาด้วยความสงสัยและคิดว่าเขาคงเป็นขโมยหรือไม่ก็เสียสติ
12. ความสัตย์และคำแนะนำ ผู้บังคับบัญชาแห่งความศรัทธา โอมา อิบ อัล แคบแทบ ยืนยันถึงคุณลักษณะนี้ว่ามีความสำคัญยิ่งในหมู่ของคนที่มีหน้าที่รวบรวมข่าวสารและทำงานแบบสายลับต่อต้านศัตรูของ Z โอมาได้ส่งจดหมายให้ แซด อิบ อาบูแวคแคส มีข้อความว่า เมื่อใดที่ท่านเหยียบลงในแผ่นดินศัตรูเพื่อสืบเรื่องราวอันเป็นความลับจากพวกเขา จนเลือกคนที่ท่านเชื่อถือในความซื่อสัตย์และการให้คำแนะนำของเขา ทั้งที่เป็นอาหรับหรือประชาชนของดินแดนแห่งนั้น ผู้ปลิ้นปล้อนจะไม่เป็นประโยชน์แต่อย่างใด แม้ว่าคนพวกนั้นบางส่วนจะพูดความจริง พวกเขาล่อลวงที่จะเป็นสายลับต่อต้านท่านมิใช่เพื่อท่าน
13. ความสามารถในการตรวจตราและวิเคราะห์ ข่าวสารของหน่วยมอสสาดอิสราเอลแจ้งว่าปาเลสไตน์กลุ่มหนึ่งกำลังวางแผนโจมตีสายการบินเอลอัลของอิสราเอล เครื่องบินลำดังกล่าวบินจากโรมมาพร้อมกับโกลด้า แมร์ นายกรัฐมาตรีในเวลานั้น ปาเลสไตน์ใช้กลเม็ดที่ชาญฉลาดที่จะทำให้พวกเขาสามารถคอยการมาถึงของเครืองบินดังกล่าวโดยไม่ถูกตั้งคำถามจากใคร เขาได้จับตัวพ่อค้าขายมันฝรั่งคนหนึ่งและทุบตีจนสลบ ลักพาตัว และนำไปซ่อนไว้ หลังจากนั้นก็ได้เจาะรูสองรูที่ด้านบนของรถเข็นมันฝรั่งแล้วนำท่อมาวางไว้ที่ใกล้กับปล่องไฟจริงของเตา ซึ่งท่อทั้งสองเป็นจรวดสเตรล่าที่ผลิตในรัสเซีย และเตรียมพร้อมจะยิง เจ้าหน้าที่สืบราชการลับมอสสาดได้ตรวจตราบริเวณสนามบินกลับไปกลับมาเพื่อจะหากลุ่มชาวปาเลสไตน์นั้น เจ้าหน้าที่คนหนึ่งได้เดินผ่านรถเข็นมันฝรั่งนั้นสองครั้งโดยที่ไม่สามารถสังเกตสิ่งผิดปกติได้ แต่ในรอบที่สาม เขาได้สังเกตที่ปล่องไฟทั้งสามปล่อง แต่เห็นเพียงปล่องไฟอันเดียวที่มีควันไฟลอยออกมา ดังนั้นเขาจึงพุ่งตรงเข้าไปที่รถเข็นดังกล่าวแล้วทุบไปที่รถอย่างแรง รถเข็นพลิกคว่ำและสามารถจับชาวปาเลสไตน์ที่จะก่อเหตุได้
14. ความสามารถในการปฏิบัติ การปรับเปลี่ยนที่อยู่และการซ่อนพรางตนเอง
..........ก. ตัวอย่างแรก คือสิ่งที่ โนเอม อิบ มาซูด ได้ปฏิบัติในภารกิจที่เขาได้รับซึ่งได้ก่อให้เกิดความยุ่งยากต่อชนเผ่าโคเรช พวกกัทแฟน และชาวยิวที่โคริทา เขาสามารถคาบคุมปฏิกริยาตอบโต้และจัดการบทบาทที่เขาปฏิบัติได้อย่างมีทักษะ และด้วยการไม่บ่งบอกซึ่งสัญญานของความไม่คงเส้นคงวา เขาแสดงออกถึงสิ่งที่เขาสนใจและความกระตือรือล้นให้กลุ่มยิวได้ทราบครั้งหนึ่งและแสดงความสนใจกับโคเรชอีกที่หนึ่ง
..........ข.ในปี 2493 รถเก๋งคันหนึ่งที่ขับโดยพันเอกอเมริกันคนหนึ่งได้ชนกับรถบรรทุก พันเอกคนขับหมดสติไปและในระหว่างการหมดสติขณะอยู่ที่โรงพยาบาลเขาได้เพ้อพูดออกมาเป็นภาษารัสเซียด้วยสำเนียงที่ชัดเจนยิ่ง ซึ่งต่อมาทำให้ทราบว่าพันเอกคนนั้นคือสายลับโซเวียตที่เข้ามาฝังตัวอยู่ในสหรัฐนานมาแล้ว โดยที่เขาเคยรบในสงครามเกาหลีเพื่ออำพรางสถานที่แท้จริงและเพื่อรวบรวมข่าวสารที่เป็นความลับยิ่งยวด ถ้าไม่มีเหตุการณ์รถชนแล้วละก้อคงไม่มีใครที่จะสงสัยหรือเปิดเผยตัวจริงของเขาออกมาได้
คู่มือการฝึกของอัลเคดา บทที่ 3
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

กลับสู่หน้าหลัก
|

กลับสู่หน้าหลัก

เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน
ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า
Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
|