วิสัยทัศน์ของคนแย่งชิงทหารเกณฑ์ระหว่างลีโอ
พุฒกับมนุษย์คอมพิวเตอร์
..................การเกณฑ์ทหารปีที่ผ่านมานี้คงจะไม่มีปีใไหน Hot
เท่านี้อีกแล้ว ก็คงได้รับอานิสงฆ์ จากความดังของบรรดาลูกนักการเมือง และดารา
นักร้องที่หนีทหารทั้งหลาย ทำให้ความร้อนแรงของการเกณฑ์ทหารปีนี้สูงยิ่ง
แล้วก็ได้รับการเติมเชื้อให้เพิ่มขึ้นของ ลีโอ พุฒที่สมัครรับใช้ชาติอย่างชายชาตรี
จุดนี้จะเห็นได้ว่าได้มีการยื้อแย่งจากผู้ใหญ่หลาย ๆ คน เพื่อให้มาลงที่หน่วยของตน
นัยว่าใบบุญของ บรรดา นักการเมือง ลูกพี่บ้าง พระบ้าง ยังไม่เพียงพอ
ก็เลยขอใบบุญเพิ่มจาก พลทหารสักหน่อย เท่าที่ดูก็ได้ผลพอสมควร
เพราะทำให้ผู้บังคับบัญชาชั้นสูง ต้องเอื้อนเอ่ยปากลงมา
ขอตัวให้ไปช่วยร้องเพลงขับกล่อมหลัง 3 ทุ่มตามเวลาที่ทหารทั่วไปต้องนอน
(เจ้าตัวก็ไม่อยากไปเท่าไหร่เพราะตั้งใจมาเป็นทหารแล้วยังให้เป็นนักร้องอีก)
แต่ก็ทำให้หลาย ๆ คนได้หน้าได้ตากันไปพอสมควร จะมีหงุดหงิดบ้างก็ตอนที่ข่าว ทีวี
ไม่ยอมมาสัมภาษณ์ตัวเองบ้าง ตอนที่ขอมาทำข่าว ลีโอ พุฒ เท่านั้น
............................แต่หัวใจของบทความนี้อยู่ตรงนี้ครับ
ในระหว่างการเกณฑ์ ทหาร 1- 10 เม.ย. ที่ผ่านมานั้น
ได้มีประธานกรรมการคัดเลือกทหารท่านหนึ่ง มีวิสัยทัศน์ ที่ผมเองทึ่งจนต้องมาเขียน
ก็คือ ในระหว่างก่อนการจับ ใบดำใบแดง แต่ละวันประธานท่านนี้ ก็ทำการตรวจสอบ
ผู้ที่มีความรู้เรื่อง คอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น ช่าง ซ่อม หรือนักศึกษาที่จบ
ปริญญษตรี ปริญญาโท ทางด้านคอม จากนั้นถ้ามีเวลา ท่านก็จะส่งคนเข้าไปเชื้อเชิญ
ให้สมัครเข้ามาเป็นทหาร และมาอยู่ที่หน่วยท่าน โดยมีข้อเสนอที่เด็ด ๆ คือ
ให้เข้ามาทำในสิ่งที่คน ๆ นั้น ชอบและถนัด คือ ทำเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ อย่างเดียว
ใครตกลงท่านก็รับเลย ถ้ายังเฉยอยู่ก็คอยตอนผลจับฉลาก ถ้าใบดำก็แล้วไป
ถ้าใบแดงท่านก็จะรวบรวมรายชื่อไว้แล้ว ก็ทำเรื่องขอตัวมาที่ มทบ. 11 ทีหลัง
................................หลังจากที่ได้ตัวมนุษย์คอมพิวเตอร์พวกนี้แล้ว
ก็จะทำการฝึกบุคคลท่ามือ เปล่า และท่าอาวุธ ประมาณ 2 อาทิตย์
เพื่อให้ทราบความเป็นทหาร จากนั้นก็จะนำตัวมาประจำที่ กองบังคับการ
(ต้องรีบเพราะบางคนเป็นทหารแค่ 6 เดือน ) มนุษย์ คอมพิวเตอร์ พวกนี้ประกอบด้วย
ปริญญาโททาง MIS ปริญญษตรีทาง programmer และ SA และมีช่างซ่อมคอมจากพันธ์ทิพย์ อีก
1 นาย พวกนี้จะได้รับสิทธิพิเศษ เพิ่มเติมคือสามารถแสดงความคิดเห็น
ทางด้านคอมพิวเตอร์อย่างเต็มที่ หน้าที่ในขั้นแรกคือำการวิเคระห์ระบบของหน่วย
ตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ รวมไปถึง ซอฟแวร์ ใช้เวลาประมาณ 10 วัน 10 คืน
หลังจากนั้นทำการวางระบบเครือข่ายใหม่ upgrade เครื่องเก่าที่เข้าระบบไม่ได้
อีกประมาณ 5 วัน จากนั้น Programmer
จะเริ่มทำการเขียนโปรแกรมจากโครงสร้างเดิมให้สอดรับกับระบบที่มี
โดยลงทุนเพิ่มประมาณ 20,000 บาท ( ของเดิมลงทุนไปแล้ว 100,000
กว่าบาทในการซื้อฮาดแวร์ ) แผนต่อไปคือการเทรนเจ้าหน้าที่หลักให้ทำงานเข้ากับระบบ
และทำการปรับโปรแกรมที่เขียนให้สามารถทำงานได้จริงกับงานปกติ
....................................ผมคิดว่าการสร้างมนุษย์คอมพิวเตอร์ของหน่วยแบบนี้
เป็นวิธีที่ประหยัด รวดเร็ว และฉลาดที่สุด ณ วันนี้
เพียงแต่ว่าผู้ที่ทำแบบนี้ให้กองทัพ ไม่มีโอกาศได้หน้าได้ตาเหมือนกับคนที่ได้ ลีโอ
พุฒ มาเป็นทหารที่หน่วย และอาจจะต้อง เสียเงินซื้ออุปกรณ์ คอมพิวเตอร์
เพิ่มตามข้อเสนอ ของมนุษย์คอมพิวเตอร์ พวกนี้อีกด้วย
แต่ถ้าจะเปรียบเทียบถึงวิสัยทัศน์ กันแล้วละก็
ผมยืนยัยได้เลยว่าท่านที่เลือมนุษย์คอมพิวเตอร์เข้ามาเป็นทหารนั้นมีวิสัยทัศน์ยาวไกลกว่าคนที่เลือกนักร้องไม่น้อยกว่า
5 - 10 ปีครับ
สำหรับข้อความต่อไปนี้เป็นคำถามของผู้ที่ใช้นามว่า คันจิ ซึ่งถามมาว่า"
ดีครับ สำหรับท่านประธาน แต่สงสัยอย่างเงินแสนกว่าที่เอามาทำนี่เอามาจากไหน
หน่วยระดับท่านประธานมีเงินมากมายเชียวหรือ หรืว่ามาจากทหารผี
แล้วพอวกมนุษย์คอมพิวเตอร์ เหล่านั้นปลดไปแล้ว จะทำอย่างไร
และหากเอามาเสนอว่าเป็นผลงานของหน่วยท่านเพื่อสร้าง
หน้าตาให้ท่านได้ก้าวหน้าต่อไปแล้ว จะพัฒนาต่อไปได้ไม และก้อ ต่อไข้งหน้า
ท่านประธานทั้งหลายจะต้องมาแย่งชิงมนุษย์คอมพิวเตอร์ต่อไป"
สำหรับต่อไปนี้เป้นคำตอบของผมเองครับ
1เงินแสนบาทในการสร้างระบบหน่วยแบบนี้เอามาจากไหน?ทหารผีหรือเปล่า?
เงินประมาณ ทบ.ประจำปี ถ้าคิดทั้งหมดแล้ว โดยรวมเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง งบปกติ
งบพิเศษ งบ ฝึกศึกษา งบจัดหา ฯลฯ ประมาณปีละ 6 หมื่นล้าน แบ่งมาให้หน่วย ประมาณปีละ
20 ล้าน หน่วยจัดการทางด้านการเงิน โดยจัดสินค้าราคาถูก เงินกู้ฉุกเฉิน
สวัสดิการมอร์เตอร์ไซด์รับจ้าง โครงการเกษตร โครงการเครื่องไฟฟ้าเงินผ่อน
กำไรค่าประกอบเลี้ยง ฯลฯ เมื่อมีกำไร ปลายปีก็นำมาพัฒนาหน่วยต่อไป
เรื่องทหารผี ที่จริงพอมีบ้าง ซึ่งเชื่อว่ามีมานานแล้วและมีหลาหน่วย
แต่หน่วยพยยายามติดตาม รักษายอดภายใน 30 วัน หลังจากนั้น ก็ตัดยอดส่งคืน ทบ.
เพื่อให้ ทบ.ดำเนินการต่อไป ในกรณีที่ทหารกลับจะเอาเงินที่เบิกคืนทหาร
ถ้าไม่กลับเงินที่เบิกจะนำมาพัฒนาหน่วยให้มากที่สุด
โดยเป็นไปได้ว่าอาจจะไม่มีใบเสร็จทุกครั้ง
บนโลกที่เบี้ยว ๆ บูด
มีมนุษย์บางจำพวกที่เสียสละทรัพย์สินเพื่อทำในสิ่งที่เขาเรียกว่าความสุขและความภาคภูมิใจเท่านั้นจริง
ๆ เช่น บิล เกตต์ เจ้าของโปรแกรมวินโดว์ที่เรา ๆ ท่าน ๆ ใช้อยู่นี่แหละ
บริจาคเงินเข้ามูลนิธิ ช่วยเด็ก180,000,000,000 บาท (หนึ่งแสนแปดหมื่นล้านบาท) ,
คนบางคนที่รู้จักวัดธรรมกาย ไม่ถึงสิบปีแต่อุทิศเงินที่ตัวเองสะสมมาตลอดชีวิต กว่า
80,000,000 ล้านบาท (แปดสิบล้าน) ให้แก่ทางวัด,
มีทหารในกองทัพบกบางคนซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มอบให้กำลังพลที่ทำงานคอมพิวเตอร์แต่ไม่มีเงินซื้อเครื่องเอง
มากกว่า 30 เครื่อง คิดเป็นเงินมากกว่า 1,000,000 บาท โดยไม่ต้องบอกให้คนรู้
แลัวก็มีมนุษย์คอมพิวเตอร์แบบพวกเราและพวกท่านนี่แหละที่ลงทุนซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์กันเองคนละ
ตั้งแต่ 30,000 จนถึง 200,000
บาทเพื่อที่จะนำมาทำงานให้แก่กองทัพบกโดยกองทัพบกไม่ต้องจ่ายให้แม้แต่สลึงเดียวและไม่ได้บอกให้ซื้ออีกต่างหาก
ท่านคิดว่าคนพวกนี้เขายังสติดีอยู่ไหม
2 เมื่อมนุษย์คอมพิวเตอร์
พวกนี้ปลดไปแล้วจะทำอย่างไร?
ในช่วงหลังจากวางระบบขั้นต้นเสร็จ โดยใช้เวลาประมาณ 2 เดือน
จะมีการเทรนโดยเปิดหลักสูตรสอนการใช้งานภายในหน่วย ประมาณ 4 เดือนโดนทยอยกันเรียน
เพื่อฝึกคนมาแทน
ในขณะนี้แต่ละสายงานมีเจ้าหน้าที่ที่พอจะทราบเรื่องคอมพิวเตอร์ที่รู้มากกว่า user
สายละ 1 คน แต่ยังไม่รู้เท่าคนที่จบโทคอมพิวเตอร์โดยตรง
การจากไปเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทหารพวกนี้ต้องปลดออกไปในที่สุด
แต่เขาเป็นผู้สร้างระบบมากับมือ เชื่อไหมว่าถ้าระบบล่ม
แล้วไม่มีใครแก้ได้เขาจะกลับมากู้ให้มันทำงานต่อไปได้แม้ว่าเขาจะอยู่ที่ไหนหรือจากไปนานเท่าไหร่ดดยเราอาจจะไม่ต้องบอกเขาไปก็ได้เขาจะโทรกลับมาถามเอง
และเชื่อไหมว่าพวกนี้ไม่เรียกร้องค่ารถเมล์ที่เขาต้องนั่งกลับมาที่หน่วยหรือค่าโทรศัพท์ที่เขาโทรกลับมาถามแม้แต่บาทเดียว
อย่างไรก็ตามถ้ามนุษย์คอมพิวเตอร์พวกนี้มีอันเป็นไปด้วยกาลเวลา
คนที่ถูกสร้างมาจะต้องทำงานต่อไปได้
เพราะไม่เช่นนั้นผู้บังคับบัญชาของเราก็ต้องเป็นคนเดิมตลอดไป
แล้วเราก็อยู่ตำแหน่งเดิมไปจนตลอดชีวิตเช่นนั้นหรือ
3เอาผลงานมาสร้างหน้าตาเพื่อความก้าวหน้า เมื่อได้แล้วคนหลัง ๆ
จะพัฒนาต่อได้ไหม?
หน่วยที่กระทำดังกล่าวไม่เคยเปิดเผยตัว ด้วยวิธีการใด ๆ
ผมเองบังเอิญได้รู้จักกับหน่วยนี้และเห็นว่าเป็นวิธีการที่ดีจึงนำมาเล่าสู่กันฟัง
โดยมิได้บอกชื่อหน่วยและมิได้แจ้งให้เจ้าของหน่วยทราบแต่อย่างใด
ดังนั้นหน่วยนี้หรือเจ้าของหน่วยไม่มีโอกาศได้หน้าหรือเอาผลงานนี้มาสร้างความก้าวหน้าแต่อย่างใด
การพัฒนาหน่วยด้วยการทำความดีและใช้ความสามารถ
แต่ถ้ากลัวว่าคนหลังที่ความสามารถไม่ถึงจะพัฒนาต่อไม่ได้
หรือเป็นภาระให้คนอยู่ข้างหลัง ถ้าคิดแบบนั้นแล้ว
ผมคิดว่าความคิดนี้อาจจะเป็นอันตรายต่อกองทัพบกได้ถ้าคิดแบบนี้กันมาก ๆ
4
ประธานทั้งหลายจะแย่งชิงมนุษย์คอมพิวเตอร์ต่อไปไหม
เป็นไปได้ที่อาจจะมีการแย่งชิงมนุษย์คอมพิวเตอร์พวกนี้ในครั้งต่อไป
แต่คงไม่มากนัก เพราะเป็นความสามารถเฉพาะตัวอาจจะเลียนแบบกันไม่ได้ทุกคน
.................อย่างไรก็ตามผมขอขอบคุณคุณคันจิที่ร่วมแสดงความคิดเห็นจากใจจริง