|
|||
|---|---|---|---|
| "ผู้มีฤทธิ์ ย่อมไปได้ในอากาศ" | |||
| คืนคนดีสู่สังคม | ท่านคิดอย่างไร&xoxox | |||
|---|---|---|---|---|
คืนคนดีสู่สังคม
Skypig ปัญหาความไม่โปรงใส่ในการเก็บเงินค่าผ่านทางพิเศษ ! ปัญหาการนับคะแนนเสียงการเลือกตั้ง
! ปัญหาเด็กวัยรุ่นยกพวกตีกัน !! และปัญหายาเสพติดที่เกิดเป็นข่าวคึกโครมขึ้นมานั้น
การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากระทำด้วยการนำ
“ ทหาร ”
เข้าไปดำเนินการในทันที
เช่น
เข้าไปช่วยเก็บเงิน
ช่วยนับคะแนน
ช่วยกล่อมเกลาพฤติกรรมวัยรุ่นไทย
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหายาเสพติด
ที่รุมเร้าสังคมของเรามาอย่างยาวนาน
กองทัพอากาศของเราก็เป็นหน่วยงานหนึ่ง
ที่เข้าช่วยแก้ปัญหาของชาติ
ทั้งช่วยป้องกัน
ปราบปราบ
และบำบัดหรือที่เราเรียกว่าการวิวัฒน์พลเมือง
อันเป็นการคืนคนดีสู่สังคมโดยใช้ระบบทหารเป็นเครื่องมือ
ย่อมแสดงให้เห็นว่าสถาบันทหารของเรา
เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง
ที่จะแยกตัวเองออกจากสังคมไม่ได้
ไม่ว่ายามที่ชาติบ้านเมืองอยู่ในภาวะสงครามหรือยามปกติ
ประชาชนพี่น้องของเราฝากชีวิต
ฝากความหวังไว้กับพวกเราเสมอ การวิวัฒน์พลเมือง
เป็นเพียงกิจเฉพาะพิเศษงานหนึ่ง
งานรอง
งานเล็กๆของกองทัพอากาศ
ที่ทำให้กลุ่มคนจำนวนน้อยปรับตัวกลับเข้าไปอยู่ในสังคมเดิมได้
แล้วงานใหญ่
งานหลัก
ภารกิจของทอ.คืออะไร?
ฤาที่ผ่านมา...ฤาทุกวันนี้
ทอ.ไม่ได้สร้างคนดี
คืนแก่สังคมดอกหรือ?
ผู้เขียนทราบดีว่ารัฐธรรมนูญก่อนปี
๔๐ กำหนดให้กองทัพมีหน้าที่ป้องกันประเทศ
ซึ่งงานทั้งหมดจะสำเร็จลงไม่ได้เลยหากไม่ใช้คน(ทหาร)ในการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว ทอ.จึงต้องหาบุคลากรเข้าสู่กองทัพ
ด้วยการเกณฑ์บ้าง
สอบคัดเลือกบ้าง
กำลังพลบางเหล่า
ทอ.สามารถสร้างได้เอง
เช่น
นักบินและพยาบาล
บางเหล่าต้องรับเข้าจากสถาบันภายนอก
เช่นแพทย์
เภสัช เป็นต้น
เมื่อหมดความจำเป็น
กำลังพลบางประเภทสามารถปลดได้ตามกฎหมายกำหนด
เช่น ทหารกองประจำการณ์
(ผู้เขียนตั้งใจที่จะใช้คำว่า”ทหารกองประจำการณ์”
แทนที่จะใช้คำว่า”ทหารเกณฑ์”
เพราะหลายคนตั้งใจสมัครใจเข้ามาเป็นทหารและเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน)
หรือกำลังพลบางเหล่าบางคนเมื่อใช้ทุนหมดแล้วจึงลาออกไป
กลับคืนสู่สังคมภายนอก
แต่กำลังพลส่วนใหญ่ไม่สามารถปลดออกได้
แม้จะหมดความจำเป็นแล้วก็ตาม
การสร้างคนไว้ใช้เอง
ทอ.จำเป็นต้องสร้างคนไว้ใช้เอง
ทั้งกำลังพลหลักและสำรอง
ซึ่งต้องใช้เงิน
ใช้เวลาในการสร้าง
ไม่ว่าจะเป็นทหารกองประจำการณ์
นักเรียนจ่า
นักเรียนนายเรืออากาศ
นักเรียนพยาบาล
นักเรียนดุริยางค์
นักเรียนนอก
นักบิน
นักเรียนเสธฯ
หากคิดเป็นระยะเวลา
ต้องใช้เวลากว่าสิบปีจึงจะได้นักบินที่มีประสบการณ์พอที่จะส่งเข้าสนามรบได้
แต่หากคิดคำนวณเป็นเงิน
ตัวเลขคงทำให้หลายคนตกใจ
เมื่อบ้านเมืองไม่มีศึกไม่มีสงครามไม่มีการสูญเสีย
จึงยังคงมีกำลังพลที่กลายเป็นส่วนเกิน
คงอยู่ในกองทัพโครงสร้างปิระมิด ผู้เขียนเห็นด้วยกับบทความของ
ที่ว่า ระบบการสร้างคนให้เป็นทหารในทอ.
สามารถกระทำได้๒วิธีคือ
๑.การส่งเข้าไปอยู่ในโรงเรียนหรือเข้าอบรมตามหลักสูตรโดยผ่านระบบการศึกษา(การสอน)
และ๒.การเรียนรู้จากการทำงาน
(การสั่ง)
วิธีแรกดูจะเป็นทางการสักหน่อย
เพราะมีการประเมินผลอย่างเป็นรูปธรรม
ส่วนวิธีที่สองเป็นการเดินตามหลังผู้ใหญ่
ใครได้นายดีก็จะทำงานดีตามไปด้วย
การประเมินผลขึ้นอยู่กับความพอใจของนาย
ใครทำถูกใจ
ก็จะได้บำเหน็จเมษาและตุลาเป็นรางวัล
วิธีที่สอง เป็นวิธีที่หลายคนมองข้ามความสำคัญไปเพราะเข้าใจว่า
ทหารคือผู้ที่โตๆกันแล้วและเคยผ่าน
การอบรมในหลักสูตรต่างๆมาก่อน
ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องสอนกันอีก
ใช้การสั่งอย่างเดียวก็น่าจะเข้าใจได้
แต่ผลกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป
การณ์ปรากฏว่า... ผู้เขียนเป็นนักบินลำเลียงโอกาสที่จะได้สัมผัสกับทหารกองประจำการ
ก็ในยามที่เขาเหล่านั้นถูกคุมมาช่วยยกสัมภาระขึ้นลงจากท้ายเครื่องบินC-130ในทุกๆสนามบินที่บินไปลง
ผู้เขียนพยายามเฝ้ามองแววตา
สีหน้า
ท่าทางของทหารเหล่านั้น
ส่วนใหญ่ทำให้รู้สึกว่า
ใจทหารของเขาต่างจากพวกเรา
เขามีความหวาดกลัวผู้ควบคุมและผู้มียศสูงกว่าอย่างลนลาน(แทนที่จะเคารพยำเกรง)
คล้ายกับว่าเขาค้นหาเกียรติยศและศักดิ์ศรีในตัวเองไม่พบ(ทหารอาจต่างกันที่ยศแต่เกียรติและศักดิ์ศรีทุกคนล้วนเท่ากัน)
ดูราวคล้ายกับว่าเป็นการทำหน้าที่ของบ่าวเพื่อนาย
มากกว่าที่จะเป็นหน้าที่ของทหารซึ่งกันและกัน
และนั้นมิใช่ตัวอย่างเดียวที่เกิดขึ้น
ครั้นเมื่อผู้เขียนขับรถเข้าฝูงบินยามวิกาล
พบเขาเหล่านั้นทำหน้าที่ยามรักษาการณ์ถือปืนกลอยู่ในมือ
เขากลับพินอบพิเทาต่อยศและเสียงของผู้ที่มียศสูงกว่า
อย่างหวาดหวั่น
โดยมิตระหนักว่าหน้าที่ของตนคืออะไร?
ก่อนที่จะสรุปตรงนี้ผู้เขียนขอนำประสบการณ์อีกด้านหนึ่งมาให้เปรียบเทียบให้ดู
ผู้เขียนเคยไปพบทหารกองประจำการซึ่งเป็นทหารบก
กลับพบว่า
แววตา สีหน้า
ท่าทางของทหารเหล่านั้น
ส่วนใหญ่มีความองอาจ
หยิ่งทะนงในตนเองอย่างน่าชื่นใจ
แม้จะอยู่ท่ามกลางเหล่านายทหาร
ผู้เขียนเห็นความแตกต่างของการสร้างทหารของสองเหล่า
ผู้เขียนมิได้ตำหนิทหารของเราเหล่านั้น
เพราะเชื่อว่าเราสร้างคนอย่างไรเราก็จะได้คนแบบนั้น
เราฝึกเขาอย่างไรเขาก็จะรบอย่างนั้น
ยังอีก
ยังมีนักเรียนนายเรืออากาศ
นักเรียนจ่าอากาศ
นักเรียนพยาบาล
ที่เราสร้างเอง
เรามีเกณฑ์อะไรมาวัด
ว่าเขาเหล่านั้น
มีใจทหารสูงส่งกว่าพวกที่มาจากสถาบันภายนอก
การสร้างคนโดยผ่านระบบการศึกษามีข้อจำกัดหลายประการเช่น
งบประมาณ
ระยะเวลาจำกัดจำนวนผู้เข้าอบรม
บางหน่วยส่งคนเข้าเรียนทำให้ขาดคนทำงาน
แต่การสร้างคนโดยวิธีไม่เป็นทางการนั้นมีข้อดีหลายอย่าง
เช่น
ไม่ต้องใช้งบประมาณ
ไม่ต้องรอเวลา
มีสถานการณ์จริงให้ท้าทาย
แต่เป็นงานที่ต้องอาศัยความอดทน
ความทุ่มเทของหัวหน้าหน่วยและผู้บังคับบัญชา
ที่มีต่อลูกน้องอย่างแรงกล้า
อาชีพทหารทำให้เราเรียนรู้จากระดับยุทธวิธีไปสู่ยุทธศาสตร์
เรียนรู้จากสิ่งใกล้ตัวออกไปสู่โลกกว้าง
นักบินเองเรียนเริ่มต้นจากการบินเดี่ยว
ไปสู่การเป็นหัวหน้าหมู่สอง
หมู่สี่ และเข้าร่วม package
ใหญ่
แล้วมานั่งเป็นAirboss มาพบ
รู้จักและประสานงานกับเพื่อนทหารเหล่าสนับสนุนการรบอื่น
ในโรงเรียนผู้ฝูง
เมื่อเข้าโรงเรียนเสธฯ
จึงได้รู้เรื่องราวของการเตรียมทัพและการบริหารงานระดับกลาง
ถูกปูพื้นฐานด้านยุทธศาสตร์ของชาติ
และแก่กล้าขึ้นเมื่อจบวิทยาลัยการทัพ
ดูแลผลประโยชน์ของชาติได้เมื่อจบวปอ.
ทหารเริ่มเรียนรู้จากสิ่งเล็กไปสู่สิ่งใหญ่อย่างเป็นระบบ
เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว
การก้าวขึ้นไปสู่การบริหารงานในระดับสูงจึงไม่ใช่เรื่องยาก
ในอดีตนั้นนักกีฬาเก่งๆดีๆของทหารอากาศถูกคัดเลือกให้เป็นตัวแทนทีมชาติ
ทีมชาติจึงได้นักกีฬาที่มีวินัยดี
แต่ในทางกลับกัน
หากเรารับนักกีฬาทีมชาติมาเป็นทหารอากาศ
เพียงเพื่อต้องการให้ชื่อ”ทอ.มีชัย”
ปรากฏในสื่อ
สิ่งที่ได้เห็นกลางสนามแข่งขันคือ
นักกีฬาทหารผมยาวกว่าทีมพลเรือน
มาซ้อมสาย
ขาดสมาธิในเกม
ถูกฝ่ายตรงข้ามขึ้นนำ
กองหลังเริ่มเตะกวาดเล่นนอกเกม
จนหลายทีมไม่กล้ามาเยือนทุ่งดอนเมือง
ไม่ใช่เป็นทีมที่เคยอยู่ในดวงใจของเยาวชนไทยอีกต่อไป
แถมยังได้ข้าราชการที่มาทำงานบ้าง
ขาดบ้าง ได้รับการยกเว้นการเข้าเวรเข้ายาม
นั่นคือความผันแปรของสร้างชื่อและสร้างคน สร้างทหารอากาศให้เป็นหมูเขียนอย่างนี้เพื่อนทหารอากาศที่เป็นไทยพุทธและมุสลิมอย่าด่วนเข้าใจผิด
นัยยะความหมายของหมูในความเชื่อของคนไทยมีสองแนวทางคือหนึ่งเคี้ยวง่าย
สองเนื้อหมูนั้นมีประโยชน์หลายประการ
นำไปทำอะไรกินก็อร่อย
จะทำลาบ ทำยำ
กินกึ่งดิบก็อร่อย
หรือทำสุกด้วยการผัด
ต้ม แกง
ทอดก็ได้
จะเก็บไว้กินนานๆก็ทำแหนม
ทำยอ
ทำหยอง
หากใช้หมูเป็นส่วนประกอบรับรองว่าอิ่มอร่อย
ไม่ว่าจะสุกหรือดิบ
หวานหรือคาว
กินวันนี้หรือเก็บไว้กินวันหน้า
การสร้างทหารอากาศที่ดีคือนัยยะที่สอง
ไม่ใช่เป็นที่สบประมาทของศัตรู
หรือปล่อยให้อ้วนเดินพุงพุ้ย
แข่งเมื่อไรพ่ายทุกที
หมูสนามจริง
สิงห์สนามซ้อม เมื่อเราสร้างทหารที่ดีได้แล้ว
จึงไม่เป็นการยากเลยที่จะให้เขาอยู่ในกองทัพต่อไป
หรือจะคืนเขาสู่สังคมภายนอกก็ตาม
ในมุมกลับกันหากเราสร้างทหารที่ไม่ตรงกับความต้องการปล่อยให้อยูในกองทัพ
ก็รบไม่ได้
ปล่อยออกไปก็ไม่เป็นที่ต้องการของสังคมและตลาดแรงงาน การสร้างคนเพื่อสังคมรัฐธรรมนูญปี
๔๐
ไม่เพียงแต่กำหนดให้กองทัพมีหน้าที่ป้องกันเท่านั้น
ยังต้องทำหน้าที่พัฒนาประเทศอีกด้านหนึ่งด้วย
นั่นหมายถึงว่ากิจการด้านพลเรือนต้องเกิดขึ้นอย่างมากอย่างแน่นอน
ลำพังการนำเครื่องบินและรถยีเอ็มซีไปเป็นเครื่องมือในการช่วยน้ำท่วม
การแจกผ้าห่ม
ไม่ได้เป็นการช่วยพัฒนาประเทศสักเท่าใด
แต่การส่งคน
ส่งทหารที่กำลังประจำการอยู่หรือทหารใช้แล้วไปเป็นผู้นำ
ผู้วางแผนในองค์กร
ในสถาบันต่างๆ
เป็นเรื่องที่น่าท้าทายและน่าให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง
ผู้เขียนแน่ใจว่าทอ.ของเรา
มีนโยบาย
ระเบียบ
แบบแผนในการบำรุงรักษากำลังพล
เพื่อไว้ใช้งานในกองทัพอย่างแน่นอน
แต่ไม่ค่อยแน่ใจว่า
ทอ.ของเราได้ให้ความสำคัญกับขั้นตอนการคืนทหารอากาศใช้แล้วสู่สังคมภายนอกหรือไม่
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามปรับลดจำนวนข้าราชการลง
ในส่วนของทหารการปรับลดกำลังพลได้ดำเนินตามนโยบายมาอย่างต่อเนื่อง
ด้วยการนำค่าตอบแทนและยศมาเป็นแรงจูงใจ
ในการเข้าร่วมโครงการ
แต่ในทางปฏิบัติจะเกิดผลสัมฤทธิ์
ผลกระทบมากน้อยเพียงใด
ยังไม่มีใครตอบได้
ผู้เขียนขอตั้งข้อสังเกตว่าลักษณะวิถีชีวิต
และระบบการจ้างงานในบ้านเราแตกต่างจากประเทศอื่นๆมากทีเดียว
เพราะการเปลี่ยนงานบ่อยๆ
การเปลี่ยนงานเมื่ออายุมากๆ
ไม่เคยเกิดขึ้นในระบบราชการไทยมาก่อน
เคยทำงานเดิมๆที่ไม่ต้องการความท้าทาย
เคยเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น
ไม่ต้องคิดมาก
แต่เมื่อต้องไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมการทำงานใหม่
ที่มีการแข่งขันตลอดเวลา
อาจไม่คุ้นเคย
อาจจะไม่ได้รับการยอมรับฝีมือจากเพื่อนร่วมงาน
และไม่ประสบความสำเร็จในที่สุด ตรงกันข้ามกับในประเทศที่เจริญแล้ว
ผู้สมัครงานที่เคยเป็นทหารมาก่อน
(Military Background) จะได้รับพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ
ด้วยเหตุผลสำคัญสองประการคือ
หนึ่งในระบบการทำงานของกองทัพนั้นได้ปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเสมอ
และสองกองทัพได้สร้างคนให้มีความเป็นผู้นำ
ควบคู่กับการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม
หน่วยงานใดได้อดีตทหารไปใช้งาน
ย่อมได้กำไรในด้านกำลังคน
การที่ทหารอากาศได้เข้าไปทำงานในองค์กรอื่นๆ
ส่งผลดีเกิดขึ้นตามมามากมาย
ทั้งต่อกองทัพหน่วยงานนั้นๆ
ทั้งทางตรงและทางอ้อม
ผู้เขียนเคยได้ยินมาว่า
ทหารอากาศไทยใช้แล้ว
เมื่อพ้นวาระจากกองทัพจะก้าวต่อไปยังที่ต่างๆอย่างหลากหลาย
ทหารที่ปลดประจำการแล้วส่วนใหญ่กลับไปบ้านเกิดใช้ชีวิตแบบเดิมๆ
บางคนตามนายไปเป็นเจ้าหน้าที่รปภ.
ซึ่งก็ไม่ได้เสียหายอะไร
แต่คล้ายกับว่า
กองทัพให้อะไรตอบแทนแก่เขาน้อยไป
บางคนสอบเป็นนายร้อยไม่ได้
จึงเลือกเดินสายการเมืองการปกครอง
ไปเป็นปลัดอำเภอกันหลายคน
บางคนสมัครเป็นผู้แทนสอบได้บ้างตกบ้าง
พอให้เป็นข่าว
บ้างไปเป็นอาจารย์
นักวิชาการตามสถาบันการศึกษาส่วนนี้ทำให้ผมแอบภูมิใจ
แต่ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นโดยความสมัครใจของแต่ละคน
มิได้เป็นขั้นตอนที่กองทัพวางแผนไว้
ยกเว้นในส่วนของนักบิน
เพราะกว่าครึ่งของนักบินบริษัทการบินไทยล้วนเป็นทหารเก่ามาก่อน
แต่สิ่งที่ผู้เขียนเฝ้าคอยติดตามอยู่เสมอคือ
เมื่อไร? ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของเรา
จะถูกหมายปองให้เป็นผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่
หรือถูกคัดเลือกให้เป็นผู้นำองค์กรอิสระที่จัดตั้งโดยรัฐธรรมนูญใหม่
แต่ยังไม่มีข่าวดีให้ได้ยิน
ซ้ำร้ายกลับอ่านพบข่าวอาชญากรรมว่า”ลูกทัพฟ้า......อยู่เบื้องหลัง” ตำแหน่งสำคัญในหลายหน่วยงานที่ก่อตั้งขึ้นใหม่
เช่น ผู้ว่า CEO ประธาน กกต. ปปช.
ผอ.รัฐวิสาหกิจ
และภาคเอกชนอีกหลายแห่ง
ล้วนรอผู้นำที่มีความสามารถแท้จริงอยู่ ในอดีตสมัยก่อนเหตุการณ์เดือนพฤษา๓๕ทหารอากาศของเราได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
ในสภาและรัฐวิสาหกิจหลายตำแหน่ง
แต่หลังจากนั้นเมื่อเปลี่ยนจากการแต่งตั้งมาเป็นการเลือกตั้งและการใช้คนกลางร่วมพิจารณา
จำนวนทหารอากาศที่เคยทำงานให้สังคมภายนอกกลับลดลงจนน่าใจหาย
เมื่อเปรียบเทียบกับเหล่าทหารบกและตำรวจ
ซึ่งต่างยังคงมีคนได้รับเลือก
ให้เข้าไปทำงานเพื่อบ้านเมืองอย่างสม่ำเสมอ
ซึ่งอันที่จริงที่กองทัพอากาศของเรานั้นมีหน่วยงานทุกด้าน
ทุกสาขาอาชีพ
อยู่ภายใต้สังกัด
และแต่ละแห่งล้วนมีสินทรัพย์ราคานับพันล้านหมื่นล้านแทบทั้งสิน
มีกำลังพลใต้บังคับบัญชานับพันคน
ซึ่งตรงกับประกาศการรับสมัครคนดี.....ที่กำหนดคุณสมบัติไว้
แต่ก็น่าแปลกใจที่
คนในกองทัพอากาศของเรา
ยังไม่เคยได้รับเลือกเข้าไปเป็นผู้นำองค์กรภายนอกแต่อย่างใด
ทั้งๆที่ทอ.ภูมิใจ
และทะนงเสมอว่าการปฏิบัติการทางอากาศคือสุดยอดแห่งC3I2 ทั้งๆที่กองทัพอากาศมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการสร้างคนอย่างมากมาย เช่น ศูนย์ภาษาต่างประเทศ หอสมุด โรงยิม สนามกีฬา ชมรมกีฬา ศูนย์เยาวชน ศูนย์คอมพิวเตอร์ ที่เราสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างทหารได้เป็นอย่างดี มันทำให้ผู้เขียนเริ่มตั้งคำถามให้ตัวเองว่า
เราสร้างคนกันมาอย่างไร? สองวิธีที่เราใช้สร้างคนนั้นมีประสิทธิภาพเพียงพอแค่ใช้ในกองทัพเท่านั้นเองหรือ? ผู้เขียนขอเอ่ยนามคนเก่ง
เชื่อว่าผู้อ่านคงรู้จักและคุ้นเคยกันดี
เพื่อเป็นตัวอย่างสักสองท่าน
คนแรกคุณมีชัย
วีระไวทยะ
มีชื่อเสียงจากการทำถุงยางอนามัย
ต่อมาได้บริหารองค์การโทรศัพท์
และธนาคาร คนที่สองคุณมิ่งขวัญ
แสงสุวรรณ
จากบริษัทรถยนต์โตโยต้า
มาเป็น
ผอ.อสมท.
ผลักดันองค์กรจนกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ทั้งสองท่านผ่านงานแต่ละแห่งที่มีพื้นฐานการทำงานไม่เหมือนเดิมเลย
แต่สามารถทำให้หน่วยงานใหม่ที่เข้าไปดูแลประสบผลสำเร็จ
แสดงให้เห็นว่าการบริหารองค์กรขนาดใหญ่
ต้องใช้ความเป็นผู้นำที่มีความสามารถในเชิงบริหารเป็นหลัก
ความชำนาญในงานเดิมนั้นเป็นปัจจัยรอง
คือใครก็ได้ที่มี
“ความเป็นผู้นำที่มีความสามารถในเชิงบริหาร” แต่การที่ทหารอากาศใช้แล้วไม่ได้รับเลือก สาเหตุคงเป็นเพราะ ก.เจ้าตัวไม่ประสงค์จะรับใช้สังคม(ซึ่งผิดจากจิตวิญญาณทหารที่ได้รับการปลูกฝัง
) ข.เราไม่ตั้งใจสร้างหรือสร้างคนขึ้นมาไม่ตรงกับความต้องการ
หรือ ค.คำจำกัดความความเป็นผู้นำของทอ.แตกต่างจากสังคมภายนอก หรือ ง.หลักการและวิธีการคัดสรรคนดีเข้าสู่ตำแหน่งใน
ทอ.แตกต่างจากที่อื่น
จ.ผู้นำหน่วย/บังคับบัญชาของเราขาดความเป็นผู้นำที่มีความสามารถในเชิงบริหาร
ฉ.ถูกทุกข้อ
ตัวเลือกที่กล่าวมาคงเป็นสมมุติฐานที่พิสูจน์
ได้ไม่ยาก
แต่ผู้เขียนขอมุ่งไปที่ระบบการทำงานของทอ.
ในประเด็นของความเป็นผู้นำและความสามารถทางการบริหาร
อันหมายถึงระบบการคัดเลือกคนขึ้นเป็นหัวหน้าหน่วยและระบบบริหารราชการอันซับซ้อน
สองสิ่งนี้ที่ทำให้
ทอ.สร้าง(และรักษา)คนดีๆไว้ไม่ได้
ทุกวันนี้เราเคยชินกับวิธีทำงานแบบ
บนลงล่าง
ระบบราชการอันซับซ้อน
ซ้อนทับ(จนหาเจ้าภาพไม่เจอ)
การรวมศูนย์สั่งการตามโครงสร้างที่ยากจะปรับเปลี่ยน
ระบบที่ยึดถือแบบธรรมเนียมสำคัญกว่าเป้าประสงค์
นานเข้า บ่อยขึ้น
คนในทอ.จึง play
safely and keep their brains idle ไม่จำเป็นต้องออกความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ
เพียงรอดูท่าทีของหน่วยเหนือในระหว่างการประชุมและแสดงความเห็นด้วย
เมื่อประธานสรุป
เป็นองค์กรที่ปรับตัวไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลงภายนอก
วิธีการคัดสรรคนก็เช่นกัน
แม้ไม่เกิดขึ้นทุกวัน
แม้ไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง
แต่ทำให้เราเคยชินกับแต่งตั้งคนดีใกล้ตัว
จนคนดีไกลนาย
คนดีพูดน้อย
คนดีช่างคิด
ที่อาจมีความเป็นผู้นำสูงกว่าคนดีใกล้ตัวถูกลืม
และเมื่อคนดีใกล้ตัวที่มาจากการแต่งตั้ง
ถูกบททดสอบจากภายนอก
จากการคัดเลือกโดยคนกลางหรือจากการเลือกตั้ง
ผลออกมาทหารอากาศใช้แล้วจึงเก็บตัวอยู่เงียบๆ
ไม่เป็นที่หมายปองของสังคมหรือหน่วยงานอื่น
กลับไปเลี้ยงหลานบ้าง
เลี้ยงไก่บ้าง
การจะคืนคนดีสู่สังคมนั้นเป็นเรื่องที่กองทัพสามารถกระทำได้ตลอดเวลา
ด้วยการสร้างคนให้เป็นทหารที่ดีไว้ใช้งานเองก่อน
โดยใช้ระบบการศึกษาและระบบการทำงานเป็นเครื่องมือในการสร้าง
ซึ่งอาจรวมถึงการจัดรูปแบบองค์กร
และวัฒนธรรมการทำงาน
เมื่อได้กำลังพลที่ดีมีคุณภาพ
การจะส่งกำลังพลเหล่านั้นคืนสู่สังคมภายนอก ย่อมจะเป็นเรื่องที่กระทำได้ไม่ยากเลย
ถึง…..คนดี “หากคุณไม่สามารถดำเนินชีวิตตามที่เห็นว่าสมควรจะเป็นไปได้
ก็จงอย่าปล่อยให้ความเข้มแข็งในจิตวิญญาณของตนเองต้องดับสลายไป
เพียงเพราะความคับข้องใจอย่างเดียวดาย“ ดร.รอน
คำอินไชย :ย่ำยุโรปเรียนหนังสือ :กรุงเทพธุรกิจ ๒๓
เม.ย.๔๗ ป.ล.ความชั่วร้ายจะแพร่กระจายออกไป
หากคนดีอยู่นิ่งเฉย
ที่มา EDMAND BROKE ![]() กลับสู่หน้าหลัก |
![]() กลับสู่หน้าหลัก ![]() เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ |
|||
|
บทความนี้เขียนโดย Skypig จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 10 ก.พ.48 ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม ICQ ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน Contact list ใน ICQ ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วเลือก Web Page address (URL) หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมา ดูว่าตรงกับชื่อ address ในเบราเซอร์ แล้วกด Send ได้เลย ท่านสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงได้การพิมพ์ลงในช่องด้านล่างเรียบร้อย แล้วกด Send ได้เลยครับ |
||||