“ผู้ที่เรียนรู้อย่างลึกซึ้งในเรื่องสงคราม ย่อมเห็นคุณประโยชน์ของสงคราม
ทหารไทยในโรงเรียนนายร้อยสิงคโปร์ ท่านคิดอย่างไร

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

............ สวัสดีครับผมเป็นคนหนึ่งซึ่งติดตามอ่านบทความจาก taharn.net มาโดยตลอดระยะเวลา ๒ ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ิเริ่มรับราชการเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๖ ไม่คิดว่าวันนี้ผมจะเป็นคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้เขียนบทความโพสให้ taharn.net สำหรับประวัติหรือรายละเอียดเี่กี่ยวกับตัวผมสามารถดูได้ที่ http://members.thai.net/alpha/home.htm ครับเข้าสู่เส้นทางและประสบการณ์สำหรับการศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยสิงคโปร์ครับ เริ่มจากทางกองการศึกษา กรมยุทธศึกษาทหารบกส่งเรื่องผ่านมาทางหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้กำลังพลที่มีคุณสมบัติืครบถ้วนสมบูรณ์เข้าสอบแข่งขันกัน ครับเริ่มจากการทดสอบภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน ( ALCPT ) การสอบภาควิชาการและทดสอบสมัครภาพร่างกายตามลำดับ สำหรับตำแหน่งที่ผมสอบได้นั้นคือ ศึุกษาหลักสูตรโรงเรียนนายร้อยสิงโปร์ (เหล่าราบ) ณ THE OFFICER CADET SCHOOL, SAFTI MILITARY INSTITUE สำหรับหลักสูตรของที่นี่มีระยะเวลา ๔๔ สัปดาห์ครับโดยแบ่งเป็น Tri Service Term, Service Term and Professional Term ซึีงในแต่ละเิทอมมีการศึกษาวิชาทหารโดยส่วนใหญ่จะเป็นหลักนิยมแบบกองทัพอังกฤษครับและมีการฝึกภาคสนามตลอดทั้งการฝึกภาคสนามยังต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นบรูไน , ไต้หวัน และประเทศไทยของเราครับสำหรับที่มาที่ไปก่อนที่ชายชาวสิงคโปร์จะเข้าเรียนที่โรงเรียนนายร้อยแห่งนี้ได้มีหลายทางดังนี้ครับคือว่ากันไปแล้วเหมือนกับการเกณ์ทหารบ้านเราที่นี่เกณไปฝึกกันที่ BMTC ( Basic Military Training School ) ระยะเวลา ๓ เดือน หลังจากนั้นใครต้องการสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยก็ต้องสอบแข่งกันหน่อยครับอีกทางหนึ่งคือโควต้าจากนายทหารชั้นประทวนที่อายุยังน้อยและสามารถสอบผ่าน Requirement และมีความประพฤติที่ดีครัีบถึงจะเข้าเรียนได้และอีกทางหนึ่งคือนักเรียนทุนของรัฐบาลที่ได้ไปศึกษาจากต่างประเทศมาแล้วไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อังกฤษ หรือ ออสเตรเลีย ครับรุ่นๆ หนึ่งประมาณหนึ่งร้อยกว่าคนสำหรับจากประสบการณ์ที่ผมสัมผัสเกือบหนึ่งปีทึ่ผ่านมาเพื่อนๆของผมไม่ชอบที่จะเข้ารับราชการเป็นทหารกันครับถึงแม้ว่าเงินเดือนข้าราชการที่นี่ค่อนข้างสูงมากก็ตามที่แต่พวกเขานิยมที่จะประกอบธุรกิจมากกว่าการเข้ารับรายการครับ ครับกับมาพูดถึงเรื่องหลักสูตรกันบ้าง ......

............ในส่วนของการฝึกการเป็นผู้นำมีดังนี้่ครับ
  • 1. Leadership Development and Values Inculcation
  • 2. Communication Skills
  • 3. Drill and Ceremony
  • 4. Military Social Etiquette
  • 5. Physical Training
  • 6. Instructional Skills
  • 7. Counselling

    ............ในส่วนของความรู้ทางทหาร Operational Military Knowledge มีดังนี้่ครับ
  • 1. Navigation
  • 2. Weapons Training
  • 3. Communication / Signals
  • 4. Introduction to Services
  • 5. Section Training
  • 6. Operational Procedure
  • 7. Demolition
  • 8. Training Safety
  • 9. Improvised Floatation
  • 10. Chemical Defence
  • 11. Cardio-Pulmonary Resuscitation ( CPR )
  • 12. Field Security and Intelligence
  • 13. Military Law
  • 14. Air Photo
  • 15. Combat Intelligence
  • 16. Platoon Training
  • 17. Mechanised Operation
  • 18. Non-Artillery Officer Program
  • 19. Assault Train Fire Program (ATP)
  • 20. Helicopter Training
  • 21. Watermanship
  • 22. Fighting on Fortified Objectives ( FOFO )
  • 23. Fighting in Built-up Areas ( FIBUA )
  • 24. Company Training
  • 25. Operation Security

    ............และในส่วนของ Military Technology 3G Army เป็นต้นครับ
    ................สำหรับกองร้อยที่นี่จะเรียกเรียงตามตัวอักษรภาษาอังกฤษเช่น กองร้อย ALPHA, BRAVO, CHALIE, DELTA…. ตามลำดับครับส่วนผมโชคดีมากๆครับได้เข้ามาอยู่ที่กองร้อย ALPHA ซึ่งเป็นกองร้อยที่โหด หิน และเนี้ยบที่สุดในโรงเรียนครับ เมื่อกล่าวถึงกองร้อย ALPHA นี้ทุกๆคนถามดูแล้วครับถ้ามีโอกาสเลือกได้จะไม่ขอมาอยู่ที่กองร้อยที่นี่ครับ หนึ่งกองร้อยมีสามหมวดครับสำหรับรุ่นของผมเขาเรียกกันว่า 57/04 ALPHA WING ครับมีนักเรียนจากต่างปรเทศทัี้งหมด ๕ คนครับ คือจากประเทศบรูไน ๒ คน จากประเทศมาเลเซึย ๑ คน และจากประเทศไทยคือผม ๑ คน ครับ สำหรับที่พักของกองร้อยผมเหมือนกับอยู่ท่ามกลางรีสอร์ทครับสภาพแวดล้อมดีอากาศดีตึกค่อนข้างใหม่มีทั้งหมดสี่ชั้นในแต่และชั้นแยกเป็นแต่ละหมวดยกเว้นชั้นล่างเป็นในส่วนของธุรการห้องพักครูฝึกและ Store Roomนักเรียนจะัพักห้องละ ๒ คน Buddy มี Computer ครับ ห้องน้ำรวมในแต่ละชั้นซึ่งเราสามารถต่อเข้าระบบ L an เพื่อศึกษาภาควิชาการด้วยตนเองที่ห้อง
    ................ใสส่วนของอาหารการกินเราสามารถเลือกรับประทานได้ครับมีทัี้งอาหารมุสลิมและอาหารจีนผลไม้เลือกได้ตามใจชอบในตู้แช่เย็นรวมทั้งน้ำิ่ดื่ม เครื่องแต่งกาย ( Uniform ) ที่นี่มีเครื่องแบบดังนี้ครับ
  • No.1 คือชุดปกติขาวแขนยาแบบบ้านเรา
  • No.2 คือชุดราตรีสโมสร
  • No.3 ชุดปฏิับัติราชการตามปกติ แบบชุดปกติกากีแกมเขียวบ้านเรา
  • No.4 คือชุดฝึกพราง
    ................นอกจากนี้ยังมีชุดสำหรับการออกกำลังกาย( Physical Training Attire) และชุดที่ใช้ัปฏิับัิติงานนอกเหนือเวลาเรียน (Admin Attire)

    ............อาวุธยุทโธปกรณ์สำหรับการศึกษา เริ่มตึ้งแต่อาวุธประำจำกายอาวุธประจำหมู่ ประจำหมวดและประจำกองร้อยตามลำดับ
  • M16A1
  • M203 GRENADE LAUNCHER
  • SAR 21 ( Singapore Assault Rifle )
  • LAW ( ARM BRUST)
  • GPMG
  • 84 MM RR
  • 120 MM MORTAR
    ................และยังมีส่วนของวัตถุระเบิดต่างๆในช่วงของการศึกษา Demolition Training ครับได้แก่ Non-Electric Firing Circuit, Improvised Charges, Flare Surface Trip Faire MKII, M18 Claymore Mine, PETN, Banglore Torpedo …….

    ............วันแรกที่เข้าสู่โรงเรียน
    ................สำหรับรุ่นของผมคือ57/04 ALPHA WING สำหรับนักเรียนนายร้อยจากต่างประเทศจะต้องเข้าไปรับการอบรมก่อนหลักสูตรเริ่ม 2 สัปดาห์เป็นการ orientation ครับ จะสอนความรู้เบื้องต้นทางทหารของประเทศสิงคโปร์ตลอดจนคำบอกคำสั่งทางทหารซึ่งเป็นภาษามาเลย์นะครับซ้ายหัน ขวาหัน กลับหลังหัน คำบอกคำสั่งต่างๆ เป็นภาษามาเลย์ทั้งหมดแต่ว่าเวลาเรียนใช้ภาษาอังกฤษครับสองสัปดาห์แรกเป็นการปรับตัวครับระเบียบแถวการเข้าแถวต่างๆ การมาร์ชิ่งทางกองทัพสิงคโปร์ยึดแบบปฏิบัติตามกองทัพอังกฤษครับ สำหรับหนึ่งกองร้อยก็จะมีด้วยกันสามหมวดซึ่งก็จะมีนักเรียนทำหน้าที่บังคับบัญชากันเองครับมีตำแหน่งต่างๆ ดังนี้
    ................CWC (Cadet Wing Commander) ทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากองร้อยครับควบคุมสั่งการบังคับบัญชา ลงโทษ
    ................CW2IC (Cadet Wing 2 IC) ทำหน้าที่เป็น รองหัวหน้ากองร้อยครับควบคุมสั่งการบังคับบัญชา ลงโทษ ดูแลในส่วนของการฝึก ศึกษาให้เป็นไปตามโปรแกรมคือต้องคอยคอนโทรลในส่วนของโปรเกรมในการศึกษาแต่ละวัน
    ................CWSM (Cadet Wing Sergeant Major) ทำหน้าที่หัวหน้านักเรียนจ่ากองร้อยดูแลเรื่องระเบียบวินัย คลังเครื่องสนาม เสบียงตลอดจนอุปกรณ์ในการฝึกศึกษาและเครื่องช่วยฝึกต่างๆ
    ................CAWSM (Cadet Asst. Wing Sergeant Major) ทำหน้าที่ ผู้ช่วยหัวหน้านักเรียนจ่ากองร้อย ส่วนใหญ่ดูแลเรื่องเกี่ยวกับอาวุธยุทโธปกรณ์ในการฝึก
    ................สำหรับตำแหน่งต่างๆดังที่ได้กล่าวมาแล้วจะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำหน้าที่ครับเพื่อที่จะฝึกให้ทุกคุณมีความรู้ความสามารถในส่วนของภาวะการเป็นผู้นำ

    ............Posting
    ................ครับดังที่ผมได้กล่าวมาแล้วในข้างต้นหลักสูตรจะมีสามช่วงคือ Tri Service Term, Service Term and Professional Term สำหรับที่นี่เมื่อเรียบครบเทอมแรกก็จะมีการเรียกว่าแยกเหล่ากันครับไม่ว่าจะเป็น Air Force, Navy and Infantry ครับเพื่อเป็นข้อมูลเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสำหรับกองทัพสิงคโปร์จะไม่รับนักเรียนน้อยร้อยที่มีเชื้อชาติมาเลย์เข้าศึกษาในหลักสูตรนักเรียนนายเรืออากาศและนักเรียนนายเรือนะครับอย่างที่เราทราบกันว่าที่สิงคโปร์มีหลายเชื้อชาติศาสนาไม่ว่าจะเป็นจีน มาเลย์ อินเดียส่วนใหญ่แล้วเชิ้อชาติมาเลย์จะได้อยู่เหล่าทหารราบครับ (infantry all the way ) หลังจากแยกเหล่าแล้วก็จะมีการศึกษาตามปกติส่วนผมก็ได้มาอยู่ที่เหล่าทหารราบอย่างเต็มตัวแล้ว จนกระทั่งศึกษาจนก่อนจะขึ้นเทอมสุดท้ายจะมีการแยกเรียนกอีกครั้งหนึ่งคราวนี้ Posting to Support Armed ไม่ว่าจะเป็น Armour Infantry,Signal, Combat Engineer, Artillery and Commando

    ............Physical Training เราเรียกว่า IPPT TEST ( Individual Physical Proficiency Test) จะมีการทดสอบอยู่เรื่อยๆ ถ้าคนไหนไม่ผ่านนะครับก็จะมีการเสนอเข้าที่ประชุมเพื่อทำการปลดออกจากสภาพการเป็นนักเรียนนายร้อยถ้าเืผื่อว่าร่างกายไม่สามารถที่จะผ่านการทดสอบได้

    ............Navigation Skills เป็นที่ทราบกันดีครับว่าทหาราบต้องชำนาญในด้าน Navigation การเดินแผนที่เข็มทิศซึ่งที่นี่จะเน้นมาก ฝึกการเดินแผนที่เข็มทิศในพื้นที่ปิด Closed Terrain ที่มีป่าเขาทึบ ทั้งกลางวันและกลางคืนท่านผู้อ่านคงจะสงสัยว่าสิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆ เอาพื้นที่ที่ไหนฝึก คำตอบก็คือที่นี่เขามีเกาะอยู่เกาะหนึ่งครับเรียกว่า Pulau Tekong ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับสนามบินนานาชาติ Changi ครับเกาะนี้ทั้งเกาะไม่มีพลเรือนอาศัยนะครับเป็นที่ตั้งของ BMTC ( Basic Military Training School) สำหรับคนที่ผ่านการเกณฑ์เพื่อเข้ารับราชการสองปีเหมือนบ้านเราครับ ที่นี่เรียกว่า NS ( National Service)

    ............Military Operational Training การฝึกที่นี่จะปฏิบัติโปรแกรมที่ได้กำหนดไว้ซึ่งค่อนข้างแน่นมากหลังจากที่เรียนภาควิชาการแล้วก็จะมีการทดสอบอยู่ตลอดเวลาซึ่งเวลาว่างนั้นไม่ค่อยจะมีการตื่นนอนและการเข้านอนนั้นเป็นเวลาซึ่งค่อนข้างเข้มงวดมาก บางครั้งแอบตื่นมากลางดึกเพื่อศึกษาจากระบบคอมพิวเตอร์ในห้องนอน สำหรับในส่วนของ Military Operational ก็จะเิริ่มจาก หมู่ ตอน หมวด กองร้อย ( Section , Platoon Company Training ) ตามลำดับ ดังนี้
  • The Infantry Section, Platoon and Company
  • Operation Staff Work
  • Offensive Operation – Movement Techniques
  • ffensive Operation – Immediate Action Drills
  • Offensive Operation – Attack Battle Drills ( Section and Platoon )
  • Defensive Operation
  • Retrograde Operation
  • Patrolling
  • Ambush
  • Fighting On Fortified Objectives ( FOFO )
  • Fighting In Built-Up Areas ( FiBUA )
  • Watermanship
  • Helicopter Training
  • Mechanised Operation
  • Demolition
  • Reports
  • Signal
  • General Training Safety Instruction
  • Training ROE –For Conventional Operations
  • Protection of Installation ( POI )
  • Civil-Military Relationship ( CMR ), Law or Armed Conflict ( LOAC ), Ruled of Engagement ( ROE ) & Media Relations

    ............OVERSEA TRAINING การฝึกต่างประเทศ
    ................อันเนื่องมาจากข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ที่ทำการฝึกกองทัพสิงคโปร์ได้ทำสัญญาในการขอใช้พื้นที่ฝึกของประเทศเพื่อนบ้านในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อใช้ในการฝึกทหารซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีชื่อเรียกต่างๆดังนี้
  • Brunei for Exercise Lancer
  • Taiwan for Exercise Starlight
  • Thailand for Exercise Crescendo
    ................ซึ่งในแต่ละประเทศก็จะมีข้อแตกต่างและข้อจำกัดของภูมิประเทศที่ทำการฝึกที่แตกต่างกันทำให้นักเรียนได้มีข้อเปรียบเทียบในการฝึกและศึกษา ซึ่งในการฝึกนั้นประกอบไปด้วย Navigation Package , Infantry Training or Artillery and Combat Engineer และรวมทั้งการยิงปืนด้วยกระสุนจริง ( Live Firing ) ซึ่งอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ เป็นของกองทัพสิงคโปร์ท้ั้งหมด

    ............ครับหลังจากการฝึกจากต่างประเทศซึ่งจะเป็นช่วงสุดท้ายของการศึุกษาของหลักสูตรนะครับก็จะเีตรียมการเพื่อที่จะสวนสนามเืื่พื่อรับกระบี่ในวันจบการศึกษาซึ่งก่อนหน้านี้สองสัปดาห์นักเรียนทุกเหล่าจะกลับมารวมกันอีกคร้ั้งเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันเน้นในเรื่องการเป็นผู้นำครับและทั้งหมดนี้ก็เป็นรายละเีอียดที่ผมได้รวบรวมเพื่อไว้เป็นประโยชน์แก่รุ่นน้องรุ่นหลังๆที่จะสอบสำหรับทุนในการศึุกษาเช่นเดียวกับผมและสำหรับบุคคลทั่วไปครับ สำหรับจากการที่ผมได้มีโอกาสมาศึกษาที่นี่นับว่าเป็นโอกาสอันดีของผมที่ได้แสวงหาความรู้ใหม่ได้เรียนรู้ได้เห็นถึงการฝึกคนของที่นี่ให้มีภาวะผู้นำตั้งแต่อายุยังน้อยๆการกล้าคิดกล้าทำ กล้าแสดงออก กล้าแสดงความคิดเห็นนับว่าเป็นตัวอย่างอันดีสำหรับคนไทย ตลอดทั้งความรู้ทางด้านทหารซึ่งทำให้เห็นข้อเปรียบเทียบทั้งการฝึก ศึกษา อาวุธ ยุทโธปกรณ์เทคโนโลยี เครื่องช่วยฝึกซึ่งสามารถนำมาเผยแพร่ความรู้ได้ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์อันดีัระหว่างมิตรประเทศอีกด้วย และเหนือสิ่งอื่นใดคือความภูมิใจครับถึงแม้จะเหน็จเหนื่อยสักเีพียงไหนสิ่งสำคัญที่ผมไม่ลืมก็คือได้สร้างความภูมิใจให้กับตัวเอง ครอบครัว กองทัพ และประเทศครับ
    ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

    กลับสู่หน้าหลัก
  • โดย นักเรียนนายร้อย สันติ ศรีมาตย์กุล
    rasputin@taharn.net

    กลับสู่หน้าหลัก

    CounterSee who's visiting this page.

    เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน

    ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
    บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 19 ก.ค. 48
    โดยนักเรียนนายร้อย สันติ ศรีมาตย์กุล ต้องการติดต่อผู้เขียนบทความ hs3ekf@hotmail.com