|
|||
|---|---|---|---|
| ท่านสามารถพูดได้อย่างเต็มภาคภูมิว่าท่านจบโรงเรียนลูกผู้ชาย เมื่อผ่านการเป็นทหาร | |||
| วิธีการเดินทางไปโรงเรียนนายสิบทหารบก ค่ายธนะรัชต์ ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธุ์ | ท่านคิดอย่างไร&xoxox | |
|---|---|---|
|
.................. เมื่อสองวันก่อนได้อ่านกระทู้ของน้องคนหนึ่งจากกระดานเสวนาทหารดอทคอมซึ่งคาดว่าคงสอบผ่านเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบกได้ สอบถามว่าจะไปขึ้นรถที่ไหนเพื่อจะไปโรงเรียนนายสิบทหารบก ที่อยู่ในค่ายธนะรัชต์ ก็ทำให้ผมนึกถึงศูนย์การทหารราบ ที่ทำงานเก่าของผมตอนเป็นร้อยเอกขึ้นมาทันที อันที่จริง ค่ายธนะรัชต์อยู่ห่างจากบ้านเกิดผมไม่มากนัก แต่ผมไม่เคยไปเลยจนกระทั่งเป็นนักเรียนนายร้อยปี 1 และ ปี 2 ที่ต้องเข้าไปฝึกเบื้องต้นของการเป็นทหาร ณ ค่ายแห่งนี้ และมีการอบรบอีกสองครั้งตอนจบเป็นร้อยตรีใหม่ ๆ และร้อยโทอีกครั้งในการเรียนชั้นนายร้อย แต่การเดินทางไปก็ไม่ได้มีอะไรที่ทำให้จดจำได้มากนัก นอกจากจำได้ว่า ตอนเป็นนักเรียนนายร้อย โรงเรียนพาไปขึ้นรถไฟที่หัวลำโพงแล้วไปลงที่สถานีวังก์พงจากนั้นก็มีขึ้นรถบรรทุกทหารเข้าไปในค่าย ส่วนตอนมาอบรมก็นั่งรถที่รุ่นเหมาเป็นส่วนรวม แต่ที่จำได้อย่างแม่นยำถึงการเดินทางไปค่ายธนะรัชต์ ก็คือตอนเป็นร้อยเอก แล้วได้รับคำสั่งย้ายจากหน่วยในกรุงเทพ ให้เป็นเป็นอาจารย์แผนกวิชาทั่วไป ของโรงเรียนทหารราบ เนื่องจากเคยทำสัญญาเอาไว้ว่าต้องไปใช้ทุนเป็นอาจารย์หลังจากไปเรียนหลักสูตรนายทหารราบพื้นฐานที่ศูนย์การทหารราบ สหรัฐ ................ ผมจำได้ว่าครั้งนั้นเป็นการย้ายหน่วยครั้งแรกของผมที่ทำให้มีความรู้สึกใจหายมากที่ต้องจากหน่วยที่ผมเลือกมากับมือตอนที่จบปีห้าจากโรงเรียนนายร้อย หน่วยที่ผมหมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็นเส้นทางให้ผมได้เจริญก้าวหน้าเหมือนกับแม่ทัพนายกองทั้งหลายทั้งในอดีตและปัจจุบันในขณะนั้น แต่ผมก็อยู่ที่หน่วยได้เพียงสี่ปีก็ต้องย้ายด้วยสาเหตุดังกล่าว คำสั่งส่งตัวจากหน่วยเก่าให้ผมเดินทางมารายงานตัวที่ศูนย์การทหารราบ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2533 ซึ่งเป็นวันหยุดและหยุดติดต่อกันมาหลายวัน ซึ่งผมได้ใช้เวลาดังกล่าวให้เป็นประโยชน์ในการย้ายข้าวของสำคัญมาไว้ที่บ้านที่เพชรบุรี และทำเรื่องส่วนตัวโดยเดินทางมารายงานตัวในวันจันทร์ที่ 8 มกราคม 2533 ด้วยการแต่งกายชุดปกติแขนยาวมีถุงทะเลที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายรวมทั้งสิ่งของอื่น ๆ ที่จำเป็นในการทำงานมาด้วยหนึ่งไป แต่การมาของผมในครั้งนั้นยังคงมาแบบทหารพเนจรคือ มาด้วยรถยนต์โดยสารประจำทางซึ่งตอนนั้นเป็นรถแดงมาลงหน้าค่าย จากนั้นก็แบกถุงทะเลมาต่อรถสามล้อเครื่องเข้าไปที่กองบัญชาการศูนย์การทหารราบ ถามเจ้าหน้าที่ว่าจะต้องไปที่ไหน เขาก็บอกให้ไปที่โรงเรียนทหารราบ ก็ต้องแบกถุงทะเลไปรายงานงานตัว รายงานตัวเสร็จทางโรงเรียนทหารราบก็บอกให้ไปที่กองการศึกษา ก็ต้องเดินไปแบบทุลักทุเล เพราะต้องแบกเอาถุงทะเลไปด้วย ประเภทเมื่อยก็หยุดหอบ หายเหนื่อยก็เดินต่อ โชคดีหน่วยที่ไม่ค่อยไกลเท่าไร จะมีเสียหน่อยก็คือเขินเท่านั้น ที่บนบ่าสองข้างมีดาวข้างละสามดวงแต่ต้องมีถุงทะเลทับเอาไว้ด้านหนึ่ง แต่ก็โล่งอกเหมือนยกภูเขาออกเมื่อมาเจอเพื่อนเก่าร่วมซอยตะกูล บ. ใบไม้/ ป. ปลา สมัยเป็นนักเรียนนายร้อยทำหน้าที่ที่ บก.กองการศึกษา ที่พาแนะนำขั้นตอนที่เหลือ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนั้นเหมือนกับคนที่กระหายน้ำเต็มที่แล้วมาเจอบ่อน้ำใหญ่ยังไงยังงั้นเลย และก็ทำให้ไม่เคยลืมน้ำใจที่เพื่อนมีให้กับเพื่อนจนจวบเท่าทุกวันนี้ ที่เล่ามาให้ฟังก็เพราะอยากบอกให้ทราบว่า การที่เราจะมีโอกาสเจอคนที่เขาหลังชนกำแพงหรือมืดแปดด้านนั้นไม่ใช่เจอกันได้บ่อย ๆ และการที่เราทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้ซึ่งไม่ได้ทำให้เราเดือดร้อนอะไรเลยและเราก็ไม่คิดอะไรด้วยนั้น มันอาจสามารถทำให้มัดใจเขาได้ตลอดไปหรือได้รับการช่วยเหลือตอบแทนในอนาคตแบบที่เราคิดไม่ถึงก็ได้ ................ ภาพเหตุการณ์ที่ว่านั้นยังคงติดตาตรึงใจผมจนถึงทุกวันนี้ และทำให้ผมอยากจะอย่างน้อยได้ช่วยบอกทางต่อบุคคลที่กำลังจะเดินทางไปค่ายธนะรัชต์แบบเดียวกับที่ผมเคยมาแล้วเมื่อ 15 ปีก่อน และสบโอกาสวันนี้ที่ได้อ่านคำถามจากกระดานเสวนาทหารดอทคอม จึงได้รวบรวมจากความรู้เก่า ๆ ซึ่งคิดว่ายังสามารถนำไปใช้ได้มาเขียนให้อ่านกันเป็นแนวทางสำหรับผู้สนใจ เพื่อเป็นการตอบแทนด้วยการกล่าวถึงความดีของเพื่อนและโรงเรียนทหารราบที่ทำให้ผมเข้าใจใหม่ได้ว่าอันที่จริงกองทัพและโลกไม่ได้มีแค่หน่วยที่เรารู้จักเท่านั้น โดยรายละเอียด การเดินทางไปค่ายธนะรัชต์มีดังต่อไปนี้ ![]() 1 รถโดยสารประจำทาง โดยเริ่มต้นจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ (เคยใหม่เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน) ที่ตลิ่งชัน แล้วหาซื้อตั๋วรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ (ปัจจุบันรถไม่ปรับอากาศน่าจะไม่มีแล้ว) ก็ได้แล้วแต่กำลังทรัพย์ สายกรุงเทพ หัวหิน - ปราณบุรี มีหลายเที่ยวในแต่ละวัน หรือนั่งรถกรุงเทพ-ประจวบก็ได้ สำหรับเที่ยวแรกตั้งแต่เช้ามืดประมาณตี 3 และเที่ยวสุดท้ายประมาณสี่ทุ่มหรือเที่ยงคืนไม่แน่ใจ รถจะวิ่งประมาณสามชั่วโมงครึ่ง จะผ่านประตูค่ายธนะรัชต์(ถ้านั่งรถประจวบอย่าเผลอหลับ) ถ้าลงก็รอต่อรถสองแถวเข้าค่ายค่าโดยสารเมื่อสิบห้าปีก่อนก็สองบาทเดี๋ยวนี้คงน่าจะเกิน 5 บาท แต่ถ้าสะดวกก็ต้องเหมารถเครื่องสามล้อ (ไม่แน่ใจว่าเขาเรียกว่าเบนเฮอร์หรือสกายแลป) ที่อาจจะราคาสูงกว่าหน่อย (ราคาเมื่อสิบห้าปีก่อนประมาณ 20 บาท ยิ่งหน้าตาเด๋อ ๆ ก็จะแพงขึ้นอีก)โดยบอกให้ไปส่งที่โรงเรียนนายสิบ ที่อยู่ลึกเข้าไปประมาณ 4 5 กิโลเมตร สำหรับรถโดยสารประจำทางกรุงเทพ - ปราณบุรีบางคันเมื่อเลยทางเข้าค่ายไปจอดที่จุดสุดท้ายคือตลาดปราณบุรีแล้วจะย้อนกลับมาแล้วเข้าไปส่งที่ตลาดล่างของค่าย ซึ่งจะทำให้ลดค่าโดยสารของรถเบนเฮอร์ได้ประมาณครึ่งหนึ่ง แผนที่สถานีสายใต้ใหม่ ตารางเวลาการเดินรถของบริษัทรถร่วมบริการ(ปรับอากาศ) ภาคใต้ ตารางเวลาการเดินรถของบริษัทรถร่วมบริการ (พัดลม) ภาคใต้ 2. รถไฟ สามารถซื้อตั๋วที่สถานีหัวลำโพง หรือบางกอกน้อย และสถานีอื่น ๆ ที่รถไฟสายใต้ผ่าน เช่นบางซื่อ หรือที่นครปฐม ตอนซื้อตัวให้เลือกรถไฟสายที่ไปถึงสถานีวังพงและต้องจอดเพราะเราต้องลงที่นี่ รถไฟจะใช้เวลามากกว่ารถโดยสารแต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่าเป็นรถไฟประเภทใด ถ้าเดินทางออกจากหัวลำโพงโดยเฉลี่ยประมาณ 4 -5 ชั่วโมงรถไฟก็จะมาถึงสถานีหัวหินก็ให้เตรียมตัวได้ เพราะอีกประมาณยี่สิบกิโลเมตรก็จะถึงสถานีวังพง เมื่อลงที่สถานีวังพงรถรับจ้างที่เจอก็คือสามล้อเบนเฮอร์ มาคอยรับผู้โดยสารทุกเวลาที่รถไฟจอดราคาย่อมแพงกว่านั่งจากหน้าค่าย ก็ต่อรองราคาบ้างพอเป็นพิธีหลังจากบอกว่าจะไปที่โรงเรียนนายสิบทหารบก ค้นหาเวลารถไฟด้วยตนเอง (จากสถานี กรุงเทพ (หัวลำโพง) หรือ ธนบุรี (บางกอกน้อย) ไปวังก์พง 3. รถตู้โดยสารขนาดเล็ก ประเภทนี้ผมไม่เคยใช้บริการเพราะมาที่หลังผมย้ายออกจากค่ายธนะรัชต์หลายปี แต่เพื่อนผมที่ยังคงอยู่ในค่ายใช้บริการไปมากรุงเทพ ปราณบุรีบ่อย ผมเองทราบเพียงแต่ว่ามีสถานีที่คิดว่าไม่มีกฏหมายรับรองแบบเดียวกับเส้นทางรถบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถ้าคิดจะไปคงต้องไปสอบถามและสำรวจล่วงหน้าก่อนวันสองวัน คาดว่ารถน่าจะวิ่งใช้เวลาไม่มากกว่ารถโดยสารประบอากาศประจำทางและไปส่งลงหน้าค่ายธนะรัชต์ สำหรับราคาหรือเวลาออกนั้นถ้าใครมีข้อมูลก็บอกด้วย 4. นั่งรถส่วนตัวไปกันเอง ถ้าออกจากกรุงเทพ ก็ขอแนะนำเส้นทางที่คิดว่าสะดวกคือ ขึ้นทางด่วนที่ไปลงถนนพระรามสอง ตอนลงปลายทางด่วนมองให้ดีว่าเราไปทางสมุทรสาคร ลงแล้ววิ่งไปทางตะวันตกจนสุดถนนพระรามสองจะถึงวังมะนาว อำเภอบางเค็ม จังหวัดราชบุรี เส้นทางประมาณ 80 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายลงใต้ตามถนนเพชรเกษมผ่าน อำเภอเขาย้อยอ้อมผ่านตัวเมืองเพชรบุรี ผ่านอำเภอท่ายางบ้านผมจนถึงทางแยกสายใหม่อำเภอชะอำระยะทางรวมประมาณ 75 กิโมตร แล้วเบี่ยงออกขวาไปตามถนนเพชรเกษมตัดใหม่อ้อมชะอำและหัวหินอีกประมาณ 40 กิโลเมตรถนนก็จะกลับเข้ามาบรรจบกับถนนเพชรเกษมเก่าระหว่างอำเภอหัวหินและปราณบุรี เลี้ยวขวาไปตามถนนเพชรเกษมประมาณสองสามกิโลเมตร มองทางด้านขวาจะเห็นกำแพงและประตูทางเข้าค่ายธนะรัชต์ เลี้ยวเข้าไปจอดรถลงแจ้งความประสงค์ว่าต้องการไปที่โรงเรียนนายสิบต่อเจ้าหน้าที่ทหารที่รักษาการณ์ แล้วขับต่อเข้าไปตามถนนประมาณ 4-5 กิโลเมตรจะเห็นอนุสาวรีย์จอมพลสฤษฎิ์ และตึกกองบัญชาการศูนย์การทหารราบอยู่ทางซ้ายเลยเข้าไปอีกสองร้อยเมตรจะเจอวงเวียนพระยาพิชัย (มั้ง) อ้อมวงเวียนแล้วไปถนนทางขวาเกือบสุดทางที่เป็นเรือนจำให้เลี้ยวซ้ายถนนก่อนถนนสุดท้าย (สายสี่มั้ง) ขับตรงไปพยายามมองทางด้านซ้ายประมาณกิโลเมตรหนึ่งจะเข้าเขตโรงเรียนนายสิบทหารบก ถ้าเข้าค่ายแล้วยังหลงก็จอดถามทหารได้ทุกคน ![]() กลับสู่หน้าหลัก |
![]() กลับสู่หน้าหลัก ![]() เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ |
|
|
บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 15 เม.ย. 48 ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม ICQ ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน Contact list ใน ICQ ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วเลือก Web Page address (URL) หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมา ดูว่าตรงกับชื่อ address ในเบราเซอร์ แล้วกด Send ได้เลย ท่านสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงได้การพิมพ์ลงในช่องด้านล่างเรียบร้อย แล้วกด Send ได้เลยครับ |
||