หน้าที่หนึ่งเดียวของทหารคือ การป้องกันประเทศและปกป้องประชาชน
28 หลักการพื้นฐาน ของ หน่วยทหารระดับกองร้อย ในการต่อสู้เพื่อเอาชนะการก่อความไม่สงบ ท่านคิดอย่างไร

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

ผู้เขียน
................ดร.เดวิด คิลคูเลน รับราชการในกองทัพบก ออสเตรเลีย ๒๑ ปี เป็น ผบ.ร้อย กกล. ออสเตรเลียใน ติมอร์ ตะวันออก เป็นครูสอนยุทธวิธี ในหลักสูตร ผบ.หมวด ที่ รร.ร. อังกฤษ ปฏิบัติภารกิจเพื่อสันติภาพ ใน Cyprus และ Bougainville เป็นที่ปรึกษาทางทหารให้กับหน่วย รบพิเศษ อินโดนีเซีย ปฏิบัติภารกิจในหลายประเทศแถบ ตะวันออกกลาง ร่วมกับทั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษ และกำลังพลเรือน ปัจจุบัน ปฏิบัติงานใน Office of The Coordinator for Counterterrorism ของ U.S. State Department ในตำแหน่ง หัวหน้างานด้านยุทธศาสตร์.

ผู้แปล / เรียบเรียง
................พ.อ. ปริญญา ฉายดิลก ประจำ บก.ทหารสูงสุด ช่วยราชการ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ ยก.ทหาร ผ่านการปฏิบัติงานที่สำคัญที่ผ่านมา เช่น หัวหน้าชุดปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจ ๓๒๗ ในภารกิจควบคุมพื้นที่ จีนฮ่ออพยพ และชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ,แม่ฮ่องสอน เป็นหัวหน้าทีมข่าวลับ ทภ.3 .ปฏิบัติหน้าที่ หัวหน้ากิจการพลเรือน กกล. ทบ. ไทย ในติมอร์ ตะวันออก. นายทหารฝ่ายการข่าว พัน ร. ๔๗๒ ราชการสนามบ้านร่มเกล้า. กรณีพิพาท ไทย-ลาว. ปฏิบัติหน้าที่นายทหารประสานภารกิจ ต่อต้านการก่อการร้ายใน National Coordinating Center for Combating Terrorism and Transnational Crime สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และได้รับการศึกษา ในหลักสูตร ปจว. และกิจการพลเรือนจากประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งหลักสูตร Counterterrorism Fellowship ที่ National Defense University สหรัฐอเมริกา

คำนำ
................บทความนี้ ผู้แปลได้รับจาก เอกสาร เสริมความรู้ ใน เวบไซด์ ของ Counterterrorism Fellowship เรื่อง Twenty Eight Articles Fundamentals of Company Level Counterinsurgency ของ Dr. David Kilcullen ซึ่งหลังจากได้ศึกษา และนำมาพิจารณาเปรียบเทียบกับประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ประกอบกับการที่ได้มีโอกาสติดตามสถานการณ์ ปัญหาความไม่สงบทางภาคใต้ของไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการศึกษาจากข้อเขียน ข้อวิเคราะห์ การร่วมประชุม และสัมมนาทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ปฏิบัติราชการที่ สมช. เห็นว่า ข้อเขียน และ เนื้อหาในบทความนี้ มีความชัดเจน มีแนวทางที่เป็นรูปธรรม สามารถนำมาดำเนินการได้ในทางปฏิบัติ หากได้ศึกษา และทำความเข้าใจอย่างรอบคอบแล้ว จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้สำหรับ ผบ.หน่วย ที่จะต้องปฏิบัติภารกิจใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ การปฏิบัติภารกิจเพื่อสันติภาพของหน่วย ตั้งแต่ระดับ ชุด หมู่ หมวด กองร้อย และ กองพัน ได้เป็นอย่างดี ด้วยหลักคิดที่ว่า การจะกระทำการใดๆให้สำเร็จนั้น จำเป็นต้องเริ่มจากจุดเล็กๆ ที่เข้มแข็ง เมื่อนำมาผนึกรวมกันแล้ว จะประสบผลอย่างแน่นอน จึงได้พยายามแปลเป็นภาษาไทย เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษา ทั้งนี้หากว่า การแปลครั้งนี้ เป็นประโยชน์และสามารถนำไปใช้ได้จริงแล้ว ก็ถือได้ว่าผู้แปล ได้รับใช้กองทัพ และประเทศชาติที่รัก และหวงแหนของคนไทยทุกคน ในอีกรูปแบบหนึ่ง

กล่าวนำ
................เมื่อกองร้อยของคุณได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในปฏิบัติการปราบปรามการก่อความไม่สงบในประเทศอิรักหรือประเทศอัฟกานิสถาน คุณได้อ่านหนังสือของ เดวิด กาลูล่า ที.อี. ลอว์เลนซ์ และ ของโรเบิร์ต ธอมสัน คุณได้ศึกษา FM 3-24 ซึ่งจะทำให้คุณได้เข้าใจ ประวัติศาสตร์ ปรัชญา และทฤษฎีของการก่อความไม่สงบ และหลังจากการได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Black Hawk Down และ The Battle of Algiers แล้ว คุณก็คงตระหนักดีว่าภารกิจนี้เป็นความท้าทายที่ยากที่สุดในชีวิตของคุณ แต่ความหมายของทฤษฎีทั้งหมดที่คุณเข้าใจนั้นคืออะไร และที่สำคัญที่สุดคือ เราจะแปลงหลักการต่างๆ ให้เป็นการปฏิบัติจริงด้วยวิธีใด โดยเฉพาะ ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น เกิดเหตุในเวลากลางคืน สัญญาณระบุตำแหน่งจากดาวเทียม(GPS) ล่ม สื่อต่างๆ กำลังวิพากษ์วิจารณ์คุณ และประชาชนท้องถิ่นก็กำลังเรียกร้องและประท้วงด้วยภาษาที่คุณไม่เข้าใจ รวมทั้งมีศัตรูที่มองไม่เห็นสังหารกำลังพลในกองร้อยของคุณทีละคนสองคนในขณะเดียวกัน ผู้ที่ก่อความไม่สงบที่คุณเผชิญอยู่ ก็สามารถปรับยุทธศาสตร์และยุทธวิธีได้เป็นอย่างดี ตลอดเวลาและหลากหลายรูปแบบ คำถามที่สำคัญคือ การต่อต้านการก่อความไม่สงบจะประสบความสำเร็จ และเป็นจริงได้อย่างไร ซึ่งยังไม่มีคำตอบที่เป็นที่ยอมรับอย่างแท้จริงสำหรับปัญหาเหล่านี้ ดังนั้น การจะปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบ คุณต้องใช้เชาว์ปัญญาทั้งหมดที่คุณมี แต่อย่างไรก็ตามจงอย่าได้ตื่นตระหนกมากเกินไป เพราะว่า คุณไม่ใช่คนแรกที่เผชิญกับความกังวลเกี่ยวกับปัญหาลักษณะนี้และ ยังมีคำแนะนำพื้นฐานทางยุทธวิธี ที่คุณสามารถนำมาใช้ เพื่อเชื่อมโยงทฤษฎีและเทคนิคต่าง ๆให้เข้ากับวิธีการปฏิบัติที่คุณได้รับการฝึกมาแล้ว

การปราบปรามความไม่สงบหมายถึงอะไร
................ถ้าคุณยังไม่เคยศึกษาทฤษฎีการปราบปรามการก่อความไม่สงบมาก่อน เพื่อทำความเข้าใจ มีทฤษฎีอย่างย่อดังนี้ การต่อต้านการก่อความไม่สงบ เป็นการแข่งขันระหว่างฝ่ายต่อต้านกับผู้ก่อความไม่สงบเพื่อแย่งชิงสิทธิ และความสามารถในการเอาชนะใจ รวมถึงจิตวิญญาณและการยอมรับของมวลชน ดังนั้นคุณจึงถูกส่งเข้าไปแข่งขันในพื้นที่ ในสภาวะที่ผู้ก่อความไม่สงบอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งที่สุด สามารถจะเอาชนะทุกสิ่งที่อ่อนแอได้ ซึ่ง ถึงแม้ว่าคุณจะมีขีดความสามารถในการรบมากกว่า มียุทโธปกรณ์ที่สามารถใช้ได้หรือควรใช้ในสถานการณ์การรบที่ดีกว่า แต่ถ้าใช้อำนาจของอาวุธนี้อย่างไม่ฉลาด และไม่รอบคอบ อาจก่อให้เกิดการปะทะที่นองเลือด ประชาชนที่ไร้ที่อยู่ และการแตกแยกทางสังคมได้ ซึ่งผลกระทบเหล่านี้จะเป็นเชื้อที่ทำให้การก่อความไม่สงบมีอยู่ต่อไปอย่างไม่หมดสิ้น ดังนั้นแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสมมากที่สุด คือ การใช้การเมืองท้องถิ่น การช่วยเหลือประชาชน และ มาตรการแบบตำรวจในการบังคับใช้กฏหมาย ในการจะทำให้ฝ่ายของคุณเป็นผู้ชนะนั้นไม่จำเป็นต้องทำให้ประชาชนชอบคุณ แต่คุณต้องทำให้พวกเขาเคารพคุณ และยอมรับว่าการปฏิบัติการของคุณก่อให้เกิดประโยชน์แก่พวกเขา และทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในความซื่อสัตย์ และความสามารถในการรักษาคำมั่นที่ให้กับพวกเขา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งในสมรภูมินี้ การรับรู้ในหมู่ประชาชนและข่าวลือ มีอิทธิพลมากกว่าข้อเท็จจริงทั้งมวล และยังมีอำนาจมากกว่ารถถังนับร้อยคันเสียอีก
................ดังนั้น เนื้อหาในบทความที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ จะประกอบด้วยข้อสังเกตที่มาจากประสบการณ์ที่สั่งสมมา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญและได้ผ่านการกลั่นกรองมาจากสิ่งที่ผู้ที่ได้ไปปฏิบัติหน้าที่มาแล้ว ได้เรียนรู้จากบทเรียนจากหลายๆสมรภูมิการปฏิบัติต่างๆ โดยนำมาถ่ายทอดในรูปแบบของบทบัญญัติเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ดังนั้น คำแนะนำในขั้นนี้คือ จงใช้บทบัญญัติเหล่านี้อย่างรอบคอบและ ตั้งคำถามอย่างสม่ำเสมอในทุกๆขั้นตอน.

การเตรียมตัวก่อนเข้าสู่พื้นที่ ช่วงเวลาของการเตรียมการ ก่อนการเคลื่อนย้ายหน่วยในการปฏิบัติงานนั้นสั้นมาก และคุณจะไม่มีเวลาได้คิดมาก และมีหลายเรื่องที่คุณต้องทำ ดังนั้น นี้จึงเป็นโอกาสที่ดีของคุณในการเตรียมพร้อม และเตรียมคำสั่งของคุณ

1. การทำความรู้จักกับเขตอิทธิพล และพื้นที่ปฏิบัติการของฝ่ายตรงข้าม การทำความรู้จักผู้คน ลักษณะภูมิประเทศ เศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม รวมทั้งทำความรู้จักหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน ถนนทุกสาย ทุ่งนาทุกแปลง ประชาชนทุกกลุ่ม ผู้นำชนเผ่าทุกคน และข้อขัดข้องใจในอดีต โดยสรุปคือ ภารกิจของคุณคือการเป็นผู้เชี่ยวชาญในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพื้นทีที่คุณรับผิดชอบ ถ้าคุณยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคุณต้องปฏิบัติการในพื้นที่บริเวณใด ให้ศึกษาบริเวณทั่วไปก่อน จงอ่านแผนที่ให้เหมือนกับการอ่านหนังสือ ซึ่งทำได้โดยการศึกษาแผนที่ทุกคืนก่อนเข้านอน และลองวาดแผนที่นั้นๆจากสิ่งที่คุณจำได้ในทุกๆ เช้า จนกระทั่งคุณจำทุกรายละเอียดได้อย่างขึ้นใจ และจงทำความเข้าใจพื้นที่ปฏิบัติการ และพัฒนาขึ้นในใจตลอดเวลาเมื่อมีข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งก็คือจัดทำโครงร่างของแผนไว้ในสมอง ที่พร้อมจะใส่ความรู้ใหม่ๆทุกอย่างที่คุณเรียนรู้มา ให้คุณศึกษาบันทึกที่ได้รับมอบมาจากผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ก่อนหน้าคุณ แต่ถ้าจะทำให้ดียิ่งขึ้นก็คือการดำรงการติดต่อกับหน่วยที่ปฏิบัติการในพื้นที่ขณะนั้น พูดคุยและคัดสรรความคิดริเริ่มของพวกเขาออกมา ซึ่งในข้อเท็จจริงนั้น เมื่อคุณเข้าพื้นที่ จะ มีเจ้าหน้าที่ด้านข่าวกรองและผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่มาบรรยายสรุปแก่คุณ แต่การกระทำเช่นนี้ไม่ค่อยได้ประโยชน์มากนัก มักจะเป็นลักษณะทางพิธีการ หรือถึงมีเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลแก่คุณ ก็จะไม่ทำให้คุณเกิดความชำนาญได้มากนัก นอกจากนั้นจงทำความเข้าใจขอบเขตของ “พื้นที่อิทธิพล” ซึ่งอาจเป็นบริเวณมีพื้นที่กว้างขวาง สิ่งที่สำคัญที่สุดในข้อนี้คือ การให้ความรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองต่างๆ เกี่ยวกับพื้นที่ปฏิบัติการ กับ ผบ. หมวด และนายทหารชั้นประทวนทุกคนในหน่วย เพื่อให้แต่ละคนพัฒนาความสามารถของตัวเอง และสามารถนำหน่วย รวมทั้งบรรยายสรุปให้ผู้อื่นฟังได้ เรื่องนี้คุณจะละเลยไม่ได้ ถ้าคุณละเลยส่วนนี้ไป จะทำให้คุณพบกับจุดจบได้

2. การวินิจฉัยปัญหา หลังจากที่คุณทำความรู้จักกับพี้นที่ และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แล้ว คุณก็เริ่มขั้นตอนการวินิจฉัยปัญหาเพื่อให้รู้ว่า ใครคือกลุ่มผู้ที่ก่อความไม่สงบ อะไรเป็นสิ่งที่จูงใจผู้ก่อความไม่สงบเหล่านั้น และอะไรจะเป็นสิ่งที่ผลักดันความคิดพวกผู้นำท้องถิ่น การต่อต้านการก่อความไม่สงบนั้นโดยพื้นฐานแล้วเป็นปฏิบัติการที่มีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างก็พยายามหาทางที่จะได้มาซึ่งการสนับสนุนของประชาชนเพื่อมาสนับสนุนวัตถุประสงค์ของแต่ละฝ่าย การต่อต้านการก่อความไม่สงบนั้นมีหลายแง่มุมให้พิจารณา ดังนั้นคุณต้องทำความเข้าใจว่าสิ่งใดเป็นสิ่งที่จะโน้มน้าวประชาชน และจะจูงใจให้ได้ซึ่งการสนับสนุนจากพวกเขาได้อย่างไร คุณจำเป็นต้องทราบว่าผู้ก่อความไม่สงบหาแนวร่วมได้อย่างไร นั่นคือหมายถึง คุณต้องรู้จักศัตรูที่แท้จริงของคุณ ศัตรูที่พัฒนาและปรับตัวอยู่ตลอดเวลา มีความชำนาญพื้นที่ และอาจจะเติบโตมาในพื้นที่ที่คุณจะไปปฎิบัติหน้าที่ก็เป็นได้ ผู้คนในท้องถิ่นอาจจะรู้จักเขามาตั้งแต่เด็ก แต่พวกเขารู้จักคุณเป็นเวลามากเพียงใด ความสำเร็จส่วนใหญ่ของผู้ก่อความไม่สงบ มาจากนโยบายทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่รักษาความสงบที่บาดหมางกับประชาชน ควรถกแถลงเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ร่วมกับ ผบ.หมวดและ ผบ.หมู่ ให้มีการถกแถลงความคิดเห็น สำรวจปัญหา รวมทั้งทำความเข้าใจสิ่งที่ท่านเผชิญอยู่ และหาข้อตกลงใจที่เป็นเอกฉันท์ ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะฟังดูเหมือนไม่ใช่วิธีการทางทหาร แต่คุณจำเป็นต้องใส่ใจในประเด็นนี้ เพราะเมื่อคุณอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติการ เหตุการณ์ต่างๆอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่หน่วยจะรอรับคำสั่ง หรือการสั่งการของผู้บังคับบัญชา เหล่านายสิบและพลทหารอาจจะต้องตัดสินใจอย่างฉับพลันในที่เกิดเหตุ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะ มีผลกระทบทางด้านยุทธศาสตร์ด้วย หนทางเดียวที่จะช่วยทหารเหล่านั้นในการตัดสินใจก็คือการทำความความเข้าใจร่วมกัน และไว้ใจเหล่าทหาร เพื่อวันหนึ่งเมื่อเขาเผชิญเหตุ พวกเขาจะสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง

3. จัดระบบข่าวกรอง ในภารกิจการต่อต้านการก่อความไม่สงบ การสังหารศัตรูนั้นง่าย แต่การจะหาตัวศัตรูให้พบนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ ในข้อเท็จจริงแล้วงานด้านข่าวกรองและการปฏิบัติงานในพื้นที่จึงเป็นงานที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน คือ การปฏิบัติการจะสำเร็จได้ด้วยแรงผลักดันจากงานด้านข่าวกรอง และข่าวกรองที่ได้มานั้นส่วนใหญ่แล้วก็มาจากการปฏิบัติการของคุณเอง มิใช่เป็น “ผลผลิต” ที่จัดเตรียมและส่งมาจากหน่วยเหนือ ดังนั้นคุณจำเป็นต้องจัดตั้งระบบงานข่าวกรองของหน่วยขึ้นมาเอง คุณอาจจะต้องมีฝ่ายข่าวกรองและผู้วิเคราะห์ข่าวของกองร้อย คุณอาจต้องมีฝ่ายข่าวและ ฝ่ายยุทธการในระดับหมวด และคุณอาจต้องมีหน่วยลาดตระเวณและส่วนควบคุมตรวจสอบ คุณอาจไม่มีผู้ที่รู้ภาษาท้องถิ่นในหน่วยจำนวนมากพอ ซึ่งก็ไม่จำเป็นอยู่แล้ว แต่ขอให้ พิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าควรจะต้องหาพวกเขาจากที่ใหน ผู้รู้ภาษาท้องถิ่นมีประโยชน์มากในการเอาชนะการก่อความไม่สงบ แต่ก็เหมือนกับการขาดแคลนด้านอื่นๆ ซึ่งจำเป็นต้องจัดลำดับความเร่งด่วน อาจจำเป็นต้องมีแผนสำรองในกรณีที่คุณไม่มีผู้รู้ภาษาเหล่านั้นมา บ่อยครั้งในช่วงการเตรียมตัวก่อนการเคลื่อนย้าย ล่ามจะมีประโยชน์ในการฝึกให้กำลังพลของคุณรู้จักในการใช้ภาษาพื้นฐานได้ แต่คุณอาจคิดว่าไม่ได้ประโยชน์เพิ่มมากนัก แต่คุณก็จำเป็นต้องปฏิบัติ จงคัดเลือกทหารที่ฉลาดที่สุดและบรรจุทหารเหล่านั้นในฝ่ายการข่าว หรือ หน่วย R&S ถึงแม้คุณต้องลดหมู่ปืนเล็กลงไปซักหนึ่งหมู่ แต่ฝ่ายข่าวที่คุณตั้งขึ้นนั้น จะช่วยทดแทนและลดการสูญเสียของหน่วยลงไปได้

4. การประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ เกือบทุกกระบวนการในการต่อต้านการก่อความไม่สงบต้องอาศัยการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ และต้องทำทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานกับหน่วยดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ หน่วยข่าวกรอง หน่วยปฏิบัติการกิจการพลเรือน จนกระทั่งถึงการเก็บขยะ ทั้งหมดนี้จะเกี่ยวข้องกับงานของคุณ ซึ่งเป็นงานที่ต้องทำงานร่วมกับพลเรือน และประชาชนในท้องถิ่นซึ่งคุณไม่สามารถควบคุมหรือสั่งการได้ แต่คนเหล่านี้จะมีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของคุณ จงฝึกการปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานอื่นให้กับกองร้อยของคุณ ทั้งนี้ข้อมูลการประสานงานเหล่านี้จะได้จากหน่วยเหนือ หน่วยใกล้เคียง หน่วยสนับสนุนอื่นๆ และตำรวจท้องถิ่นหรือ แม้แต่ส่วนบริหารงานท้องถิ่น จงเลือกและฝึกคีย์แมนสำคัญในแต่ละหมู่ในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ จงตระหนักว่าพลเรือนกลัวปืนไรเฟิล หมวกเหล็ก เสื้อเกราะ ดังนั้นจงเรียนรู้วิธีที่จะทำให้พวกเขาไม่กลัว ลองถามความเห็นกับคนอื่นๆที่มาจากในพื้นที่ หรือวัฒนธรรมนั้นๆ เพื่อทดสอบแนวความคิดของคุณว่าเหมาะสมหรือไม่ ลองมองในมุมมองของพลเรือนที่ไม่มีความรู้ใดๆเกี่ยวกับเรื่องของทหาร ลองสมมติว่าคุณจะปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อมีชาวต่างถิ่นเข้ามาในถิ่นที่อยู่ของคุณ และชี้นำกิจกรรมต่างๆที่คุณได้วางแผนไว้ ลองจินตนาการว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนไปที่บ้านพ่อ แม่ของคุณแล้วทำสิ่งที่คุณคิดจะทำในพื้นที่ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ต้องตระหนักว่าปฏิบัติการของคุณจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ภารกิจการพัฒนาและการสร้างความมั่นคงในระยะยาวนั้น จะเกิดจากการกระทำโดยหน่วยงานของพลเรือน และจะเป็นฝ่ายที่ชี้ชัยชนะของสงครามในที่สุด

5. ลดการบรรทุกลง แต่เพิ่มความพร้อมในส่วนสนับสนุน คุณจะถูกให้บรรทุกน้ำหนัก สิ่งของต่างๆติดตัวไปด้วย เช่น เสื้อเกราะ อาหารแห้ง ลูกกระสุนสำรอง เครื่องมือสื่อสาร และอื่นๆอีกมาก ส่วนฝ่ายตรงข้ามจะมีแค่ปืนไรเฟิล หรือ จรวด อาร์ พี จี อย่างอื่นก็อาจจะเป็นขวดน้ำเท่านั้น ซึ่งถ้าคุณไม่พยายามที่จะลดการบรรทุกลง คุณจะถูกจำกัดความสามารถในการเคลื่อนที่ และฝ่ายตรงข้ามก็จะสามารถ รบกวนคุณได้อย่างง่าย และสามารถวิ่งวนอยู่รอบๆตัวคุณ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมั่นใจว่า เมื่อลดการบรรทุกลงแล้ว คุณจะสามารถได้รับการสนับสนุนจากส่วนสนับสนุนได้เมื่อต้องการ และขอให้ตระหนักเสมอว่า ฝ่ายตรงข้ามจะพยายามโจมตีจุดอ่อนของเรา ดังนั้นต้องทำการป้องกันพื้นที่ และที่ตั้งส่วนสนับสนุนให้ดี ในอิรัก การปฏิบัติการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามจะมุ่งต่อที่ตั้งการสนับสนุน และขบวนลำเลียง ดังนั้น คุณต้องทำการวางแผนที่เหมาะสม ให้มั่นใจว่าที่ตั้งสำคัญเข้มแข็ง มีการติดต่อสื่อสารที่ดี และฝึกเจ้าหน้าที่ทุกๆส่วนให้พร้อมทำการรบได้ ซึ่งเขาเหล่านี้อาจจำเป็นต้องทำการรบ ยิ่งกว่าหมู่ปืนเล็กเสียอีก.

6. หาที่ปรึกษา ด้านการเมืองและวัฒนธรรม หากเป็นไปได้ ในการต่อต้านการก่อความไม่สงบ หน่วยระดับกองร้อย ควรได้รับที่ปรึกษาด้านการเมืองและวัฒนธรรมของพื้นที่มาประจำอยู่ นักเจรจาต่อรองหรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ที่สามารถพูดภาษาท้องถิ่น จะสามารถให้คำแนะนำ และแก้ปัญหาในปัญหาที่ยุ่งยาก อันเกิดจากการเมืองในท้องถิ่นได้ แต่ในโลกของความเป็นจริงนั้น หน่วยระดับกองบัญชาการหรือ กองพลเท่านั้นจึงจะมีที่ปรึกษาได้ แต่ระดับคุณคงไม่ได้รับการสนับสนุน ดังนั้นคุณต้องแสวงหาเอง ลองมองหาคนที่พอจะเป็นที่ปรึกษาได้ ทั้งในแง่การเมืองและวัฒนธรรมภายในหน่วยของคุณ อาจจะเป็นนายทหาร หรือไม่ใช่ก็ได้ บางครั้งคนที่มีทักษะในเรื่องนี้ อาจจะเก่งกว่าพวกที่เรียนจบมาก็ได้ จงอย่าพยายามเป็นที่ปรึกษาด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าคุณจะเห็นความสำคัญ และตระหนักในมิติของการเมือง และวัฒนธรรมอย่างยิ่ง แต่ภารกิจที่กระทำมันต่างกัน และจงอย่าให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าวที่จัดขึ้นมาทำงานนี้ ซึ่งเขาอาจช่วยในบางเรื่องได้ อย่าลืมว่างานการข่าวนั้นจะมุ่งต่อสภาวะแวดล้อมทั่วไป แต่อย่างไรก็ตามงานที่ปรึกษานั้นจะช่วยงานฝ่ายการข่าวได้.

7. ฝึกผู้บังคับหมู่ และจงเชื่อมั่นในตัวเขา งานการต่อต้านการก่อความไม่สงบ เป็นสงครามของ ผบ.หมวด ผบ.หมู่หรือบ่อยครั้งก็เป็นสงครามของ พลทหาร ด้วยซ้ำ การต่อสู้จะปรากฏผลในทันที ณ จุดปะทะ ซึ่งใครก็ตามที่สามารถนำพลังอำนาจในการรบ มาใช้ได้ทันที แม้แต่ตามมุมของถนนในเมือง จะเป็นผู้ชนะ โดยผู้บังคับหน่วยในจุดที่ปะทะจะต้องเป็นผู้บัญชาการรบขณะนั้น ดังนั้น คุณต้องฝึก ผบ.หมู่ ให้มีขีดความสามารถ ในการควบคุมและบัญชาการรบให้ได้ โดยไม่ต้องรอรับคำสั่ง ถ้า ผบ.หมู่ มีความสามารถเพียงพอ คุณก็จะมีเวลาเพียงพอในการคิดหาแผนการอื่นๆได้ การฝึกควรเน้นไปที่ขีดความสามารถพื้นฐาน เช่น การซุ่มยิง การลาดตระเวน การ รปภ.ทั้งในขณะเคลื่อนที่ และการหยุด การจัดตั้งจุดตรวจ และทำการซักซ้อม เมื่อไม่มั่นใจในหน่วย จงใช้เวลาที่กองร้อย หรือ ที่หมวดให้น้อยลง แต่เพิ่มเวลาให้กับหน่วยระดับหมู่มากขึ้น จงสับเปลี่ยนผู้บังคับหมู่ที่ไม่มีความสามารถพอ และเมื่อ ผู้บังคับหน่วยเหล่านั้นได้รับการฝึกแล้ว คุณต้องแลกเปลี่ยนแนวความคิดการวิเคราะห์ร่วมกัน และประเมินการปฏิบัติการ ร่วมกับเขา และที่สุด คุณต้องเชื่อมั่น และไว้ใจเขา แต่อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงแล้ว ก็มีเพียงบางกองร้อยหรือบางหมวด เท่านั้น ที่มั่นใจในกำลังพลของเขา แต่ในสงครามต่อต้านการก่อความไม่สงบ นั้น คุณไม่มีทางเลือก.

8. ยศอาจจะไม่มีผล แต่ความสามารถคือสิ่งสำคัญ ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นผู้ที่มีขีดความสามารถและความเหมาะสมในการปฏิบัติการต่อต้านการก่อความไม่สงบ มีผู้คนจำนวนมากที่ไม่เข้าใจแนวความคิดเรื่องการต่อต้านการก่อความไม่สงบนี้ และบางคนก็ไม่สามารถทำภารกิจนี้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก และสำคัญ มีนักรบตามแบบบางคนเท่านั้นที่จะชำนาญในเรื่องนี้ ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ แต่จะมีไม่มากที่ปฏิบัติงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ จงเรียนรู้วิธีที่จะเลือกคนเหล่านั้น และบรรจุเขาในตำแหน่ง ที่จะสามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ยศอาจจะไม่สำคัญเท่าความสามารถ นายสิบที่มีความฉลาดเฉลียว ๒-๓ คน ในกองร้อยอาจจะทำให้ ภารกิจสำเร็จได้ ในขณะที่ นายทหาร ที่มีความสามารถกลางๆ นับร้อยที่ได้รับการฝึกมาแล้ว อาจจะทำไม่ได้ในภารกิจเช่นนี้.

9. สร้างแผนสถานการณ์ ขึ้นมาเป็นเกมส์ให้ทำการฝึก ขั้นตอนสุดท้าย ในการเตรียมการก็คือการพัฒนาแผนเผชิญสถานการณ์ ลองนึกภาพสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น แล้วนำมาทดสอบการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เห็นการพัฒนาของการปฏิบัติของหน่วย ที่พร้อมจะรับมือกับเหตุการณ์ มันอาจจะเป็นการเตรียมการล่วงหน้ามากเกินไป แต่การที่ได้พัฒนาความรู้นี้ จะทำให้ท่านสามารถพัฒนาความคิดที่ดีๆ และมองเห็นแนวทางที่จะทำให้งานสำเร็จได้ และด้วยข้อจำกัดในหลายๆเรื่อง แผนนี้อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไข เมื่อคุณเข้าพื้นที่ปฏิบัติการ หรือเมื่อถึงเวลาที่ต้องการ หรือบางครั้งอาจจะต้องมีการปรับอย่างมากเมื่อสถานการณ์ถูกยกระดับรุนแรงขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม คุณก็ยังต้องมีแผนไว้ และขั้นตอนการวางแผนนี้ จะทำให้คุณมีความแนวความคิดที่ดีอยู่เสมอ ซึ่งบางทีเราก็เรียกการทำเช่นนี้ว่า การออกแบบรูปแบบการปฏิบัติการ “ operational design” สิ่งที่จะได้รับสิ่งหนึ่งก็คือ การชี้ให้เห็นว่าอะไรคือขั้นตอนพื้นฐานในการปฏิบัติ เช่น การสถาปนาความพร้อมที่เหนือกว่าฝ่ายตรงข้าม การสร้างเครือข่ายในท้องถิ่น การลดความสำคัญของฝ่ายตรงข้าม ต้องมั่นใจว่าจะสามารถถอนกำลังกลับได้อย่างไม่มีปัญหา สามารถส่งกำลังเข้าและออกพื้นที่โดยไม่ถูกกดดันมากนัก ได้โดยแผนง่ายๆในกรณีที่คุณล้มเหลวในการปฏิบัติ โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายตรงข้ามสามารถปรับแผนเพื่อรับมือกับคุณได้ จงเตรียมใจรับมือกับความผิดพลาดนั้น โดยไม่ให้เกิดเป็นการล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เมื่อคุณใช้แผนนี้ซึ่งเป็นแนวทางและเป็นทางออกที่ดี จะสอดคล้องกับการวิเคราะห์และประเมิน ที่คุณได้จัดทำมาแล้ว ซึ่งแผนนี้ ต้องทำให้ง่าย และแจ้งให้ทุกคนในหน่วยทราบ.
  • ห้วงเวลาทอง
    ................ ทีนี้คุณเข้าพื้นที่แล้ว ผ่านขั้นตอนการรับมอบพื้นที่ หรือถ้าโชคดี คุณอาจได้รับการชี้แจงหรือปฐมนิเทศจาก โรงเรียนต่อต้านการก่อการร้าย และก็ถึงเวลาที่จะเข้าสู่พื้นที่รับผิดชอบและเริ่มลงมือปฏิบัติ. ณ ที่นี้เป็นห้วงเวลาทองของคุณ ความผิดพลาดที่หากเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มต้น จะหลอกหลอนคุณไปตลอดห้วงที่อยู่ในพื้นที่ แต่หากคุณประสบความสำเร็จในตอนต้น จะบ่งชี้ถึงชัยชนะ ในขั้นต่อไป.

    10. ณ พื้นที่ ขั้นตอนแรกในการต่อต้านการก่อการร้าย ก็คือการลงพื้นที่ ซึ่งในพื้นที่คุณเกือบจะไม่สามารถวิ่งไล่ทันฝ่ายตรงข้าม ถ้าคุณไม่เริ่มต้นที่จะแสดงตัวของคุณเมื่อเกิดเหตุ ซึ่งถึงแม้จะมีเรื่องให้คุณทำน้อยมากก็ตาม ดังนั้นงานแรกที่คุณต้องทำคือ การแสดงตัว ถ้าไม่สามารถทำได้ในห้วงแรกได้ทั่วทั้งพื้นที่ ก็ต้องพยายามทำเมื่อมีโอกาส เรื่องนี้จะเป็นเครื่องมือในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อเพิ่มความใกล้ชิดของหน่วยกับประชาชน การเคลื่อนที่ลาดตระเวณด้วยเท้า การเข้าพักแรมในหมู่บ้าน การ ลว.ตอนกลางคืน สิ่งนี้อาจดูเหมือนจะอันตรายกว่าที่ควรจะเป็น แต่การทำเช่นนี้จะเป็นการสร้าง ความสัมพันธ์กับคนในพื้นที่ ซึ่งก็คือคนที่กำลังมองคุณอยู่ว่า คุณคือ ผู้ที่เขาเชื่อมั่น และพร้อมที่จะติดต่อด้วย อย่างแท้จริงหรือไม่ ไม่ใช่คนแปลกหน้าที่มาจากฐานที่ตั้งอยู่ห่างออกไปจากหมู่บ้าน กระโดดลงมาจากรถหุ้มเกราะ ที่ขับวิ่งวนไปทั่ว ในเวลากลางวัน เหมือนทัวร์นรก ซึ่งทำให้การรับรู้ถึงปัญหาและสถานการณ์ในพื้นที่ลดลง นอกจากนี้จะทำให้คุณกลายเป็นเป้าหมาย ซึ่งยิ่งน่าจะเป็นอันตรายมากกว่า

    11. หลีกเลี่ยงการคุกเข่ารับผิดชอบ เพื่อสร้างความประทับใจในตอนแรก อย่ารีบร้อน พยายาม ค้นหาความจริงให้ชัดเจนก่อน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นบางส่วนตามยุทธศาสตร์ของฝ่ายตรงข้ามหรือสร้างสถานการณ์ หรือการขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์ของกลุ่มต่างๆในพื้นที่ หรืออาจจะเป็นการล้างแค้นส่วนตัว หรือมันอาจจะเป็นแค่ วิถีปกติของพื้นที่ ดังนั้นคุณต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ ว่าอะไรคือสิ่งที่เกิดขึ้น หัวหน้า ผู้ก่อความไม่สงบก็มุ่งหวังที่จะกระตุ้นให้คุณขัดแย้งกับ คนในพื้นที่หรือ ให้คุณทำเรื่องผิดพลาด ในประเด็นนี้ถ้าคุณไม่เข้าไปดูในที่เกิดเหตุ คุณก็จะเป็นผู้ที่รอรับรายงาน ซึ่งอาจจะทำให้คุณไม่เข้าใจในข้อเท็จจริงหรืออาจจะประเมินผิดไปก็ได้ ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นในหลายที่หลายเรื่อง และไม่เกี่ยวข้องกัน โดยเฉพาะพื้นที่ในเมืองนั้น จะชี้ให้เห็นว่า การแสดงความประทับใจในตอนแรกนั้น มักจะไม่ได้ผล แต่แน่นอน คุณเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คุณต้องวิเคราะห์พิจารณาและตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่ถ้าเป็นไปได้ สอบถามคนที่เคยอยู่ในพื้นที่ หรือชาวบ้านก่อน หรือจะเป็นการดี ถ้าสามารถมีนายทหารของหน่วยเดิม อยู่กับคุณในห้วงแรกเพื่อให้คำแนะนำในเรื่องอย่างนี้ จำไว้ว่าเมื่อเกิดเหตุขึ้นจงหลีกเลี่ยงการพิจารณา หรือรีบด่วนตัดสินใจ.

    12. เตรียมการส่งมอบพื้นที่และความรับผิดชอบตั้งแต่วันแรก คุณจงยอมรับความจริงว่า ปัญหาไม่สามารถไขได้ครบในวงรอบภารกิจของคุณ เพราะภารกิจของคุณมีกำหนดเวลาและต้องมีผู้มารับมอบสานงานต่อจากคุณ และต้องการข้อมูลรวมทั้งความรู้จากคุณ ดังนั้น เริ่มให้ทุกหมวดและทุกหมู่ทำแฟ้มเพื่อส่งมอบตั้งแต่วันแรก คุณอาจจะได้รับแฟ้มนี้จากหน่วยที่คุณไปรับต่อ แต่ถ้าไม่ได้รับ คุณจะต้องเริ่มทำมันขึ้นมา แฟ้มนี้ควรจะมี บทเรียนต่างๆที่เกิดขึ้น รายละเอียดเกี่ยวกับชาวบ้าน หมู่บ้าน รายงานการลาดตระเวน แผนที่ที่แก้ไขให้ทันสมัย รูปภาพ หรืออื่นๆที่จะช่วยให้คนที่มาแทนท่าน เข้าใจสถานการณ์ การเก็บในคอมพิวเตอร์ก็ใช้ได้ แต่ควรจะมีการสำรองไว้ การเขียนด้วยมือหรือ เป็นเอกสารไว้ สิ่งนี้อาจเป็นเรื่องน่าเบื่อ น่ารำคาญ แต่มันสำคัญมาก เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะสามารถสรรสร้างความร่วมมือ โดยผ่านทางข้อมูลที่ส่งต่อกันมา ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยรักษาชีวิตและกำลังพลของคุณได้

    13. สร้างเครือข่ายของความเชื่อมั่นและศรัทธา เมื่อคุณเข้าพื้นที่เรียบร้อยแล้ว กิจที่สำคัญต่อไปของคุณคือ การสร้างเครือข่ายความเชื่อมั่นศรัทธา นี้คือความหมายที่แท้จริงของคำว่า เอาชนะทั้งหัวใจและจิตวิญญาณ ซึ่งประกอบด้วยสองคำที่แยกกัน ‘หัวใจ’ คือการพร้อมที่จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยเหลือให้งานสำเร็จ ส่วน’ จิตวิญญาณ’ คือความเชื่อมั่นและศรัทธาว่า คุณสามารถปกป้องเขาได้ และแสดงให้เห็นว่าการขัดขวาง คุณจะไม่เกิดประโยชน์กับเขา ถ้าคุณสร้างเครือข่ายความเชื่อมั่นนี้สำเร็จ จะเป็นเสมือนคุณได้ฝังรากไว้ในกลุ่มประชาชนในพื้นที่แล้ว หากนำพลังนี้มาทดแทนเครือข่ายของผู้ก่อความไม่สงบ บังคับให้ผู้ก่อความไม่สงบออกมาต่อสู้ในที่เปิด ซึ่งจะเปิดโอกาสให้คุณเป็นฝ่ายครองความริเริ่ม เครือข่ายนี้อาจจะรวมทั้ง กลุ่มผู้นำหมู่บ้าน กลุ่มรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือกลุ่มอื่นๆในพื้นที่ปฏิบัติการของคุณ รวมทั้งสื่อมวลชน ดังนั้นคุณจะต้องพยายามค้นหาและดำเนินกิจกรรมที่ชาวบ้านและหมู่บ้านต้องการ และร่วมมือกันทำให้เป็นไปตามที่เขาต้องการ การสร้างความเข้าใจในผลประโยชน์ร่วมกัน และจะเป็นพลังแห่งความเชื่อมั่นและศรัทธา และสิ่งนี้คือความพยายามหลักที่แท้จริง อย่างอื่นเป็นเรื่องรอง การปฏิบัติในการสร้างเครือข่ายความเชื่อมั่นและศรัทธานี้ จะช่วยให้คุณสำเร็จภารกิจ และขอให้ตระหนักว่า การปฏิบัติการทางทหาร เช่นการสังหารหรือซุ่มโจมตี ถึงแม้จะเป็นเป้าหมายที่คุ้มค่า แต่จะเป็นการทำลายความศรัทธาและความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อคุณ ทั้งยังจะสั่นคลอนเครือข่ายของคุณได้ ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นผลดีต่อฝ่ายตรงข้าม

    14. เริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆ อย่าพยายามทำในสิ่งที่ยากในตอนแรก อย่ามุ่งตรงไปสู่ที่มั่นของฝ่ายตรงข้าม หรือพยายามที่จะหาจุดแตกหัก หรือเพ่งเล็งไปที่หมู่บ้านที่สนับสนุนผู้ก่อความไม่สงบ ในทางกลับกัน ควรเริ่มต้นที่ การรักษาความปลอดภัยพื้นที่ก่อน แล้วค่อยขยับไปข้างหน้าทีละส่วน ตามแผนที่วางไว้ โดยการขยายความยอมรับ และพื้นที่ควบคุมออกไปโดย ผ่านไปทางเครือข่ายของหมู่บ้านของเขาเอง จงตามไปกับเขา อย่าไปขัดแย้งกับเขา หว่านเมล็ดพืชแห่งชัยชนะไปในสังคมของหมู่บ้าน แรกเริ่ม สร้างความเชื่อมั่นใน ๒ หรือ ๓ หมู่บ้านก่อนในขณะเดียวกันก็เฝ้ามองดูว่าเขาติดต่อ ค้าขายกับใคร เกี่ยวดองหรือทำธุรกิจกับใคร แล้วขยายการติดต่อผ่านไปตามเครือข่ายเหล่านี้ ในไม่ช้าจุดอ่อนหรือจุดแตกหักของฝ่ายตรงข้ามจะปรากฏขึ้น แต่ ณ จุดนั้น คุณจะมีพันธมิตร ในหมู่บ้านแล้ว จะสามารถระดมความช่วยเหลือจากเครือข่ายที่คุณสร้างไว้มาเป็นกำลังหนุนของคุณ ค่อยๆขยายการกระทำอย่างนี้ออกไปรอบๆ พื้นที่เหมือนระลอกคลื่นของน้ำที่กระเพื่อมออกจากจุดศูนย์กลาง

    15. สร้างชัยชนะในจุดเริ่มต้น ในห้วงแรกของภารกิจ จุดมุ่งหมายสำคัญคือ การสถาปนาความสามารถในการควบคุมในพื้นที่ปฏิบัติการก่อน สามารถทำได้โดยการพยายามมองหาชัยชนะในครั้งแรก ซึ่งอาจจะไม่ได้หมายถึงการเอาชนะในการรบปะทะ กับข้าศึก แต่อาจจะเป็นการชนะที่ดูว่าเป็นการกระทำที่เหนือกว่าและมีผลกระทบต่อขวัญหรือกำลังใจของฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะเมื่อคุณยังไม่รู้ซึ้งในพื้นที่เพียงพอ หรืออาจจะเป็นการเอาชนะต่อฝ่ายตรงข้ามที่เซ่อซ่า เดินเข้ามาในจุดที่เราวางแผนเอาไว้ ซึ่งก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้ในการต่อต้านการก่อความไม่สงบ หรืออาจจะเป็นการเอาชนะในปัญหาที่เป็นข้อขัดแย้งของหน่วยเดิมที่คุณไปรับต่อได้ทำเอาไว้ ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ หรืออาจจะเป็นการสมานความเข้าใจกับผู้นำหมู่บ้านที่คอยขัดขวางการปฏิบัติของหน่วย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นลักษณะคล้ายสงครามปฏิบัติการจิตวิทยา แต่ ความสำเร็จเล็กๆในตอนต้น จะบ่งบอกถึงชัยชนะที่จะตามมา อันจะช่วยให้คุณเป็นฝ่ายริเริ่ม ในขั้นต่อไป.

    16. ปฏิบัติการลาดตระเวนขัดขวาง จัดให้มีการลาดตระเวนเพื่อขัดขวางการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม บ่อยครั้งที่การลาดตระเวนของเรามุ่งเพื่อล่อฝ่ายตรงข้ามออกมาแล้วเราก็โจมตีตอบโต้ ซึ่งจะไม่ค่อยได้ผล แทนการดำเนินการแบบนั้น จงฝึกการลาดตระเวนขัดขวาง ซึ่งมีหลายวิธี เช่น การลาดตระเวนให้ครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่ ด้วยกำลังขนาดเล็กหลายๆชุดแต่มีการประสานงานอย่างใกล้ชิด ชุด ลว. เล็กๆ จะเป็นเป้าหมายที่ไม่คุ้มค่าของฝ่ายตรงข้าม และเขาก็จะไม่สามารถรู้ได้ว่า ชุด ลว.อยู่ที่ใหนบ้าง ซึ่งจะทำให้เขาไม่กล้าเสี่ยงที่จะโจมตี หรือเสี่ยงเกินไปที่จะเข้าโจมตี อีกวิธีหนึ่งก็คือ เพิ่มการ ลว.กลางวันโดยเปิดเผย เพื่อแสดงการช่วยเหลือ และคุ้มครองประชาชน แล้วทำการ ลว. อย่างลับในเวลากลางคืน เพื่อเข้าโจมตีที่หมายเฉพาะ ทั้งนี้ เพื่อทำให้ข้าศึกเสียสมดุล ทำให้ประชาชนเริ่มมั่นใจฝ่ายเรามากขึ้น การปฏิบัติที่มีแบบแผนมั่นคง สม่ำเสมอและไม่สามารถคาดเดาได้ จะสามารถขัดขวางการโจมตี และสร้างสภาวะที่ได้เปรียบของฝ่ายเราได้ ซึ่งข้อที่ต้องคิดอย่างมีเหตุผลในการ ลว. คือคุณต้องใช้กำลัง หนึ่งหรือ สอง ในสาม ส่วน มาใช้ในการ ลว.ตลลอดเวลาทั้งกลางวัน และกลางคืน.

    17. เตรียมตัวที่จะรับกับความผิดพลาด ความผิดพลาดเป็นเรื่องปรกติในการต่อต้านการก่อความไม่สงบ เหมือนๆกับการรบทั่วๆไป คุณมีโอกาสผิดพลาดได้ การสูญเสียกำลังพล บางครั้งอาจจะถึงการฆ่าคนตายหรือจับผิดตัว คุณอาจจะพลาดในการสร้างหรือขยายเครือข่ายก็เป็นได้ ถ้าเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น จงอย่าเสียกำลังใจ ขอให้ย้อนกลับไปเริ่มต้นปฏิบัติใหม่ตามขั้นตอนแรกๆ แล้วฟื้นฟูสภาพให้กลับมาใหม่ เป็นเรื่องปรกติที่ในการปฏิบัติการต่อต้านการก่อความไม่สงบนั้น ในหนึ่งกองร้อยบางหมวดก็ทำได้ดี แต่บางหมวดก็ใช้ไม่ได้ ซึ่งจะต้องไม่ถือว่าเป็นความล้มเหลว นอกจากนี้การให้ผู้นำหมู่บ้านมีอิสระ ที่จะพิจารณาเลือกสภาวะท้องถิ่นที่เขาต้องการ ซึ่งจะเป็นการสร้างความยืดหยุ่น อันจะช่วยให้คุณสามารถเอาตัวรอดได้ในภาวะผิดพลาดล้มเหลว.

    18. ตระหนักอยู่เสมอว่ามีคนดูอยู่ทั่วโลก สิ่งหนึ่งที่แตกต่างที่สุด ระหว่างสงครามในอดีตกับการต่อต้านการก่อความไม่สงบ ที่เราต้องเผชิญอยู่ทุกวันนี้ก็คือ สื่อมวลชนที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เกือบทุกบ้านมีทีวีดู มีวิทยุ หรือแม้แต่จานดาวเทียมที่รับข่าวสารได้จากทั่วโลก ผู้สื่อข่าวจะเฝ้ามอง และวิพากษ์วิจารณ์รวมทั้งรายงาน ทุกการเคลื่อนไหวของคุณ เมื่อผู้ก่อการไม่สงบซุ่มโจมตีชุด ลว.ของคุณ หรือทำการวางระเบิด ผู้ก่อการอาจไม่ต้องการผลในการทำลายอย่างเดียว แต่เขาต้องการให้ภาพของรถยนต์ที่ระเบิด หรือ ภาพคนตาย ไปออกในข่าวภาคค่ำ จงระวังแผนของฝ่ายตรงข้ามที่มีการเขียนบทไว้แล้ว ซึ่งเขาจะสามารถส่งภาพที่ได้ไปสู่ผู้ชมทั่วโลก และจะใช้ข้อคิดเห็นของผู้ชมทั่วโลกนำมาใช้เพื่อเอาชนะคุณในศาล คุณจะสามารถรับมือกับเรื่องนี้ได้ โดยการฝึกคนของคุณ ให้ตระหนักและรับทราบว่ามีคนเฝ้าติดตามเราอยู่ทั่วโลก ขอให้เข้าใจว่าทุกคำพูดหรือการปฏิบัติจะถูกนำไปเผยแพร่ทั้งเรื่องดีและเรื่องเลวร้าย ดังนั้นจงเป็นเพื่อนกับเขา เอามาเป็นฝ่ายเรา ช่วยเขาให้ได้ข้อมูล แล้วเจรจาเรื่องข่าวสารกับเขา ความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อมวลชน โดยเฉพาะสื่อมวลชนท้องถิ่น จะช่วยคุณในการนำเสนอให้ประชาชนรับรู้รวมทั้งบอกให้คนอื่นๆตระหนักในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และยังจะช่วยส่งข่าวสารไปสู่ผู้ชมทั้งในประเทศและ ไปทั่วโลก.

    19. ผูกพันกับผู้หญิง ระวังเด็กๆ ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ก่อความไม่สงบจะเป็นผู้ชาย แต่วัฒนธรรมในสังคม เครือข่ายผู้หญิงจะมีอิทธิพลอย่างมากในการที่ผู้ก่อความไม่สงบจะนำมาใช้ในการสนับสนุน ดังนั้น การเป็นมิตรกับผู้หญิง โดยใช้กิจกรรมทาง เศรษฐกิจ และสังคม มาเป็นสื่อในการสร้างเครือข่ายหากทำได้ จะเป็นส่วนช่วยในการทำลายขบวนการก่อความไม่สงบได้ในที่สุด คุณอาจต้องมีกำลังพล ที่เป็นผู้หญิงไว้ รวมทั้งผู้หญิงของหน่วยงานอื่นๆ การทำงานนี้อย่างได้ผล คือการเอาชนะผู้หญิง ซึ่งจะทำให้คุณได้ชัยชนะทั้งครอบครัว อันจะเป็นก้าวที่สำคัญที่จะระดมการยอมรับของประชาชน ในทางกลับกัน จงหยุดยั้งกำลังพลไม่ให้มีความใกล้ชิดกับเด็กในท้องถิ่น ทหารจะไม่ระมัดระวังกับเด็ก และลดมาตรการ รปภ.กับเด็กๆ ซึ่งเด็กๆอาจถูกสั่งสอนให้เกลียดชังพวกคุณ หรืออาจถูกสอนให้ทำการร้ายพวกคุณ หรือฝ่ายตรงข้ามเฝ้ามองพฤติกรรมของเด็กพวกนี้อยู่ เขาอาจกำลังสังเกตความสัมพันธ์ของเด็กกับพวกของคุณอยู่ ซึ่งเขาอาจกระทำการ เช่น ทำร้ายเด็ก หรือให้เด็กมาทำร้ายคุณ หรือง่ายๆ การให้ของขวัญเด็ก หรือให้ขนม ลูกกวาด ซึ่งจะดึงดูดให้เด็กๆมาล้อมรอบรถของคุณ และฝ่ายตรงข้ามจะสามารถปฏิบัติการต่อคุณได้อย่างง่ายดาย ฉะนั้น จงรักษาระยะห่างกับเด็กๆไว้

    20. เก็บข้อมูลทุกเรื่องไว้ตลอดเวลา คุณอาจรับทราบอยู่แล้วว่า จำนวนศพของ ฝ่ายตรงข้ามที่ได้จากการปะทะ จะชี้ให้เห็นแนวโน้มในบางเรื่องเท่านั้น เพราะว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วคุณก็ไม่รู้เลยว่ามีผู้ก่อการร้ายอยู่เท่าไร มีเท่าไหร่ที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ของคุณ อะไรคือสาเหตุที่ทำให้มี การเปลี่ยนสภาพจากผู้สนับสนุนเป็นผู้ก่อการ และไม่มีทางรู้เลยว่ามีจำนวนเท่าไรที่เพิ่มขึ้นที่เป็นผลจากการปฏิบัติการของคุณ แต่คุณจำเป็นที่จะต้องจัดทำตารางและพัฒนาตารางแสดงผลการปฏิบัติ และความคืบหน้าของสถานการณ์ ซึ่งตารางนี้จะครอบคลุมถึง สภาพสังคม ข้อมูลข่าวสาร ผลการปฏิบัติการทางทหาร สภาพเศรษฐกิจ ใช้ตารางข้อมูลนี้เพื่อมาพิจารณาถึงผลความก้าวหน้าการปฏิบัติ โดยตารางนี้สามารถจะบ่งชี้ออกมาถึง จำนวนเปอร์เซ็นต์ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเปรียบเทียบการทำงานของฝ่ายเรากับการปฏิบัติของฝ่ายตรงข้าม ระดับความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผู้นำท้องถิ่น จำนวนการเพิ่มขึ้นของการบอกความลับหรือแจ้งเหตุจากผู้คนในท้องถิ่นโดยสมัครใจ ไม่ใช่จากสายข่าว สภาวะการค้าขาย ความคึกคักของตลาด ตัวชี้วัดเหล่านี้คือ เครื่องบ่งชี้ที่แท้จริงของ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของคุณ.
  • สภาวะคงตัว
    ................ถึงตรงนี้ คุณได้เข้ามาถึงจุดที่สถานการณ์เข้าที่เข้าทางแล้ว คุณสถาปนาพื้นที่รับผิดชอบแล้ว ประชาชนใน พื้นที่เริ่มปรับสภาพจิตใจที่มีต่อกำลังของคุณ กำลังพลของคุณอย่างน้อย หนึ่งใน สาม เริ่มมีอิทธิพลต่อความคิดเห็นของคนในพื้นที่ ดังนั้นห้วงเวลานี้จึงเป็นห้วงที่จะมีผลต่อการปฏิบัติมากที่สุด ถึงแม้ว่าดูเหมือนจะเริ่มเข้าสู่ห้วง จะกลับบ้าน แต่จงรักษาความกระตือรือร้นไว้ นำประชาชนมาอยู่ฝ่ายคุณ และใช้ลักษณะผู้นำให้มากที่สุด.

    21. ยึดมั่นและปฏิบัติในหลักการที่ชัดเจนและง่ายในการเข้าใจ การต่อสู้กับผู้ก่อความไม่สงบที่เริ่มต้นจากการแข่งขันเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนนั้น จำเป็นต้อง รู้ว่าผู้ก่อความไม่สงบ ได้รับการสนับสนุนอย่างไร เรียนรู้ว่าประชาชนถูกปลุกระดมอย่างไร ในทุกสังคมจะมีผู้นำทางความคิดและมีอิทธิพลต่อความรู้สึกเสมอ อาจจะเป็น ผู้นำหมู่บ้าน ผู้อาวุโสของสังคม ผู้นำศาสนา สื่อมวลชน หรือใครอื่นๆ ที่สามารถมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ หรือการรับรู้ของชาวบ้าน ซึ่งอิทธิพลเหล่านี้ จะรวมไปถึงอิทธิพลของกลุ่มก่อการร้ายด้วย จงพยายามใช้หลักการที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย เป็นหนึ่งเดียวกัน ง่ายต่อการชี้แจง เพื่ออธิบายให้ประชาชนเข้าใจถึงเหตุ และผลของเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น เรื่องของชาตินิยม เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ เรื่องเล่าประวัติศาสตร์ หรือหลักบัญญัติทางศาสนา เลือกมาเพียงเรื่องเดียว เพื่อถ่ายทอดออกไปสู่ประชาชน ใน อิรัก กลุ่มก่อการร้าย ก็ใช้เรื่อง อัลเควดา และทาลิบัน เพื่อลดอิทธิพลนี้ คุณต้องใช้อีกแนวทางมาต่อสู้เพื่อหักล้างอิทธิพลในทางความคิดของชาวบ้าน ในประเด็นนี้จะต้องได้รับการพิจารณาของหน่วยเหนือ และขอให้เข้าใจว่ามีแต่คุณที่อยู่ในพื้นที่ที่รู้รายละเอียด และสามารถปรับให้เหมาะสมกับ สภาพท้องถิ่นที่ถูกต้องได้ เช่น คุณอาจจะใช้เรื่องชาตินิยม ความโหดเหี้ยมของฝ่ายก่อความไม่สงบ ความรักชาติเพื่อต่อสู้กับนักรบต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในประเทศของคุณ หรือ เรื่องการกู้ชาติเพื่อทำลายกลุ่มอำนาจเก่า อย่างไรก็ตาม ในระดับกองร้อย คุณอาจทำได้ไม่มากนัก แต่ก็สามารถรับรู้ถึงปฏิกิริยาของผู้นำชุมชน สร้างความเชื่อมั่น ศรัทธา เรียนรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่จะโน้มน้าวเขาได้ แล้วเสนอแนะหน่วยเหนือเพื่อสร้างและกำหนดหัวเรื่องและแนวทางที่เหมาะสมขึ้นมา เพื่อเป็นเครื่องมือที่จะสนับสนุนให้คุณบรรลุภารกิจได้ และขอให้เข้าใจว่า เรื่องนี้เป็นศิลปะ ไม่ใช่ศาสตร์

    22. สร้างกำลังป้องกันท้องถิ่น เพื่อทดแทนฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่ทดแทนฝ่ายเรา ในขั้นตอนนี้ คุณจะต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับกำลังป้องกันท้องถิ่น ฝึกและให้การสนับสนุนเขา และเสริมสร้างขีดความสามารถให้เขา ที่เราปฏิบัติกันมาโดยหลักการที่ผ่านมาแล้ว การสร้างกำลังป้องกันท้องถิ่นมักจะเป็นไปตามหลักนิยมของฝ่ายเรา โดยมุ่งหวังว่า เมื่อฝึกเสร็จแล้วก็จะส่งมอบบทบาทและส่งมอบหน้าที่ให้กับเขาในที่สุด แต่มันผิด ในทางกลับกันกำลังป้องกันท้องถิ่นต้องการเพื่อให้กระทบขีดความสามารถของฝ่ายตรงข้าม และหาวิธีเข้าทดแทนและช่วงชิงบทบาทของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งไม่ได้หมายความว่า พวกเขาควรจะเป็นกำลังพิเศษ ที่จะเข้าล่าสังหารหรืออยู่นอกการควบคุมที่เหมาะสม แต่เขาควรมียุทโธปกรณ์และการจัดการเหมือนฝ่ายตรงข้าม และสามารถได้รับการสนับสนุนจากคุณรวมทั้งอยู่ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวดของญาติมิตรในสังคม เมื่อมาประกอบเข้ากับการสนับสนุนของประชาชนและเครือข่ายความเชื่อมั่นศรัทธา จะทำให้กำลังป้องกันท้องถิ่นที่เข้มแข็งและสามารถกันฝ่ายตรงข้ามให้ออกไปจากท้องถิ่น ภายใต้การดูแลและสนับสนุนจากคุณในฐานะผู้สร้างไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ ซึ่งรวมหมายถึงการสนับสนุน การฝึก และใช้ประโยชน์จากคนงานท้องถิ่นที่ได้รับการว่าจ้างมาช่วยเสริมกำลังทั้งตำรวจและทหารมาเสริมให้ภารกิจได้ผลสำเร็จ แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ต้องการความชัดเจนจากหน่วยเหนือ แน่นอน ถ้าได้รับการสนับสนุนแล้ว คุณควรจะก่อตั้งส่วนฝึกขึ้นในกองร้อยโดยสัดส่วนคือ ในระดับหมวด ควรจะฝึกให้กับหนึ่งหมู่กำลังป้องกันท้องถิ่น แล้วใช้หมู่นี้เหมือนกับนิวเคลียส เพื่อเป็นผู้ร่วมปฏิบัติงานของหมวด ส่วนในระดับกองร้อย ควรจะฝึกกลุ่มผู้นำหมู่บ้าน ผลที่ได้รับจะเป็นการสร้างเครือข่ายความเชื่อมั่นให้ก้าวหน้าขึ้น พยายามทำให้มันเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ นี่คือการเอาชนะกลุ่มพันธมิตรในท้องถิ่นผู้ต้องการหยิบอาวุธขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเอง
    ................ผู้แปล : หลักการของฝ่ายเราคือ คัดเลือกคนมาฝึก แล้วส่งไปทำงานในหมู่บ้าน แต่ข้อเสนอคือให้เขาอยากฝึกเอง เลือกคนมาเอง แล้วทำงานภายในหมู่บ้านให้มีผลออกมาเพื่อพวกเขาเอง

    23. การปฏิบัติการกิจการพลเรือน การต่อต้านการก่อความไม่สงบคือการติดอาวุธให้กับคนในสังคมเพื่อลุกขึ้นมาต่อสู้ และพยายามที่จะปรับปรุงแก้ไขปัญหาด้านสังคมและการเมือง ซึ่งถูกก่อให้ขึ้นจากฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบ ด้วยสิ่งนี้ กิจการพลเรือนจึงเป็นเหมือนศูนย์กลางของการปฏิบัติเพื่อต่อต้านการก่อความไม่สงบ ไม่ใช่เอาไปใช้หลังจากใช้กำลังปราบปรามแล้ว มันคือจุดเริ่มต้นที่คุณจะปรับสภาพแวดล้อมเพื่อทดแทนฝ่ายก่อความไม่สงบในพื้นที่รับผิดชอบของกองร้อย กิจการพลเรือนต้องมุ่งไปที่แก้ไขปัญหาความต้องการขั้นพื้นฐานในสังคมก่อนแล้วขยายไปสู่ความต้องการเพื่อความอยู่ดีกินดี ข้อมูลสำรวจหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียงจะต้องถูกทำให้ทันสมัยอยู่เสมอ และเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่จะทำให้เข้าใจความต้องการของประชาชนและตรวจสอบความก้าวหน้าของความสัมพันธ์ระหว่างทหารกับประชาชนท้องถิ่น คุณจำเป็นต้องประสานงานใกล้ชิดในระหว่างผู้ร่วมงานทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด และในระดับประเทศ ซึ่งถึงแม้ว่าคุณไม่สามารถที่จะควบคุมกลุ่มบางกลุ่มได้ เช่น เอ็นจีโอ บางกลุ่มเขาไม่ต้องการที่จะติดต่ออย่างใกล้ชิดกับคุณมากนัก เพราะเขาต้องการที่จะรักษาความเป็นกลางของเขาเอาไว้ ดังนั้นคุณต้องทำงานในลักษณะการแลกเปลี่ยนความเข้าใจพื้นฐานของปัญหา สร้างการยอมรับที่จะร่วมมือกัน อันจะนำไปสู่การประสานสอดคล้อง บทบาทของคุณที่จะทำได้ เช่น ให้การป้องกัน นำเสนอความต้องการขั้นต้น ช่วยเหลือกิจการพลเรือน และปรับปรุงสภาพของสังคมให้ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการสร้างเครือข่ายเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน โดยข้อเท็จจริงคือ การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและกิจการพลเรือนในการต่อต้านการก่อความไม่สงบนั้นจะมีผลทั้งแง่บวกและลบ ทุกครั้งที่คุณช่วยคนหนึ่ง คุณอาจจะทำร้ายอีกคนหนึ่งอย่างน้อยก็ผู้ก่อความไม่สงบ ดังนั้น เจ้าหน้าที่พลเรือนและผู้ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมก็จะกลายเป็นเป้าหมายเอง การป้องกันพวกเขาจะทำให้เกิดความใกล้ชิด และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นในการร่วมมือช่วยเหลือกันและกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อท้องถิ่นและสุดท้ายแล้วทุกฝ่ายจะเข้าร่วมและช่วยเหลือคุณ

    24. สร้างความสำเร็จเป็นเฉพาะจุด โดยทั่วๆไป แล้ว จุดประสงค์หลักในการปฏิบัติการทางยุทธศาสตร์มักจะมุ่งไปสู่ภาพใหญ่ โครงการสำหรับคนหมู่มาก โดยมีหลักและแนวทางปฏิบัติคือ ทำให้ประสบความสำเร็จในพื้นที่หนึ่งแล้วนำไปใช้กับอีกที่หนึ่ง และพยายามทำในโครงการเล็กๆ ให้เกิดผล และพยายามที่จะขยายให้เป็นโครงการขนาดใหญ่ขึ้น แต่นี่คือสิ่งที่ผิด เพราะ ข้อเท็จจริงแล้วโครงการที่สำเร็จได้นั้นเป็นไปตามสภาพเฉพาะของท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งเราอาจไม่คาดคิด ไม่ใช่ทำได้ดีในที่หนึ่ง แล้วจะทำให้ได้ผลในทุกพื้นที่ ข้อดีก็คือเพราะโครงการเล็กๆทำให้พวกเขาถูกฝ่ายก่อความไม่สงบมองข้ามไป จงช่วยเขาให้เข็งแกร่งขึ้นเนื่องเพราะพวกเขาไม่ถูกรบกวน ในระดับกองร้อยโครงการซึ่งประสบความสำเร็จในตำบลหนึ่งส่วนใหญ่ก็จะประสบความสำเร็จในอีกพื้นที่หนึ่งเหมือนกัน เพราะพื้นที่รับผิดชอบนั้นไม่กว้างขวางมากนัก ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อนำโครงการขนาดเล็กไปทำในพื้นที่ขนาดใหญ่จะไม่ราบรื่น จงดำเนินโครงการเล็กๆ ซึ่งใช้เงินน้อย รักษาให้ดำรงอยู่ได้ง่าย ปัญหาน้อย และ ที่สำคัญฟื้นฟูง่ายเมื่อคุณล้มเหลวและสามารถที่จะเพิ่มโครงการขนาดเล็ก ประหยัด และปรับปรุงให้เข้ากับสภาพท้องถิ่นได้หลายๆพื้นที่เท่าที่สถานการณ์จะอำนวย

    25. เอาชนะยุทธศาสตร์ของฝ่ายก่อความไม่สงบ ไม่ใช่ที่กองกำลัง เมื่อถึงขั้นนี้ ถ้าทุกขั้นตอนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยผู้ก่อความไม่สงบจะแสดงออกมาในเชิงรุก ซึ่งแน่นอน เขาต้องรุกเพราะว่าคุณได้สร้างสภาวะที่เป็นอันตรายต่อพวกเขาโดยการกระทำ ที่จะทดแทนพวกเขาและผลักดันให้ออกจากสังคมของพื้นที่ ซึ่งเขาต้องโจมตีคุณและประชาชนเพื่อที่จะพยายามกลับเข้ามามีบทบาทในท้องถิ่น มันเป็นเรื่องปกติ มันไม่ได้หมายความว่า คุณได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดลงไป ณ จุดนี้ จุดมุ่งหมายคือมุ่งไปสู่เส้นเลือดใหญ่ที่สนับสนุนและพยายามค้นหากำลังของฝ่ายก่อความไม่สงบ เพื่อให้สามารถทำลายได้ในการรบที่เปิดเผย แต่มันอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีในระดับกองร้อย เพราะว่าการเข้าโจมตีที่เป้าหมายที่สำคัญ มักจะอยู่ภายใต้การควบคุมวิถีของฝ่ายก่อความไม่สงบ ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นการลดความเชื่อมั่น และความเชื่อถือของประชาชนลง ในทางกลับกัน จงการเอาชนะยุทธศาสตร์ของฝ่ายตรงข้าม ถ้าเขาพยายามที่จะกลับมาสร้างอิทธิพลในหมู่บ้านของท้องถิ่น ด้วยการร่วมมือกับชาวบ้านต่อต้านผู้ก่อความไม่สงบ ถ้าเขาพยายามที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งภายใน ให้นำมาตรการทางกฎหมายมาใช้ ในการต่อต้านการก่อความไม่สงบ การเปลี่ยนแปลงไม่มีที่สิ้นสุด แต่หลักการไม่เคยเปลี่ยน นั่นคือ เอาชนะยุทธศาสตร์ของฝ่ายข้าศึก ไม่ใช้เอาชนะที่กำลังของเขา

    26. คิดแนวทางแก้ไขปัญหาของคุณเอง- โจมตีข้าศึกในจุดที่เหมาะสมเท่านั้น จงอย่าไขว้เขวหรือถูกบังคับให้ไปสู่การปฏิบัติการเชิงรุกในการที่จะฆ่าหรือจับผู้ก่อความไม่สงบ จุดมุ่งหมายของคุณควรจะมุ่งไปตามแนวทางแก้ปัญหาของคุณเอง ให้เป็นไปตามแผนที่คุณวางไว้ตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้มันดีขึ้นโดยการร่วมกันทำงานกับประชาชนในท้องถิ่น สิ่งที่คุณมุ่งจะทำเพื่อเอาชนะ ควรเป็นจุดศูนย์ดุลของสถานการณ์และสภาพสังคม : สภาวะที่มีความสุขของประชาชน; ผู้แปล. มากกว่าจุดศูนย์ดุลของฝ่ายก่อความไม่สงบ : กองกำลัง; ผู้แปล. ซึ่งหมายรวมถึง คุณอาจจะต้องเรียนรู้ที่จะเจรจากับฝ่ายก่อความไม่สงบ สมาชิกบางคนในหมู่ชาวบ้านซึ่งสนับสนุนคุณอยู่นั้นอาจจะรู้จักกับผู้นำของกลุ่มก่อความไม่สงบ เขาอาจจะโตขึ้นมาด้วยกันในหมู่บ้านเล็กๆในพื้นที่รับผิดชอบของคุณ และการเจรจากับผู้นำกลุ่มก่อความไม่สงบเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นเมื่อแผนของคุณประสบความสำเร็จ อีกครั้งหนึ่งคุณจำเป็นที่จะต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับทุกๆกลุ่ม ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสให้เกิดการทำงานร่วมกันในพื้นที่ของฝ่ายก่อความไม่สงบ สิ่งนี้จะช่วยคุณ ในกรณีที่ผู้ก่อความไม่สงบปะปนอยู่ในหมู่บ้านและมีญาติอยู่ในพื้นที่และเป็นเครือข่ายของคุณให้กลับใจมาช่วยคุณ ในขั้นตอนนี้การเอาใจออกห่างดีกว่าการยอมแพ้ การยอมแพ้ย่อมดีกว่าการถูกจับและการถูกจับย่อมดีกว่าการถูกฆ่าแน่นอน
  • ใกล้จะจบภารกิจ
    ................เวลาเหลือน้อย และภารกิจของหน่วยคุณกำลังจะสิ้นสุด ปัญหาที่สำคัญขณะนี้คือต้องเพ่งเล็งไปที่กำลังพลของคุณ ระมัดระวังอย่าให้พวกเขาลดการรักษาความปลอดภัย และดำรงให้โครงการรวมทั้งการปฏิบัติต่างๆ ที่คุณได้เริ่มต้นไว้ดำเนินไปได้ โครงการและการปฏิบัติการที่คุณได้เริ่มต้นไว้นั้น ในห้วงสุดท้าย หัวข้อที่ได้กล่าวมาทั้งหมดขั้นต้นก็ยังต้องถูกปฎิบัติอยู่ แต่ก็มีสิ่งที่สำคัญเพิ่มขึ้น

    27. รักษาแผนการถอนตัวให้เป็นความลับ ในห้วงสุดท้ายการพูดถึงการกลับบ้านเมื่อสิ้นสุดภารกิจเป็นสิ่งยั่วใจและไม่สามารถหักห้ามได้ คนในท้องถิ่นก็รู้ว่าคุณกำลังจะถอนตัว อาจจะมีหน่วยใหม่เข้ามาหรือไม่มีก็ตาม ในเรื่องนี้บางทีชาวบ้านอาจจะมีความคิดที่ดีเพื่อเสนอในการดำเนินตามแผนถอนตัวของคุณ จำไว้ว่าพวกเขาได้เห็นหน่วยทหารเข้ามาและก็ไปหลายครั้ง คำแนะนำในขั้นตอนนี้คือ คุณควรจะปกป้องรายละเอียดของแผนถอนตัวเอาไว้ การไม่รักษาความลับ ฝ่ายตรงข้ามอาจจะรู้แผนการถอนตัวของคุณและลอบโจมตีได้ หรือเตรียมการที่จะกลับเข้ามามีอิทธิพลในพื้นที่ พวกเขาอาจใช้ยุทธวิธีทำให้ประชาชนกลัวเพื่อแสดงให้เห็นว่า ประชาชนจะไม่ได้รับการคุ้มครองเมื่อคุณถอนตัวออกไป หรือโฆษณาชวนเชื่อว่าหน่วยของคุณถูกคำสั่งให้ถอนตัวหรือพื้นที่ของคุณไม่มีคุณค่าทางยุทธวิธีแล้ว ดังนั้น จงรักษาความลับของแผน และหักห้ามใจที่จะกล่าวคำอำลากับประชาชนในท้องถิ่นเพราะคุณสามารถส่งจดหมายจากบ้านมาได้อยู่แล้ว

    “อะไรจะเกิดขึ้นถ้า ...”
    ................หัวข้อที่กล่าวมาแล้วขั้นต้น อธิบายถึงสิ่งที่ควรทำ แต่เราทุกคนก็รู้ว่าความผิดพลาดหรือไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ต่อไปนี้คือสิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อ บางสิ่งบางอย่างไม่เป็นไปตามแผน

    “...ถ้าคุณต้องถูกย้ายไปทำงานในพื้นที่อื่น”
    ................คุณเตรียมการอย่างดีสำหรับพื้นที่หนึ่ง ศึกษาข้อมูลทุกอย่าง รู้ภูมิประเทศ เส้นทาง และประชาชน แต่คุณถูกสั่งให้ไปอีกที่หนึ่ง ขอให้เข้าใจว่า มันไม่ได้เปล่าประโยชน์ การเป็นผู้ชำนาญในพื้นที่แรกของคุณ คุณได้เรียนรู้เทคนิคการเตรียมการมาแล้ว ดังนั้นคุณก็สามารถที่จะประยุกต์ขั้นตอนในการศึกษาพื้นที่ปฏิบัติการที่ได้รับมอบใหม่ วิธีการที่จะตัดสินใจว่าอะไรที่จะต้องปฏิบัติกับสังคมท้องถิ่น ทำมันอีกครั้งหนึ่งแต่ครั้งนี้ ขั้นตอนจะง่ายและเร็วกว่าเพราะว่าคุณมีรูปแบบอยู่ในสมองคุณอยู่แล้ว และสามารถที่จะเพ่งเล็งไปที่สิ่งที่แตกต่างออกไป จงประยุกต์แนวทางนี้ถ้าคุณถูกให้ย้ายบ่อยๆ ในพื้นที่ของกองพันหรือกรมที่ได้รับมอบจากหน่วยเหนือ

    “...ถ้ากองบัญชาการหน่วยเหนือไม่เข้าใจเรื่องการต่อต้านการก่อความไม่สงบ” กองบัญชาการหน่วยเหนือกำลังบอกว่าภารกิจของคุณคือ ฆ่าผู้ก่อการร้ายหรือการลาดตระเวณด้วยรถหุ้มเกราะความเร็วสูงซึ่งดูราวกับว่าพวกเขาไม่เข้าใจเรื่องการต่อต้านความไม่สงบ มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นายทหารระดับกองร้อยทุกวันนี้มีประสบการณ์การต่อสู้และเข้าใจสภาพที่แท้จริงมากกว่านายทหารอาวุโสที่ประจำอยู่ในกองบัญชาการระดับสูง ในกรณีนี้ จงทำเท่าที่คุณทำได้อย่าพยายามตั้งความหวังสูงกว่ากองบัญชาการทีคำสั่งให้ทำ ยึดถือคติพจน์ที่ว่า อย่าสร้างปัญหากับหน่วยเหนือ เมื่อคุณเข้าพื้นที่ พยายามทำในสิ่งที่คุณคิดว่าควรทำ แต่อย่าหลอกลวงหน่วยบังคับบัญชาของคุณในเรื่องที่ตั้งและการปฏิบัติของคุณ จงระลึกเสมอว่าพวกเขาดูแลภาพใหญ่อยู่ที่กองบัญชาการ

    “...ถ้าคุณไม่มีทรัพยากร”
    ................คุณได้รับมอบพื้นที่ที่มีความสำคัญน้อย คุณไม่มีผู้รู้ภาษา หน่วยงานต่างๆไม่มีงบประมาณสำหรับโครงการในพื้นที่ของคุณ ความเร่งด่วนในการสนับสนุนงบประมาณของหน่วยคุณอยู่ลำดับหลังๆ ขอให้เชื่อมั่นว่าคุณสามารถทำงานให้สำเร็จได้ คุณต้องมุ่งไปที่ความเชื่อมั่นในตัวเอง ทำเรื่องเล็กๆ และดำรงรักษาไว้ได้ และมุ่งที่จะทำให้สำเร็จ หากทำได้ ผู้นำหมู่บ้านก็จะเป็นฝ่ายของคุณ พวกเขารู้เรื่องของเขาเองมากกว่าที่คุณรู้ จงซื่อสัตย์ต่อเขา หารือร่วมกันจัดทำโครงการที่เป็นไปได้และทางเลือกกับพวกเขา ให้เขาตัดสินใจเลือกว่าสิ่งใดคือความเร่งด่วนและสำคัญกับเขา ซึ่งในที่สุดคุณจะได้รับล่าม สิ่งอุปกรณ์ในการก่อสร้างหรือผู้เชี่ยวชาญที่คุณต้องการมาจากความต้องการที่จะช่วยเหลือคุณจากพวกของเขาเอง ซึ่งชาวบ้านเขาอาจจะหวังพึ่งคุณในเรื่องการป้องกันให้เขาทำงานได้ หรือการประสานงานกับส่วนราชการอื่นๆ รวมทั้งการปรึกษาหารือ การดำเนินการตามที่กล่าวมานั้น จะสามารถช่วยระดมการสนับสนุนคุณได้ และจะเป็นการสร้างความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์อีกด้วย ดังนั้น ถ้าคุณทำในสิ่งที่ทำให้สำเร็จได้ สถานการณ์ก็ยังคงควบคุมได้

    “...ถ้าสถานการณ์โดยรวมเลวลง”
    ................มันเป็นฝันร้ายในขณะที่ทุกๆสิ่งกำลังเป็นไปด้วยดีในพื้นที่ของคุณแต่สถานการณ์โดยรวมเปลี่ยนแปลงไปและมีผลกระทบกับความพยายามของคุณ ขอให้ตั้งสติให้มั่น คิดถึงเหตุการณ์เก่าๆ ที่สถานการณ์เลวลง คุณทำอะไรบ้าง ซึงจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่น นำแผนสำรองมาใช้ ขณะนี้เป็นเวลาที่จะต้องถอยห่างออกไป รวบรวมกำลังใหม่และเตรียมการปฏิบัติการอีกครั้งหนึ่งเมื่อสถานการณ์อำนวย ขอให้ดูหัวข้อที่ 28 ถ้าคุณเริ่มจะท้อแท้ คุณจะต้องฟื้นกลับมาอีกครั้งหนึ่งทันทีที่สถานการณ์เอื้ออำนวย มิฉะนั้นคุณก็จะแพ้ในที่สุด

    บทสรุป
    ................สิ่งเหล่านี้เป็นเสมือนภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็นเรื่องราวของผู้ที่เข้าไปในพื้นที่ก่อนคุณได้เรียนรู้มา แต่มันก็เหมือนกับเรื่องเล่าอื่นๆที่ต้องการการตีความ ใช้การพิจารณา วิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตั้งคำถามไว้เสมอ เพราะบทความที่ท่านได้อ่านมาถึงตรงนี้ บางหัวข้อก็ดูเหมือนจะขัดแย้งกันเอง ทั้งนี้เพราะเป็นการรวบรวมบทเรียนจากหลายพื้นที่ปฏิบัติการ หลายคนมอง เพราะฉะนั้นในขณะที่คุณพยายามใช้สติปัญญาอย่างไม่ลดละเพื่อจะศึกษาพื้นที่ความรับผิดชอบของคุณ คุณจะต้องประยุกต์ความคิดเหล่านี้ด้วยวิถีทางของคุณและเก็บไว้ในสมองที่ได้จากการสังเกตและประสบการณ์ของคุณ ดังนั้น เหลือ อีกเพียงหัวข้อเดียว ถ้าคุณจำอะไรไม่ได้เลย จงระลึกว่า...

    28. จะอย่างไรก็ตามจงดำรง รักษาความริเริ่มเอาไว้ ในการต่อต้านการก่อความไม่สงบ ความคิดริเริ่มคือทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าฝ่ายตรงกันข้ามกำลังตอบโต้คุณแต่คุณสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และสามารถระดมการสนับสนุนจากประชาชนได้ คุณก็อาจจะเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าคุณกำลังตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม แม้ว่าถ้าคุณสามารถฆ่าหรือจับได้จำนวนมาก แต่เขาสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ได้ คุณก็อาจจะพ่ายแพ้ในที่สุด ในการต่อต้านการก่อความไม่สงบ ฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายเริ่มการโจมตีพวกคุณเป็นส่วนใหญ่ ในเป้าหมายที่คุณไม่สามารถคาดการได้ และเร็วเกินกว่าที่คุณจะตอบโต้เพราะฉะนั้น จงอย่ามุ่งไปเฉพาะการตีโต้ตอบ จงมุ่งไปที่ประชาชนที่จะเป็นศูนย์ดุลของชัยชนะ สร้างแนวทางแก้ไขด้วยตัวคุณเอง เดินหน้าไปตามแผนของคุณ เข้าต่อสู้หรือปะทะกับฝ่ายตรงข้ามเฉพาะเมื่อเขามาอยู่ในจุดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งนี้ทำให้ได้รับ และรักษาไว้ซึ่งความเป็นฝ่ายริเริ่ม.

    ข้อคิดเห็นปิดท้ายของผู้แปล
    ................ การก่อความไม่สงบ เกิดขึ้นมาเป็นเวลานานมาแล้ว ในเกือบทุกภูมิภาคของโลก มีทั้งที่รุนแรงและเบาบาง ทั้งนี้ก็ล้วนแต่ผลจาก ความคิด ความเชื่อ ความนับถือ หรือผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน อันเป็นผลให้สภาพของปัญหา มีความละเอียดอ่อน เปราะบาง ซับซ้อนและ ซ่อนไว้ซึ่งเงื่อนไขที่เกี่ยวพันกันทั้งเรื่องยากและเรื่องง่าย การแก้ปัญหาที่เป็นมาในอดีต ทั้งสำเร็จและล้มเหลว แต่ที่เหมือนกันคือ ต่างต้องใช้เวลาด้วยกันทั้งสิ้น บทเรียนในอดีต มีมากมายทั้ง ที่เปิดเผย และไม่ยอมรับในความผิดพลาด แต่ต่างล้วนมีคุณประโยชน์ในการศึกษา และมีคุณค่าแก่การเรียนรู้ ซึ่งผู้ที่อยู่ในกระบวนการแก้ไข ทั้งผู้คิด ผู้สั่ง ผู้ทำ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ลึกซึ้ง และมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ รอบด้าน เพื่อให้เกิดความรอบรู้ อันจะนำไปสู่การมองถึงแนวทางการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ และอย่างมีประสิทธิผล.

    ปัญหาการก่อความไม่สงบนั้น ถึงแม้ว่าทหารไม่ใช่ผู้กำหนดและประกาศชัยชนะ แต่ในอดีตที่ผ่านมา ล้วนจำเป็นที่จะต้องใช้กำลังทางทหาร ในการที่จะเป็นผู้สร้างสภาวะแห่งชัยชนะในสงความการก่อความไม่สงบ เพื่อให้หน่วยงานอื่นๆเข้ามา ปฎิบัติงาน ที่มีแผนงาน ทั้งยุทธศาสตร์ และยุทธวิธี อย่างสอดรับ สอดคล้อง และต่อเนื่องให้ได้ผลแห่งชัยชนะที่เป็นชัยชนะที่ยั่งยืน ถาวร ตลอดไป ดังนั้นจากบทเรียนที่ท่านได้อ่าน คิด พิจารณา ทั้ง ๒๘ ข้อ มานั้นเป็นสิ่งที่ผู้เขียนได้ กลั่นกรองมาอย่างลึกซึ้ง เหมาะสม และ มีนัยยะของข้อคิด ที่ท่านสามารถ คิดพิจารณา ได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่ที่ว่า ท่านมีประสบการณ์ มีความรอบรู้ สามารถทำความเข้าใจ ริเริ่ม ขยาย ประยุกต์ จากข้อคิดให้เป็นแนวทาง และหนทางปฎิบัติ ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับ สถานะ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ที่ท่านดำรงอยู่ได้อย่างไร.

    ปัญหา การก่อความไม่สงบ ใน ๓ จังหวัด ภาคใต้ของไทยนั้น ในข้อเท็จจริงแล้ว ผู้แปลก็ไม่เคยไปปฏิบัติงานในพื้นที่ แต่สนใจในปัญหา และติดตามข่าวสารทั้งเปิดและปิด อย่างต่อเนื่อง มีโอกาส อ่านบทเรียนในอดีตของพื้นที่ รับฟังการเสนอความคิด การบรรยายสรุป การสัมมนา บทเรียนที่เพิ่งผ่านพ้นในห้วงเกิดเหตุ ทั้งผู้ปฏิบัติ ผู้จัดทำแนวนโยบาย นักปกครอง นักวิชาการ สื่อมวลชน และอื่นๆอีกพอสมควร ผู้แปลเห็นว่า โดยสรุปเชิงเปรียบเปรย ก็น่าจะเข้ากับภาษิตไทยที่บอกว่า “ ตาบอดคลำช้าง ” ซึ่งดูเสมือนว่า ทุกคนจับต้องปัญหาถูกหมด ยากที่จะถกเถียง เพราะเป็นข้อมูลจริงของพื้นที่ เพียงแต่ต่างกันตรงที่ว่า ใครจับต้องตรงใหน ใครเสียงดัง ใครนำเสนอดี ก็จะได้รับความเชื่อถือ และ ยอมรับ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ จะต้องหา คนตาดี มองช้างจากจุดที่เหมาะสมให้เห็นทุกซอกมุม แล้วบอกกลุ่มคนตาบอดที่ จับลูบช้าง ให้เห็นแจ้ง และเข้าใจ แต่อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นเพียงการรู้จักช้างจากภายนอกเท่านั้น ปัญหาที่ยากขึ้นก็คือขั้นการเรียนรู้ภายในของช้าง เพื่อให้รู้ว่าช้างป่วยด้วยโรคอะไรบ้าง และที่ยากที่สุดคือจะเราจะช่วยกันรักษาโรคนี้ได้อย่างไร เพื่อรักษาชีวิตของช้างให้คงอยู่ได้ตามที่ควรจะต้องเป็น.
    ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

    กลับสู่หน้าหลัก
  • โดย พ.อ. ปริญญา ฉายดิลก
    parinya21c@hotmail.com

    กลับสู่หน้าหลัก

    CounterSee who's visiting this page.

    เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน

    ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
    บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 1 พ.ค. 50
    โดย พ.อ. ปริญญา ฉายดิลก ต้องการติดต่อผู้เขียนบทความ parinya21c@hotmail.com