" เกียรติศักดิ์ไม่มีขาย อยากได้ต้องสร้างเอง "
นักเรียนเตรียมทหาร “สุภาพบุรุษพระรามสี่” ปี 2521 ผู้ที่จะรักษามรดกของชาติไว้ด้วยเลือด ตอนที่ 3 นักเรียนใหม่ ใจเต็มร้อย ท่านคิดอย่างไร&xoxox

นักเรียนเตรียมทหาร “สุภาพบุรุษพระรามสี่” เมื่อปี พ.ศ. 2521 ผู้ที่จะรักษามรดกของชาติไว้ด้วยเลือด 1 เด็กเพชรอยากเป็นทหาร
นักเรียนเตรียมทหาร “สุภาพบุรุษพระรามสี่” เมื่อปี พ.ศ. 2521 ผู้ที่จะรักษามรดกของชาติไว้ด้วยเลือด ตอนที่ 2 พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยหนูด้วย
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์


…………........จันทร์ที่ 8 พฤษภาคม 2521 เป็นวันแรกไม่ใช่แต่ผมแต่เป็นวันแรกสำหรับชายหนุ่มกว่า 700 ชีวิต จากทั่วทุกแห่งหนของประเทศไทยที่ย่างเหยียบเข้ามาในโรงเรียนเตรียมทหารในฐานะที่เรียกทุกคนเรียกว่านักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 21 อย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันเป็นครั้งแรก ผมเองตื่นเช้าตั้งแต่ตีห้าครึ่งแต่งตัวในชุดนักเรียนใหม่ที่ได้รับแจกมาคือ กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน เสื้อแขนสั้นสีขาว รองเท้าหนังหุ้มส้นสีดำและถุงเท้าดำ คาดเข็มขัดสีเขียวหัวทองเหลืองตราของกองบัญชากการทหารสูงสุด และถือกระเป๋าหนังสีดำที่ได้รับจากโรงเรียนเช่นกัน โดยก่อนหน้านั้นวันสองวันได้ตัดผมทรงนักเรียนข้างขาวอย่างเรียบร้อย ออกจากบ้านที่ซอยองครักษ์ ประมาณ หกโมงเช้า ขึ้นรถตามแผนคือสาย 55 ที่ต้นสายอยู่บนถนนอำนวยสงคราม ไปลงที่สามย่านเพื่อต่อรถเมล์สายสี่ บริเวณตรงข้ามวัดหัวลำโพง แล้วต่อไปลงที่หน้าประตูหน้าโรงเรียนเตรียมทหาร โดยหวังว่าไปถึงประมาณสัก 7 โมงเช้า แล้วจะหาอะไรทานเป็นอาหารเช้าที่ร้านอาหารที่เคยมาทานในระหว่างการสอบ แต่พอลงจากรถก็เริ่มเห็นสิ่งผิดสังเกตเพราะคิดว่ามาถึงโรงเรียน 7 โมงเช้านี่ก็ถือว่าเช้ามากแล้ว แต่ปรากฏว่าผิดคาดเพราะเพื่อน ๆ จำนวนมากได้ เต็มลานด้านหน้าขาวพรืดไปหมดแล้ว เมื่อลงมาพี่ ๆ ซึ่งต่อมาทราบว่าเขาเรียกว่านักเรียนบังคับบัญชาก็มายืนคอยตามรายทางเรียกให้มาเข้าแถวเพื่อเดินไปรวมกับเพื่อน ๆ ที่มาถึงก่อน สิ่งแรกที่จำได้ก็คือ ผมทำผิดตั้งแต่วินาทีแรกที่ลงรถแล้วเพราะนักเรียนใหม่ไม่มีสิทธิที่จะลงรถหน้าโรงเรียนไม่ว่าจะมาด้วยรถเมล์ รถแท็กซี่หรือรถส่วนตัว จะต้องลงก่อนถึงรั้วของโรงเรียนแล้วเดินมา สำหรับผมก็คือบริเวณทางแยกถนนวิทยุกับพระราม 4 แต่เนื่องจากเป็นวันแรกความผิดนี้จึงยกให้ไม่ลงทัณฑ์ และความผิดที่ยังไม่ถือเป็นความผิดก็คือ ประตูหน้าไม่ใช่ประตูสำหรับนักเรียนใหม่ใช้ อ้าว ไม่ใช้ประตูนี้แล้วตูจะไปเข้าทางไหนหว่า ผมคิดในใจ แต่ก็ยังเฉยอยู่เพราะใจยังห่วงกินข้าวอยู่ ก็เลยทน ๆ เอา นักเรียนผู้บังคับบัญชาได้พาผมและเพื่อนใหม่ เดินแถวผ่านไปทางสระน้ำที่ผมว่ายตอนทดสอบ อ้อมผ่านร้านอาหารไปทางโรงพละศึกษา แล้วมาหยุดที่หน้าตึกตัวไอหรือตึกองบังคับการกรมนักเรียนเพื่อมาสมทบกับเพื่อน ๆ ที่มาก่อนหน้า ผมหันหลังให้สโมสรนายทหารและร้านอาหารที่หมายมั่นปั้นมือจะหาอาหารใส่ท้อง แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ปล่อยให้กินข้าวสักที ไม่ปล่อยไม่เท่าไรยังพูดสั่งโน่นสั่งนี่ไปเรื่อย ว่ารองเท้าไม่มันบ้างทั้ง ๆ ที่ก็เอาแปรงขัดมาอย่างดี หัวเข็มขัดหมองบ้าง ผมยาวบ้าง ลักษณะท่าทางไม่ได้เรื่องบ้าง จนเวลาเลยแปดโมงเช้าเห็นท่าว่าคงจะไม่ได้กินข้าวแน่แล้วก็เลยต้องตัดใจ และเพื่อน ๆ เริ่มทะยอยมาจนใกล้ครบจำนวน นายทหารปกครองและนักเรียนบังคับบัญชาก็มาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเช่นกัน

…………........ หลังจากที่เพื่อนมากันเกือบหมดแล้วสิ่งแรก ๆ ที่ทำเป็นระบบก็คือ การจัดแบ่งตามตอนหรือทั่วไปเรียกว่าห้องเรียน แต่ที่โรงเรียนเตรียมทหารเขาเรียกว่าตอน นักเรียนเตรียมทหารรุ่นผมนับได้ว่าเป็นรุ่นที่มีจำนวนมากที่สุดเท่าที่ตั้งโรงเรียนเตรียมทหารมาเลยทีเดียว และครองแชมป์จำนวนมาก และไม่แน่ใจว่ารุ่นหลัง ๆ ที่มีการบังคับให้นักเรียนนายร้อยตำรวจทั้งหมดต้องมาเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหารจะมีรุ่นไหนมีมากกว่ารุ่นของผมบ้าง รุ่นของผมนั้นรวมทั้งหมดแล้วมีประมาณ 740 กว่านายเห็นจะได้ เท่าที่มีการเล่าต่อ ๆ กันมาว่าถึงเหตุผลที่รุ่นผมมีมากที่สุดนั้น ว่ากันว่าเป็นความบังเอิญที่นายกรัฐมนตรีขณะนั้นมีลูกชายเข้ามาเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 21 กับเขาด้วย ก็เลยส่งผลเบื้องต้นผลักดันให้มีจำนวนนักเรียนมากตามไปด้วยประการละฉะนี้ เรียกว่ามากจนทางนายทหารปกครองพิจารณาแล้วว่าที่นอนที่เคยจัดให้นักเรียนเตรียมทหารที่มาจากต่างจังหวัดรุ่นก่อน ๆ ได้พักในโรงเรียนไม่พอทีเดียวก็เลยตัดปัญหาให้ทุกคนในรุ่นไปหาที่พักกันเอาเองนอกโรงเรียน ซึ่งก็เป็นที่ถูกใจต่อบางส่วน แต่สำหรับผมก็ก่ำกึ่งเรียกว่าแบบไหนก็ได้เพราะแม้ว่าจะคิดว่าอยู่ที่นอนในโรงเรียนน่าจะสะดวกแต่ก็หวั่นว่ามันอาจจะไม่คุ้มที่จะอยู่ก็เป็นได้ เพราะในอาคารเดียวกันมีพี่ ๆ นอนร่วมอยู่ด้วยซึ่งแทนที่จะรู้สึกอบอุ่นกลับทำให้รู้สึกร้อนไปเลยทีเดียว

…………........ การแบ่งตอนนั้นก็ทำด้วยการเรียกรายชื่อผมเองรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยที่ถูกเรียกเป็นคนที่ 6 ให้ออกมาจากใต้ถุนอาคารกรมนักเรียนให้ มายืนคอยเพื่อน ซึ่งตามมาอีก 36 คน รวมผมด้วยก็ 37 คน ซึ่งมากกว่า 30 คนในตอนเดียวกันตัวใหญ่กว่าผมทั้งนั้น และหลังจากเรียกมาครบทุกคนแล้วก็รวมได้ 20 ตอนพอดีโดยแบ่งออกเป็นสามกลุ่มใหญ่หรือต่อมาเรียกว่ากองพัน และแต่ละตอนก็เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าหมวด ดังนั้นตอนของผมจึงเป็นตอนที่ 6 ของนักเรียนเตรียมทหารปีที่ 1 และในเวลาเดียวกันก็เป็น หมวด 2 กองร้อย 1 กองพันที่ 3 และเมื่อสิ้นสุดการแบ่งและให้เข้าแถวประจำที่ของแต่ละคนแล้วผมเองได้ยืนในตำแหน่งคนแรกสุดของตอน โดยได้รับทราบในเวลาต่อมาว่าทางโรงเรียนได้แต่งตั้งให้ผมเป็นหัวหน้าตอนที่ 6 ซึ่งผมเองก็งงเป็นอย่างมากว่าทำไมมาเอาผมเป็นหัวหน้า เพราะตัวก็เล็ก ไม่เคยเป็นนักเรียนนายสิบมาก่อนเหมือนเพื่อนบางคนในตอน หน้าตาก็สุดแสนจะบ้านนอกไม่รู้เรื่องอะไรมากนักเกี่ยวกับกรุงเทพเหมือนเด็กที่จบในกรุงเทพ หรือแม้แต่พ่อแม่ก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับทหารมาก่อนเลย ซึ่งก็ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้เพราะเกรงว่าพูดไปอาจจะนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเองได้โดยไม่จำเป็น แล้วก็คิดว่าแม้ว่าเท่าที่เคยเป็นนักเรียนมาแม้ว่าไม่เคยเป็นหัวหน้าห้องเรียนมาก่อนในชีวิตแต่ก็เคยได้รับเลือกให้ชักธงชาติตอนประถมสี่และเป็นศิษย์เอกของครูสมัยประถมสองที่สามารถไปซื้อโอเลี้ยงให้ครูได้อย่างไม่ผิดพลาดก็น่าจะลองหน้าที่นี้ดูสักตั้ง ซึ่งต่อมาหน้าที่นี้แม้จะนำความเดือดร้อนมาให้ตนเองเป็นพิเศษแต่ก็มีความรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างมากเพราะมาทราบในภายหลังว่าเหตุผลที่แท้จริงที่ผมได้รับการคัดเลือกให้เป็นหัวหน้าตอนโดยที่ไม่ต้องลงคะแนนเสียงก็เพราะว่าคะแนนสอบของผมตอนสอบเข้าเตรียมทหารนั้นเป็นลำดับที่ 6 ของผู้สมัครทั้งหมื่นสามพันกว่าคน การจัดลำดับของทางโรงเรียนนั้นเขาจะเรียงจากคนที่ได้คะแนนที่ 1 ให้เป็นหัวหน้าตอน 1 เรียงไปจนถึงคนที่คะแนนลำดับที่ 20 เป็นหัวหน้าตอน 20 ซึ่งทุกคนจะเป็นหมายเลขแรกของแต่ละตอน สำหรับผู้ที่คะแนนเป็นลำดับที่ 21 ก็จะเรียงทบแบบงูก็คือเป็นลำดับที่ 2 ของตอน 20 ไล่ย้อนกลับไปมาจนถึงประมาณเลขที่ 30 ของแต่ละตอนจากนั้นประมาณ 3 - 4 คนสุดท้ายของตอนก็จะเป็นโค้วต้าของนักเรียนนายสิบ นักเรียนจ่าทหารเรือ นักเรียนจ่าทหารอากาศที่ได้รับการคัดเลือกจากแต่ละโรงเรียนให้มาเรียนเตรียมทหารตามโควต้าของแต่ละปี และก่อนจะจบตอนนี้นั้นผมขอโม้ต่อไปอีกหน่อยว่าปลายปี 2 ของรุ่นผมผู้ที่เป็นหัวหน้าตอนคนแรกตอนปี 1 ที่เลือกเหล่าทหารบกก็คนอดีตหัวหน้าตอนชั้น 1 ตอน 6 นั่นเองซึ่งคงจะเป็นใครที่ไหนไปไม่ได้อย่างแน่นอน

…………........ หลังจากการจัดแบ่งตอนและหมวดเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นการชี้แจงทั้งวัน การปฏิบัติตัวในวันต่อไปว่าจะต้องทำอย่างไร เวลาในการมาโรงเรียน การแต่งกาย การขึ้นรถเมล์ การรอรถเมล์ การทำความเคารพ การเดินผ่านผู้ใหญ่ การรับประทานอาหารกลางวันที่ผมสุดแสนจะหิว การตัดผม การติดกระดุมคอ และอีกมากมายจนหมดปัญญาจะจำได้ รวมทั้งการแนะนำให้รู้จักอาจารย์ประจำตอน นายทหารปกครอง หลังจากนั้นตอนเย็นก็ปล่อยกลับบ้าน สิ่งแรกที่ผมกลับไปบ้านที่ทำก็คือไปร้านตัดผม เพื่อตัดผมซึ่งเจ้าของร้านก็ไม่ได้สนใจในตอนแรกเพราะผมของผมเองมันสั้นอยู่แล้วจนต้องสะกิดช่างว่าผมต้องการตัดผม โดยช่างมองหน้านึกว่าผมกวนจนผมบอกว่าต้องการตัดจริงๆ เอาแบบแทบติดหนังศีรษะเลยแต่ม่ใช่การโกน หลังจากนั้นก็ไปหามาม่ากับขนมปังและแยม และน้ำพริกเผามาสะสมเป็นเสบียงสำหรับอาหารมื้อเช้าเพราะเท่าที่ประเมินดูแล้ว วันต่อไปถ้าไม่หาอะไรกินไปก่อนออกจากบ้านก็คงไม่ได้กินแน่จนถึงกลางวัน หลังจากนั้นก็หาอาหารเย็นกินก่อนที่จะมาตั้งหน้าตั้งตาขัดรองเท้าและเข็มขัดอย่างสามารถเพราะรองเท้าต้องขัดด้วยสำลีชุบน้ำผสมกีวีขัดทั้งหนัง เชือกร้อยรองเท้า และใต้พื้นรองเท้า สำหรับเข็มขัดก็ต้องถอดเอาเครื่องหมายออกจากหัวเข็มขัด เอามาลงบรัสโซขัดทั้งนอกทั้งในรวมทั้งหางเข็มขัดทองเหลือง ตามที่ได้รับคำสั่งมาจากหัวหน้าหมวดเมื่อตอนกลางวัน และเตรียมเรื่องต่าง ๆ ที่ได้รับการสั่งการมาไม่ว่าป้ายชื่อตนเอง ท่องชื่อผู้บังคับบัญชาต่าง ๆ ให้ขึ้นใจ ก่อนที่มุดมุ้งเข้านอนเอาแรงตอนห้าทุ่มเพื่อเตรียมตัวตื่นตีห้าในวันต่อไปที่ไม่รู้ว่าจะต้องผจญกับอะไรอีก

นักเรียนเตรียมทหาร “สุภาพบุรุษพระรามสี่” เมื่อปี พ.ศ. 2521 ผู้ที่จะรักษามรดกของชาติไว้ด้วยเลือด ตอนที่ 4 เวทีนี้ไม่มีพี่เลี้ยง


ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์


กลับสู่หน้าหลัก

กลับสู่หน้าหลัก

CounterSee who's visiting this page.

เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน

ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 19 เม.ย. 47
ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม ICQ ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน Contact list ใน ICQ ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วเลือก Web Page address (URL) หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมา ดูว่าตรงกับชื่อ address ในเบราเซอร์ แล้วกด Send ได้เลย

ท่านสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงได้การพิมพ์ลงในช่องด้านล่างเรียบร้อย แล้วกด Send ได้เลยครับ

ICQ PeopleSpace Directory
View My Page

Page an ICQ User