ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
การเตรียมการเพื่อเหยียบแผ่นดินอเมริกาครั้งแรกของผม ตอนที่ 1
การเตรียมการเพื่อเหยียบแผ่นดินอเมริกาครั้งแรกของผม ตอนที่ 2
การเตรียมการเพื่อเหยียบแผ่นดินอเมริกาครั้งแรกของผม ตอนที่ 3
การเตรียมการเพื่อเหยียบแผ่นดินอเมริกาครั้งแรกของผม ตอนที่ 4
การเตรียมการเพื่อเหยียบแผ่นดินอเมริกาครั้งแรกของผม ตอนที่ 5
การเตรียมการเพื่อเหยียบแผ่นดินอเมริกาครั้งแรกของผม ตอนที่ 6
การเตรียมการเพื่อเหยียบแผ่นดินอเมริกาครั้งแรกของผม ตอนที่ 7
.........
27. เอกสารอื่น ๆ
.........27.1. รูปถ่ายแบบกระดาษและดิจิตอล รูปถ่ายของตนเองเป็นแบบกระดาษนั้น เราต้องถ่ายเพื่อประกอบหลักฐานตอนแรก ๆ อยู่แล้ว ซึ่งถ้ามีเหลือก็ติดเอามาด้วย ปัจจุบันการอัดภาพจากกล้องดิจิตอลทำได้โดยง่าย ดังนั้นถ้าเรากล้องดิจิตอลอยู่แล้วก็ถ่ายเก็บไว้ทั้งสองแบบ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนนะครับ เพราะโอกาสใช้น้อยมาก
.........27.2. ใบขับขี่และบัตรประจำตัว ใบขับขี่จะมีความจำเป็นถ้าท่านคิดว่าจะมาซื้อหรือขับรถที่สหรัฐ ซึ่งหลักสูตรสำคัญ ๆ ทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเราจะพาไปสอบใบขับขี่ซึ่งผมเคยได้มาใบหนึ่งแต่ไม่เคยได้ใช้เลยจนกลับ ตอนไปสอบก็เพียงแต่สอบข้อเขียนเท่านั้น มีนายทหารบางคนบอกว่าให้เอาใบขี่ของไทยไปด้วยเพื่อใช้เป็นหลักฐานได้แต่ผมก็ไม่เคยลองและเคยได้ยินว่าเจ้าหน้าที่เขาไม่รับเพราะอ่านไม่ออก อย่างไรก็ตามต่างรัฐคงจะมีระเบียบที่ต่างกันกันไปซึ่งผมไม่สามารถยืนยันรายละเอียดของแต่ละรัฐได้ และถ้าท่านไม่เสียดายเงินหรือเวลามากนักก็ลองทำใบขับขี่สากลดูนะครับอาจจะช่วยให้ท่านทำใบขับขี่ได้ง่ายขึ้น สำหรับบัตรประจำตัวทหารหรือบัตรประชาชนนั้นผมเอาติดตัวมาทุกครั้งเพื่อความอุ่นใจแต่ไม่แคยได้ใช้แต่อย่างใด
.........27.3. หนังสือรายงานตัวต่อ ผช.ทูตทหาร ได้รับมาตอนไปรับเอกสารที่กรมยุทธศึกษา คิดว่าปัจจุบันคงมีเหมือนเดิม ต้องเอาติดไปด้วยเพราะเมื่อถึงสหรัฐแล้วเราต้องกรอกข้อมูลแล้วส่งจดหมายไปยังสำนักงานผู้ช่วยทูตทหาร ที่วอชิงตันดีซี
.........27.4. หนังสือรับรองสิทธิมนุษยชน เป็นข้อมูลใหม่ผมเองไม่เคยใช้แต่รับทราบจากเพื่อนที่เดินทางเดือน มีนาคม 2547 บอกว่าให้เขียนใส่ให้ผู้ที่จะเดินทางไปในโครงการ IMET ทราบด้วย ซึ่งต้องใช้เวลาในการตรวจสอบหลังจากที่เราให้ผู้บังคับบัญชาลงนามยืนยัน โดยทางฝ่ายสหรัฐ พอสมควรจึงความคืบหน้าพอสมควร
.........27.5. เอกสารประกอบการเรียน ถ้าเรามีหรือได้รับมาจากผู้ที่เดินทางมาเรียนก่อนก็นำติดไปด้วยทั้งแบบกระดาษหรือจะเป็นไฟล์คอมพิวเตอร์ เพราะแนวทางการเรียนมักจะไม่เปลี่ยนมากนักถ้าเวลาไม่ห่างกันนัก
.........28. การติดต่อสื่อสารนอกเหนือจากอินเตอร์เนท
.........28.1. การโทรศัพท์กลับไทย เรื่องการโทรศัพท์กลับมาประเทศไทยมักเป็นเรื่องที่คนที่จะเตรียมตัวไปสหรัฐอยากรู้มากเรื่องหนึ่ง ผมเคยอ่านที่ไหนจำไม่ได้นานแล้วบอกว่าเดินทางไปสหรัฐนั้นเมื่อถึงแล้วไม่จำเป็นต้องโทรมาบอกคนที่ไทยหรอก เพราะว่าถ้าเครื่องบินตกที่บ้านเราต้องทราบแน่ ก็นับว่าเป็นความคิดที่แปลกเอาการอยู่แม้ว่าจะเห็นว่าคำพูดนั้นมีความจริงอยู่บ้าง แต่ใครล่ะจะไม่โทรถ้าทำได้ ผมเองก็โทรทุกครั้ง โดยครั้งแรกที่ไปนั้นใช้การโทรจากเครื่องโทรศัพท์หยอดเหรียญ เมื่อเดินทางถึงค่ายก็หาแลกเศษเหรียญหยอดโทรศัพท์กลับมาบอกที่บ้านก่อนเลย แต่จำไม่ได้ว่านาทีละเท่าไรแต่แพงเพราะหยอดไปหลายเหรียญพอสมควรโดยพูดได้ไม่เกินสามนาทีก็โดนตัด อีกที่หนึ่งที่ผมเคยได้ยินมาและเคยใช้อยู่ครั้งสองครั้งก็คือ โทรศัพท์ทางทหารของสหรัฐ ซึ่งขอเจ้าหน้าที่ที่ดูแลโทรฟรีได้ทั่วโลก แต่ท่านจะได้ใช้หรือไม่คงแล้วแต่สถานที่และการเจรจาเฉพาะตัวของท่านเอง สำหรับปัจจุบันที่ผมใช้อยู่นั้นใช้บัตรโทรศัพท์ที่บ้านเรารู้จักว่า พินโฟน ที่นิวยอร์กนั้นก็มีขายตามร้านค้าริมทาง หรือคนไทยที่นี่ราคาใบละ 20 ดอลล่าร์ แต่ผมเองใช้วิธีการซื้อผ่านทางอินเตอร์เนท ซึ่งแนะนำให้ท่านได้ลองซื้อก่อนที่จะเดินทางมาเพราะจะได้ไม่เสียเวลาเมื่อเดินทางมาถึง ซึ่งโทรได้จากโทรศัพท์ทั่วไปในสหรัฐ สนใจลองไปดูได้ที่ http://www.thaitel.com หรือ http://www.thaiconnector.com ไม่ได้ค่าโฆษณาหรอกครับแต่เท่าที่ใช้มาเห็นว่าใช้โทรได้ค่อนข้างเหมาะสม เพราะในบางโปรโมชั่นสามารถโทรกลับมาที่กรุงเทพ ได้ในราคานาทีละ 80 สตางค์เท่านั้น ซึ่งราคาพวกนี้แหละมั้งที่ทำให้ค่าโทรศัพท์ของไทยต้องปรับลงจากนาทีละ ยี่สิบกว่าบาทเหลือเก้าบาท สำหรับการเอามือถือมาจากไทยโดยเปิดข้ามประเทศนั้น ผมคิดว่ามาเป็นเดือนไม่น่าคุ้มจึงไม่มีความจำเป็นต้องเอามา
.........28.2. หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ หมายเลขโทรศัพท์ที่ทำงาน ที่บ้าน คนสนิท เพื่อน ๆ ที่เป็นเบอร์บ้านจดมาให้มากๆ นะครับ สำหรับเบอร์ที่สหรัฐก็คือ เบอร์ ผู้ช่วยทูต และ เบอร์สถานฝึกศึกษาที่เราจะไป รวมทั้งเบอร์ของคนที่รู้จักในสหรัฐ เอาให้หยิบฉวยง่าย ๆนะครับ
.........28.3. จดหมาย ในสมัยผมนั้นมีความสำคัญมาก และคอยลุ้นทุกเย็นหลังเลิกเรียนที่จะมาตรวจดูช่องจดหมายของเราว่ามีคนที่ไทยส่งมาบ้างไหม ซึ่งช่วงนั้นทำให้ผมเขียนหนังสือมากเอาการจนมาถูกทำลายสถิติการเขียนของตัวเองก็ตอนมาทำเวบนี่แหละครับ ปัจจุบันการเขียนจดหมายน่าจะลดความสำคัญลงเนื่องจากมีการใช้อีเมลอย่างกล้างขวาง ผมเองก็ไม่ได้เขียนเลยก็ว่าได้ เพราะใช้อีเมลและการคุยผ่านทางโปรแกรมแชทอย่างที่บอก อย่างไรก็ตามที่อยู่ของคนสนิทควรเอาติดมาด้วยเผื่อจำเป็นจะส่งของหรือจดหมายกลับไป การใช้ความจำนั้นอาจจะนึกไม่ออกเมื่อเวลาผ่านไปหลาย ๆ เดือนนะครับ
.........29. งานเลี้ยง การเดินทางมาเมืองนอกครั้งแรกถือว่าเป็นความสำเร็จของชีวิต ดังนั้นการกินเลี้ยงกับคนรักชอบพอกันย่อมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอ ซึ่งอย่างน้อยก็เป็นกำลังใจของคนไปที่มีเพื่อนฝูงและคนรักมาให้กำลังใจ เราเองอาจจะต้องออกเงินในส่วนนี้มากกว่าที่จะให้เพื่อนมารวมเงินเลี้ยงเรา ถ้าเป็นเช่นนี้ก็อย่าไปเสียดายมาก แต่ระมัดระวังหน่อยว่าอย่าให้กระชั้นกับการเดินทางมากนัก เพราะถ้าเกิดอะไรผิดพลาดอาจจะกระทบการขึ้นเครื่องบินได้เหมือนกัน แบบที่เขาว่าคนจะบวชหรือแต่งงานนั่นแหละครับ รักษาตัวหน่อยอย่าให้ต้องหามขึ้นเครื่องมันจะลำบากคนอื่นไปด้วย
.........30. การเตรียมตัวขึ้นเครื่องบินและสิ่งของติดตัวขึ้นเครื่องบินวันเดินทาง
.........30.1. การแต่งกายขึ้นเครื่องบิน การขึ้นเครื่องบินครั้งแรกนั้นผมแต่งชุดสากลเลยครับ ตัดมาใหม่ ๆ สด ๆ ซึ่งไม่มีผู้โดยสารคนอื่นเขาแต่งกันสักเท่าไร เดาเอาว่าพวกที่แต่งคงเป็นคนที่ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกเช่นกัน ที่ผมว่าแบบนี้ก็เพราะคนที่เดินทางบ่อย ๆ มักจะแต่งตัวตามสบายกางเกงยีน เสื้อแจ็กเก็ต ดังนั้นการแต่งชุดสากลอาจจะเด๋ออยู่บ้าง ซึ่งถ้าท่านเห็นว่าแต่งชุดสากลแล้วนั้น ผมยิ่งเด๋อหนักเข้าไปอีกเพราะพ่อแม่เอาพวงมาลัยมาคล้องคอให้ก่อนขึ้นเครื่องอีกต่างหาก และเมื่อสองปีก่อนที่มานิวยอร์ก พ่อตากับแม่ยายก็เอาพวงมาลัยมาคล้องให้กันตรงที่นั่งคอยของอาคารผู้โดยสารขาออกเลย ซึ่งหาคนแถว ๆ นั้นทำแบบผมไม่ได้สักคน แต่เชื่อไหมเมื่อเวลาผ่านไปแล้วคิดถึงภาพที่พ่อแม่คล้องพวงมาลัยให้นั้นมันตื้นตันใจมากจริง ๆ ซึ่งในชีวิตผมนั้นได้รับการคล้องพวงมาลัยอยู่สี่ครั้ง ซึ่งอีกสองครั้งคือ ตอนแต่งงาน และวันที่ผมเดินทางจากท่าอาศยานทหารไปปฏิบัติการรักษาสันติภาพที่ติมอร์ตะวันออก ยังไงก็ลองตรองดูนะครับว่าชอบแต่งกายแบบไหน อย่าลืมเอาอุณหภูมิของสนามบินปลายทางมาคิดด้วยนะครับ ถ้าอยากรู้อุณภูมิของเมืองที่เราจะไปก็ลองดูได้จาก http://www.weather.com
.........30.2. การเดินทางมาสนามบิน เพื่อความไม่ประมาทควรเดินทางให้ถึงสนามบินก่อนสามชั่วโมง อาจจะมากอยู่สักหน่อยแต่ก็ไม่เสียหายอะไร มาสนามบินเราคงไม่ได้มากันบ่อย ๆ และยิ่งพ่อแม่ลูกเมียด้วย ถ้าไม่ได้ทำมาค้าขายกับสนามบินก็คงไม่ค่อยได้มาเช่นกัน ดังนั้นการมาสนามบินนานหน่อยก็ถือเป็นโอกาสเปิดหูเปิดตานั่งดูคนฝรั่ง คนแขก ไปในตัว รถถ้าไม่จำเป็นก็ให้คนอื่นขับมาให้ อาหารทานมาก่อนออกจากบ้านโดยเฉพาะคนมาส่ง เราจะได้ไม่กังวลต้องพาไปเลี้ยงอาหารซึ่งของกินที่สนามบินราคาเหมือนอยู่ต่างประเทศเลยทีเดียว
.........30.3. ภาษีสนามบิน เราต้องเตรียมเงินสด 500 บาท มาซื้อบัตรภาษีสนามบินเพื่อใช้เข้าตรวจด่านศุลกากรด้วย เก็บบัตรไว้ด้วยเพราะอาจใช้ในการเบิกเงินได้
.........31. ข้อควรทราบและพึงระวัง
.........31.1. มารยาทและการวางตัว ก่อนเดินทางก็หาเอกสารของกระทรวงต่างประเทศหรือกรมข่าวทหารบกที่จัดทำเป็นคู่มือไว้ ถ้าเอาติดไปไม่ได้ก็หาโอกาสอ่านสักรอบก็ยังดี
.........31.2. เรียนรู้วัฒนธรรม หาหนังสือพวกนำเที่ยวสหรัฐ ตามร้านขายหนังสือใหญ่อ่าน จะทำให้เราสามารถควบคุมอารมย์ได้ง่าย เวลาเจอมารยาทของคนสหรัฐบางคนที่เราไม่เคยเจอที่ประเทศไทย และทำให้เราแสดงตอบโต้พวกฝรั่งได้อย่างเหมาะสมต่อเหตุอันควร
.........31.3. ห้ามขโมย ห้ามโกงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในบางโอกาสซึ่งบางทีทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้เข้ารับการศึกษาก็คือ การขโมย ตรงนี้พิสูจน์ได้ไม่ยากและเจ้าตัวมักรู้ดีว่าตนเองทำอะไรลงไป แต่การโกงนั้นบางกรณีคนที่ทำลงไปเห็นว่าไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ เช่น การลอกข้อสอบ การโกหกเพื่อขอรับสิทธิเล็ก ๆ น้อย ๆ การเปลี่ยนราคาของในพีเอ็กซ์ด้วยการย้ายกล่องด้วยความสนุก ซึ่งคนทำอาจทำด้วยความเคยชินก่อนที่มา ซึ่งไม่มีใครว่าอะไรดีไม่ดีดันเอาไปพูดคุยกันถึงความเก่งกาจหรือเย้ยหยันความไม่รู้ประสีประสาของคนควบคุม ซึ่งถ้าท่านนำความเคยชินเหล่านี้มาใช้ผิดที่แล้ว การเดินทางกลับประเทศไทยก่อนเวลาอาจจะเป็นประสบการณ์ที่ท่านไม่อาจจะลืมเลือนได้ในชีวิต
.........31.4 การล่วงละเมิดทางเพศ สหรัฐเขาค่อนข้างให้ความสำคัญไม่น้อย โดยความหมายคือการคุกคามทางเพศไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือการใช้วาจาล่วงเกินเพศตรงข้าม ที่ผมเขียนถึงนั้นผมไม่ห่วงนายทหารผู้ชายเท่าไรเพราะเท่าที่เจอไม่ค่อยจะมีปัญหาเท่าไรเพราะส่วนมากค่อนข้างเจียมเนื้อเจือมตัวไม่หาเรื่องเท่าไร แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือนายทหารหญิงที่อาจจะถูกล่วงเกินได้ ถ้าเจอปัญหานี้ก็อย่าอายนะครับแจ้งให้เจ้าหน้าที่ดูแลทราบเลย แต่ถ้าในสถานการณ์ตรงข้ามยังไงก็ฝากกันไว้หน่อยนะครับ เพราะการไปอยู่เมืองนอกคนเดียวกันขนาดผู้ชายยังแย่ผมเอง มาครั้งแรกนี่เข้าใจเลยว่าอาการโฮมซิกของแท้เป็นอย่างไร ดังนั้น ถ้าเป็นผู้หญิงด้วยแล้วจึงควรเข้มแข็งให้มาก ยังไงถ้าต้องตกเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความลังเลไม่แน่ใจในเรื่องเพศตรงข้ามแล้ว ถ้าไม่นึกถึงชื่อเสียงประเทศชาติก็คิดถึงคนรักของเราที่ไทยไว้บ่อย ๆ เอารูปที่ติดมาขึ้นมาดูบ่อย ๆ หรือโทรหากันบ่อย ๆ น่าจะช่วยได้ แต่ถ้ามีความมั่นใจก็ตัวใครตัวมันตัดสินใจกันเองแล้วกัน
.........32. วางแผนนำครอบครัวไปด้วย แม้ว่าโดยทั่วไปการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อการเรียนเวลาไม่นานมักไม่ค่อยมีใครนำครอบครัวไปด้วยเนื่องจากมีข้อจำกัดและมีความยุ่งยากมากพอสมควรโดยเฉพาะผู้ที่เดินทางครั้งแรก อย่างไรก็ตาม การนำครอบครัวเดินทางไปสหรัฐด้วยไม่ว่าจะไประยะสั้นหรือระยะยาวถือว่าเป็นโอกาสที่ดี เพราะถ้าไม่ไปตอนนี้ก็คงจะต้องรอให้อายุมาก ๆ ใกล้เกษียณมีเงินเหลืออะไรทำนองนั้นซึ่งต้องคอยอีกนับสิบปี แต่ถ้าท่านตัดสินใจว่าจะเอาครอบครัวไปด้วยแน่แล้ว อย่างแรกที่คงต้องพิจารณาเลือกก่อนอย่างอื่น คือ จะให้ครอบครัวเดินทางไปพร้อมกับเราหรือตามไปที่หลังต่างก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันและยังมีปัจจัยอื่น ๆ มาเป็นตัวจับอีกพอสมควาร แต่สำหรับความคิดของผมสรุปว่าให้ครอบครัวตามไปตอนหลังน่าจะดีกว่า แต่การเตรียมการเรื่องเอกสารต่าง ๆ ควรทำไปพร้อมกับที่เราทำด้วย ซึ่งจะทำให้มีความสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายได้พอสมควร สำหรับการขอวีซ่าเขาสหรัฐให้ครอบครัวนั้นกรอกเรื่องความมุ่งหมายกับความสัมพันธ์กับตัวเราให้ดีนะครับจะได้ไม่ต้องจ่ายค่าทำวีซ่า
.........จบข้อแนะนำแล้วครับสำหรับการเตรียมการเหยียบแผ่นดินครั้งแรกของผม ไม่น่าเชื่อที่เขียนยาวถึง 44 หน้ากระดาษ ซึ่งนับว่ายาวที่สุดตั้งแต่เขียนเวบมา ก็เลยขอบันทึกไว้สักหน่อย รวมทั้งเพื่อนผมที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขียนบทความที่ยาวที่สุดของผมนี้ ขณะที่ผมกำลังพิมพ์ถึงตอนนี้ และถ้าเป็นไปตามกำหนดการที่บอก เขาคงกำลังนั่งเครื่องบินเข้าใกล้ญี่ปุ่นแล้ว
.........
เมื่อท่านอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเกิดความกลุ้มใจว่าอะไรมันจะมากมายก่ายกองปานนั้น ก็ขอย้ำอีกทีให้ท่านสบายใจได้ว่า สิ่งหลัก ๆ นั้นแม้ท่านจะไม่อ่านบทความนี้ท่านก็เตรียมตัวอยู่แล้ว ซึ่งเพียงพอให้ท่านเดินทางไปสหรัฐและเดินทางกลับมาประเทศไทยพร้อมความสำเร็จได้เช่นกัน ถ้าท่านไม่เคราะห์ร้ายจริง ๆ อีกอย่างหนึ่งก็คือ ถ้าท่านเดินทางครั้งแรกแล้วทำได้หมดทุกข้อตามที่ผมเขียนแนะนำแล้วละก็ ท่านคงจะต้องเป็นหนึ่งในกลุ่มคนสองประเภทนี้เท่านั้น คือ ไม่เป็นซุปเปอร์แมน ก็ต้องบ้าจริง ๆ เท่านั้น ขออวยพรให้ทุกท่านที่จะเดินทางไปสหรัฐ ได้สร้างชื่อเสียงอันมีค่าของกองทัพและของไทยให้ประจักษ์ต่อชาวต่างชาติ โชคดีครับ กลับมาแล้วมีอะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ อย่าลืมเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

กลับสู่หน้าหลัก
|

กลับสู่หน้าหลัก

เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน
ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า
Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
|