|
|||
|---|---|---|---|
| ทหารแท้ ไม่เคยตาย | |||
| การปรับปรุงงานข่าวกรองในการต่อต้านการก่อการร้าย | ท่านคิดอย่างไร | |
|---|---|---|
|
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ---------------------------------------------------------------------- ................ ภายหลังยุคสงครามของการเผชิญหน้าระหว่างประเทศมหาอำนาจสิ้นสุดลง สภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติก็ได้เปลี่ยนแปลงไป ภัยคุกคามแบบเดิมซึ่งท้าทายต่อความมั่นคงของรัฐโดยการใช้กำลังทางทหารมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยในช่วงทศวรรษหน้า ภัยคุกคามได้มีการเปลี่ยนแปลงจากภัยคุกคามทางทหารแบบเดิมมาเป็นภัยคุกคามข้ามชาติ เช่น ภัยคุกคามจากการค้ามนุษย์ อาชญากรรมที่มีการจัดเป็นองค์กร การค้ายาเสพติดและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการก่อการร้ายระหว่างประเทศ ระยะเวลาไม่กี่ปีมานี้ในช่วงศตวรรษที่ 21 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงลักษณะของการ ก่อการร้าย ซึ่งเริ่มกลายเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ การโจมตีจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้รับการยอมรับว่าเป็นแนวคิดใหม่ของสงครามและการต่อสู้ในระหว่างช่วงปลายศตวรรษ ที่ 20 นอกจากนี้ความท้าทายของการก่อการร้ายระหว่างประเทศยังเป็นเรื่องที่สังคมระหว่างประเทศและรวมถึงแต่ละประเทศไม่มีการเตรียมการที่ดีที่จะรับมือกับภัยคุกคามนี้ การโจมตีตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์คโดยผู้ก่อการร้ายเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 การระเบิดของขบวนรถไฟใต้ดินในกรุงลอนดอนและการระเบิดของขบวนรถไฟในกรุงแมดริด ต่างก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ................ มาตรการสำคัญที่สุดประการหนึ่งในการจัดการกับภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ก็คือ งานข่าวกรอง การต่อสู้กับการก่อการร้ายระหว่างประเทศเป็นความท้าทายของหน่วยงานข่าวกรองแห่งชาติ เพราะว่าการให้ได้มาซึ่งข่าวสารเกี่ยวกับการประกอบกำลัง ขีดความสามารถ ที่ตั้ง แผน และความต้องการของกลุ่มก่อการร้ายนั้นเป็นสิ่งที่ยากเย็น นอกจากนี้ การรวบรวมข่าวสารเกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้ายต้องอาศัยทักษะซึ่งแตกต่างจากการรวบรวมข่าวสารเกี่ยวกับขีดความสามารถและเจตนารมณ์ของข้าศึกหรือรัฐที่เป็นปรปักษ์ในช่วงสงครามเย็น กระนั้นก็ตามการปรับปรุงงานข่าวกรองใน 3 ด้านหลัก ๆ ซึ่งได้แก่ หน่วยงานข่าวกรอง แหล่งข่าวกรอง และกระบวนการข่าวกรอง สามารถที่จะเพิ่มขีดความสามารถของงานข่าวกรองในการจัดการกับการก่อการร้ายระหว่างประเทศได้ บทความนี้จะกล่าวถึงภัยคุกคามจากการก่อการร้ายระหว่างประเทศและความล้มเหลวของงานข่าวกรองจากเหตุการณ์โจมตีจากผู้ก่อการร้ายในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 จากนั้นจะกล่าวถึงการปรับปรุงงานข่าวกรองซึ่งจำเป็นต่อการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพกับการก่อการร้ายระหว่างประเทศ การก่อการร้ายระหว่างประเทศ ................ การก่อการร้ายแบบใหม่ในปัจจุบัน มีลักษณะหลายประการที่แตกต่างจากการก่อการร้ายแบบเดิมในอดีต แต่เดิมนั้นผู้ก่อการร้ายต้องการเรียกร้องให้ผู้คนให้ความสนใจ มากกว่าต้องการที่จะก่อให้เกิดการสูญเสียเป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันการก่อการร้ายแบบเดิมซึ่งเคยได้รับการสนับสนุนจากรัฐได้ถูกแทนที่โดยการก่อการร้ายที่ได้รับแรงจูงใจจากเรื่องของศาสนาและชนกลุ่มน้อย ซึ่งไม่ต้องอาศัยการสนับสนุนจากรัฐแต่อย่างใด การก่อการร้ายแบบใหม่ซึ่งนำโดยอุซามา บิน ลาดิน (Usama bin Ladin) และอัลเคด้า (al-Qaeda) มีลักษณะเป็นการปฏิบัติการข้ามชาติ ไร้พรมแดน และปฏิบัติโดยผู้แสดงที่มิใช่รัฐ (non-state actors) การก่อการร้ายแบบใหม่นี้มีความรุนแรงมากกว่าและก่อให้เกิดการสูญเสียจำนวนมาก ยิ่งกว่านั้น ผู้ก่อการร้ายรุ่นใหม่ยังมีเงินทุนและได้รับการฝึกที่ดีกว่าผู้ก่อการร้ายรุ่นก่อน ตัวอย่างเช่น มีการประมาณการว่าทรัพย์สินส่วนตัวของ บิน ลาดิน มีมูลค่าสูงถึง 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สมาชิกของกลุ่มอัลเคด้าถูกกำหนดว่าจะต้องได้รับการฝึกฝนก่อนที่จะเป็นผู้ปฏิบัติการของกลุ่มนักรบอิสลาม นอกจากนี้ การก่อการร้ายแบบใหม่ยังมีความตั้งใจที่จะให้ได้มาและใช้อาวุธทำลายล้างสูง (Weapons of Mass Destruction) ซึ่งก็รวมถึงอาวุธเคมี ชีวภาพ และนิวเคลียร์ มีเอกสารซึ่งถูกค้นพบในอัฟกานิสถานแสดงให้เห็นว่าอัลเคด้ากำลังดำเนินการเกี่ยวกับสารชีวภาพเพื่อที่จะใช้กับสหรัฐฯและประเทศพันธมิตร คาร์มอน (Karmon) นักวิจัยอาวุโสของสถาบันการต่อต้านการก่อการร้าย กล่าวว่า การก่อการร้ายจะยังคงเป็น ภัยคุกคามที่สำคัญต่อโลกทั้งในระดับยุทธศาสตร์และยุทธวิธี ความล้มเหลวของงานข่าวกรองในเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 ................ ในปี 2002 ได้มีการสอบสวนร่วมกันระหว่างหน่วยงานข่าวกรองของรัฐสภาและสภาผู้แทนสหรัฐฯ ซึ่งดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบร่วม นอกจากนี้ ในปี 2003 รัฐสภาสหรัฐฯยังได้จัดตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อทำการทบทวนหลักฐานซึ่งถูกเปิดเผยโดยหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โจมตีจากผู้ก่อการร้ายเมื่อ 11 กันยายน 2001 ในรายงานกล่าวว่าก่อนเกิดเหตุการณ์ 11 กันยายน ไม่มีหน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐฯหน่วยงานใดที่มีการจัดหรือมีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่ดีและไม่มีการปรับตัวที่ดีพอ นอกจากนี้ยังเกิดช่องว่างของขอบเขตในการรวบรวมข่าวสารที่ดำเนินการโดยหน่วยงาน ข่าวกรองที่รับผิดชอบด้านต่างประเทศและในประเทศของสหรัฐฯ หน่วยงานสอบสวนกลาง (The Federal Bureau of Investigation (FBI)) มีเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรไม่เพียงพอและไม่มีการสับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานที่รับผิดชอบในด้านการต่อต้านการก่อการร้าย รวมทั้งไม่มีความพยายามในการรวบรวมข่าวสารให้เกิดประสิทธิผล ยิ่งกว่านั้นระบบงานด้านข่าวสารของ FBI ก็มีความขาดแคลนเช่นกัน หน่วยงานข่าวกรองที่สำคัญอีกหน่วยงานหนึ่ง คือ หน่วยงานข่าวกรองกลาง (The Central Intelligence Agency (CIA)) ก็ขาดบุคลากรที่จะใช้เป็นข่าวกรองจากบุคคล (Human Intelligence) ในการต่อต้านการก่อการร้าย สืบเนื่องมาจากสาเหตุของการลดงบประมาณสำหรับหน่วยงานข่าวกรอง CIAจึงได้ลดจำนวนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศลงเป็นจำนวนเกือบถึงหนึ่งในสาม นอกจากนี้แล้วCIAยังได้ปิดสำนักงานในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งพิจารณาแล้วว่ามีความสำคัญน้อยในระดับยุทธศาสตร์ ถึงแม้จะยังคงมีการเคลื่อนไหวของผู้ก่อการร้ายในพื้นที่เหล่านี้เป็นบางพื้นที่ก็ตาม นอกจากนี้หน่วยงานข่าวกรองยังขาดความร่วมมือและการบูรณการระหว่างแต่ละหน่วยงานอีกด้วย การตอบสนองต่อภัยคุกคามจากการก่อการร้าย ................ การโจมตีจากผู้ก่อการร้ายที่เพิ่มจำนวนขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 21 ทำให้เป็นที่ประจักษ์ได้ว่า การก่อการร้ายระหว่างประเทศเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อความมั่นคงของชาติและต้องได้รับการประเมินค่าอย่างเร่งด่วนสำหรับรัฐบาลในเรื่องของงานข่าวกรอง ในการจัดการกับแนวโน้มของภัยคุกคามแบบใหม่นี้ การปรับปรุงงานข่าวกรองใน 3 เรื่องหลักๆ ซึ่งได้แก่ หน่วยงานข่าวกรอง แหล่งข่าวกรอง และกระบวนการข่าวกรอง อาจทำให้เพิ่มขีดความสามารถในงานข่าวกรองในการรับมือกับการก่อการร้ายระหว่างประเทศได้ หน่วยงานข่าวกรอง ................ การต่อสู้กับการก่อการร้ายต้องอาศัยความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานข่าวกรองด้วยกันเองและระหว่างหน่วยงานข่าวกรองกับหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย การร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานข่าวกรองจะทำให้เพิ่มการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างหน่วยงานและจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในงานข่าวกรองของหน่วย จากรายงานของคณะกรรมการ 9/11 (9/11 Commission Report) แสดงให้เห็นว่าในระหว่างห้วงสงครามเย็นหน่วยงานข่าวกรองแต่ละหน่วยงานจะมุ่งเน้นหรือเพ่งเล็งไปที่ภารกิจพิเศษของตนเองและต้องการข้อมูลข่าวสารของตนเอง หลังจากนั้นจึงค่อยแลกเปลี่ยนข่าวสารโดยผ่านรายงานอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ซีการ์ท (Zegart) ยังกล่าวว่า หน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐฯจำนวนทั้งหมด 15 หน่วยงาน ขาดการทำงานที่สอดคล้องหรือเกี่ยวข้องกัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานเหล่านี้ไม่ได้คิดว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานประเภทเดียวกัน ตัวอย่างเช่น CIA ส่งผ่านข้อมูลที่มีความอ่อนไหวไปให้หน่วยงานข่าวกรองอื่นอย่างชักช้า เหตุเพราะว่า CIA กังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการที่จะเผยแพร่ข้อมูลซึ่งต้องมีการใช้มาตรการต่อต้านข่าวกรองกับข้อมูลเหล่านั้น ก่อนเกิดเหตุการณ์ 11 กันยายน CIA ได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของสมาชิกกลุ่มอัลเคด้ามาก่อนแล้ว แต่ก็ไม่ได้บรรจุรายชื่อของบุคคลเหล่านี้ไว้ในบัญชีรายชื่อของผู้ที่ต้องเฝ้าระวังของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง นอกจากนี้ CIA ยังได้รับข้อมูลจากหน่วยงานข่าวกรองของมาเลเซียเกี่ยวกับผู้ที่จี้เครื่องบิน 2 นาย แต่ CIA ก็ชักช้าที่จะส่งข้อมูลและรายชื่อของบุคคลทั้งสองไปให้ FBI ................ การต่อต้านการก่อการร้ายต้องอาศัยความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานข่าวกรองกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายด้วยเช่นกัน ในระหว่างช่วงสงครามเย็น หน่วยงานข่าวกรองจะเพ่งเล็งต่อ ภัยคุกคามจากกำลังทหารของฝ่ายตรงข้าม และปล่อยเรื่องภัยคุกคามจากการก่อการร้ายให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย แต่หลังจากสิ้นสุดสงครามเย็น ก็ได้มีความพยายามที่จะกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างทั้งสองหน่วยงานเพิ่มขึ้น กระนั้นก็ตามการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างทั้งสองหน่วยงานก็ยังไม่ดีพอ เพราะว่าแต่ละหน่วยงานต่างก็ต้องการที่จะปกป้องแหล่งข่าวและปกปิดวิธีการของตนเอง ดูเหมือนว่าหน่วยงานข่าวกรองต้องการที่จะสงวนข้อมูลไว้ภายในหน่วยงานของตนด้วยเหตุผลในด้านความมั่นคง ในขณะที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายก็ต้องการที่จะสงวนข้อมูลไว้ภายในหน่วยงานของตนเช่นเดียวกันด้วยเหตุผลในด้านการดำเนินคดี เป็นที่ทราบกันว่าข้อมูลข่าวสารที่ได้มาโดยหน่วยงานข่าวกรองสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้สำหรับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โดยหน้าที่ความรับผิดชอบประการหนึ่งของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายก็คือ การนำตัวผู้ก่อการร้ายเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในศาลและหน่วยงานเหล่านี้ก็อาจได้รับข้อมูลข่าวสารมาจากหน่วยงานข่าวกรอง ดังนั้นขีดความสามารถในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งสองประเภท จึงถูกพิจารณาว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการต่อต้านการก่อการร้าย ![]() กลับสู่หน้าหลัก |
kittipong_thee@hotmail.com ![]() กลับสู่หน้าหลัก ![]() เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ |
|
|
บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 4 ก.พ. 50 โดย พันเอก กิตติพงษ์ ธีรรัตนพันธุ์ ต้องการติดต่อผู้เขียนบทความ kittipong_thee@hotmail.com | ||