...........................ในห้วง 2 ปีที่ผ่านมา มีกำลังพลที่เดินทางไปปฏิบัติการสันติภาพจำนวนมากกว่า 2,000 คน ซึ่งทุกคนถือได้ว่า
เป็นผู้ที่เอาชีวิตเข้าเสี่ยงต่ออันตราย และรัฐบาลได้เห็นถึงการเสียสละในครั้งนี้จึงได้มีนโยบายในการปูนบำเหน็จรางวัล ที่เรียกว่าเป็นเงินเพิ่มค่าสู้รบ หรือ
ที่เราเคยได้ยิน ว่า พ.ส.ร. แต่ก็มีคนหลายคนสงสัยว่าความหมายของเงินเพิ่มค่าสู้รบไม่น่าจะมีความหมายรวมถึง การไปปฏิบัติการเพื่อรักษาสันติภาพ
ผมจึงได้นำเอาพฤติกรรมของผมเองที่ได้ไปทำหน้าที่ที่ติมอร์ตะวันออกตั้งแต่ 17 ก.ย. 42 - 9 ส.ค. 43 มาให้ได้อ่านกัน ดังนี้ครับ
๑. ตำแหน่งในสนาม ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง นายทหารฝ่ายการข่าว กกล.ทบ. ไทย/ติมอร์ / นายทหารฝ่ายการข่าว กกล. ๙๗๒ ไทย/ติมอร์ ตอ.
.๒. หน้าที่หรือภารกิจประจำ
- ๒.๑ ปฏิบัติการด้านการข่าว เพื่อสนับสนุน การปฏิบัติการเพื่อสันติภาพของ กกล.ทบ. ไทย/ติมอร์ / กกล. ๙๗๒ ไทย/ติมอร์ ตอ.
- ๒.๒ ให้คำปรึกษาและบริการงานด้านข่าวกรอง รวมทั้งให้ข้อพิจารณาแนวโน้มสถานการณ์แก่ผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอำนวยการ ในการตกลงใจและประเมินผลการปฏิบัติการเพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายที่กำหนด และบรรลุเป้าหมายของชาติ
- ๒.๓ พิสูจน์ทราบจุดศูนย์ดุลของภัยคุกคามและภัยคุกคามที่มีต่อ ระบบควบคุมบังคับบัญชา และข่าวกรอง เพื่อกำหนดมาตรการการลวงและการต่อต้านข่าวกรองอย่างมีประสิทธิภาพ
- ๒.๔ กำหนดงานด้านการรวบรวมข่าวสารและการผลิตข่าวกรอง รวมทั้งการพัฒนา เสนอแนะ และจัดลำดับความเร่งด่วนของ หขส. และ ตขอ.
- ๒.๕ ทำการฝึกฝนให้แก่ฝ่ายอำนวยการ และเจ้าหน้าที่ของหน่วยรองที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องการข่าวกรอง
๓. หน้าที่หรือภารกิจพิเศษ
- ๓.๑ การปฏิบัติงานที่มีอันตราย : การดำเนินงานด้านการข่าวเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติการครั้งนี้ เนื่องจาก ทบ. ไม่มีข้อมูลพื้นที่การปฏิบัติการของ ติมอร์ตะวันออกมาก่อน อีกทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวมีจำนวนไม่มากและยังต้องทำหน้าที่เป็นล่ามภาษาอีกส่วนหนึ่ง จึงต้องเพิ่มเวลาการทำงานด้านข่าวเกือบตลอด ๒๔ ชม. และไม่มีวันหยุด เพื่อให้ได้มาถึงข่าวที่ถูกต้องทันเวลา ในการสนับสนุนการวางแผนการปฏิบัติของฝ่ายยุทธการและการตกลงใจของผู้บังคับบัญชา การปฏิบัติงานหลักของข้าพเจ้าอีกประการหนึ่งนอกเหนือจาการดำเนินกรรมวิธีต่อข่าวสารแล้วคือ การลาดตระเวน และพบกับแหล่งข่าวที่ได้จัดตั้งไว้ ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่อยู่ห่างไกลและเสี่ยงอันตรายที่อาจจะเกิดจากการซุ่มโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งอันตรายที่อาจจะเกิดจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขาและหน้าผาสูงชันโดยทั่วไป ๓.๒ การให้การคุ้มครองผู้อพยพภายใน : ผู้อพยพภายในที่เดินทางกลับมายังถิ่นฐานของตนเองภายหลังสถานการณ์เริ่มสงบ จะเดินทางกลับมาครั้งละประมาณ ๓๐๐ คน โดยมีพื้นที่การคัดแยกและดำเนินกรรมวิธีที่สนามบินเบาเกา ความรับผิดชอบของข้าพเจ้าคือการวางแผนและกำกับดูแลรักษาความปลอดภัย การตรวจค้นอาวุธที่อาจซุกซ่อนมากลับผู้อพยพภายใน การซักถามเพื่อทำการคัดแยกบุคคลที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือได้รับอันตรายจากประชาชนที่โกรธแค้น ซึ่งการดำเนินกรรมวิธีดังกล่าวจะเสร็จสิ้นประมาณเวลา ๑๘๐๐ หลังจากนั้นก็จะต้องจัดยานพาหนะเพื่อส่งบุคคลดังกล่าวกลับไปยังถิ่นฐานของตนที่อยู่ในป่าเขา ซึ่งข้าพเจ้ามักจะติดตามขบวนยานยนต์ดังกล่าวอยู่บ่อยครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าการเดินทางดังกล่าวถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ
- ๓.๓ การห้ามประชาชนที่ชุมนุมประท้วงทำลายสาธารณูปโภค : ในช่วงที่หน่วยเข้ารับผิดชอบพื้นที่อำเภอเบาเกา บ้านเมือง สถานที่ราชการ และระบบสาธารณูปโภคในเมืองถูกเผาทำลายไปเป็นจำนวนมาก จะมีสิ่งสาธารณูปโภคคงเหลือที่สำคัญได้แก่ ไฟฟ้า ซึ่งเมื่อประชาชนเดินทางกลับเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้ไฟฟ้า ไม่เพียงพอต่อการใช้งานของประชาชนทุกคน จึงทำให้ประชาชนบางส่วนที่ได้รับการแบ่งปันไฟฟ้าไม่ทั่วถึง เกิดความไม่พอใจและรวมตัวกันเดินทางมาปิดล้อมโรงไฟฟ้าเพื่อที่จะทำลาย ในขั้นต้น มว.ปล. ที่รักษาความปลอดภัยโรงไฟฟ้าได้สกัดกั้นประชาชนดังกล่าวได้ระยะเวลาหนึ่ง ต่อมากลุ่มผู้ประท้วงได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นและเริ่มใช้ความรุนแรง ผู้บังคับบัญชาจึงได้สั่งการให้ข้าพเจ้าพร้อมล่ามภาษาท้องถิ่นเดินทางไประงับเหตุเพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งข้าพเจ้าได้แสดงความบริสุทธิ์ใจกับกลุ่มประชาชนที่โกรธแค้นนั้นด้วยการเดินเข้าไปในฝูงชนโดยที่ไม่มีอาวุธ และได้อธิบายผ่านล่ามถึงความจำเป็นที่จะต้องแบ่งเฉลี่ยและจัดลำดับความเร่งด่วนในการใช้ไฟฟ้า ที่เป็นสาเหตุให้ทุกครอบครัวไม่สามารถให้ไฟฟ้าได้พร้อมกัน ซึ่งประชาชนเริ่มเข้าใจเหตุผล และเดินทางกลับบ้านของตนเองโดยมิได้ทำลาย โรงไฟฟ้าแต่อย่างไร
- ๓.๔ การคุ้มกันกลุ่มอดีตทหารตำรวจที่เดินทางกลับบ้าน : การเดินทางกลับมาในแต่ละครั้งของผู้พลัดถิ่นภายในจะมีอดีตทหาร ตำรวจ หรือ มิลิเทีย อินโดนีเซียที่เป็นชาวติมอร์ตะวันออก เดินทางกลับมาด้วย เนื่องจากเป็นนโยบายสมานฉันท์ของสหประชาชาชาติ แต่ประชาชนชาวติมอร์ตะวันออกที่ถูกทำร้ายและเผาทำลายทรัพย์สิน หรือญาติมิตรถูกสังหารจากอดีตทหาร ตำรวจดังกล่าวระหว่างเกิดเหตุการณ์วิกฤต ยังคงมีความโกรธแค้น ซึ่งมีจำนวนหลายร้อยคนที่มักจะมารุมล้อมอดีตทหารตำรวจอินโดนีเซีย โดยมีอาวุธประเภทมีดและไม้มาล้อมอาคารที่ดำเนินกรรมวิธีรับกลับ ซึ่งกลุ่มชนดังกล่าวจะมีผู้นำในการปลุกเร้าจิตใจให้ในคนรอบข้างที่อยู่ในสภาพเมาสุราและบางส่วนมีความโกรธแค้นบุกเข้ามาทำร้ายอดีตทหาร ตำรวจอินโดนีเซีย ข้าพเจ้าเองที่กำกับดูแลการดำเนินกรรมวิธีอยู่ในอาคาร ต้องออกมาแก้สถานการณ์ด้วยการสั่งให้กำลังพลที่ป้องกันอาคารทำการปลดอาวุธของกลุ่มประชาชนดังกล่าว และเจรจากับผู้นำการประท้วง จนทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี
- ๓.๕ การป้องกันประชาชนที่ถูกรุมประชาทัณฑ์ : เมื่อ ๒๕ ธ.ค. ๔๒ ได้เกิดเหตุการณ์ความความขัดแย้งในหมู่ประชาชนด้วยกันเอง เนื่องจากช่องว่างความแตกต่างของคนในหมู่บ้านเวนิลาเล่ ที่ผู้นำหมู่บ้านและคนใกล้ชิดประมาณ ๑๐ คน ได้จัดงานเลี้ยงฉลองวันคริสมาสต์อย่างมีความสุข ที่ศาลาประชาคมกลางหมู่บ้าน ท่ามกลางความทุกข์ยากของลูกบ้านที่ไม่มีจะกินจากการทำลายของมิลิเทียระหว่างเกิดเหตุการณ์วิกฤต จนทำให้เกิดความไม่พอใจของลูกบ้านที่ขยายลุกลามถึงขั้นเข้าทำลายทรัพย์สินและสังหารญาติของผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มผู้ใหญ่บ้านที่เหลือจึงหลบหนีเข้ามาพึ่งหน่วยทหารของไทยบริเวณใกล้เคียง โดยที่กลุ่มลูกบ้านได้ติดตามมาและพยายามที่จะทำร้ายกลุ่มของผู้ใหญ่บ้าน โดยได้ล้อมที่ตั้งของทหารไทยไว้ ผู้บังคับบัญชาจึงได้สั่งการให้มีการเพิ่มเติมกำลัง โดยมอบให้ข้าพเจ้าพร้อมล่ามภาษาท้องถิ่นการแก้ปัญหานี้ ตั้งแต่เที่ยงคืนจนกระทั่งรุ่งเช้าแต่ประชาชนก็ยังไม่ยอมรับฟัง และได้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ในฐานะที่ต้องรักษากฏหมายและเพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ข้าพเจ้าจึงได้เสนอแนะให้ผู้บังคับกองร้อยทำการป้องกันไม่ให้กลุ่มประชาชนบุกเข้ามายึดอาคารและทำร้ายผู้นำหมู่บ้านได้ และหลังจากนั้นได้ไปเชิญผู้นำพรรค ซีเอ็นอาร์ที เบาเกา ให้มาชี้แจงทำความเข้าใจกับลูกบ้านกลุ่มดังกล่าว ซึ่งเหตุการณ์ยุติลงด้วยดี โดยประชาชนยอมรับข้อเสนอที่ให้ผู้ใหญ่บ้านและครอบครัวย้ายบ้านออกจากพื้นที่
- ๓.๖ การช่วยเหลือกู้ภัยรถที่ตกเขา : เนื่องจากการเคลื่อนย้ายทหารและยุทโธปกรณ์ในช่วงแรกมีเป็นจำนวนมาก ประกอบกับพลขับของกำลังประเทศต่าง ๆ ไม่มีความชำนาญเส้นทางที่คดเคี้ยวไปตามหน้าผาสูงชันจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุรถตกเขาบ้าง รถติดหล่มบ้างซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวในพื้นที่รับผิดชอบ ข้าพเจ้ามักได้รับมอบให้ควบคุมชุดกู้ภัยไปช่วยเหลือและให้การระวังป้องกันแก่หน่วยทหารที่ประสบอุบัติเหตุนั้น ๆ ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นที่ใดหรือเมื่อไร ซึ่งในบางครั้งมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการตลอดทั้งคืนเพื่อให้ยานพาหนะไม่กีดขวางเส้นทาง หรือการเดินทางของประชาชน
๔. การฝ่าอันตรายหรือการเสี่ยงภัย
- ๔.๑ การลาดตระเวนพื้นที่ทางพื้นดิน : การรวบรวมข่าวสารมีความจำเป็นจะต้องตรวจค้นพื้นที่ซุกซ่อนอาวุธและพิสูจน์ทราบการวางกับระเบิดรวมทั้ง กระสุนระเบิดที่ด้านร่วมกับเจ้าหน้าที่ทำลายวัตถุระเบิด สถานที่ที่เคยเป็นที่ตั้งของทหารอินโดนีเซียและกองกำลังมิลิเทีย เพื่อทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีความปลอดภัยและให้ได้มาถึงข่าวสารที่เป็นประโยชน์
- ๔.๒ การหาข่าวของกองกำลังติดอาวุธ : การหาข่าวในเชิงลึกเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อกำลังพลและนำมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนการปฏิบัติงานได้นั้นจะต้องเข้าไปในพื้นที่ของฝ่ายที่มีความขัดแย้งซึ่งเป็นค่ายพักของกำลังติดอาวุธในป่าลึก เพื่อสร้างแหล่งข่าวที่มีความเชื่อถือและก่อให้เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ซึ่งจะต้องเสี่ยงชีวิตเข้าไปในพื้นที่ที่กองกำลังติดอาวุธอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติได้ตลอดเวลา
- ๔.๓ การเดินทางและการลาดตระเวนทางอากาศ : เนื่องจากพื้นที่ของติมอร์ตะวันออกเต็มไปด้วยภูเขาและหน้าผาสูงชัน การเดินทางที่ต้องการความเร่งด่วนรวมถึงการลาดตระเวนพื้นที่ปฏิบัติการในขั้นต้น จึงต้องใช้การเดินทางด้วย ฮ. แต่สิ่งที่อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ก็คือสภาพอากาศที่มีการแปรปรวนโดยตลอดเวลา เนื่องจากพื้นที่เป็นเกาะอยู่กลางทะเลจึงทำให้เกิดลมพายุและเมฆฝนฟ้าคะนองรุนแรงเเป็นประจำ เช่น การเดินทางด้วย ฮ. เมื่อวันที่ ๓๑ ม.ค. ๔๓ ที่ ฮ. ต้องบินหลบพายุออกนอกเส้นทางออกไปในทะเล ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าเวลาปกติ ถึง ๓ เท่า จากปกติ
- ๔.๔ การค้นหากองกำลังมิลิเทียและอาวุธที่ซุกซ่อน : ข่าวสารที่มักได้รับอยู่เสมอคือประชาชนมาแจ้งข่าวการพบอดีตมิลิเทียที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในป่าเขา ซึ่งจำเป็นจะต้องจัดชุดไปพิสูจน์ทราบ และเป็นการป้องกันไม่ให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวจนไม่สามารถดำเนินชีวิตตามปกติได้ ซึ่งการเข้าไปจับกุมหรือตรวจค้นอดีตมิลิเทียจะต้องเสี่ยงกับอาวุธที่อดีตมิลิเทียอาจจะยังซุกซ่อนอยู่ และยังต้องเดินทางด้วยเท้าเพื่อเข้าไปหาที่หมายรวมทั้งการไปเฝ้าคอยและเจรจาเพื่อให้อดีตมิลิเทียยอมมอบตัวแต่โดยดี
- ๔.๕ การเคลื่อนย้ายกองกำลังติดอาวุธ : ภารกิจเพิ่มเติมประการหนึ่งคือ การควบคุมการเคลื่อนย้ายกองกำลังติดอาวุธหรือ กลุ่มฟาลินติน จำนวนประมาณ ๒๐๐ นาย ที่ได้รับคำสั่งจากผู้นำให้มารวมตัวกันในค่ายลับที่อเตลารี่บนภูเขา เพื่อเดินทางไปยังพื้นที่จัดเตรียมที่อำเภอไอลิว ที่อยู่ห่างไกลไปกว่า ๒๐๐ กม. ซึ่งการกำเนินการดังกล่าวอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงอันตรายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากกองกำลังติดอาวุธยังไม่มีความไว้วางใจต่อผู้อื่นมากนัก ข้าพเจ้าได้รับมอบให้เป็นผู้รับผิดชอบในการอำนวยการทั้งมวล ซึ่งต้องใช้การเจรจาต่อรองกับกองกำลังติดอาวุธที่ล่อแหลมต่อการเข้าใจผิดตลอดเวลา แต่ในท้ายที่สุดแล้วการดำเนินการก็บรรลุผลที่ต้องการ
- ๔.๖ การให้การคุ้มกันต่อผู้นำและบุคคลสำคัญ : การเดินทางของบุคคลสำคัญทั้งทางทหารและพลเรือนที่มาเยี่ยมประชาชนในพื้นที่มีอยู่เป็นประจำ เช่น นายซานาน่า กุสเมา หรือประธานาธิบดีของโปรตุเกสเจ้าอาณานิคม ซึ่งการเดินทางมาแต่ละครั้งจะได้รับการร้องขอจากหน่วยงานพลเรือนและประชาชนในพื้นที่เพื่อขอกำลังในการรักษาความปลอดภัย ซึ่งข้าพเจ้าได้รับหน้าที่ในการวางแผนรวมถึงการปฏิบัติ ในการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการประทุษร้ายแก่บุคคลสำคัญดังกล่าว
สำหรับท่านที่ได้รับสิทธิ พ.ส.ร. คล้าย ๆ กับผม แล้วต้องการเอา
แบบฟอร์มกับตัวอย่างข้อมูลแบบข้างบนแต่เป็นไฟล็เวิร์ด ท่านสามารถคลิ้กเพื่อเปิดเอา
ไปเป็นตัวอย่างได้เลยนะครับโดยใช้รหัสผ่าน benjapol เหมือนเดิม

กลับสู่หน้าหลัก
กลับสู่ด้านบน
|

กลับสู่หน้าหลัก
กลับสู่ด้านบน
เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน
ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า
Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
|