" ชีวิตจะมีคุณค่า เมื่อได้เจออุปสรรคที่แท้จริง "
ระบบปฏิบัติการวินโดว์ที่ผมรู้จัก และการจัดการเบื้องต้นที่จะทำให้อนาคตของไฟล์ใรเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านสดใส ท่านคิดอย่างไร&xoxox

............................ระบบปฏิบัติการ เป็นโปรแกรมหลักที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปจะต้องมีเพื่อที่จะได้สามารถทำงานโปรแกรมอื่น ๆ ได้ ถ้าจะเปรียบกับกระบวนการตัดสินใจทางทหาร ที่มีรูปแบบก็คือ การเริ่มด้วยภารกิจที่เริ่มด้วยการรับคำสั่งจากหน่วยเหนือหรือจากความริเริ่มของบุคคลภายในหน่วย การให้ข่าวสารขั้นต้น การให้แนวทางในการวางแผน หลังจากนั้นก็เริ่มมีการประมาณสถานการณ์ขั้นต้น การให้แนวทางในการวางแผน การวางแผนสมบูรณ์ การอนุมัติ การสั่งการและการกำกับดูแล หรือถ้าเป็นกระบวนการคิดของส่วนราชการอื่นก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ที่อาจจะมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป กระบวนการลื่นไหลดังกล่าวก็คือระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์นั่นเอง ซึ่งก็มีหลายรูปแบบ ที่เราเคยได้ยินก็จะมี แมคอินทอส โอเอส, ดอส, โซลาลีส, ปาล์ม, ยูนิค, ลีนุค, เนทแวร์
............................แต่ที่ทุกคนต้องรู้จักก็คือ ระบบปฏิบัติการวินโดว์ของบริษัทไมโครซอฟท์ หรือบริษัทของนายบิล เกต นั่นเอง ซึ่งเป็นเจ้าของโปรแกรม ดอสมาตั้งแต่ ปี 1980 เรื่อยมา และได้มีการสร้างโปรแกรมวินโดว์ขึ้นมาซึ่งคนไทยเริ่มรู้จักเป็นที่แพร่หลายก็คือ วินโดว์ 3.11 ซึ่งก่อนหน้านั้นรู้สึกว่าจะมีโปรแกรมวินโดว์ 2 และ 3 มาก่อนเหมือนกัน จากนั้นที่ดังเปรี้ยงปร้างก็คือ วินโดว์ 95 ในปี 1995 ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ทำให้บิลเกต กลายเป็น คนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกติดต่อกันมาหลายปี และได้มีการพัฒนามาเป็น วินโดว์ 95 อินเตอร์เนทเอ็กซ์พลอเรอร์, วินโดว์ 98 วินโดว์ 98 เอสอี วินโดว์มี วินโดว์ เอกซ์พี โฮม ในปี 2001
............................ในขณะที่มีการผลิต วินโดว์ 3.11 เพื่อให้ใช้กับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอย่างง่าย ๆ ได้นั้น ก็มีพัฒนาโปรแกรมวินโดว์ที่มุ่งเน้นการใช้งานเป็นเครือข่ายที่เป็นเรื่องเป็นราวด้วยนั่นก็คือ วินโดว์เอ็นที ที่เริ่มคู่ขนานกันด้วย วินโดว์เอ็นที่ 3.5, 4 แล้วก็กลายเป็น วินโดว์ 2000 ซึ่งตระกูลวินโดว์เอ็นทีนั้น ก็มีการแบ่งภายในออกเป็น 2 แบบ ก็คือ วินโดว์ เอ็นที ที่ทำหน้าที่เป็นแม่ข่ายหรือตัวเซิฟเวอร์ ที่ทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมการทำงานและการเข้าถึงข้อนมูลของเครื่องที่มาต่อพ่วง ซึ่งต้องการอุปกรณ์และขีดความสามารถของฮาดแวร์ที่ค่อนข้างสูง ส่วนอีกตัวหนึ่งทำหน้าที่เป็นลูกข่ายหรือที่เราเคยได้ยินว่าเป็นตัวไคลแอนท์หรือเวิร์คสเตชั่น(คู่แข่งกับเพลสเตชั่น) ซึ่งจะมีขีดความสามารถแบบเดียวกับโปรแกรมวินโดว์ 3.11และ 95 แต่มีที่ทำได้มากกว่าในส่วนของการรักษาความปลอดภัยสูงและมีเสถียรภาพที่ดีกว่า แต่จะมีข้อด้อยในเรื่องการทำงานในส่วนที่เป็นมัลติมิเดีย และการรองรับโปรแกรมหรือเกมส์ที่มีใช้กันโดยทั่วไป
............................ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาแก้ไข จุดอ่อนดังกล่าวด้วยการออก วินโดว์ 2000 ออกมาโดยแบ่งออกเป็น 4 เวอร์ชั่นคือ โฮม, โปรเฟลชั่นแนล(เวิร์คสเตชั่น), เซิฟเวอร์ และ แอดวานส์ เซิฟเวอร์ ซึ่งก่อนที่จะออกมานั้นได้คาดว่าจะตั้งชื่อ ว่า วินโดว์ เอ็นที 5 แต่เพื่อให้เป็นไปตามแนวความคิดที่จะรวมปฏิบัติการ สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเข้ากับระบบปฏิบัติการที่ใช้สำหรับเครือข่ายเข้าด้วยกันจึงได้เปลี่ยนชื่อตามไปด้วย แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้คนทั่วไปหันมาใช้วินโดว์ 2000 ตามที่ต้องการได้ตามที่คาดหมาย และต่อมาเมื่อ ตุลาคม 2544 ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ ก็ได้เปิดตัว วินโดว์ใหม่มาอีกรุ่นหนึ่งคือ วินโดว์ เอ็กซ์พี ที่ยังคงมุ่งมั่นในแนวความคิดที่จะรวมให้เป็นหนึ่งเดียว ให้ได้ แต่ก็เพื่อเหลือเผื่อขาดด้วยการออกเป็น วินโดว์เอ็กซ์พี โฮม และ วินโดว์ เอ็กซ์พี โปรเฟสชั่นแนว ซึ่งถ้าเทียบแล้วก็คือ ตัวที่พัฒนามาจาก วินโดว์ เอ็มอี และ วินโดว์ 2000 โปรเฟสชั่นแนล สำหรับ วินโดว์ เอ็กซ์พี ที่ทำหน้าที่เป็น แม่ข่ายยังคงไม่มีออกมาซึ่งคงต้องคอยดูว่าเขาจะทำออกมาได้ดีแค่ไหน

............................สิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละเวอร์ชั่นนั้นมีความแตกต่างกันออกไป แบบหน้ามือเป็นหลังมือก็มี เช่น ตอนที่เปลี่ยนเป็น วินโดว์ 95 หรือ ที่เปลี่ยนแบบพอจำหน้าตาเวอร์ชั่นเดิมได้อยู่ก็ได้แก่ วินโดว์ 98 แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ในแต่ละเวอร์ชั่นจะมีการเพิ่มลูกเล่นมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้คนที่ใช้สามารถใช้ได้ง่ายขึ้น (แต่บางทีก็เคยได้ยินคนที่ใช้ว่า งงหนักบ้างเหมือนกัน) รวมทั้งโปรแกรมที่แถมเข้ามาเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์เนท เอ็กซ์พลอเร่อร์ พวกมัลติมิเดีย เป็นต้น อีกอย่างหนึ่งก็คือความสามารถพื้นฐานที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการค้นหา การเปลี่ยนชื่อไฟล์ การคัดลอก ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิมแต่ก็มีรูปแบบรายละเอียดหรือขีดความสามารถเพิ่มขึ้น ซึ่งเครื่องมือต่าง ๆ
............................ถ้าท่านได้ศึกษาและทราบการใช้งานต่างๆ ที่คนสร้างเขาคิดมาให้เราใช้ อย่างมากมาย ก็จะทำให้ท่านสามารถใช้งานระบบปฏิบัติการวินโดว์ของท่านได้อย่างตรงใจท่าน รวมทั้งใช้งานคุ้มค่ากับราคาที่ซื้อมา(แบบถูกกฎหมาย) และยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่หน่วยงานของท่านอีกด้วย
............................ผมจะเอาสิ่งที่ผมได้เคยแนะนำต่อเจ้าหน้าที่ทำคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีเวลาจะหาความรู้มาเพิ่มเติมซึ่งทำให้เกิดการสูญเสียเวลา และข้อมูลที่สร้างบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นเทคนิคหรือทิปที่จะทำให้หน่วยงานสามารถจัดระเบียบสังคม เอ้ย ระบบคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพที่สามารถใช้ได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้ดังนี้
  • ที่ในการจัดเก็บข้อมูล ที่ผมมักเห็นก็คือการเก็บไฟล์แบบไม่เป็นระเบียบในไดร์ ซี ซึ่งจะเข้าไปปนกับไฟล์ที่สำคัญของระบบปฏิบัติการ ซึ่งเมื่อเปิดไดร์ซีดูก็จะเห็นว่าเกลื่อนกลาดไปหมด ทางที่ผมคิดว่าดีที่สุดก็คือ การเก็บข้อมูลให้อยู่ในฮาดดิสก์อีกตัวหนึ่ง ซึ่งควรที่ท่านจะมีได้แล้วเพื่อเป็นการป้องกันข้อมูลและสำรองข้อมูลได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าท่านไม่มีก็ให้แบ่งฮาดดิสก์ที่ท่านมีอยู่ 1 ตัวออกเป็นสองส่วนให้พอเหมาะ ซึ่งจะเป็นไดร์ ซี และไดร์ดี เจ้าตัวไดร์ดีนี่แหละที่จะเป็นที่เก็บข้อมูลทั้งหมดที่ท่านสร้างขึ้นมา หรือโปรแกรม ติดตั้งวินโดว์ โปรแกรมที่ท่านดาวโหลดมาจากอินเตอร์เนท ไดรเวอร์อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของเครื่องท่าน รวมทั้งเก็บสำรองข้อมูลของระบบในบางโปรแกรม เช่น พวกไอซีคิว เป็นต้น สิ่งที่ไม่มีใครค่อยจะทำกันก็คือการเปลี่ยนเส้นทางของ My Document ที่เป็นไอค่อนกระเป๋าเปิดเหลือง ๆ บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ถ้าท่านคลิกขวาที่ไอค่อนที่ว่า แล้วเลือก พรอบเพอตี้ จะมีหน้าต่างเปิดขึ้นมา ท่านจะเห็นที่เขียนว่า Target ซึ่งจะเป็นเส้นทางที่เขากำหนดไว้ไปที่โฟลเดอร์ My documents ที่ ไดร์ ซี ซึ่งถ้าเป็นผมก็จะเปลี่ยน ตัวซีเป็นตัวดี โดยตัดคำว่า ออก แต่ตัวโคล่อนและแบคแสลดยังคงเดิมนะครับ สำหรับท่านที่ไม่สามารถหาฮาดดิสก์ตัวที่สองมาใส่ได้และไม่สามารถที่จะแบ่งพาติชั่นของไดร์ซีได้ ในการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ตัวระบบหรือโปรแกรมที่อินสตอลลงไปก็ขอให้เก็บใน My documents ทั้งหมดนะครับ ถ้าตอนนี้ถ้าท่านเปิด My Computer เลือก ไดร์ซีแล้วเป็นพวกไฟล์ต่าง ๆ ที่ท่านสร้างขึ้นหรือไปกอปปี้เขามารวมทั้งโฟลเดอร์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ก็ขอให้ท่านลากทั้งหมดที่ผมว่าเข้าไปในโฟลเดอร์ My documents ให้หมดเลยนะครับ
  • การสร้างโฟลเดอร์การตั้งชื่อ คราวนี้ให้ไปที่เป้าหมายของ My documents ผมจะยกตัวอย่างของผมที่เป็นไดร์ดี เราจะเริ่มด้วยการสร้างโฟลเดอร์ขึ้นมา เอาว่าถ้าเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ในที่ทำงานที่ใช้กันหลายคนก็ขอให้สร้างโฟลเดอร์ของแต่ละคนขึ้นมาก่อน ด้วยการคลิ้กขวาที่หน้าจอว่าง ๆ ในเป้าหมายของ My documents (ไดร์ ดี ของผม) แล้วเลือก New เลือก โฟลเดอร์ แล้วตั้งชื่อ ของคนนั้น ถ้าจะให้ดีก็เอาทั้ง ยศ ชื่อ นามสกุล รวมทั้งวันเดือนปี ที่สร้างโฟลเดอร์เลยก็จะเป็นการดี มีกี่คนก็สร้างไปเท่านั้น จากนั้นก็ให้สร้าง โฟลเดอร์ที่ใช้เป็นส่วนรวม เช่น โปรแกรม วินโดว์ของระบบ โปรแกรมอื่น ๆ ไดร์เวอร์ รูปภาพ เพลง เกมส์ อันนี้ก็แล้วแต่ว่าท่านมีอะไรบ้างที่เป็นส่วนรวม หลังจากนั้นก็เป็นการสร้างโฟลเดอร์ซ้อนในโฟลเดอร์ของแต่ละบุคคล ซึ่งผมจะยกตัวอย่างของผม ซึ่งจะมี โฟลเดอร์ งานในกรมยุทธการ ,งานของหน่วยเดิม, การศึกษาปริญญาโทที่ออสเตรเลีย, ครอบครัว, รูปภาพ, อินเตอร์เนท, คอมพิวเตอร์ , ตัวอย่างและการทดสอบการทำงาน, การเงิน, การปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ, เบ็ดเตล็ด และ ข้อมูลของหน่วยงานและบุคคลอื่น ซึ่งในแต่ละโฟลเดอร์ก็จะมีการสร้างโฟลเดอร์ซ้อนอยู่อีกหลายชั้น ซึ่งตรงนี้มีที่สำคัญคือ การกำหนดว่าจะสร้างโฟลเดอร์เท่าไร และการตั้งชื่อว่าอะไร ตรงนี้ให้นึกถึงการจัดเรียงเอกสารเข้าแฟ้ม ที่เราแบ่งเป็นหมวดหมู่ เป็นตู้เป็นชั้นก็จะทำให้เราสามารถใช้เป็นแบบได้เช่นเดียวกัน สำหรับการตั้งชื่อโฟลเดอร์เราคงต้องตั้งให้ครอบคลุมและมีความหมายอย่าให้สั้นเกินไป ตั้งเป็นภาษาไทยเป็นหลักโดยไม่ต้องใช้ตัวย่อใดๆ อ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย
  • การจัดเก็บไฟล์และการตั้งชื่อไฟล์ คราวนี้มาถึงตัวสำคัญ ที่ผมมักจะเห็นก็คือการที่มีเอกสารอยู่ในแผ่นดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วเป็นร้อย ๆ แผ่น ๆ ละ ไฟล์ สองไฟล์ และที่มีอยู่เกลื่อนไปหมดในที่เก็บอื่น ๆ นอกจากที่ผมกำหนดไว้ ตรงนี้ท่านจะต้องมาจัดระเบียบลงในโฟลเดอร์ที่ได้สร้างขึ้นใหม่ให้หมด สำหรับการตั้งชื่อไฟล์นั้นใช้แนวทางคล้ายกับโฟลเดอร์ โดยที่เป็นบันทึกข้อความให้ใช้ชื่อไฟล์ตามชื่อเรื่องของหนังสือถ้าหน่วยของท่านนิยมการตั้งชื่อเรื่องแบบสั้นเช่น เชิญประชุม ซึ่งไม่รู้ว่าประชุมอะไรก็ให้ท่านเขียนชื่อเรื่องให้เข้าใจว่าประชุมเรื่องอะไรครั้งที่เท่าไร และถ้าไม่ได้เป็นบันทึกข้อความหลักก็ให้ตั้งชื่อแบบเดียวกับบรรทัดแรกของเอกสารเช่น ถ้าเขาเขียนว่า ผนวก ก ผลการปราบปรามการก่อการร้ายในปีงบประมาณ 2544 ก็ให้ท่านตั้งชื่อตามนั้นได้เลยหรือก็ให้ขยายความให้เข้าใจไม่ซ้ำซ้อนกับเรื่องที่ใกล้เคียงกันเช่นอาจจะบอกหน่วยงานที่ทำเพิ่มเติมเข้าไป หรือถ้าเป็นพวกเพาเวอร์พ้อยก็ให้เขียนให้ชัดเจนอย่าไปเขียนสั้น ๆ แค่วันที่ เช่นที่ผมเคยเจอคือ 11oct40 ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปหลายปีแล้วไม่มีใครทราบได้ว่า ไอ้เจ้า 11oct40 นี่มันคืออะไร ซึ่งต้องมาเปิดดูที่ละไฟล์ แล้วลองคิดดูว่าถ้าผู้บังคับบัญชาให้ท่านหารูปกราฟฟิคการเข้าตีที่สำคัญที่ท่านเคยทำไว้เมื่อ หลายปีก่อน แล้วมีไฟล์อยู่ในเครื่องท่าน 1000 กว่าไฟล์ ท่านจะใช้เวลา เปิดดูที่ละไฟล์ ตั้งแต่ 1jan40 ถึง ไฟล์ 31feb45 ท่านจะใช้เวลานานเท่าไร ทางที่ดีเวลาที่ท่านทำไฟล์ประเภทนี้แล้วถ้าท่านไม่สามารถนึกชื่อได้ก็ให้ใช้ชื่อบรรทัดแรกในการบรรยายที่เป็นคำพูดก็ได้
  • การใช้การค้นหาในเครื่องคอมพิวเตอร์ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์มากที่สุดหลังจากที่ท่านได้ทำตามที่ผมบอกไปแล้วในขั้นต้น หลาย ๆ คนไม่ทราบว่าโปรแกรมปฏิบัติการวินโดว์มีเครื่องมือค้นหาเอกสารที่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ท่านสามารถค้นหาข้อมูลที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ท่านหรือที่อยู่ในเครือข่ายได้อย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ แม้ว่าจะมีข้อมูลเป็นหมื่นไฟล์ ด้วยการกรอกสิ่งที่ท่านพอจะจำได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นชื่อไฟล์บางส่วน ประเภทของไฟล์ เวลาที่ไฟล์ถูกสร้างขึ้นมา ข้อความที่อยู่ในไฟล์บางคำ ขนาดของไฟล์ ซึ่งท่านจะใช้เครื่องมือนี้โดยคลิ้กที่ Start แล้วก็ Find แล้วก็ Files and Folders จากนั้นก็จะมีหน้าต่างเปิดขึ้นมาให้ท่านกรอกสิ่งที่ท่านพอจะจำได้เพื่อค้นหาไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ท่านต้องการ ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบท่านลองทดลองดูนะครับ
  • การทำสำเนาเพื่อใส่แผ่นดิสก์และการสำรองข้อมูล สิ่งที่ผมบังคับได้ผมจะบังคับเสมอก็คือไฟล์ทุกไฟล์ที่มีการสร้างขึ้นมาเป็นสิ่งมีค่า ซึ่งจะต้องเก็บอย่างน้อย 1 ไฟล์ไว้ในคอมพิวเตอร์ ส่วนใครจะเก็บด้วยการใส่แผ่นเพิ่มเติมก็แล้วแต่จะชอบ ซึ่งเมื่อข้อมูลมากเพียงพอหรือถ้าคิดว่าเริ่มมีความสำคัญแล้ว ผมเองก็มีวิธีทำอยู่สามวิธีคืออย่างแรกง่ายที่สุดถ้ามีเครื่องมือคือการเขียนลงซีดีรอม ซึ่งจะทำให้สามารถมีข้อมูลสำรองรวมทั้งสามารถพกพาข้อมูลจำนวนมากติดตัวไปไหนต่อไหนได้อย่างสะดวกแต่ตรงนี้ขอฝากไว้หน่อยว่าขอให้ระมัดระวังเรื่องการรักษาความลับด้วย วิธีที่สองคือการทำสำเนาไปฝากไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นที่มีการเชื่อมต่อเป็นเครือข่าย สำหรับวิธีที่สามคือการเอาฮาดดิสก์ตัวอื่นมาต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วคัดลอกข้อมูลมา
  • การอับเดทให้โปรแกรมวินโดว์ให้ทันสมัยล่าสุด สิ่งนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่น้อยคนนักจะทำแม้ว่าจะเคยเห็น ผมคิดว่าท่าน ๆ คงเคยเห็นคำว่า window update มาตั้งแต่ วินโดว์ 98 ที่เขาทำตัวนี้มานั้นก็เพราะในตอนที่เขาปล่อยโปรแกรมออกมาขายนั้นมันยังคงมีรูรั่วหรือความไม่สมบูรณ์ซ่อนอยู่ ซึ่งจะมาเจอโดยผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ใช้โดยทั่วไปโดยบังเอิญก็จะแจ้งความบกพร่องของโปรแกรมไปให้ทางบริษัทไมโครซอฟท์ได้ทราบ รวมทั้งเครื่องมือย่อยบางตัวในโปรแกรมวินโดว์ที่ติดมาด้วยได้รับการพัฒนาให้มีความทันสมัยมากขึ้นเช่น ที่เห็นง่ายก็คือ เบราเซอร์อินเตอร์เนทเอ็กซ์พลอเร่อ ที่เปลี่ยนเวอร์ชั่นไปเรื่อย ๆ เขาก็จะทำการแก้ไขให้กับผู้ซื้อฟรี ซึ่งวิธีการที่สะดวกที่สุดก็คงไม่พ้นการทำผ่านทางอินเตอร์เนท โดยท่านสามารถเชื่อมต่อโดยผ่าน windows update ได้ถ้าท่านต่ออินเตอร์เนท เวบเบราเซอร์จะทำการตรวจสอบความทันสมัยของโปรแกรมของท่าน พร้อมกับบอกท่านว่าเขาจะไม่ส่งข้อมูลอื่น ๆ ในเครื่องของท่านไปยังที่อื่น ซึ่งไม่รู้ว่าเชื่อได้หรือเปล่า แต่ผมก็เชื่อนะครับหลังจากนั้นท่านก็เลือกที่จะอับเดทหรือไม่ตามที่เขาแจ้งผ่านมาทางเบร้าเซอร์

    ............................วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะครับ นั่งมาหลายชั่วโมงพอดีมานั่งพิมพ์ที่บ้านเพชรบุรี โต๊ะวางคอมพิวเตอร์มันไม่ถูกกับสรีระเลยปวดคอ ก็ลองทดลองทำดูนะครับสำหรับเทคนิคต่าง ๆ ผมคิดว่าในระยะยาวท่านจะเห็นประโยชน์ครับ

    กลับสู่หน้าหลัก

    กลับสู่ด้านบน

  • กลับสู่หน้าหลัก

    กลับสู่ด้านบน

    Counter

    เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน

    ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
    บทความนี้ จัดทำเมื่อ 24 ก.พ.45
    ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม ICQ ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน Contact list ใน ICQ ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วเลือก Web Page address (URL) หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมา ดูว่าตรงกับชื่อ address ในเบราเซอร์ แล้วกด Send ได้เลย

    ท่านสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงได้การพิมพ์ลงในช่องด้านล่างเรียบร้อย แล้วกด Send ได้เลยครับ

    ICQ PeopleSpace Directory
    View My Page

    Page an ICQ User