|
|||
|---|---|---|---|
| "ความรู้ คือ อำนาจ" | |||
| ประวัติศาสตร์ข่าวกรองพื้นฐานและหนังสือความจริงของโลก โดย CIA | ท่านคิดอย่างไร&xoxox | |
|---|---|---|
|
...... . สมัยเป็นร้อยตรี ร้อยโท ปี 2528 อยู่กองพันทหารราบ ผมสังเกตว่าตำแหน่งหนึ่งที่พี่ ๆ น้อง ๆ ของผมไม่ต้องการจะเป็นมากที่สุดคือ ผู้ช่วยนายทหารการข่าว อัตรา ร้อยเอก (ซึ่งทำหน้าที่ นายทหารการข่าว อัตรา พันตรี ของกองพันที่ไม่เปิดบรรจุยามปกติ) ผมเองเข้าใจเอาเองตอนนั้นว่า ตำแหน่งนี้ที่ไม่มีใครต้องการเป็นก็เพราะ ไม่มีอำนาจอะไรในกองพัน สู้ตำแหน่ง ผู้บังคับกองร้อย ฝ่ายอำนวยการอื่น ๆ ที่สามารถให้คุณให้โทษคนรอบข้างได้ เนื่องจากมีลูกน้องอยู่สองสามคน งบประมาณก็ไม่กี่บาท ผู้บังคับบัญชาก็ไม่ได้ให้ความสำคัญนักยกเว้นช่วงมีการฝึก หน้าที่หลักยามปกติ ก็มีจำพวก ทำบัตรผ่าน เบิกจ่ายแผนที่ ทำนองนั้น จะมีดูเท่ย์หน่อยก็คือ นั่งหน้ารถนำขบวนเวลา มีผู้บังคับบัญชาตรวจเยี่ยม .........จนปี 2540 41 ผมมียศพันตรีและได้เข้าร่วมการฝึกร่วม ผสม คอบร้าโกล์ด ในส่วนของ ข่าวกรองร่วมผสม ของ กองกำลัง และปีถัดมาได้ไปทำหน้าที่นายทหารฝ่ายการข่าวของ กกล.ทบ.ไทย/ติมอร์ และ กกล. รักษาสันติภาพ 972 ที่ติมอร์ตะวันออกจึงทำให้เห็นภาพกว้างขึ้นสำหรับเหตุผลข้อขัดข้องและปัญหาของการข่าวระดับผู้ปฏิบัติที่ผมเคยเห็นมาตอนเป็นนายทหารใหม่ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของงานด้านการข่าว รวมทั้งงานด้านการข่าวในระดับกองทัพ และของประเทศ อีกประการหนึ่งก็ผมคิดว่าเป็นปัญหาที่ต่อเนื่องมา คือ การที่หน่วยงานรัฐขาดนักการข่าวกรองที่สามารถ จนทำให้การพัฒนาด้านการข่าว และนักวิเคราะห์ข่าวไปตกอยู่ในมือของสื่อสิ่งพิมพ์ และวิทยุ โทรทัศน์เป็นจำนวนมาก ซึ่งสื่อและนักวิเคราะห์ข่าวดังกล่าวรวมทั้งบุคคลที่มีความสามารถพิเศษในการสร้างและควบคุมกระแสข่าวได้ สามารถชักจูงมวลชนจำนวนมาก ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบแบบไม่คาดคิดต่อกองทัพ ประชาชนและประเทศชาติครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องคิดหาวิธีแก้ไขเช่นกัน มิเช่นนั้นการตัดสินใจสำคัญ ๆ ของผู้นำระดับสูงจะถูกควบคุมด้วยกระแสภายนอกที่สื่อมวลชนกำหนดมากกว่าพื้นฐานข่าวกรองที่แท้จริง ...... .อย่างไรก็ตาม บทความนี้ไม่ได้เอาปัญหาที่ว่ามาถกแถลงหรอกครับ เนื่องจากผมเองไม่มีอำนาจหน้าที่และความรอบรู้เพียงพอ ผมจึงได้แต่นำ บทความสั้น ๆ ของ หน่วยข่าวกรองกลางของสหรัฐหรือ ซีไอเอ เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ข่าวกรองพื้นฐานและหนังสือความจริงของโลก มาแปลให้อ่านกัน เนื่องจาก ผมว่าน่าจะทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าใจภาพของข่าวกรองได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้การแก้ไขปัญหาที่กล่าวมาแล้วสามารถทำได้ง่ายขึ้นอีกหน่อย สำหรับเหตุผลที่นำมาแปลให้อ่านกัน อีกอย่างหนึ่งก็คือ หนังสือ(หรือเอกสาร)ความจริงของโลก (World Factbook) ฉบับไม่จำกัดชั้นความลับนั้น ผมได้มีโอกาสใช้หลายครั้งในการหาข้อมูลเบื้องต้นของประเทศที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน ตอนมาทำงานที่สหประชาชาติ (รวมทั้งการหาข้อมูลของประเทศไทยเอง)และคิดว่ากองทัพหรือประเทศใดที่ต้องการทำงานระดับนานาชาติควรจะศึกษาแนวทางไว้บ้างก็น่าจะเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ว่าง ๆ ก็ลองอ่านดูนะครับ .........วงรอบข่าวกรองคือกระบวนการนำข่าวสารที่ได้มาปรับแปลงเป็นข่าวกรอง และส่งต่อให้ผู้กำหนดนโยบายนำไปใช้ต่อไป ข่าวสารจะเป็นข้อมูลดิบจากแหล่งต่าง ๆ ข้อมูลดังกล่าวอาจจะกระจัดกระจาย ขัดแย้งกันเอง ยึดถือไม่ได้ เคลือบแคลง หลอกลวง หรือ ผิด ข่าวกรองคือข่าวสารที่ได้รับการรวบรวม บูรณาการ ประเมิน วิเคราะห์ และแปลแล้ว ข่าวกรองสิ้นสุด คือผลผลิตสุดท้ายของวงรอบข่าวกรองที่ถูกส่งให้แก่ผู้กำหนดนโยบาย ...... . สามรูปแบบของข่าวกรองสิ้นสุดคือ แบบพื้นฐาน แบบปัจจุบันและแบบประมาณการ ข่าวกรองพื้นฐานจะให้ข้อมูลอ้างอิงของฐานรากและสิ่งที่เป็นจริงของประเทศหรือเรื่องราวนั้น ๆ ข่าวกรองปัจจุบันจะรายงานให้ทราบถึงการพัฒนาใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ส่วนข่าวกรองประมาณการจะทำให้การตัดสินใจต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นมีความเป็นไปได้หรือถูกต้องยิ่งขึ้น ข่าวกรองทั้งสามรูปแบบนั้นจะสนับสนุนซึ่งกันและกัน ข่าวกรองพื้นฐานจะเป็นพื้นฐานก่อเกิดของข่าวกรองที่เหลือ ข่าวกรองปัจจุบันจะทำให้เกิดความต่อเนื่องต่อการค้นคิดความรอบรู้ที่ทันสมัยตลอดเวลา และข่าวกรองประมาณการจะทบทวนการแปลความหมายของภาพรวมแต่ละประเทศหรือเรื่องราวที่สนใจเพื่อกำหนดแนวทางให้แก่ข่าวสารพื้นฐานและปัจจุบันต่อไป หนังสือความจริงของโลก, การบรรยายสรุปประจำวันสำหรับประธานาธิบดี และการประเมินค่าข่าวกรองแห่งชาติ ถือเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ของสามรูปแบบข่าวกรองสิ้นสุด ...... . สหรัฐ ดำเนินการเกี่ยวกับกิจกรรมข่าวกรองต่างประเทศตั้งแต่วันแรก ๆ ของประธานาธิบดีคนแรก จอร์จ วอชิงตัน แต่มาเริ่มมีการประสานงานบนพื้นฐานระดับรัฐบาลอย่างกว้างขวางตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีการพัฒนาโครงการที่โดดเด่นสามโครงการเพื่อการประสานงานข่าวกรองพื้นฐานตั้งแต่บัดนั้นคือ 1 การศึกษาข่าวกรองร่วมกองทัพบกและกองทัพเรือ 2. การสำรวจข่าวกรองแห่งชาติ และ 3 หนังสือความจริงของโลก ............ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้บริโภคข่าวกรองสำนึกได้ว่าผลผลิตข่าวกรองพื้นฐานจากหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาลสหรัฐทำให้เกิดผลความพยายามที่ซ้ำซ้อนและความความขัดแย้งของข่าวสาร การโจมตีของญี่ปุ่นต่ออ่าวเพิร์ลในปี 1941 ทำให้ผู้นำในรัฐสภาและผู้บริหารสาขาต่าง ๆ ต้องการที่กรมที่จะบูรณการการรายงานต่าง ๆ ให้แก่ผู้กำหนดนโยบายของชาติ รายละเอียดและการประสานงานข่าวสารมิได้ต้องการเพียงประเทศที่มีพลังอำนาจเช่น เยอรมัน หรือ ญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงดินแดนต่าง ๆ ที่มีผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น ในสมรภูมิแปซิฟิค กองทัพเรือและนาวิกโยธินได้ปฏิบัติการยกพลขึ้นบกต่อเกาะจำนวนมากที่ซึ่งข่าวสารไม่ได้รับการยืนยันหรือไม่มีมาก่อน ผู้มีอำนาจการข่าวกรองได้แก้ปัญหาเช่นนั้นก็เพื่อไม่ต้องการให้สหรัฐถูกกระทำแบบที่ไม่มีการเตรียมตัวมาก่อนเกิดขึ้นอีก ...... . ปี 1943 นายพล จอร์จ สตรอง และนายพลเรือ เทรน (สำนักงานข่าวกรองกองทัพเรือ) และ นายพล วิลเลี่ยม โดโนแวน (ผู้อำนวยการสำนักงานบริการยุทธศาสตร์) ตกลงใจที่จะสถาปนาหน่วยงานความพยายามร่วม คณะกรรมาธิการเพื่อขับเคลื่อนถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อ 27 เมษายน 1943 โดยได้เสนอแนะการจัดตั้งคณะกรรมการศึกษาและเผยแพร่ข่าวกรองร่วม เพื่อก่อตัว แก้ไข ประสานงาน และตีพิมพ์ การศึกษาข่าวกรองร่วมกองทัพบกและกองทัพเรือ (เจนิส) เจนิส จึงเป็นโครงการข่าวกรองพื้นฐานระหว่างกระทรวงหน่วยแรกที่ตอบสนองความต้องการของรัฐบาลสหรัฐ สำหรับการประเมินการประสานงานและการแบ่งมอบอำนาจของข่าวกรองยุทธศาสตร์พื้นฐาน ระหว่าง เมษายน 1943 กรกฎาคม 1947 คณะกรรมการได้ตีพิมพ์ การศึกษาของเจนิสจำนวน 34 ฉบับ เจนิสได้ปฏิบัติงานได้ดีระหว่างสงคราม และได้รับจดหมายแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก รวมทั้งข้อความจากนายพลเรือ ฟอเรส เชอร์แมน เสนาธิการ ภาคพื้นแปซิฟิค ที่กล่าวว่า เจนิสเป็นเอกสารอ้างอิงที่ขาดไม่ได้สำหรับนักวางแผนบนภาคพื้น ...... .ความต้องการข่าวกรองพื้นฐานที่ละเอียดซับซ้อนมีสูงขึ้นหลังสงครามโลกตามคำของ จอร์จ เพตตี้ ในปี 1946 ตามบันทึกของผู้ประพันธ์เกี่ยวกับ ความมั่นคงแห่งชาติ เขาได้เขียนเรื่อง อนาคตของข่าวกรองลับสหรัฐ (วารสารทหารราบ 1946 หน้า 46) ว่าผู้นำโลกยามสันติมีความต้องการข่าวกรองมากกว่าช่วงสงคราม การปฏิบัติระหว่างช่วงสันติจะมีส่วนร่วมกับทุกประเทศและ กิจกรรมของมนุษย์ทุกประเภท ไม่ใช่เพียงแต่ข้าศึกและผลของสงคราม ...... .หน่วยข่าวกรองกลางได้ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อ 26 กรกฎาคม 1947 และเริ่มปฏิบัติการอย่างเป็นทางการเมื่อ 18 กันยายน 1947 ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองกลางเริ่มปฏิบัติหน้าที่เมื่อ 1 ตุลาคม 1947 โดยรับมอบความรับผิดชอบงานต่อจาก เจนิส เมื่อ 13 ตุลาคม 1948 สภาความมั่นคงแห่งชาติได้ออกคำสั่ง กำหนดการปฏิบัติการข่าวกรอง หมายเลข 3 ที่มอบอำนาจให้ โครงการสำรวจข่าวกรองแห่งชาติทำหน้าที่ระหว่างช่วงสันติแทนช่วงสงครามของโครงการเจนิส ก่อนแผนกประเทศ ของ โครงการสำรวจข่าวกรองแห่งชาติ จะผลิตข่าวกรองได้อย่างเพียงพอ หน่วยงานของรัฐบาลจะต้องพัฒนาอักขรานุกรมภูมิศาสตร์และแผนที่ที่ดีขึ้น คณะกรรมการสหรัฐเรื่องชื่อภูมิศาสตร์รวบรวมรายชื่อ กระทรวงมหาดไทยผลิตอักขรานุกรมภูมิศาสตร์และ หน่วยข่าวกรองกลางผลิตแผนที่ ...... . คณะกรรมการฮูเวร์ของคณะกรรมมาธิการคล้าก ถูกตั้งขึ้นเมื่อ ปี 1954 เพื่อศึกษาโครงสร้างและระบบการบริหารของหน่วยข่าวกรองกลาง ได้รายงานรัฐสภาเมื่อ 1955 ว่า โครงการสำรวจข่าวกรองแห่งชาติ เป็นสิ่งตีพิมพ์ที่หาค่ามิได้ซึ่งให้ข้อมูลข่าวกรองพื้นฐานที่จำเป็นของทุกพื้นที่ทั่วโลก ดังนั้นจึงมีความต้องการดังกล่าวยังคงมีอยู่ต่อไปเพื่อรักษาให้การสำรวจข้อมูลมีความทันสมัยตลอดไป หนังสือความจริงของโลก ได้จัดทำขึ้นเป็นสรุปรายงานประจำปีและปรับปรุงให้เป็นสารานุกรมของการศึกษาโครงการสำรวจข่าวกรองแห่งชาติ หนังสือความจริงของโลกฉบับมีชั้นความลับเล่มแรกจัดทำขึ้นปี 1962 และฉบับไม่จำกัดชั้นความลับพิมพ์เมื่อ มิถุนายน 1971 โครงการสำรวจข่าวกรองแห่งชาติได้สิ้นสุดลงเมื่อปี 1973 ยกเว้นส่วนของ หนังสือความจริงแห่งโลก แผนที่ และอักรานุกรมภูมิศาสตร์ ปี 1975 หนังสือความจริงแห่งโลกได้รับการจัดจำหน่ายเป็นครั้งแรกต่อสาธารณาชนโดยผ่านสำนักพิมพ์รัฐบาล ปี 2004 เป็นปีที่ 57 ของการจัดตั้งหน่วยข่าวกรองกลาง และปีที่ 61 ของความต่อเนื่องข่าวกรองพื้นฐานที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลสหรัฐโดยการจัดทำ หนังสือความจริงแห่งโลกและผู้ที่โครงการทั้งสองที่ถูกแทนที่ ![]() กลับสู่หน้าหลัก |
![]() กลับสู่หน้าหลัก ![]() เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ |
|
|
บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 23 ม.ค. 48 ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม ICQ ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน Contact list ใน ICQ ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วเลือก Web Page address (URL) หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมา ดูว่าตรงกับชื่อ address ในเบราเซอร์ แล้วกด Send ได้เลย ท่านสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงได้การพิมพ์ลงในช่องด้านล่างเรียบร้อย แล้วกด Send ได้เลยครับ |
||