" ลิขิตฟ้าฤาจะเอาชนะความมุ่งมั่นศรัทธาอันแรงกล้าของมนุษย์ "
ตำนานและวิสัยทัศน์ของโฮมเพจทหารดอทคอม ท่านคิดอย่างไร&xoxox

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

.............. สองสามปีก่อนผมเคยได้รับคำติชมของผู้ที่เข้ามาในเวบนี้ว่าโฮมเพจมีความยาวมาก ดูแล้วตาลาย โหลดช้า และข้อมูลที่ไม่ได้รับการจัดระเบียบให้ค้นหาได้ง่าย ซึ่งผู้ให้ความคิดเห็นดังกล่าวยังแนะนำให้เอาบทความหรือข่าวเก่า ๆ ทำเป็นลิ้งค์ให้คนเข้าคลิ๊กเข้าไปดูเมื่อต้องการจะอ่านเหมือนกับที่เวบทั่วไปเขาทำกันน่าจะดีกว่า ซึ่งผมก็ไม่ได้แก้ไขตามคำแนะนำที่เขาอุตส่าห์เขียนมาบอก เช่นเดียวกับที่ผมไม่ได้แก้คำสะกดผิดในบทความแม้ว่าจะมีคนบอกหรือเจอกับตนเองในภายหลัง ที่ผมทำเช่นนั้นก็มีเหตุผลหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นไม่ต้องการให้คนอื่นมากำหนดจิตนาการของผมในเรื่องนี้มากนัก หรือ ผมต้องการจะกลับไปอ่านบทความของผมเองที่เป็นต้นฉบับไม่มีการปรับแก้ เหมือนกับที่ผมอ่านไดอารี่ที่เคยเขียนไว้สมัยเด็ก ๆ ที่ไม่มีวันถูกแก้เช่นกันแม้ว่าจะมาพิสูจน์ได้ภายหลังว่ามันอาจจะไม่ถูกต้อง แต่ก็ทำให้ผมได้รู้ว่าแต่ผมผมคิดอย่างไรและวันนี้มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

.............. โฮมเพจของผมอาจจะไม่เหมือนโฮมเพจทั่วไปตามที่เห็นกันอยู่ก็คงต้องมีที่มาที่ไป ซึ่งผมจะใช้โอกาสนี้บันทึกเป็นความทรงจำของผมก่อนที่จะลืมเลือนมากไปกว่านี้ ธันวาคม 2539 หลังจากที่ผมแต่งงานได้เดือนหนึ่งก็พาภรรยาไปเดินซื้อคอมพิวเตอร์ที่งานแสดงคอมพิวเตอร์ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติ และตัดใจซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของชีวิต หลังจากที่ได้พิจารณามาปีกว่าแล้วว่าผมมีความสุขกับการที่ได้เรียนรู้จากคอมพิวเตอร์เหมือนกับความชอบของผมในการดูหนังและการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และผมก็ได้สนุกกับมันไม่ว่าจะเป็นการใช้โปรแกรม การติดตั้งโปรแกรม การประกอบเครื่อง จากพื้นฐานที่เรียกว่าเป็นศูนย์เลยก็ว่าได้ แต่ตอนนั้นผมก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าอินเตอร์เนทคืออะไร เวลาผ่านไปประมาณกลางปี 2540 ก็ครั้งแรกที่ผมได้รู้จักและเห็นอินเตอร์เนทโดยการแนะนำจากเพื่อนผมที่เป็นอาจารย์อยู่ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก โดยเขาพาเข้าไปเปิดให้ดูในที่ห้องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน ซึ่งแน่นอนว่าดูแล้วไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรและเวบที่ดูก็เป็นภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ ผมจึงยังไม่มีความรู้อะไรเพิ่มเติมจากอินเตอร์เนท

..............จนเดือนสิงหาคม - กันยายน 2540 ความรู้เรื่องฮาดท์แวร์และซอฟท์แวร์ของผมเริ่มจะถึงทางตันเพราะไม่สามารถซื้อหนังสือมาอ่านเพื่อทำความเข้าใจเองได้และสิ่งที่ผมไม่เข้าใจได้ทะลุก็ไม่สามารถมีคนที่รู้จักตอบปัญหาได้ ซึ่งในตอนนั้นที่ทำงานของภรรยา ก็ขยายติดตั้งโทรศัพท์จากเทเลคอมเอเซียเพิ่มจำนวน 100 หมายเลข โดยที่มีโปรโมชั่นแจกอินเตอร์เนทฟรีมาให้หมายเลขละ 40 ชั่วโมง ตอนนั้นอินเตอร์ขายใส่กล่องเท่าขนาดกล่องผงซักฟอกขนาด 2 – 300 ร้อยกรัม ซึ่งทางบริษัทได้เอามาไล่แจกพนักงาน เพราะไม่รู้จะเอาไปทำไม พนักงานในตอนนั้นก็ไม่รู้จะเอาไปทำไมเหมือนกันเพราะไม่มีใครมีคอมพิวเตอร์และโมเด็มกันสักเท่าไรก็เลยเอามาให้ภรรยาผมกันยกใหญ่ทั้ง ๆ ราคาอินเตอร์เนทในตอนนั้นชั่วโมงละ 60 – 120 บาท ดังนั้น 1 กล่องถ้าไปซื้อก็จะประมาณ 2000 บาท ซึ่งหลังจากที่ภรรยาผมได้มากล่องหนึ่งแล้วเอามาให้ผมในช่วงที่ผมเริ่มจะคิดอะไรกับคอมพิวเตอร์ไม่ออกพอดีผมก็เลยตกลงใจซื้อโมเด็มความเร็ว 33.6 kps ราคาสามพันกว่าบาทมาเสริมคอมพิวเตอร์ความเร็ว 133 Mhz ที่ผมซื้อมาในราคา สามหมื่นกว่าบาทเพื่อให้สามารถใช้อินเตอร์เนทที่ผมได้มาฟรี ๆ หลังจากที่ผมสามารถติดตั้งอินเตอร์เนทได้แล้วทั้งชีวิตจริงและความฝันของผมก็วนเวียนอยู่แต่เรื่องอินเตอร์เนท

..............อินเตอร์เนทกล่องแรกใช้หมดไปในเวลาไม่กี่วัน ซึ่งภรรยาผมเห็นว่าผมชอบก็ไปหาจากเพื่อนที่ทำงานมาให้อีกนับสิบ ๆ กล่อง ชีวิตของผมก็ดำดิ่งเข้าไปอีกกับโลกของอินเตอร์เนท โลกที่เหมือนกับความฝันและความเหลือเชื่อ โลกที่ผมไม่รู้มาก่อน เรื่องราวที่อยู่ในความทรงจำถูกขุดขึ้นมา ผมได้เข้าไปยังสถานที่ที่ผมเคยไปคือ ค่ายเบนนิ่ง ได้เห็นรูปภาพและบรรยากาศ เรื่องราวของค่ายที่ไม่สามารถหาอ่านได้จากสื่อที่มีอยู่ในขณะนั้น ได้เขาไปอ่านและบันทึกสมุดเยี่ยมที่บอกถึงความรู้สึกของผมให้คนที่อาจผ่านเข้ามาได้รับรู้ ผมสามารถใช้โปรแกรม Microsoft chat ซึ่งเป็นรูปภาพการ์ตูนย์ประกอบระหว่างการคุยกับคนที่อยู่ห่างไกลออกไป ทั้ง ๆ ที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ผมได้รู้จัก mailcity.com อีเมลฟรีที่มาก่อนฮอทเมลและยาฮูเมล ทำให้ผมสามารถติดต่อได้กับคนทั้งโลกโดยไม่ต้องเสียค่าบริการแพง ๆ มันช่างมหัสจอรอหันการันต์ยอ เกินคำบรรยายเสียจริง ๆ การท่องเนทของผมในเวลานั้นเริ่มมีเวบภาษาไทยให้อ่านมากขึ้นโดยเวบที่ทำให้ผมต้องตกตะลึงก็คือเวบรวมลิ้งของนายวอป VOP คือ http://www.geocities.com/Tokyo/4737 (ปัจจุบันได้จากไปแล้ว) ที่ทำภายใต้ไซท์ จีโอซิตี้ ซึ่งตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่าโฮมเพจฟรีคืออะไร ผมมีแต่ความชื่นชมความตั้งใจของเขาและประหลาดใจว่าเขาทำได้อย่างไร เขามีเวลามาค้นหาเวบที่เป็นภาษาไทยที่ทะยอยเกิดอย่างดอกเห็ดนับเป็นหลายร้อยมาจากไหน เขารวบรวมมาเรียงต่อให้เราคลิกอย่างยืดยาวได้อย่างไร

..............ในที่สุดในเดือนตุลาคม 2541 ผมก็ได้เจอพบเวบที่ให้บริการทำโฮมเพจฟรีคือแองเจิลไฟร์ http://www.anglefire.com ซึ่งเป็นเครื่องเดียวกับเมลซิตี้ดอทคอม ซึ่งมีเครื่องมือการเขียน html แบบ notepad และแบบสำเร็จรูปไว้อำนวยความสะดวก ผมเองเขียนครั้งแรกก็เขียนจากแบบสำเร็จรูปที่เขามีอยู่ก่อนโดยเลือกสี รูปภาพที่เขามีเตรียมไว้และเอาชื่อภาษาอังกฤษของผมใส่ไปในช่องตามที่เขาแนะนำ แล้วผมก็ save แล้วทดลองเปิดโฮมเพจแรกในชีวิตของผม ที่กล่าวต้อนรับด้วยคำว่า Welcome to Benjapol Rungsipanuratn’ Homepage และมีลิ้งที่ผมเปิดประจำแทรกอยู่ในหน้าโฮมเพจพร้อมรูปอนิเมชั่นตามที่ผมเลือกไว้ จิตใจผมพลุ่งพล่านไปด้วยความปลื้มปิติและรำพึงอยู่ในใจว่า “โอ้ นี่เรามีโฮมเพจส่วนตัวแล้วหรือนี่ ทำไมตูถึงได้เก่งแบบนี้” นับตั้งแต่คืนนั้นเป็นต้นมาการบุกโหมที่จะเรียนรู้เพื่อพัฒนาโฮมเพจก็ได้บังเกิดขึ้น ผมเริ่มทดลองการเขียนแบบก้าวหน้าที่แองเจิลไฟร์ได้เตรียมบางส่วนไว้ให้ ผมลองผิดลองถูกด้วยการแทรกภาษาไทยเข้าไปในคำสั่งที่มีมาคอยอยู่ก่อนแล้วเช่น คำสั่ง CENTER, BR, HREF โดยที่ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร ด้วยความอยากรู้เนื่องที่รู้เพียงเล็กน้อย ๆ ก็เลยไปซื้อหนังสือการียน HTML มาอ่านและทดลอง จึงทำให้สามารถเข้าใจการเขียนโฮมเพจได้อย่างรวดเร็วขึ้นและจับเคล็ดลับสุดยอดของกาเรเขียนโฮมเพจได้ก็คือ การคัดลอกโค้ดที่มีคนเขียนเอาไว้แล้วมาดัดแปลงเป็นของเรา ดังนั้นเวบรวมลิ้งของผมจึงได้เริ่มพัฒนาขึ้น จนสามารถนำไปบอกเพื่อนให้เปิดดูได้

..............ในเวลาเดียวกันโฮมเพจของกองทัพบกก็ได้มีการพัฒนาให้มีบริการกระดานเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องคอมพิวเตอร์และการทหารของไทย ซึ่งผมรู้จักกับน้องคนที่ทำในส่วนนี้จนถึงมีการตั้งชมรมทหารทะลุมิติขึ้นมาในห้วงนั้นด้วยเพราะเห็นว่าอินเตอร์เนทจะมีอำนาจเปลี่ยนแปลงโลกได้ที่เดียว (ตอนนั้นคงได้ความคิดมาจากเรื่องคนเหล็ก 2029 ที่เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า Skynet สามารถครอบครองโลกได้ และได้ส่งคนเหล็กจากอนาคตมายังปี 1984 เพื่อสังหารแม่ผู้กู้โลกก่อนที่จะให้กำเนิด) พวกเราเห็นว่าความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนทในเวลานั้นไม่ได้รับการส่งเสริมแต่อย่างใด แต่ละหน่วยต้องช่วยตัวเอง กำลังพลที่มีความรู้มีแต่นายทหารประทวนเป็นส่วนใหญ่ นายทหารสัญญาบัตรทุกชั้นยศยังมีความคิดว่าเรื่องคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องของเสมียนพิมพ์ดีดและอินเตอร์เนทเป็นเรื่องของนายสิบสื่อสารที่สามารถกดคีย์วิทยุได้ก็รับผิดชอบได้

..............ความคิดของเราเห็นว่าการพัฒนาคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนทที่แม้ว่าในสหรัฐจะมีทหารเป็นผู้ก่อตั้งและยังเป็นหน่วยงานสำคัญสูงสุดในการกำหนดนโยบายของอินเตอร์เนทโลกแล้ว แต่ถ้าจะเอามาเปรียบกับประเทศไทยแล้ว ในเวลานั้นการจะหวังให้ระดับกองทัพเป็นผู้นำอินเตอร์เนทของประเทศคงจะเป็นแต่เพียงการเพ้อฝันเป็นแน่แท้ อีกทั้งการแก้ไขผลักดันให้ระดับต่าง ๆ ในกองทัพได้เข้าใจและใช้ประโยชน์นั้นพวกเรานั้นคงจะต้องคอยผู้มีบุญมาเกิดเป็นแน่แม้ ดังนั้นในช่วงที่คอยผู้มีบุญดังกล่าวเราก็ควรเตรียมตัวให้พร้อมและทำในระดับที่เราสามารถทำได้โดยที่ไม่เดือดร้อนแก่ตนเองมากนัก ผมเองในตอนนั้นก็ได้รับอินเตอร์เนทแอคเค้าท์จาของกองทัพบกจากน้องจึงไม่ทำให้เสียค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะตอนนั้นมีคนใช้อินเตอร์เนทจาก กองทัพบกไม่มากนักและผมใช้หมายเลขโทรศัพห้าตัวกองทัพบกตามตำแหน่งที่ได้รับในการเชื่อต่ออินเตอร์เนทเพื่อเขียนหัวข้อต่าง ๆ ที่น่าสนใจเพื่อกระตุ้นเตือนให้ผู้ที่มีบุญและอ่านจะแวะเข้ามาอ่านกระดานเสวนากองทัพบกในปี 2541 นั้น ได้เกิดความคิดและตรัสรู้ว่าคอมพิวเตอร์และอินเตอร์นั้นกองทัพจะต้องทุ่มเททรัพยากรในการลงทุนอย่างไม่เสียดายโดยทันที เพราะไม่เช่นนั้นแล้วอนาคตกองทัพจะต้องเป็นหน่วยงานที่ตกรุ่นหรือโบราณกว่าทุกกรมกระทรวงอย่างแน่นอน

..............ดังนั้นผมเองวัน ๆ ก็คอยหมั่นเข้าไปในกระดานเสวนา นั่งเขียนอธิบายคำถามต่าง ๆ ที่มีคนถามเข้ามา ที่ไม่รู้ก็ไปค้นคว้าสอบถามจากผู้รับผิดชอบที่รู้จัก/หน่วยงานหรืออ่านจากหนังสือมาตอบให้ ในส่วนที่รู้ก็ตอบโดยแทรกแนวความคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนทเขาไปเสมอ การเขียนกระทู้และการตอบของผมทำอยู่หลายเดือนจากที่ตอบสั้นก็ตอบยาวมากขึ้นเนื่องจากได้ความรู้มาจากการค้นคว้าซึ่งทำให้คนเข้ามาเขียนมาตอบมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในเวลาเดียวกันกระดานเสวนากองทัพบกก็เริ่มเจอปัญหาย้อนกลับ คนที่เข้ามาเขียนข้อความเริ่มเขียนในสิ่งที่กล่าวร้ายป้ายสบุคคลอื่น และมีคำหยาบคาย ด่าทอ ส่อเสียดกันมากขึ้นจนในที่สุดกระดานเสวนากองทัพบกยุคแรกก็ปิดตัวลงเนื่องจากล่อแหลมต่อการงดบำเหน็จของผู้ที่รับผิดชอบจากฝีมือของบุคคลลึกลับที่อยู่ในอินเตอร์เนทพร้อมกับการย้ายออกจากหน่วยรับผิดชอบอินเตอร์เนทกองทัพบกของน้องที่อยู่ในชมรมทหารทะลุมิติและการหยุดแสดงความคิดเห็นของผมในบนกระดานเสวนากองทัพบกอย่างนิรันดร

.............. ชมรมทหารทะลุมิติแตกกระจายคงเหลือแต่ความทรงจำ แต่สมาชิกของชมรมยังไม่ตาย ผมในขณะนั้นได้ย้ายการทำโฮมเพจมาสมัครใหม่ที่ จีโอซิตี้ภายใต้ลิ้ง http://www.geocities.com/pentagon/3285 แต่ก็ยังไม่มีอะไรแปลกใหม่จากคนเริ่มหัดทำเวบมานักโดยจะมีพวกลิ้งที่แนะนำ รูปภาพ อนิเมชั่น และการแสดงเทคนิคของจาวา สำหรับข้อมูลนั้นยังไม่ค่อ่ยมีอะไรนักนอกแนวความคิดที่เขียนขาด ๆ เกิน ๆ อยู่สี่ห้าเพจ มาถึงตอนนี้นึกขึ้นได้คือ ตอนนั้นผมก็ได้ขยายแนวความคิดเรื่งอินเตอร์เนทไปทางอื่นด้วยโดยชวนแกมบังคับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ และคนที่รู้จักให้เข้ามาเรียนรู้และสัมผัสกับอินเตอร์เนทโดยหนึ่งในนั้นที่เป็นเรื่องช็อคสำหรับผมก็คือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายยุทธการของหน่วยที่เก่งคอมพิวเตอร์ซึ่งไม่รู้ว่าเขาหรือผมใครเป็นศิษย์ใครเป็นอาจารย์ทางเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มาหัดเขียนโฮมเพจของหน่วย ก็ใช้เวลาไม่นานนักเขาก็เข้าใจการเขียนเพราะมีความรู้และสนใจคอมพิวเตอร์เป็นทุนอยู่แล้ว ในโฮมเพจของหน่วยนั้นก็มีส่วนที่บอกว่าใครคือผู้บังคับหน่วยและรูปภาพ รวมทั้งสถานที่ติดต่อหน่วยทั้งหมายเลขโทรศัพท์และที่ตั้งที่อยู่ที่บางเขน หลังจากเขียนเสร็จแล้วผมก็แจ้งผู้บังคับบัญชาโดยตรงว่าขอเอาไปไว้ในอินเตอร์เนทเพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์หน่วยแบบเดียวกับโฮมเพจของกองทัพบก แต่ใช้พื้นที่ของจีโอซิตี้เพราะสะดวกในการปรับแก้ เมื่อได้รับอนุญาตแล้วผมก็ส่งลิ้งโฮมเพจของหน่วยไปให้น้องที่มีส่วนรับผิดชอบโฮมเพจกองทัพบกเพื่อขอฝากแลกลิ้งระหว่างกัน แล้ววันที่ทำให้ผมช็อคตามที่กล่าวก็คือ ประมาณต้นเดือน พฤษภาคม 2541 ที่กองบัญชาการกองทัพบกมีการจัดงานที่เกี่ยวข้องกับโฮมเพจกองทัพบก ก็มีการแสดงการเปิดโฮมเพจกองทัพบกให้ผู้มีเกียรติได้ชมตามธรรมเนียม หนึ่งในการแสดงก็คือการคลิกภายในโฮมเพจเพื่อแสดงให้เห็นด้วยว่ามีหน่วยของกองทัพบกบางหน่วยได้เริ่มจัดทำโฮมเพจแล้วซึ่งมีลิ้งที่ทำการเชื่อมต่อมาด้วยแล้ว โดยที่หนึ่งในนั้นก็คือ โฮมเพจที่ผมกับเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันทำขึ้นมาซึ่งเมื่อเปิดมาแล้วก็ก็เห็น กองบังคับการ ผู้บังคับบัญชา การติดต่อ ตามที่ผมเล่าไปแล้ว และเมื่อมีการเปิดโฮมเพจ(อดีต)หน่วยผมแล้วการแสดงก็หยุดลง คุณคงเดาไม่ถูกแน่ สองทุ่มในคืนวันเดียวกันนั้น ผมมาถูกตามตัวเป็นการด่วนจากผู้บังคับบัญชาที่ได้รับแจ้งมาจากผู้ร่วมเหตุการณ์เมื่อกลางวันว่า พวกเราคงจะซวยกันแล้วคราวนี้ เพราะโฮมเพจที่ผมทำขึ้นนั้นมีผู้ไม่พอใจอย่างมาก เพราะเขาว่าเป็นการนำข้อมูลความลับทางราชการคือ ผู้บังคับบัญชาและที่ตั้งหน่วยไปเปิดเผยต่อสาธารณะ และยังถามอีกว่ามีใครรู้หรือไม่ว่าการทำแบบนี้เป็นผิดพระราชบัญญัติรักษาความปลอดภัยแห่งชาติปี 2519 เป็นคุณ ๆ จะคิดยังไงครับ ผมงี้ยืนนิ่งพูดไม่ออกบอกไม่ถูกยิ่งกว่าถูกไฟช็อท คิดในใจว่างานนี้คงจะซวยอีกแล้ว มีแต่ความตั้งใจดีรู้แต่เราไม่รู้เขาคงพาชีวิตไปสู่วิบากกรรมอีกแล้ว จะเป็นห่วงก็แต่ครอบครัวจะเดือดร้อนอับอายไปกับเราด้วยเท่านั้น แต่ก็นับว่ายังโชคดีที่เรื่องราวไม่ได้ขยายลุกลามต่อ หลังจากที่ผมได้บอกให้เจ้าหน้าที่ที่ผมสอนให้ลบข้อมูลของหน่วยออกจากอินเตอร์เนทเสียทันที และหยุดการพัฒนาโฮมเพจของหน่วยอย่างสิ้นเชิง

..............การสอนให้คนอื่นสร้างโฮมเพจได้หยุดลงแต่ผมเองมิได้หยุดในส่วนของผมประกอบกับความคิดเห็นที่ผมอุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนนั่งเขียนนั่งคิดนั่งพิมพ์ เพื่อตอบในกระดานเสวนาได้ถูกเอาออกไป แต่โชคดียังพอมีบ้าง เพราะหลัง ๆ ในการเขียนตอบกระทู้ในกระดานเสวนากองทัพบกของผมมีความยาวมาก จึงต้องพิมพ์ในเวิร์ดก่อนเพื่อเป็นการตรวจทาน ก่อนนำไปบันทึกในกระดานเสวนากองทัพบก ที่ผมยังเก็บส่วนที่ผมคิดผมเขียนไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผมในเรื่องสำคัญ ๆ ผมจึงได้นำข้อคิดเห็นที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นบทความแล้วมาบันทึกเป็นข้อมูลในโฮมเพจส่วนตัวของผมที่ตอนหลัง ยาฮูได้ ซื้อต่อมาจากจีโอซิตี้และเพิ่มชื่อเวบผมอีกหนึ่งชื่อเป็น http://www.geocities.com/benjapol99 ตามชื่อยาฮูไอดีของผม ดังนั้นเวลาที่ท่านเปิดอ่านบทความที่ผมเขียน จะยังคงมีรูปแบบสีสรรคล้ายกับกระทู้ของกระดานเสวนากองทัพบกรุ่นแรกเพื่อเป็นที่ระลึกของการก่อกำเนิดบทความอื่น ๆ ตามมาในภายหลัง

.............. จากการที่ผมประสบและเห็นแจ้งแล้วก็คือ การที่เราลงทุนลงแรงไปอย่างมากมายแต่ต้องพึ่งพากับความไม่แน่นอนน่าจะทำให้เสียเวลาอย่างไรสติ และจากที่ผมได้กลับมาอ่านบทความผมได้เขียนผ่านมาด้วยแล้ว และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เรามีประกอบกับการเป็นนักเล่านิทาน (แบบที่ลูกสาวคนโตผมอยากเป็น)ทำให้ผมคิดว่า ผมน่าจะทำเวบของผมเองจะได้ไม่ต้องเจอปัญหาความคิดถูกทำลบโดยไม่ตั้งตัว ดังนั้น กรกฎาคม 2541 ผมจึงได้ปรับรูปแบบโฮมเพจของผมเสียใหม่ตามที่ท่านได้เห็นในปัจจุบันนี้ โดยเชื่อว่ารูปแบบเช่นนี้ มีความง่ายในการค้นหาสำหรับผมและควรจะง่ายต่อการค้นหาของผู้เข้าชมอื่น ๆ ด้วยเช่นกันแม้ว่าจะไม่ค่อยเหมือนใคร สำหรับความยาวมากของโฮมเพจที่ทำให้การโหลดมีความช้านั้นผมเองไม่คิดว่าจะมีปัญหาเพราะในที่สุดแล้วความเร็วของอินเตอร์เนทจะเร็วขึ้นเรื่อยจนสามารถดูรายการทีวีได้สบาย ๆ ดังนั้นข้อมูลหน้าแรกของผมในการโหลดในอนาคตจะไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไป ดังนั้นหน้าโฮมเพจของผมจะยังคงดำรงความมุ่งหมายในความยาวต่อไปอย่างต่อเนื่อง

..............มาถึงตรงนี้ท่านอาจจะเดาออกได้บางส่วนของการออกแบบโฮมเพจ(หน้าแรก) ว่ามาได้อย่างไร ซึ่งผมจะเสริมให้บางส่วนที่ยังไม่ได้เล่าให้ฟังไปด้วย ได้แก่ ลิ้งบทความคือรูปแบบที่นำมาจากหน้าแรกกระดานเสวนากองทัพบกยุคแรก ลิ้งไปยังเวบอื่น ๆ ที่ทำให้ยาวเหยียดได้รับอิทธิพลจากเวบของนายวอบ พื้นหลังขาวมาจากแนวความคิดจากโฮมเพจของยาฮู ป้ายแบนเนอร์สีแดงได้มาจากจีโอซิตี้ในยุคแรก สำหรับเนื้อหาในบทความจะมี 4 ส่วนหลัก ๆ ที่ยังคงเดิมตั้งแต่มีชมรมทหารทะลุมิติ คือ ส่วนความรู้และแนวความคิดและข่าวสารของทหารไทย ส่วนคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เนท และส่วนลิ้งไปยังเวบทหารและเวบอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ส่วนสุดท้ายคือ กระดานเสวนาเพื่อการมีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็นของผู้ชม

.............. สำหรับในส่วนที่มาของชื่อเวบ ทหารดอทคอมนั้น ตามมาในภายหลังจากที่ผมเดินทางตรวจภูมิประเทศที่ติมอร์ตะวันออกเมื่อกันยายน 2542 แล้วกลับมาเตรียมการในเดือนตุลาคม 2542 ทำให้ทราบว่าจะได้รับเงินเพิ่มในการไปปฏิบัติการสันติภาพวันละ 1200 บาท (ต่อมาปรับเป็นรับ 33 ดอลล่าร์ต่อวัน) ซึ่งถือว่าได้มาฟรี ๆ เพราะตอนนั้นคิดว่าขอให้ได้ไปเป็นพอ ถึงไม่ให้เบี้ยเลี้ยงก็ไป และการเลือกชื่อโดเมนเนมลงตัวแล้วเพราะ ที่เคยตั้งใจไว้ ไม่ว่า thaimilitary.com หรือ benjapol.com ที่หมายมั่นปั้นมือไว้แต่ซื้อไม่ได้เพราะไม่มีบัตรเครดิตก็มีคนซื้อตัดหน้าไปแล้ว และด้วยความดังของชื่อ sanook.com ในยุคแรกที่มีเนื้อหาของเวบตรงกับชื่อที่เป็นไทยแต่สะกดเป็นภาษาอังกฤษ จึงคิดว่าในเมื่อเราทำเวบที่มุ่งเน้นเรื่องทหารก็ควรจะตั้งชื่อว่าทหารดอทคอมน่าจะดี เพียงแต่ว่าตอนนั้นไม่แน่ใจว่าจะสะกดคำว่าทหารเป็นอังกฤษอย่างไรดี เพราะชื่อถนนทหารที่ขับผ่านทุกวันดันสะกดว่า Thanon Thahan ซึ่งผมเองไม่ชอบตอนแรกจะสะกดว่า thar เพื่อให้ตรงตัวต่อตัวกับภาษาไทยก็ไม่ได้อีกเพราะคนเอาไปแล้วแล้วก็เอาให้เพื่อน ๆ ดูก็ไม่มีใครอ่านว่าทหารสักคน จนตัดสินใจสุดท้ายตอนอ่านหนังสือพิมพ์บางกอกโพสท์ว่า ผู้หญิงที่ทำงานให้กับจุฬาลงกรณ์ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสิทธิขาดโดยบังเอิญในการจดชื่อโดเมนของไทยที่ลงท้ายด้วย .th นั้นได้มีแนวความคิดที่จะเพิ่มโดเมนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทหารไทยให้ลงท้ายด้วย .taharn ผมก็เลยตัดสินใจใช้ตัวสะกดตัวนี้เป็นคำตอบสุดท้าย โดยไปลงทะเบียนกับ register.com ปีละ 35 ดอลล่าร์ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

..............ตอนนั้นถ้าท่านเปิดแอดเดรส http://www.taharn.com แล้วก็จะนำมาที่ http://www.geocities.com/benjapol99 โดยผมต้องเงินอีกปีละ 10 ดอลล่าร์ จากนั้นไม่นานก็ยอมเสียเงินเพิ่มอีกปีละ 20 ดอลล่าร์เพื่อโดเมน benjapol.net ที่ไปใช้โดเมนเขาฟรีมาระยะหนึ่ง พอครบปีก็เลยยอมเสียเงินให้เขาต่อไปจนถึงปัจจุบัน และสำหรับโดเมน http://www.taharn.net นั้นมเมื่อหลังสุดเมื่อ ธันวาคม 2544 หลังจากที่รำคาญตาเวลาที่เปิดโฮมเพจ ทหารดอทคอมแล้วมันส่งมาที่โฮมเพจจีโอซิตี้ มันก็แสดงเป็นจีโอซิตี้ ประกอบได้ทราบแน่แล้วว่าไปทำงานกับสหประชาชาติที่นิวยอร์กแน่นอนแล้ว จึงได้ตกลงใจเช่าพื้นที่ของจีโอซิตี้ซึ่งได้กลายเป็นของยาฮูไปแล้วเพิ่มอีกเดือนละ 11.95 ดอลล่าร์ ซึ่งต่อมาได้ลดขนาดพื้นที่และลดเงินลงเหลือ 8.95 ดอลล่าร์ โดยไม่ต้องจ่ายค่าโดเมน (มีข้อเสียตรงที่โดเมนไม่ใช่ของเราถ้าเราเลิกเช่าพื้นที่โดเมนนี้เราก็ไม่มีสิทธิ ซึ่งไม่เหมือนกับที่เราซื้อโดยตรง) จนถึงปัจจุบัน

.............. อนาคตของทหารดอทคอมจะเป็นอย่าไรคงไม่มีใครตอบได้แม้ว่าตัวผมเอง ตำนานของทหารดอทคอมจะจางหายไปให้สิ่งที่ใหม่กว่ามาทดแทนตามกาลเวลาหรือไม่ ผมจะได้เห็นคอมพิวเตอร์ทั่วทั้งกองทัพเชื่อมต่อเป็นเครื่องข่ายเดียวกันตามที่ไฝ่ฝันก่อนจากโลกนี้ไปหรือไม่ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องรอคอยในวาระสุดท้ายของชีวิต แต่ที่เชื่อได้อย่างแน่นอนก็คือ ตราบใดที่ผมยังหายใจอยู่และไม่ไร้ความสามารถ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นทหารดอทคอมยังจะยังคงก้าวเดินต่อไปช้าบ้างเร็วบ้างตามจังหวะชีวิตที่ผมผจญ แต่ยังคงดำรงเจตนารมย์อันเด็ดเดี่ยวไม่เสื่อมคลายที่จะจุดประกายสร้างสรรค์และความเสียสละของทหารไทยทุกคนซึ่งจะเป็นพลังผลักดันให้มีการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพของกองทัพและประเทศชาติต่อไป

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์


กลับสู่หน้าหลัก

กลับสู่หน้าหลัก

CounterSee who's visiting this page.

เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน

ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 27 มี.ค. 47
ถ้าท่านติดตั้งโปรแกรม ICQ ท่านสามารถส่งเวบนี้ไปยังเพื่อนของท่านที่อยู่ใน Contact list ใน ICQ ด้วยการคลิกที่ชื่อเพื่อนท่านใน Contact list แล้วเลือก Web Page address (URL) หน้าต่างใหม่จะเปิดขึ้นมา ดูว่าตรงกับชื่อ address ในเบราเซอร์ แล้วกด Send ได้เลย

ท่านสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงได้การพิมพ์ลงในช่องด้านล่างเรียบร้อย แล้วกด Send ได้เลยครับ

ICQ PeopleSpace Directory
View My Page

Page an ICQ User