|
|||
|---|---|---|---|
| หน้าที่หนึ่งเดียวของทหารคือ การป้องกันประเทศและปกป้องประชาชน | |||
| สงครามภาคพื้น : ทฤษฎี และหลักนิยมในศตวรรษที่ 21* By LTC.Richard D. Hooker. Jr., US Army | ท่านคิดอย่างไร | |
|---|---|---|
|
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ [*Land Warfare:21th Century Theory and Doctrine เป็นบทความตีพิมพ์ใน Military Review ฉบับ March-April 2000 หน้า 85 87 . *วทบ. (ทบ.) , ศศ.ม. (พัฒนาสังคม) เกษตรศาสตร์ , ศศ.ม. (การทหาร) วิชารองเศรษฐศาสตร์ รร.สธ.ทบ.สบส , Ph.D.candidate (บริหารการศึกษา) จุฬาฯ (ทุน ยศ.ทบ.)] ความท้าทายทางยุทธศาสตร์ (Strategic Challenge) ..................... ยุทธศาสตร์ของกองทัพบกในช่วงหลังที่มีความเกี่ยวเนื่อง หลังจากยุคสงครามเย็น ปัจจุบันกองทัพบกมีขนาดเล็ก,เทคโนโลยีสูง, กำลังป้องกันทางบกที่ถูกจำกัดขอบเขตในการเข้าร่วม เพื่อที่จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามพ่ายแพ้ กองทัพบกจะต้องมีโครงสร้างที่ทำให้มีการกระจายกำลังอย่างรวดเร็วทางยุทธศาสตร์ ที่มีผลต่อการปฏิบัติการร่วม/ผสม กับเหล่าทัพอื่น และกำลังพันธมิตร ยุทธศาสตร์ชาติของสหรัฐฯ ต้องการหลักนิยมร่วมและการฝึกที่ทำให้มี ความสามารถในการให้การสนับสนุนและความพร้อมรบในระดับสูง อันทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อผลสำเร็จ ในชัยชนะของสงครามและการปฏิบัติการทางทหารนอกเหนือสงคราม ดังการประกาศยุทธศาสตร์รวมของสหรัฐฯ ในการต่อสู้และได้ชัยชนะ ทั้ง 2 เขตการสงครามหลัก ในสงครามอ่าวฯ ..................... สหรัฐฯ จะไม่เผชิญหน้าอย่างยาวนานต่อศัตรูที่มีอำนาจกำลังรบที่ยิ่งใหญ่ เพื่อความดำรงอยู่ของชาติ แต่การล่มสลายของโซเวียต ทำให้เกิดความขัดแย้งทางอาณาเขต ความเชื่อแบบดั้งเดิม วัฒนธรรมและการกีดกัน ทางเชื้อชาติ ที่เกิดขึ้นในโซเวียต ทั้ง Balkans,sub-Saharan Africa,Middle East and Southwest Asia การล่มสลายของขั้วอำนาจ ทำให้เกิดความเป็นสากล ความขัดแย้งระหว่างรัฐ ทั้งในคาบสมุทรเกาหลีและอิหร่าน การดำเนินการทางการเมืองที่ทำให้เกิดความเกลียดชังชาติตะวันตก ยังคงเป็นภัยคุกคามต่อพันธมิตรและผลประโยชน์ของเรา ..................... ในบางกรณี ปัจจุบันภารกิจของกองทัพบกมีมากกว่าเดิม ขณะที่การสนับสนุนมีน้อยลง กองทัพบกถูกลดลงอย่างไม่ได้สัดส่วน หลังจากการสิ้นสุดสงครามเย็น โครงสร้างกำลังรบหายไป 40% และปัจจุบันกำลังพลถูกลดลงจนอยู่ในระดับต่ำสุด นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 การลดลงครั้งใหญ่ ทั้งการสนับสนุน ถูกบังคับโดยการลดงบประมาณ ของกองทัพบกลง ปัจจุบันกองทัพบกมีขีดความสามารถน้อยลง ในการเผชิญหน้าพลังอำนาจ ด้านอาณาเขตต่อฝ่ายตรงข้าม กับวิธีการแบบดั้งเดิม ..................... ในห้วง 10 ปีที่ผ่านมา กองทัพบกปฏิบัติการรบโดยใช้อำนาจการยิงที่เหนือกว่ามากมายและการส่งกำลังบำรุงที่เพียงพอ มีการสนับสนุนกำลังทางอากาศและทางทะเล หลักนิยมของกองทัพบกจะพิจารณาว่าสงครามที่มีลักษณะเป็นเส้นตรง (Linear) กำลังรบทางภาคพื้นดิน ดำเนินกลยุทธ์โดยใช้อำนาจการยิงที่เหนือกว่าไปยังข้าศึก (กล่าวคือ ใช้การทุ่มเททรัพยากรอย่างมหาศาล ไม่ได้ปรับให้สอดคล้องตามสภาพ ถ้าเป็นเส้นกราฟก็จะไม่โค้ง งอ ซึ่งในมุมมองของสหรัฐฯ อาจจะถือว่าไม่มากมายเท่าใด แต่เมื่อเปรียบเทียบกับภาพการมองของประเทศระดับกลางและเล็กแล้ว ถือว่ามาก:ผู้แปล) วิธีการดังกล่าวนี้ การรบภาคพื้นดินจึงประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น โดยการทำลายกำลังข้าศึกในสนามรบ อย่างไรก็ตามกองทัพบกในทุกวันนี้มีขนาดเล็กลงมาก และทรัพยากรก็ถูกจำกัดลง ซึ่งส่งผลต่อการถ่วงเวลาสถานการณ์ทางการรบ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องกลับมามองว่า ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนวิธีการที่ประยุกต์ใช้พลังอำนาจทางทหาร อันจะยังคงทำให้ประสบชัยชนะทางภาคพื้นดินได้ต่อไป บทบาทของหลักนิยมและทฤษฎี (Doctrine and Theorys Role) ..................... หลักนิยม คืออะไร? นิยามสั้น ๆ โดยทั่วไปคือ จะรบอย่างไรหรือวิธีการที่จะรบ (How to flight) จุดที่มีความสำคัญที่อาจทำให้เกิดการผิดพลาดต่อการทำให้เป็นเหตุการณ์ในบริบทที่เราต้องการให้เป็น โดยยังคงใช้กฎแบบเดิม หรือความเป็นทางการ ก็อาจเป็นความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับฝ่ายเราอย่างแน่นอน สำหรับยุทธวิธี เทคนิคและขั้นตอน ต่าง ๆ จะบ่งบอกให้เห็นถึงวิธีการที่จะรบหรือจะรบอย่างไร ลักษณะเกี่ยวกับการรบนี้ นับเป็นขั้นตอนแรกที่จะทำให้เกิดความเข้าใจว่า หลักนิยมคืออะไร และทำไมหลักนิยมจึงเป็นศูนย์กลางของชัยชนะในสงคราม หลักนิยม คือกระบวนการที่จะใช้แก้ปัญหาในสงคราม พื้นฐานของหลักนิยมทั้งหมดทั้งสิ้น คือ ทฤษฎีเกี่ยวกับสงคราม ..................... ความเชื่อมโยงระหว่างทฤษฏีและหลักนิยม คือ หลักพื้นฐาน ซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะว่าทฤษฏีจะทำ 2 สิ่งที่พวกเราต้องการเพื่อการตัดสินใจในสงคราม คือ 1. ภาพในความคิดของสนามรบ พร้อมเหตุผลในการอธิบายว่าทำไมและอย่างไร ต่อปฏิกิริยาของสนามรบ เหตุการณ์นี้อาจจะทำให้ดูเหมือนว่าเกิดความสับสน สนามรบจริงที่เป็นตรรกะ มีเหตุผลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นตามหลักการแล้ว ทำไมข้าศึกทำแบบนั้น ซึ่งต้องสามารถอธิบายถึงวิธีการ อย่างเที่ยงตรง 2. ทฤษฏีของสงคราม คือ ระบบของความคิดที่สามารถอธิบายความเป็นพลวัตของกองกำลังที่ขัดแย้งและเป็นแนวทางที่จะทำให้ผู้ที่ตัดสินใจ ประสบความสำเร็จในสงคราม ทฤษฏีเป็นความจำเป็นที่จะต้องเข้าใจต่อสงคราม เพราะว่าจะกำหนดเป็นกรอบแนวความคิด ทำให้เกิดความเข้าใจในสนามรบและการแก้ปัญหาของสนามรบ ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับสังคม แนวโน้มหรือสัมพันธภาพกับปรากฏการณ์ในความเป็นจริง ที่ว่า ความขัดแย้งของมนุษย์ ที่จะยังคงกลับมาเกิดขึ้นอีกต่อไปเป็นวัฎจักร อย่างที่เกิดขึ้นตลอดเวลาที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ของเรา ..................... ทฤษฎีทำให้เข้าใจปรากฏการณ์ของสงครามที่เต็มไปด้วยความสับสน อลม่าน โดยการเชื่อมโยงของแนวความคิดที่ต่อเนื่อง อันจะทำให้เรื่องราวทั้งหมด จากการใช้ทฤษฎี หลักนิยม คือสิ่งที่เล็กน้อยกว่าหลักการความเป็นจริง เราใช้ทฤษฎีเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจธรรมชาติของสงครามความขัดแย้งของมนุษย์และโครงสร้าง วิธีการที่เราเสริมสร้างกำลังรบ กรอบในการปฏิบัติและพฤติกรรมในสนามรบ หลักนิยมทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติ ..................... แน่นอนว่าไม่มีทฤษฎีใดที่สมบูรณ์ ลักษณะของบุคคลในการรบ ความชัดเจนและผลลัพธ์ที่เป็นเหตุเป็นผลที่สมบูรณ์ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมนักทฤษฎีจึงคาดการณ์ผลลัพธ์ ผิดพลาดบ่อยครั้ง ทฤษฎีไม่สามารถคาดการณ์ได้ทุกเรื่อง แต่สามารถทำให้ผู้ที่ต้องตัดสินใจ อธิบายเรื่องราวได้ทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้น และอะไรคือสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้น อย่างคร่าว ๆ 80% ของการแก้ปัญหามีการประยุกต์ใช้หลักทฤษฎีต่อการทำความเข้าใจในสนามรบ ภาพที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า โดยการพิจารณาเงื่อนไขของการเปลี่ยนแปลง ..................... ความลุ่มลึกของหลักนิยมที่มีคุณค่า ที่นำมาถ่ายทอดจะเป็นจุดหลักของความสำเร็จในสงคราม นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญในบทบาทของทฤษฎี โดยความพยายามที่จะก่อรูป จัดพิมพ์ ผลิตออกมาและประยุกต์ใช้กับหลักนิยม แม้ว่ากองทัพบกจะมีเพียง 1 ทฤษฎีสงครามสำหรับหลาย ๆ เหตุผล ซึ่งอาจหลีกเลี่ยงต่อคำถามที่ว่า ทำไมสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะที่พวกเขาทำในการรบ การใช้ทรัพยากรที่มากมายมหาศาลของกองทัพบกแบบดั้งเดิม นำไปใช้ในสนามรบ โดยมุ่งถึงเรื่องยุทโธปกรณ์และเทคนิค ในการรบภาคพื้นดิน เพื่อให้ได้ชัยชนะในศตวรรษต่อไป วิธีการนี้ อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้นอีก ทฤษฎีสงคราม (Theorys of War) ..................... มีการพูดคุยอย่างกว้างขวาง ว่ามี 2 ทฤษฎีหรือแนวคิดเกี่ยวกับวิธีการที่กองทัพบกควรจะสู้รบ คือเน้นที่อำนาจการยิง ระดมไปยังจุดศูนย์กลางของการปฏิบัติการรบ และการดำเนินกลยุทธ์ขณะเคลื่อนกำลังเพื่อไปอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบต่อการเพิ่มกำลังยิง ดูเหมือนว่าการรบในสมรภูมิที่ดำเนินไปอย่างเป็นเส้นตรง (Linear) สภาพแวดล้อม ซึ่งสามารถถูกสั่งการและถูกควบคุมได้ ความสอดคล้องในรายละเอียดของแผน การประสาน คำสั่งจากศูนย์กลางของการควบคุม และการเน้นที่ขนาด รวมทั้ง การควบคุมลักษณะภูมิประเทศที่สร้างความได้เปรียบในการรบ หรือวิธีการ (Methodical) ทฤษฏีของสงคราม ..................... สถานะของทฤษฎีที่จะเน้นเทคโนโลยีและเทคนิคในการแก้ไขปัญหาในการรบในสถานะของสังคม ผู้บังคับบัญชาค้นหาความสำเร็จจากลำดับความเร่งด่วน ในการยิง และตำแหน่งที่ได้เปรียบข้าศึกและการทำลายกำลังข้าศึก การรบและการจัดการ คือคุณค่าของโอกาสที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามพ่ายแพ้ วิธีการนี้เหมาะสำหรับกำลังขนาดใหญ่ ชาติอุตสาหกรรมที่มั่งคั่งและกำลังพลที่พรักพร้อมในสนามรบ รวมทั้งกองทัพบกที่ใหญ่โตอย่างยั่งยืน นายพลของสหรัฐฯ Grant จอมพลของฝรั่งเศส Joseph Joffre และจอมพลของอังกฤษ Bernard Montgomery ได้ใช้วิธีการนี้ ในสงครามกับความสามารถของผู้ปฏิบัติ และทรัพยากรที่มากมาย สถานภาพในการรบมีผลต่อพื้นฐานของหลักนิยมและการปฏิบัติการ ..................... การเปลี่ยนแปลงทฤษฏีของสงครามเพื่อดูการต่อต้านของข้าศึก ไม่ใช่กองทัพบกของเขาหรือภูมิประเทศที่เขาดำรงอยู่ แต่เป็นวัตถุประสงค์ที่แท้จริง แนวคิดของการดำเนินกลยุทธ์ที่ใช้จุดแข็งต่อจุดอ่อนของข้าศึก การรบที่แตกหักอย่างรวดเร็ว ในสมรภูมิที่มีความฝืดเคือง ความสับสน อลม่าน ขณะที่ขนาดของกองกำลังคือสิ่งที่สำคัญเสมอ การเปลี่ยนแปลงทฤษฎีการสงคราม โดยไม่ต้องการจำนวนที่ใหญ่โตมากมาย หรือความเหนือกว่าทางเทคโนโลยี ที่สำคัญยิ่ง คือภาวะผู้นำ การยึด/ทำลายจุดศูนย์ดุลย์ โดยวิธีการใช้อำนาจการยิง เพื่อสร้างเงื่อนไขต่อความสำเร็จของการดำเนินกลยุทธ์ ไม่ใช่ความเหนือกว่าอย่างมากมายต่อข้าศึก ความเร็ว จังหวะการรบ การกระจายอำนาจการสั่งการ และควบคุมจุดแข็งของข้าศึก ไม่ใช่ภูมิประเทศที่จะเป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะ ..................... บางครั้งถูกเรียกว่า ความไม่เป็นเส้นตรงหรือไม่คงที่ (nonlinear) ที่ยากที่จะคาดเดา ในการดำเนินกลยุทธ์ในการบ วิธีการนี้เน้นที่ความประหลาดใจ การลวง ความว่องไว และมนุษย์ในมิติของสงคราม มีรายละเอียดน้อย การวางแผนที่รอบคอบ ความสอดคล้องและการตัดสินใจที่รวดเร็วกว่าบนพื้นฐานของเจตนารมณ์ของผู้บังคับ บัญชา ความเป็นรองด้านจำนวนและเทคโนโลยีที่ด้อยกว่า จะใช้วิธีการนี้ นายพลของกองกำลังพันธมิตร Nathan B. Forrest,นายพลของเยอรมัน Heinz Guderian และนายพลสหรัฐฯ Geroge S.Patton ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ในการใช้รูปแบบการสงครามดังกล่าว เพราะว่าปัจจุบัน กองทัพสหรัฐฯ มีขนาดเล็กลง เน้นการประหยัดและทรัพยากรที่มีน้อย เพราะว่าชาวอเมริกัน ต่างคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว มีต้นทุนต่ำ ในรูปแบบการสงครามนี้ มีความเหมาะสมกว่าต่อกองทัพบกในปัจจุบัน ..................... ประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ในภาวะสงครามที่ใช้ 2 แนวคิดหลัก ปรากฎว่าในบางสมรภูมิบางกองกำลังจะสู้รบโดยยึดตำแหน่งที่ได้เปรียบ หรือการรบที่เป็นเส้นตรง ขณะที่ในส่วนอื่น ๆ ใช้วิธีการ เคลื่อนที่ให้เกิดความได้เปรียบ อย่างไรก็ตาม ประเทศชาติทั้งมวลยังคงได้รับอิทธิพลและพื้นฐานจากหลักนิยมการรบภาคพื้นดินของตนเอง ในวิธีการใดวิธีการหนึ่ง หรือในแบบอื่น ๆ ..................... ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ฝรั่งเศส อังกฤษ รัสเซีย และอเมริกัน ยังคงใช้สถานะทางสังคมในการตัดสินใจ โดยการใช้พลังอำนาจที่เหนือกว่ามากมาย เป็นกุญแจหลักในการได้ชัยชนะ ส่วนเยอรมัน เวียดนามเหนือ จีน และอิสราเอล ที่มีอำนาจทางการยิงที่ด้อยกว่า เน้นที่สงครามที่คล่องตัว/ลื่นไหล การกระจายการตัดสินใจ และการดำเนินกลยุทธ์ ทั้ง 2 ทฤษฏี ได้อธิบายเรื่องราวได้อย่างละเอียด ในเรื่องของวิธีการที่จะดำเนินกลยุทธ์ การยิง ภาวะผู้นำ และความมากมายมหาศาล ควรจะสัมพันธ์ในแต่ละเรื่องในสนามรบ ซึ่งแต่ละชาติก็ยังใช้วิธีการที่แตกต่างและชี้ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่แตกต่าง ต่อวิธีการเอาชนะกำลังข้าศึก ..................... ลักษณะของกองทัพบกประการหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อความเด็ดขาด โดยทฤษฏีทางการสงคราม กองทัพบกทั้งหลายไม่สามารถเปลี่ยนโอนไปตามความบังเอิญ จากทฤษฏีหนึ่ง หรือหลักนิยมหนึ่งไปยังอีกทฤษฏีหนึ่ง ขณะที่พวกเขาอาจจะสู้รบในสถานะหนึ่ง ที่เวลา สถานที่ และเน้นกลยุทธ์ในที่หนึ่ง พวกเขาไม่สามารถใช้ทั้งปรัชญาและหลักการในเวลาใกล้เคียงกัน จากพื้นฐานของหลักนิยม ไม่มีกองทัพบกใดสามารถใช้ทั้งการรวมศูนย์การบังคับบัญชา และกระจายการบังคับบัญชาและการควบคุม ไม่มีกองทัพบกใดที่มุ่งทำลายโดยการยิงแล้วให้หยุดเสียโดยพลัน และการดำเนินกลยุทธ์ไม่ใช่เพื่อการแบ่งแยก ขณะที่ผู้บังคับบัญชาแต่ละคน บางครั้งก็ยัดเยียดวิสัยทัศน์ให้กับกำลังพลในเชิงบังคับ ดังนั้นเพื่อให้มีการบังคับที่ตรงประเด็น จึงควรทำให้กองทัพบก มีความโน้มเอียงที่จะต่อสู้ให้สอดคล้องในรูปแบบของสงครามที่แท้จริง ..................... แม้ว่าสหรัฐฯ จะยังคงรักษาพลังอำนาจเพียงหนึ่งเดียว โดยการบังคับวิถีการรบทางพื้นดิน บางครั้งอาจเป็นการขับเคลื่อนทางทรัพยากร ผลลัพธ์อื่นจากด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ดังนั้นหลักนิยมการรบของกองทัพบกสหรัฐฯ : บทความต่อไป กองทัพกับสงครามยุคที่ 4 ? ![]() กลับสู่หน้าหลัก |
charato_24@hotmail.com ![]() กลับสู่หน้าหลัก ![]() เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ |
|
|
บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 22 ก.ค. 50 โดย พ.อ.ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ อาจารย์ประจำ วิทยาลัยการทัพบก สถาบันวิชาการทหารบกชั้นสูง ต้องการติดต่อผู้เขียนบทความ charato_24@hotmail.com | ||