หน้าที่หนึ่งเดียวของทหารคือ การป้องกันประเทศและปกป้องประชาชน
วิสัยทัศน์และการบังคับบัญชากองพัน* By LTC Jack H.Cage, Us Army ท่านคิดอย่างไร

บทความที่ผ่านมา แนวคิดเกี่ยวกับเกณฑ์ความเป็นเลิศด้านการศึกษา ของประเทศสหรัฐอเมริกา
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

..................... ก่อนที่จะมีการกล่าวถึงการบังคับบัญชา ข้าพเจ้าเคยเขียนวิสัยทัศน์สำหรับกองพันทหารราบเบาของข้าพเจ้า ซึ่งเป็นเรื่องราวเริ่มต้นที่จะไปสู่วิสัยทัศน์หลัก ด้วยความยาวทั้งหมด ๑๖ หน้า กระดาษ ที่ประกอบด้วยเรื่องราวของการวางแผน และวัตถุประสงค์ที่เป็นแนวทางให้กำลังพลของกองพันมุ่งไปสู่สิ่งนั้นในระยะเวลาประมาณ ๒ ปี (จะเห็นได้ว่าระบบการบริหารจัดการกำลังพลของ ทบ.สหรัฐฯ อย่างหนึ่ง คือ การหมุนเวียนกันเป็น ผบ.พัน.คนละประมาณ ๒ ปี แต่บางประเทศตำแหน่ง ผบ.พันเป็นกันบางคน ๓ - ๕ ปี บางคนดำรงตำแหน่ง ผบ.พัน. ๒ - ๓ กองพันก็ยังมีให้เห็น ผู้แปลเชื่อเหลือเกินว่าผู้ที่จบจาก รร.นายร้อยหลัก สามารถเป็นได้ทุกคน แต่…แต่เราให้โอกาสพวกเขาหรือเปล่า ?)

..................... แนวคิดของวิสัยทัศน์นำมาใช้ในกิจการของกองทัพบก เพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันความสำเร็จของยุทธการ Just Couse, Desert Shield และ Desert Storm ที่ทำให้เกิดบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น Creighton W. Abrams Jr., William E.DePuy, Edward C.Meyer, Paul F.Gorman และ Maxwell R. Thurman แต่ละคนต่างมีวิถีทางที่แตกต่างกัน ในการสร้างวิสัยทัศน์ให้กับกองทัพบกในอนาคต และสามารถเป็นแบบอย่างที่ดียิ่งต่อหญิงชายชาวอเมริกัน จำนวนมากมายของทหารหาญที่ต้องผจญความยากลำบากในกลางทศวรรษที่ 1970 หากไร้ซึ่งวิสัยทัศน์ ความมุ่งมั่นที่ต่อเนื่อง และแหล่งทรัพยากรที่มากมายของชาติ เราจะมีวันนี้ได้อย่างไร วันที่กองทัพมีรถถัง M1 Abrams มากกว่า ๕,๐๐๐ คัน, ยานรบทหารราบ M2 Bradley จำนวนมากมาย, AH64 Apache,

..................... วิสัยทัศน์มีบทบาทยิ่งในหน่วยทหารระดับต่าง ๆ ในกองทัพบก ซึ่งในที่นี้จะกล่าวในระดับกองพัน ที่ปัจจุบันข้าพเจ้าได้บทเรียนที่มีคุณค่ามากที่สุด ได้รับการเรียนรู้ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดที่มีบทบาทหลักในการนำวิสัยทัศน์ของผู้นำไปปฏิบัติได้อย่างไรในองค์กรอย่างต่อเนื่องและจริงจัง วิสัยทัศน์คืออะไร ? (What is a Vision ?)

..................... ในปี 1985 Warren Bennis และ Burt Nanus ได้เขียนหนังสือที่ขายดีที่สุดของพวกเขา เรื่อง Leaders : The Strategies for taking Charge โดยกล่าวถึงวิสัยทัศน์ว่า “ articulates a view of a realistic, credible attractive important ways than what now exists ” สำหรับข้าพเจ้าแล้ววิสัยทัศน์เสมือนกับการดู Videotape ที่เป็นภาพเคลื่อนไหวที่กลับไปกลับมาได้ บางครั้งเราอาจเห็นภาพที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ท่านจะต้องถ่ายทอดให้ผู้อื่นเห็น ซึ่งอาจจะดูทีละแฟรม (Frame) และสามารถอธิบายเชื่อมโยงได้ วิสัยทัศน์ถูกสร้างโดยผู้นำ แต่อาจไม่ได้ผลักดันให้ประสบความสำเร็จ (ผู้นำอาจมีแต่วิสัยทัศน์ที่สวยหรู แต่ปฏิบัติไม่ได้ ดังนั้นผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ และต้องปฏิบัติทัศน์ด้วย : ผู้แปล) วิสัยทัศน์เป็นเรื่องของขอบเขต ความปรารถนา ความคิด……. “ ที่สามารถทำได้ (doable) ” คล้ายกับ Martin Luther King Jr. ได้พรรณาถึงวิสัยทัศน์ของเขาระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ ต่อหน้าสาธารณชนที่ Lincoln Memorial ในวันที่ร้อนอบอ้าวของเดือนสิงหาคม ค.ศ.1963 ถ้อยคำของเขากล่าวถึง สถานะของมนุษย์ที่คล้ายคลึงกัน อาจต่างเชื้อชาติ เฉกเช่น สถานภาพของผู้คนในสหรัฐฯ ในปี 1963 แต่ในอนาคตการรวมเป็นหนึ่งเดียวไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เราลองมาดูวิสัยทัศน์ของกองพันหนึ่งที่ผู้เขียนนำเสนอดังนี้ Manchu Vision

..................... กองพันของเราจะกระจายกำลัง, ต่อสู้ และชนะในการรบ ด้วยการดำเนินการฝึกภายใน ๒ ปี พวกเราจะเป็น ผู้ประสพความสำเร็จ และกลับมาพร้อมด้วยกำลังพลที่เกือบครบทั้งหมด เพราะว่า พวกเราจะใช้เวลาทุก ๆ วัน ในเดือนต้น ๆ เน้นเรื่องการสงคราม และการใช้ทรัพยากรเพื่อการต่อสู้
  • - ในการรบ หมวดของเราจะใช้ทักษะในการเคลื่อนที่ที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี สร้างความ ประหลาดใจและกำจัดข้าศึก หมู่ หมวด ของเรา จะออกไปสู้รบ ข่มขวัญข้าศึก การเพิ่มคุณค่าการปฏิบัติของหมู่ และหมวด พวกเราจะต้องบรรลุผลการปฏิบัติเป็นรายบุคคล ที่ชี้ชัดด้วยความทรหดอดทนทางร่างกาย, การเดินทางไกล พร้อมเครื่องสนาม, ยิงปืนแม่น, สามารถนำทางได้ และรบปะทะได้อย่างชาญฉลาดและปลอดภัย รวมทั้งปฐมพยาบาลได้
  • - ฝ่ายอำนวยการของพวกเราจะต้องสังเคราะห์ แบบของพลังอำนาจในการปะทะ และ จำลองยุทธได้อย่างเสมือนจริง เพื่อที่พวกเราจะ “ fight the battle before the shooting starts. ” เราจะพัฒนาระบบอย่างยอดเยี่ยม เช่น การอพยพ และการบำบัดรักษา, การเคลื่อนย้าย และการสร้างกำลังพลที่มีประสิทธิภาพขึ้นทดแทน
  • - เราจะกระจายกำลังหน่วยรบพิเศษมาตรฐาน (Ranger SOP : RSOP) ที่สามารถเข้าไปได้โดยง่ายในเขตพื้นที่การรบ เพื่อดำเนินการเชิงยุทธศาสตร์และดำเนินการเกี่ยวกับยุทธวิธีทางการบิน เช่น การเตรียมพื้นที่บินลง เป็นต้น
  • - ยุทโธปกรณ์ และทรัพยากรของเราจะต้องบำรุงดูแลรักษาให้พร้อมสำหรับการรบ
  • - เราจะดูแลเอาใจใส่ทหาร และครอบครัวของพวกเขาทั้งก่อน และระหว่างสงคราม เราจะกลับมาสหรัฐฯ พร้อมกับความภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ประสพความสำเร็จในการรบ

    ..................... สงครามเริ่มต้นอย่างไร ? ความตึงเครียดระหว่างชาติที่เพิ่มขึ้น ด้วยการรับรู้ของพวกเรา จะไม่ทำให้เกิดความประหลาดใจ เราจะเตรียมพร้อมอย่างรวดเร็ว, การปฏิบัติการล่วงหน้าของหน่วยรบพิเศษขีดความสามารถสูงที่จะเดินทางโดยเครื่องบินไปยังฐานทัพใน Honduras. เราจะเคลื่อนย้ายโดยเครื่อง C – 130 เพื่อปฏิบัติการโดย 2d Battalion, 75th Infantry (Ranger) หลังจากลงพื้นที่ที่หน่วยรบพิเศษควบคุมได้แล้ว mortars, tube – launched, optically tracked, wire – guided missile (TOWs) และ Mark 19s จะยิงสนับสนุนพวกเรา พวกเขาต่อต้านการยิงของกำลังข้าศึก และผลักดันมิให้เข้ามาในพื้นที่ของเรา เราจะติดตามการเคลื่อนที่ของข้าศึกด้วยหน่วยระดับหมวด ชุดลาดตระเวน Tow และหมวดปืนเล็กจะบุกค้นหาไปข้างหน้า เพื่อทำลายการส่งกำลังบำรุงของข้าศึก, เส้นทางส่งกำลังและหน่วยต้องการงานการข่าวที่มีประสิทธิภาพสูงจากชุดลาดตระเวน กองพันจะทำการแทรกซึมในระดับหมวด และโจมตีโดย ๓ กองร้อยในเวลากลางคืน ที่จะสร้างประหลาดใจ (ทำลายขวัญ) ของข้าศึก เราจะติดตามในชั่วโมงวิกฤตด้วยการโจมตีทางอากาศใกล้เมือง บุกค้นหาในเขตการรบของเราในเมือง บุกไปที่ละห้องในฐานะส่วนของการโจมตีของกรม เราจะค้นหาและโจมตีในภูมิประเทศที่ยากลำบาก เพื่อค้นหาหน่วยข้าศึกและฐานของข้าศึกด้วยการใช้เครื่องยิงลูกระเบิด (mortar) ปืนใหญ่และการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด หมวดของเราจะทำลายหรือจับข้าศึกถึง ๘๐ % ในเขตการรบของเรา ทำไมวิสัยทัศน์จึงสำคัญ ? (Why is a Vision important. ?)

    ..................... การทำให้เกิดความชัดเจนของวิสัยทัศน์ในองค์กร จะเป็นสิ่งที่ทรงพลังที่จะกระตุ้นให้มีการทำให้ดีขึ้น (doing well) ของสิ่งที่เกี่ยวข้องทั้งมวล นั่นคือ ผลลัพธ์ขั้นปลาย (end state) ที่ถูกกำหนดไว้ การทุ่มเทความพยายาม เวลา อารมณ์ ความริเริ่มสร้างสรรค์ และสิ่งที่ไม่อาจประเมินได้ในองค์กรของท่าน นอกจากนี้วิสัยทัศน์ยังมุ่งไปที่ผลรวมแห่งพลังที่เหมาะสมของผู้คน ในองค์กร “ วิสัยทัศน์เสมือนเลนส์ที่มิได้ใช้เพื่อหักเหแสง แต่เป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนในองค์กรเห็นความยิ่งใหญ่อย่างชัดเจนกับสิ่งที่อยู่ข้างหน้าของพวกเขา ” นั่นคือความสำคัญของวิสัยทัศน์ ในระดับกองพันแล้ว สิ่งนี้จะทำให้เกิดศักยภาพที่จะเปลี่ยนสภาพทหารเฉพาะบุคคล ฝ่ายอำนวยการ เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยในองค์กร เป็นการกระตุ้นให้แต่ละบุคคลสามารถรับรู้ความรู้สึก ความพยายามอย่างจริงจังที่จะทำให้เกิดความแตกต่าง บทบาทสำคัญของผู้นำองค์กรจะต้องแสดงให้พวกเขาเห็นว่าให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดแรงจูงใจ และคุณค่าในทางปฏิบัติ

    การสร้างวิสัยทัศน์ (Creating a Vision)

    ..................... ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นโครงร่างสิ่งที่ข้าพเจ้า คิด พัฒนา และดำเนินการในเรื่องของวิสัยทัศน์ ของกองพัน ลำดับขั้นที่ทำให้ชัดเจนมีดังนี้ การติดตามรับรู้โลกแห่งความเป็นจริง ที่มีผลต่อการปฏิบัติงาน มีความต้องการรับรู้ข่าวสารมากที่สุด ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ต้องนำมาพัฒนา ความสามารถทางความคิด รวมทั้งประสบการณ์ของข้าพเจ้า การจิตนาการในอนาคตอย่างรอบด้าน (ผู้เขียนกล่าวว่าให้เห็นเป็นภาพ ๓ มิติ เลยทีเดียว : ผู้แปล) สิ่งนี้จะทำให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติที่อาจมีความสลับซับซ้อนอย่างสูง

    ..................... พัฒนาสมรรถนะทางเทคนิคและยุทธวิธี (Develop technical and Tactical Competence) เป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำยาก เหมือนกับการถักทอ (knitting) ในกิจการงานในกองพันของท่าน งานที่ ฝอ.๓ หรือนายทหารระดับผู้บริหาร (Executive Officer : XO) ต้องกระทำที่เป็นคุณค่าของอาชีพ โดยตำแหน่งหน้าที่แล้วพวกเขาต้องเรียนรู้ ในรายละเอียดของวิธีการที่กองพันจะปฏิบัติ งานในลักษณะนี้ไม่ได้ใช้เฉพาะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรเท่านั้น ข้าพเจ้าเชื่อเหลือเกินว่า กำลังพลหลายคนมีประสบการณ์ แต่มีกำลังพลน้อยมากที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของพวกเขา ดังนั้นแม้ว่าเหล่าผู้นำ (เป็นที่น่าสังเกตว่า เขาจะใช้คำว่า leaders มากกว่า Commander คือ เป็นผู้นำมากกว่าการเป็นผู้บังคับบัญชา คือ บังคับให้ทำตามคำสั่ง. หรือบางคนในหน่วยงานท่านอาจเป็นเพียงผู้บริหาร ไม่ใช้นักบริหาร และอาจทรนงตนเองว่าเรียนศาสตร์ด้านบริหารแต่กลับไม่มีคนในองค์กรของท่านเลยสักคนที่จะยอมรับว่าท่านเป็นนักบริหาร คราวนี้คงต้องกลับมาดูพิจารณาตัวเองเสียแล้วกระมัง) จะมอบหมายงานในกองพันไปก่อนที่ออกเป็นคำสั่ง ซึ่งนั่นไม่ใช่หลักประกันว่าพวกเขาได้เรียนรู้บทเรียนที่จำเป็นต่อการทำให้เกิดวิสัยทัศน์ นายทหารสัญญาบัตรคนหนึ่งอาจต้องใช้เวลาในองค์การเพื่อสร้างความคุ้นเคยและบางคนอาจประหลาดใจกับวิธีการทำงานที่เกิดขึ้นในหน่วย อะไรที่ควรจะเข้มงวดในงานระดับกองพัน เฉกเช่น ฝอ.๓ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร เพื่อให้ได้เกิดสำนึกใน คุณค่าของความสำเร็จ รวมทั้งการเรียนรู้บทเรียนต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการทำให้เกิดวิสัยทัศน์

    ..................... บันทึกสิ่งที่ท่านได้เรียนรู้จากหน่วยของท่าน รวมทั้งข้อสังเกตของท่าน ไม่ใช่การกระจายอำนาจเสียทุก ๆ อย่าง โดยที่ท่านไม่รู้ถึงรายละเอียด กระบวนการจะเป็นเครื่องตรวจสอบท่านว่าสิ่งที่ท่านทำถูกต้องเหมาะสมหรือไม่

    ..................... สะท้อนประสบการณ์ของท่าน (Reflect on Your Experiences) จงพยายามถามตัวท่านเองตลอดเวลาด้วยคำถามต่อไปนี้
  • - ช่วงเวลาที่ท่านทำงานที่กองพัน ท่านได้ประสบการณ์อะไรบ้าง ?
  • - ความสำเร็จที่ท่านภูมิใจมีอะไรบ้าง ?
  • - สาเหตุที่แท้จริงในความสำเร็จของท่านคืออะไร ?
  • - ความขาดแคลนหรือความล้มเหลวมีอะไรบ้าง ?
  • - ทำไมท่านทำลายโอกาสที่จะให้ความสำคัญต่อหน้าที่ในการปกป้อง คุ้มครองประเทศ ทั้งที่ท่านมีโอกาส ?

    ..................... ๓ ปีมาแล้วที่ข้าพเจ้าปฏิบัติหน้าที่ในกองพันหนึ่งที่มีปัญหาในการบำรุงดูแลรักษายานพาหนะ ได้พบเห็นผู้นำหลายคนไม่รู้ลักษณะของยานรบ ทหารราบ (High Mobility Multipurpose Wheeled Vehicle : HMMWV) หลักการบำรุงดูแลรักษาและข้อกำหนดในการบรรทุก (Prescribed load list : PLL) การแก้ปัญหาในกองพันต้องหาเวลาที่จะพัฒนาวิชาชีพเฉพาะของนายทหารสัญญาบัตร (Officer Professional Development : OPD) การพัฒนาวิชาชีพเฉพาะของนายทหารชั้นประทวน (NCO PD) การตรวจสอบอย่างละเอียดในบันทึกการใช้งานและอุปกรณ์ต่าง ๆ การร่วมพูดคุย อภิปราย แลกเปลี่ยน เรียนรู้ การบำรุงรักษาที่สำคัญ ปัญหาการขาดแคลนผู้นำที่มีความรู้และทักษะในการแก้ปัญหา เวลาอันจำกัดในการฝึกอบรมผู้นำ เหล่านี้กลายมาเป็นองค์ประกอบของวิสัยทัศน์ของข้าพเจ้า

    ..................... ข้าพเจ้ารวบรวมเป็นข้อสังเกตในรูปของวงแหวน ๓ วง (a three – ring notebook) ที่บันทึกข้อสังเกตทั้งหมด และบทเรียนทั้งหมดของข้าพเจ้าที่ได้เรียนรู้มาหลายปี จากหลักการ การอ้างอิงเหตุการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดของข้าพเจ้าต่อการตอบคำถามทั้งกล่าวข้างต้น ในที่สุดข้าพเจ้าได้สรุปเอกสารเพื่อที่จะเริ่มกระบวนการสังเคราะห์จุดที่สำคัญที่สุด ความคิดเหล่านี้ถูกก่อรูปในโครงร่างวิสัยทัศน์ของข้าพเจ้า

    ..................... ค้นหาว่าสิ่งที่ท่านต้องการที่แท้จริงเพื่อบรรลุผลคืออะไร (Determine Exactly What you Want to Accomplish.) แน่นอนเหลือเกินว่ากองทัพบกต้องการเห็นผลสัมฤทธิ์จากการสั่งการของท่าน แล้วอะไรหล่ะเป็นสิ่งที่ท่านต้องการบรรลุผลเมื่อท่านเป็นผู้บังคับกองพัน?
  • - อะไรคือสิ่งที่ท่านต้องการทำอย่างแท้จริงต่อหน่วยและต่อกำลังพลในห้วงระยะเวลา ๒ ปี ?
  • - หน่วยจะทำอย่างไรหลังจาก ๒ ปี ?
  • - ท่านจะตรวจสอบหน่วยของท่านอย่างไรตามหน้าที่หลักในยามสงบและยามสงคราม ?
  • - อะไรคือสิ่งที่บ่งบอกมากที่สุดของความแตกต่างหรือความเป็นหนึ่งเดียวของกองพัน ของท่าน ?

    ..................... ข้าพเจ้าครุ่นคิดอยู่เสมอว่า ข้าพเจ้าต้องการให้กองพันอยู่ในสภาพสมบูรณ์ และได้รับการฝึกอย่างดีที่สุดเพื่อความพร้อมรบ ข้าพเจ้าต้องการให้หมวดมีความเชี่ยวชาญทางยุทธวิธีมากที่สุดในกองพล พวกเขาควรทำสิ่งที่ยากหรือหนักหน่วงได้อย่างดี ทั้งการยิงโจมตีในหลุมบุคคล (bunkers) และสนามเพลาะ (trenches) ในเวลากลางคืน หมวดเหล่านั้นควรมีทักษะเฉพะที่ทำให้มีผลการกระทำที่เหนือกว่าทั้งในระดับหมู่และหมวด ทักษะดังกล่าว เช่น ความทรหดอดทน (ที่เกิดจากการฝึกฝนทางร่างกาย และการเดินทางไกล) พลแม่นปืน การค้นหาและทักษะความอยู่รอดในสนามรบ ข้าพเจ้าต้องการให้หมู่ และหมวดทั้งหมด ใช้เวลาส่วนใหญ่สร้างความเชี่ยวชาญในทักษะต่อไปนี้
  • - ปฏิกิริยาการโต้ตอบ
  • - การเคลื่อนที่ทางยุทธวิธี
  • - การโจมตี
  • - การป้องกัน
  • - การรวบรวมกำลังและการฟื้นฟู

    ..................... จากนั้นและกองร้อย จะต้องมีการฝึกทั้งกลางวันและกลางคืน หลังจากมีการฝึกอบรมการใช้เครื่องช่วยฝึกเลเซอร์ (Multiple integrated laser engagement system : MILES) โดยในขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการนี้ หมวดจะถูกฝึกในงานหลักเหล่านี้

    ..................... ในระดับกองพันข้าพเจ้าต้องการให้ฝ่ายอำนวยการคิดไปข้างหน้า โดยปฏิบัติไปตามหลักนิยมการอำนวยการ การวางแผนในสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้ พวกเขาควรปฏิบัติได้ดีในภาวะเร่งรีบและสถานการณ์บังคับในการวางแผนที่จะให้เกิดความสอดคล้องต่อการปฏิบัติที่จำเป็นทั้งหมด ในกองพันที่เป็นระบบกองพัน (battalion systems) อย่างกรณีการฝึกกำลังใหม่ การเคลื่อนย้ายทหารที่บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ การรักษาพยาบาล การส่งกำลังบำรุง เสมือนกับการถูกฝึกให้เป็นห้วง ๆ เพื่อรักษาประสิทธิภาพ หรือเพิ่มความชำนาญ ฝ่ายอำนวยการควรใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเพิ่มขีดความสามารถ กระบวนการปฏิบัติในทางยุทธวิธี (Tactical Standing Operating Procedure : TACSOP) การเตรียมความพร้อมในสงครามและศึกษาการปฏิบัติทางยุทธวิธี (Tactical play) การฝึกปัญหาที่บังคับการและการฝึกแผนที่ (Command post and map exercises : CPXs and MAPEXs) ในท้ายที่สุดของกระบวนการนี้ กองพันควรจะได้รับการฝึกในระดับกองพัน

    ..................... แปรวิสัยทัศน์ของท่านเป็นส่วนย่อย (Divide your Vision Into Separable Parts) แบ่งวิสัยทัศน์ของท่านที่สำคัญเป็นส่วน ๆ สำหรับข้าพเจ้าแล้วมี ๕ เรื่อง
  • - การปฏิบัติแต่ละบุคคล ตลอดกระทั่งถึงระดับหมวด
  • - ระบบกองพันและฝ่ายอำนวยการของกองพัน
  • - การกระจายกำลัง
  • - การบำรุง ดูแลรักษา
  • - การดูแลเอาใจใส่ทหารและครอบครัว

    ..................... ก่อนอื่นท่านจะต้องพร้อมที่จะชี้ให้เห็นถึงหลักการหลาย ๆ อย่าง และความคิด รวมทั้งประเด็นเงื่อนไขของความสำเร็จในแต่ละเรื่อง นั่นคือ ท่านจะมีมาตรการที่แท้จริงอย่างไรที่จะทำให้ท่านบรรลุซึ่งวิสัยทัศน์

    ..................... ความคิดของข้าพเจ้าเกี่ยวกับการปฏิบัติของหมวด มีความชัดเจนในประเด็นนี้ โดยมีความต้องการให้หมวดปืนเล็กสามารถปฏิบัติการภายใต้สภาพต่าง ๆ ให้มากที่สุด เช่น กลางคืน การรบในสิ่งปลูกสร้าง ในสนามเพลาะ และหลุมบุคคล เกี่ยวกับเรื่องนี้มีขอบเขตที่สำคัญในเรื่องต่อไปนี้
  • - ความพร้อมของสภาพร่างกาย
  • - ความแม่นยำในการใช้อาวุธ
  • - การนำทาง
  • - การช่วยชีวิตในสนามรบและการปฐมพยาบาล

    ทักษะที่จำเป็นของหมวดประกอบด้วย
  • - ความพร้อมในการรบ
  • - ปฏิกิริยาในการปะทะ
  • - การเคลื่อนที่ทางยุทธวิธี
  • - การโจมตี
  • - การป้องกัน
  • - การรวบรวมกำลังและการฟื้นฟู

    ..................... ขั้นตอนต่อไปคือ การทำเป็นแผนแบบของวัตถุประสงค์ในแต่ละขอบเขต ในเรื่องความพร้อมทางร่างกาย ข้าพเจ้ามีวิสัยทัศน์ใหม่ของหมวด ให้มีการปฏิบัติประจำวันทั้งในเรื่องของความพร้อมทางร่างกายทั่ว ๆ ไป ที่กำหนดโดย Army Physical Fitness Test (APFT) เป็นค่าคะแนนและมีการเดินทางไกล แต่ละสัปดาห์ เราจะดำเนินการให้มี PT ระดับหมวด ๒ ครั้ง (น่าจะเป็นการวิ่งผ่านเครื่องกีดขวางหรือการทดสอบกำลังใจ : ผู้แปล), กองร้อยให้มี PT ๒ ครั้ง และเดิน ๓ ไมล์ สำหรับมาตรฐานและความต้องการระหว่างแต่ละระดับ ควรมุ่งให้เกิดความ ทนทาน ความแข็งแกร่งและความทรหดอดทน หากว่าตามสายการบังคับบัญชาแล้วควรให้เกิดการพัฒนาตามห้วงเวลาของการวิเคราะห์ของ APFT : วัตถุประสงค์ระดับหมวดของเราคือ ค่าคะแนน ๒๗๐ หรือมากกว่า การเดินทางไกลควรมีการพัฒนามากขึ้น โดยควรจะเริ่มที่ ๘ ไมล์ภายใน ๑ สัปดาห์ ๑๒ ไมล์ภายใน ๑ เดือน ๑๓ ไมล์ภายใน ๒ เดือน และ ๒๕ ไมล์ภายใน ๓ เดือน

    ..................... จัดระดับของความเสี่ยง (Set Your Level of Risk) นายทหารระดับสูงท่านหนึ่งผู้ซึ่งได้สร้างความคิดที่ยิ่งใหญ่แก่ข้าพเจ้า กล่าวกับข้าพเจ้าว่า :

    ..................... “ ผู้บังคับกองพันชาวอเมริกัน คือ ผู้อนุรักษ์นิยม พวกเขาทำเช่นนี้โดย การสั่ง และปัจจุบันเขาเริ่มมองถึง อนาคตของกองทัพบก ขณะที่พวกเขาไม่ต้องการเข้มงวดหรือขันน๊อต (Screw up) ดังนั้นจึงยังใช้วิธีการอนุรักษ์นิยม ในการปฏิบัติการและการฝึก ผลลัพธ์โดยรวมก็คือ เสียงน้อยกว่า ศักยภาพน้อยลงกว่า แล้วยังส่งผลให้หน่วยไม่ได้รับการฝึกให้พร้อมสำหรับการรบ ”

    ..................... ขณะที่ท่านสร้างและนำวิสัยทัศน์ไปดำเนินการ ด้วยการคิดในระยะยาวและท่านพร้อมที่จะยอมรับความเสี่ยงอย่างเต็มใจ พวกเราอยู่ในภาวะอันตรายต่ออาชีพ สภาพการรบประชิดลักษณะใดที่ท่านจะใช้ในการฝึก ? ท่านจะใช้การยิงมากมายเท่าใดในเวลากลางคืน ? ใกล้อย่างไรที่จะมีการยิงสนับสนุน ? ทำให้เกิดการทำลายมากเท่าใด และใช้ระเบิดขว้างมากเท่าใด ?

    ..................... ข้าพเจ้ายอมรับความเสี่ยงในวิสัยทัศน์ของข้าพเจ้า และผลลัพธ์จากการฝึก โชคไม่ดีในบางครั้ง ข้าพเจ้าใช้เวลาส่วนหนึ่งในโรงพยาบาล จากการไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บ ผู้บังคับบัญชาของข้าพเจ้าเชื่อในสิ่งที่ข้าพเจ้ากำลังทำ พวกเขาสนับสนุนข้าพเจ้า โดยการให้เครื่องมือต่าง ๆ แก่ข้าพเจ้า ซึ่งนับว่าเป็นโชคดีของข้าพเจ้าทีเดียว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดทหารของเราจะต้องรู้วิธีการที่จะปฏิบัติการภายใต้สภาพที่ตรากตรำ การดำรงอยู่ด้วยเครื่องอาวุธกระสุนและยุทโธปกรณ์ติดต่อกันทั้งกลางวันและกลางคืน

    ..................... ข้าพเจ้าให้ท่านคำนึงถึงการพัฒนาวิสัยทัศน์ เพื่อความพร้อมของหน่วยสำหรับการรบในข้อปลีกย่อยที่สังเกตเห็น ทั้งในเรื่องของการยิงและการฝึก เพราะโดยแท้จริงแล้วเป็นเรื่องของ จิตนาการเพียงหนึ่งเดียว คือ ภาพอนาคตขององค์กรของท่าน แต่สิ่งที่สำคัญจงดำเนินการตามที่ท่านกล่าวไว้ (walk your talk) และทำจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง…

    ..................... เขียนวิสัยทัศน์ของท่าน (Write your Vision) นี่คือ ส่วนที่ต้องใช้ความพยายาม มุ่งมั่น ความอดทน จงยึดวิธีการของท่านและเขียนวิสัยทัศน์ของท่านให้มีรายละเอียดให้มากที่สุดเท่าที่ท่านจะสามารถทำได้ ข้าพเจ้าเขียนต้นแบบวิสัยทัศน์ระหว่างสุดสัปดาห์ที่ ๒ ในการเข้ารับการศึกษาอบรมในหลักสูตรเตรียมผู้บังคับหน่วย (Pre – Command Course) ที่เป็น Fort Leavenworth, มลรัฐ Kansas โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าพเจ้าเก็บรีโมทโทรทัศน์ไว้ในลิ้นชัก รับประทานอาหารในห้องของข้าพเจ้าและดึงสายโทรศัพท์ออกจากผนัง…และใช้เวลาประมาณ ๓๖ ชม. ไม่ทำสิ่งอื่น นอกเหนือจากการเขียนต้นฉบับ (Draft) ครั้งแรกนี้ (แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทที่เขาจะทำให้เกิดความชัดเจนในวิสัยทัศน์ในหน่วยที่เขาจะไปบังคับบัญชา : ผู้แปล) ๑๖ หน้ากระดาษที่ข้าพเจ้าพรรณาถึง ๕ ขอบเขตหลัก (หมวด, กองพัน, การกระจายกำลัง, การบำรุงรักษาและการดูแล) ในรายละเอียดระดับกองพัน ในภาคแรกของส่วนที่ว่าด้วยหมวด ข้าพเจ้ากล่าวถึงวิธีการที่หมวดในกองพันทหารราบเบาของข้าพเจ้าจะสู้รบเมื่อถูกกระจายกำลังในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอเมริกากลาง ในภาคที่ ๒ ข้าพเจ้าวางแนวทางถึงวิธีการที่แท้จริงของหมวดที่จะฝึกเพื่อให้เกิดความพร้อม ซึ่งพวกเขาต้องใช้ในการสู้รบ (ในส่วนแรก) ใน ๔ ส่วน ของเอกสาร ลำดับต่อมา ก็กระทำในกระบวนการเหมือนในขอบเขตหลักอื่น ๆ รายงานนี้รวมถึงตัวชี้วัด (Indicators) ผลการปฏิบัติที่ข้าพเจ้าได้สร้างวิสัยทัศน์ไว้ โดยการมองไปข้างหน้าตามห้วงเวลา ข้าพเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้ามีโอกาสที่ดีกว่าในการมองดูพวกเขาในภาพของความเป็นจริงของหน่วยระดับกองพัน

    ..................... สื่อสารวิสัยทัศน์ของท่าน (Communicate Your Vision) ท่านจะต้องทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น (Talk it up) ซึ่งนับเป็นการพัฒนาวิสัยทัศน์ในระยะแรก ผู้นำคือ ผู้สื่อสาร (Leaders are communicators) มองผลในภาพใหญ่ดังที่ Martin Luthur King Jr. กระทำจนทำให้เกิดความเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในสหรัฐฯ อดีตประธานาธิบดี Ronald Regan ที่ได้รับการยอมรับนับถืออย่างกว้างขวาง มีความสามารถที่ยิ่งใหญ่ในการสื่อสารความคิดของเขา ไม่น่าประหลาดใจเลยที่เขาถูกตั้งสมญาว่า “ ผู้ติดต่อสื่อสารที่ยิ่งใหญ่ (The Great Communicator) ” นี่เป็นสิ่งที่แสดงว่า ผู้นำต้องชักชวนให้พวกเขาเป็นผู้ตามและสอนให้พวกเขามีวิสัยทัศน์

    ..................... ข้าพเจ้าคำนึงว่ามีน้อยคนนักที่จะอ่านวิสัยทัศน์ของข้าพเจ้าที่มีถึง ๑๖ หน้า ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงกลั่นกรองให้เหลือเพียง ๔ - ๕ นาที ในการที่จะนำไปพูด ข้าพเจ้าเริ่มและตลอดระยะเวลา ๒ ปีที่พยายามพูด และขายวิสัยทัศน์แก่ทุกคนในกองพัน (เขาพูดจนทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดความต้องการอยากซื้อ นั่นคือเห็นความสำคัญ คล้อยตาม จนอยากได้เป็นวิสัยทัศน์ของตนเองจนอยาก “ buy it ” เขาจึงใช้คำว่า “ Selling ” : ผู้แปล) ในทุก ๆ ที่ที่มีโอกาส ข้าพเจ้ากล่าวย้ำถึงข้อสรุปรวมทั้งในที่พัก ระหว่างการทบทวนหลังการปฏิบัติในสนามและที่อื่น ๆ วัตถุประสงค์ของท่านก็คือ ทำให้แน่ใจได้ว่าทหารทุก ๆ คน เข้าใจวิสัยทัศน์ของท่านและเกิดความชัดเจน “ หนึ่งในงานของผู้นำ ….คือ ทำให้มีวิสัยทัศน์บางครั้งให้ลองเปรียบเทียบ การบริหารจัดการที่ดีที่สุดจะเหมือนผลแอปเปิล แต่ถ้าเป็นการบริหารจัดการระดับกลาง ๆ มักจะเป็นเหมือนผลส้ม และบางเวลากลับเป็นเช่นผลมะนาว ” ทำให้แน่ใจได้ว่าวิสัยทัศน์ของท่านจะไม่เป็นเช่นผลมะนาว

    ..................... สิ่งที่พึงระวัง : ถ้าท่านไม่เชื่อมโยงอย่างแท้จริงว่า สิ่งที่ท่านกำลังพูด หรืออาจเกิดความสงสัยว่าท่านสามารถชักจูงได้หรือไม่ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เป็นวิสัยทัศน์ บรรดาทหารหรือกำลังพลจะรับรู้อย่างรวดเร็ว ถ้าท่าน “ กำลังที่จะขายตลอดเวลา ” หรือเกิดความลังเลไม่แน่ใจ ดังนั้นจงเชื่อในความคิดของท่าน และมั่นใจในสิ่งที่ท่านกำลังพูด จงทำให้อยู่เหนือความพ่ายแพ้และมีความหวัง รู้จักใช้ถ้อยคำและมีจิตนาการที่สร้างสรรค์ มีอยู่ ๓ สิ่งที่สำคัญ ท่ามกลางห้องประชุมขนาดใหญ่ หรือในที่ประชุมที่มีทหารจำนวน ๖๐๐ คน ที่จะเกิดความเข้าใจและมีส่วนร่วมคือ การพูดอย่างชัดเจนและเดินไปรอบ ๆ : แสดงข้อเสนอแนะและแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้น

    ..................... พัฒนาเหตุการณ์สำคัญ ๆ สำหรับวิสัยทัศน์ (Develop Milestones for the Vision) ท่านต้องมีวิสัยทัศน์ และสื่อสารไปยังกำลังพล ท่านจะต้องมองภาพใหญ่ ๑ ภาพนั้น ในประเด็นนี้ท่านต้องการแผนการปฏิบัติตามแนวทางในความพยายาม รวมทั้งการใช้ทรัพยากรของท่าน ท่านต้องมีภาวะผู้นำในระดับสูง รวมทั้งการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ปัจจุบันหลักนิยมการฝึกของ กองทัพบก ทำให้เกิดความคิดที่ชัดเจนทั้งขั้นตอนและการใช้ทรัพยากร โครงสร้างทางความคิดใน FM 25 – 101, Battle Focused Training มีความชัดเจนเกี่ยวกับแผนงานทั้งระยะยาว ระยะปานกลาง และระยะสั้น ใช้กระบวนการนี้เพิ่มเติมในวิสัยทัศน์ของท่านสิ่งที่อาจจะพบคือ สั่งการฝึกในระยะยาวตามโครงสร้างปฏิทินในบทที่ ๓ ของ FM 25 – 101 อันเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญยิ่ง สิ่งที่ข้าพเจ้าพบตลอดเวลาคือสิ่งที่เป็นความคิดใน FM 25 – 101 คือความมุ่งมั่น แน่วแน่ แต่ข้าพเจ้าเห็นว่ารายละเอียดยังไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมในระยะยาว และระยะปานกลาง ในกองพันของเรามีการถกแถลงอภิปรายถึงปฏิทินนี้และวางกรอบรายละเอียดในระดับต่อไป เช่น ในสิ่งที่เป็นหัวข้อเวลา ครูฝึก สำหรับ OPDs และ NCO PDs การตรวจสอบอุปกรณ์ที่พวกเราต้องการและอื่น ๆ โดยการใช้ปฏิทินรายละเอียดของเราในระยะยาวกับเหตุการณ์สำคัญที่บรรจุรายละเอียดมากกว่าเดิม พวกเรามีแผนที่มีความชัดเจนอันเป็นสิ่งจำเป็นในอนาคต เพื่อให้เกิดความตระหนักในวิสัยทัศน์ของเราและส่วนประกอบอื่น ๆ ทั้งหมด

    ..................... ในที่สุดแล้วท่านจะต้องติดตามวิสัยทัศน์ที่แท้จริงของท่าน อาทิ ข้าพเจ้าระบุความต้องการ ที่จะปฏิบัติในเวลากลางคืน โดยใช้การยิงโจมตีทางอากาศและจู่โจมการกดดันด้วยปืนใหญ่ ต่อการป้องกันภัยทางอากาศของข้าศึก (Suppression of Enemy Air Defenses : SEAD) ตามแนวทางนี้ พวกเราวางกรอบปฏิทินของเราและเหตุการณ์สำคัญ ๆ รวมทั้งการฝึกอย่างมากมายที่มุ่งเน้นระดับ หมู่ หมวด และกองร้อย โจมตีเวลากลางวันและกลางคืน ทั้งในหลุมบุคคลและสนามเพลาะ ในขณะเดียวกันพวกเราให้ความสำคัญ ในกระบวนการวางแผนของฝ่ายอำนวยการและกำกับติดตามแผนโจมตีทางอากาศอย่างเข้มข้น : เหตุการณ์สำคัญ รวมทั้งการประชุมย่อยเพื่อเพิ่มคุณค่าหรือเพิ่มขีดความสามารถ TACSOP ของพวกเราและสำหรับ CPXs ที่ทำในเรื่องการโจมตี การสนับสนุนทางอากาศและเรื่องอื่น ๆ พวกเราวางกรอบเรื่องการใช้ทรัพยากรที่ทำให้เกิดความแน่ใจว่า สามารถซักซ้อมไปตามความเร่งด่วนของเหตุการณ์สำคัญ สิ่งเหล่านี้ข้าพเจ้าได้มองเห็นในวิสัยทัศน์มาตลอด ในการฝึกหมู่ จนถึงระดับกองร้อยและการฝึกฝ่ายอำนวยการ พวกเรากำกับให้มีการรบกลางคืน โดยใช้กองร้อยยิงที่วางไว้ตามสนามเพลาะที่ซับซ้อนระหว่างที่ไม่มีแสงสว่างกับ SEAD ที่มีการยิงใน ๓ เส้นทางเข้า พวกเราวางกรอบกระบวนการฝึกไปตามขั้นตอน การใช้ทรัพยากร ตามความตระหนักในวิสัยทัศน์

    ..................... ระหว่างเวลาที่ข้าพเจ้าสั่งการ ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ถึงโปรแกรม “ ชัยชนะ เล็ก ๆ (small wins) ” ผู้นำต้องกระทำในลักษณะคล้ายวงดนตรีที่จะต้องพร้อมใจกัน เพื่อบรรลุผลลัพธ์ที่จะทำให้ทหารพยายามอย่างเต็มที่โดยพวกเขาเอง และแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถกระทำได้เหนือความคาดหมาย หลังจากที่พวกเขาทำได้ดีและบรรลุซึ่งชัยชนะเล็ก ๆ ท่านยอมสามารถทำให้ไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ในสิ่งที่พวกเขาทำเพื่อก้าวไปสู่วิสัยทัศน์ของท่าน

    ..................... เริ่มต้นอย่างระมัดระวังและรอบคอบ ในวงออคริสต้าของท่านต่อชัยชนะเล็ก ๆ ท่านต้องทำให้แน่ใจได้ว่าท่านได้พยายามเต็มที่ต่อทหารของท่าน แต่ไม่ใช่การทำให้หมวดและกองร้อยประสพความล้มเหลว ในกองพันของเรา พวกเราทำให้มีความก้าวหน้าในการฝึกมากกว่าความต้องการหลังจากมุ่งเน้นอยู่ราว ๒ เดือน ทั้งการฝึกในเวลากลางวันและกลางคืน ของหมู่โดยการยิง เราก็เริ่มก้าวไปสู่งานลักษณะเดียวกันในระดับหมวด แต่เราทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในสภาพของสนามเพลาะและหลุมบุคคลที่เราสร้างขึ้นมา การดำเนินการเรื่องการโจมตีทางอากาศ พื้นที่ส่งลง (Landing Zone) โดยการโจมตีเข้าไปในสนามเพลาะ นั่นคือสิ่งที่ข้าพเจ้าร่างไว้สำหรับการปฏิบัติใน ๕ เดือน หลังจากในขั้นนี้ ๙ หมวดปืนเล็กทั้งหมดทำได้อย่างดียิ่งทั้งกลางวันและกลางคืน ในสนามเพลาะ และหลุมบุคคล พวกเขาเกิดความมั่นใจและมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    ..................... ภายในกว่า ๓ เดือน เราสร้างกองร้อยโจมตี การฝึกทั้งกลางวันและกลางคืน การทำให้มากกว่าความต้องการในสภาพของการทำลายล้าง การใช้ ค. และการเคลื่อนย้ายเต็มรูปแบบ ตามวัตถุประสงค์ ตามแนวทางนี้ หลังจากที่เราทำให้เกิดผลการปฏิบัติที่สมบูรณ์ บรรดาทหารต่างคำนึงว่าพวกเขาทำได้อย่างดียิ่ง พวกเขาพัฒนาตัวพวกเขาเองและสิ่งนี้นำมาซึ่งความภาคภูมิใจยิ่ง

    ..................... การยืนหยัดต่อวิสัยทัศน์ (Sticking to the Vision) มีความท้าทายมากที่สุดที่เกิดขึ้นทุกวัน ในการนำของท่าน จงยึดมั่นในวิสัยทัศน์ เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น…ความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยม… สำนักงานของท่านจะอบอุ่นและสร้าง…เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำในแต่ละวัน กำลังพลที่จะออกไปปฏิบัติ เหตุการณ์สำคัญในอนาคต ข้าพเจ้ายึดมั่นอย่างเหนี่ยวแน่นในการก้าวไปข้างหน้าสู่วิสัยทัศน์และเป็นความจริงแท้ก็คือ ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ข้าพเจ้าเผชิญหน้าระหว่าง ๒ ปีในการบังคับบัญชา ความมุ่งมั่น ความคงทนถาวรที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและทำให้เป็นจริงของวิสัยทัศน์

    ..................... เครื่องมือหนึ่งที่ทำให้ท่านเกิดความมุ่งมั่น คือ ความเชื่อถือในปรัชญาของการบังคับบัญชา เอกสาร (หมายถึง เอกสารที่เขาเขียนยาว ๑๖ หน้ากระดาษ : ผู้แปล) นี้จะทำให้ท่านมุ่งสู่ภาวะผู้นำของท่าน จงให้ความเชื่อถือ กล่าวถึงค่านิยมของท่าน ยึดมั่นในสิ่งที่ท่านเชื่อและมีวิธีการอย่างไรบ้างที่จะสนับสนุนให้เกิดสิ่งเหล่านั้น ทำเอกสารนี้ให้สั้นอย่างครอบคลุม เพื่อที่กำลังพลจะได้อ่าน เพราะจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ท่านดำเนินการในแต่ละวันตามวิสัยทัศน์ จะต้องไม่ทำลายปรัชญาการบังคับบัญชาของท่าน จงทำให้เหมือนกับรายงานที่ท่านเขียนสำหรับหลักสูตรและอย่าลืม ท่านต้องเดินไปตามข้อบัญญัตินี้ทุกวัน กับวิสัยทัศน์ท่านต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรและพูดเกี่ยวกับสิ่งนี้ให้มากขึ้น ข้าพเจ้าเก็บรักษาสำเนาปรัชญาของข้าพเจ้าในที่เก็บเอกสารข้างโต๊ะทำงาน ถัดจากลิ้นชักในสำนักงานของข้าพเจ้า เมื่อนายทหารสัญญาบัตรใหม่หรือนายทหารประทวนอาวุโสบรรจุในหน่วย (อาจโดยการย้ายหรือบรรจุใหม่) ข้าพเจ้าจะให้สำเนาปรัชญาของข้าพเจ้า ๑ ฉบับ ให้กับมือของเขา และบอกให้เขาอ่านอย่างตั้งใจบรรทัดต่อบรรทัดและจากการปฏิบัติเช่นนี้เอง ข้าพเจ้ากำลังพัฒนา ปฏิสัมพันธ์กับนายทหารสัญญาบัตรและนายทหารประทวนอาวุโสทุกคน ข้าพเจ้ารับประกันอย่างแน่นอนถึงวิธีการที่ข้าพเจ้าดำเนินการบังคับบัญชาและวิธีการที่ข้าพเจ้าจะดำเนินไปโดย “ ทำไปตามที่ข้าพเจ้าพูด (walk my talk) ” ทุกวัน

    ..................... ข้าพเจ้าได้ตรวจสอบว่าได้ดำเนินการไปตามแนวทางนั้นโดยการติดตาม กำกับดูแลไปตามแผน กับผลลัพธ์ขั้นปลายหรือบรรลุซึ่งวัตถุประสงค์ : สิ่งที่ทำไปทั้งหลายทั้งปวงพวกเรามุ่งไปสู่สิ่งนี้และทุกสัปดาห์จะมีเหตุการณ์สำคัญที่จะใช้ตรวจสอบได้ว่าเราไปตามแนวทางนี้ ข้าพเจ้าพร้อมที่จะรับฟังคำแนะนำต่อการติดตามกำกับดูแล ในสิ่งที่ข้าพเจ้าได้เขียนไว้ในปรัชญาการบังคับบัญชาของข้าพเจ้า

    ..................... กุญแจสำคัญที่ระบุแผนของท่านตามกำหนดเวลา สำหรับอะไรก็ตามที่สำคัญนั้นหมายความว่า ตารางเหตุการณ์สำคัญของท่านเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดโดยตรงที่ท่านสามารถใช้กำกับดูแลให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของท่าน หนึ่งในหลาย ๆ ความคิดที่ยิ่งใหญ่ในหนังสือของ Tom Peter ที่ชื่อ Thriving on Chaos ที่เป็นเรื่องของการมุ่งไปสู่เวลาของท่านในการลำดับความเร่งด่วน “ การเปลี่ยนแปลงปฏิทินของท่าน (ต่อทิศทางวิสัยทัศน์ของท่านและเหตุการณ์สำคัญ) จะต้องไม่มากพอที่จะทำให้ความปรารถนาขององค์กรเปลี่ยน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นอาจเป็นสิ่งจำเป็น… ” ท่านคือกุญแจของความสำเร็จ ถ้าท่านเลื่อนลอยหรือเบี่ยงเบนจากทิศทางเดิมของวิสัยทัศน์ของท่าน และไม่มีความแนวแน่ในงานที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ การมีแต่เรื่องรีบด่วน จะทำให้ท่านไม่บรรลุวิสัยทัศน์ของท่าน ท่านจะถูกเหลียวมองทุกวัน โดยกำลังพลในหน่วยของท่าน พวกเขาจะตรวจสอบโดยเฝ้าดูในที่ที่ท่านจะแสดงให้เห็นและคำถามที่ท่านจะถูกถาม พวกเขาจะทบทวนบันทึกของท่านว่าท่านยังพร้อมสนับสนุนตามใบกรอบแนวทาง (buck slips) หรือบันทึกช่วยจำฉบับนั้นหรือไม่ พวกเขาจะรู้ถ้าท่านอยู่ในสำนักงานของท่านขณะที่หมวดหนึ่งกำลังมีการฝึกโดยใช้การยิง ท่านและบรรดา ผู้นำคนสำคัญของท่านต้องแสดงให้เห็นถึงข้อแนะนำและอุทิศตัวเองต่อการกำกับดูแลเหตุการณ์สำคัญ ๆ ทุกวันและในที่สุดก็จะนำไปสู่วิสัยทัศน์ของท่าน “ ไม่ว่าเรื่องราวใดก็ตามจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ทำงานเพื่อท่านทุกคนและกับสิ่งที่ท่านสังเกตุในเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ ปฏิทินของท่าน สิ่งที่พวกเขาต้องสังเกตคือ ความชัดเจนของท่าน การมองเห็นและการแสดงออกถึงความตั้งใจที่มีอยู่เหนืออุปสรรคทั้งมวล ”

    ..................... จากสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด ท่านจงพัฒนาวิสัยทัศน์ของท่านเองอย่างเร่งด่วน หรือทันทีหลังจากที่ท่านทราบว่าจะต้องไปบังคับบัญชา ยึดมั่นวิสัยทัศน์ของท่าน ส่งผ่านไปยังบรรดาผู้นำในหน่วยรวมถึงเหล่าทหารหาญ ให้เกิดความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่สุดที่จะทำสิ่งที่ดีเยี่ยมและส่งเสริมที่จะทำให้มีค่ายิ่ง … อย่างเช่นการปกป้องประเทศชาติ

    ..................... วิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและองค์ประกอบที่สำคัญ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จผู้นำกับการมองเห็นอนาคต จะต้องพัฒนาวิสัยทัศน์ของเขาเป็นเบื้องต้น การวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนจากประสบการณ์ที่มากพอเพื่อใช้ในอนาคต บทสรุปของวิสัยทัศน์จะเป็นพื้นฐานของขั้นตอนที่สำคัญอย่างที่สุด ขายวิสัยทัศน์ (Selling the Vision) ผู้นำและเพื่อนผู้ร่วมงานหลักจะต้องก้าวไปพร้อม ๆ กัน โดยการกำหนดเหตุการณ์สำคัญที่จะช่วยให้การทำงานวันต่อวันมีผลที่จะสร้างให้วิสัยทัศน์เกิดขึ้นในโลกที่แท้จริงในที่สุด ผู้นำจะต้องสละเวลาและพละกำลังทั้งมูลเพื่อที่จะทำงานที่หนักที่สุด เพื่อดำรงความมุ่งหมายต่อการบรรลุเหตุการณ์สำคัญและในที่สุดวิสัยทัศน์จะเกิดเป็นจริง มีเป้าหมายไม่มากมายเท่าใดนักในการเตรียมความพร้อมสำหรับสิ่งนี้การกำกับดูแลบังคับบัญชาจะเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อความสำเร็จเกิดขึ้นก็จะเป็นเสมือนรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

    ..................... ผู้เขียน : Lieutenant Colonel Jack H. Cage ประจำการใน US Army War College, Carlisle Barracks, Pennsylvania เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก US Military Academy และปริญญาเอกจาก Columbia University เขาสำเร็จการศึกษาจาก US Army Command and General Staff College และ The Armed Forces Staff College เขาเคยดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ทั้งฝ่ายอำนวยการและทางการบังคับบัญชาใน The Continental United States และ Korea
    บทความต่อไป วิสัยทัศน์และการบังคับบัญชากองพัน By Lieutenant Colonel Jack H.Cage, Us Army

    ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

    กลับสู่หน้าหลัก
  • โดย พ.อ.ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์
    charato_24@hotmail.com

    กลับสู่หน้าหลัก

    CounterSee who's visiting this page.

    เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน

    ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
    บทความนี้จัดทำขึ้นเมื่อ วันที่ 7 ก.ค. 50
    โดย พ.อ.ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ อาจารย์ประจำ วิทยาลัยการทัพบก สถาบันวิชาการทหารบกชั้นสูง ต้องการติดต่อผู้เขียนบทความ charato_24@hotmail.com