ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
File Microsoft Word แนวคิดเกี่ยวกับเกณฑ์ความเป็นเลิศด้านการศึกษา
ของประเทศสหรัฐอเมริกา
ความนำ
.................... จากรายงานผลการพัฒนาระบบราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๔๖ (ฉบับสรุป) ได้มีเนื้อหาบางส่วนกล่าวถึง การประเมินผลเพื่อความเป็นเลิศ ตามเกณฑ์รางวัลคุณภาพของสหรัฐอเมริกา (Malcolm Baldridge National Quality Award : MBNQA) ซึ่งนับเป็นหลักการแนวคิดการบริหารจัดการองค์กรตามมาตรฐานสากล แนวหนึ่งที่มีประเด็นสำคัญในการพิจารณาเกณฑ์ความเป็นเลิศ ๗ ด้าน ซึ่งในการใช้แนวคิดนี้ต่อการพัฒนาระบบราชการ ควรจะได้ศึกษาทำความเข้าใจ หากหน่วยงานใดจะใช้การพัฒนาหน่วยงานสู่ความเป็นเลิศ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยด้านการศึกษา หน่วยกำลังรบ หน่วยสนับสนุนการรบ หรืออื่น ๆ ซึ่งถ้าพิจารณาแล้วอาจเป็นเรื่องพื้น ๆ สำหรับบางคน แต่อาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับบางคน แต่ผู้เขียนคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ เพื่ออย่างน้อยเราก็อาจจะรู้ทันในระดับหนึ่งว่า มัลคอล์ม ที่เขาพูดกันคืออะไร เป็นมาอย่างไร มีหลักการแนวคิดอย่างไร ซึ่งอาจทำให้บางคนนำไปใช้หรือศึกษาแล้วเกิดความคิดใหม่ ๆ ที่ดีกว่า ก็เป็นสิ่งซึ่งบรรลุจุดมุ่งหมายหนึ่งของผู้เขียนแล้ว
ความเป็นมาของ MBNQA
.................... รางวัลคุณภาพแห่งชาติมัลคอล์มบอลคริจ (Malcolm Baldrige National Quality Award : MBNQP) เป็นรางวัลแห่งชาติที่นำแนวคิดของการบริหารคุณภาพแบบเบ็ดเสร็จ (Total Quality Management : TQM) มาใช้เพื่อประเมินองค์การต่าง ๆ และมอบรางวัล ซึ่งเป็นรางวัลคุณภาพแห่งชาติในลักษณะเกี่ยวกับรางวัลเดมมิ่งของประเทศญี่ปุ่น โดยรัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ตราเป็นกฎหมาย เมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ค.ศ.๑๙๘๗ เพื่อมอบให้แก่องค์การที่ประสบความสำเร็จดียิ่ง ตามเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ได้กำหนดไว้ในแต่ละปี (สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ,๒๕๔๕ : ๑๓) โดยมี เป้าหมายเพื่อส่งเสริม ยกระดับความสามารถในการบริหารจัดการ อันนำไปสู่การสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้า และเพื่อผลต่อองค์การในที่สุด บทบาทที่สำคัญของ MBNQA มีอยู่ ๓ ประการคือ
๑. ช่วยปรับปรุงวิธีการดำเนินการ ความสามารถและผลการดำเนินการให้เป็นที่ยอมรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมที่แท้จริง
๒. กระตุ้นให้มีการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติสู่ความเป็นเลิศระหว่างองค์การต่าง ๆ
๓. เป็นเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้ในการจัดการผลการดำเนินการขององค์การ รวมทั้งใช้เป็นแนวทางในการวางแผนและเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้
หลักการ แนวคิด และจุดมุ่งหมาย
.................... เกณฑ์ความเป็นเลิศในการดำเนินงานด้านการศึกษา ได้ถูกจัดทำขึ้นโดยอาศัยหลักการและแนวคิดของการนำองค์การอย่างมีวิสัยทัศน์ ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นลูกค้า การเรียนรู้ขององค์การและพนักงาน การให้ความสำคัญต่อพนักงานและลูกค้า ความคล่องตัวการมุ่งเน้นอนาคต การจัดการเพื่อนวัตกรรม การจัดการโดยใช้ข้อมูลจริง การรับผิดชอบต่อสาธารณะ การมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์และการสร้างคุณค่า และมุมมองในเชิงระบบ หลักการและแนวคิดเหล่านี้มาจากความเชื่อและพฤติกรรมของสถานศึกษาที่มีการดำเนินงานที่ดีหลายแห่ง นำมาบูรณาภายใต้กรอบความคิดที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ เพื่อสร้างเป็นพื้นฐานในการปฏิบัติงานและการให้ข้อมูลย้อนกลับเกณฑ์ความเป็นเลิศในการดำเนินงานด้านการศึกษา (Education Performance Criteria Excellence) ได้ถูกกำหนดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.๑๙๙๙ เนื่องจากผู้ก่อตั้งรางวัล MBNQA ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาด้านการศึกษา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประชากร และส่งผลสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ (Baldrige National Quality Program, ๒๐๐๒ อ้างใน สมนึก ทองเอี่ยม และคณะ,๒๕๔๖ : ๑๙ - ๒๐) ดังนั้นการแบ่งปันความรู้เรื่องการจัดการศึกษาที่ประสบความสำเร็จย่อมมีผลต่อการพัฒนาสถานศึกษา ต่อมาในปี ๒๐๐๑ และ ๒๐๐๒ ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาเกณฑ์เพื่อให้เหมาะสมการเปลี่ยนแปลง โดยนำแนวคิดเชิงระบบเข้ามาเป็นแนวทางในการประเมินด้วย
.................... สำหรับจุดมุ่งหมายนั้น ทางสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (National Institute of Standards and Technology : NIST) ซึ่งเป็นหน่วยดำเนินงานโครงการ คุณภาพแห่งชาติ กล่าวว่า เกณฑ์ความเป็นเลิศในการดำเนินงานด้านการศึกษา เป็นกรอบที่เสริมให้เกิดการผสานหลักการของระบบคุณภาพกับการนำไปปฏิบัติจริงในสถานศึกษาได้เป็นอย่างดี ก่อให้เกิดการปรับปรุงทั้งคุณภาพและผลิตภาพทั้งสถานศึกษาและสามารถยกระดับการแข่งขันของตนเอง โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญ ๓ ประการคือ
๑. เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ได้รับการปรับปรุงอยู่เสมอแก่ผู้รับการศึกษา
๒. เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและความสามารถของทั้งสถานศึกษา
๓. การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสถานศึกษาและส่วนบุคคล
ประเด็นสำคัญในการพิจารณาเกณฑ์ความเป็นเลิศ ๗ ด้าน
สำหรับประเด็นสำคัญในการพิจารณาเกณฑ์ความเป็นเลิศ หรือองค์ประกอบหลักในการตรวจสอบความเป็นเลิศในการดำเนินงานด้านการศึกษา ประกอบด้วยองค์ประกอบย่อย ๗ ด้าน ดังนี้
๑. ภาวะผู้นำ (Leadership)
๒. การวางแผนกลยุทธ์ (Strategic Planning)
๓. การให้ความสำคัญกับลูกค้าผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และตลาด (Student, Stakeholder and Market Focus)
๔. สารสนเทศและการวิเคราะห์ (Information and Analysis)
๕. การให้ความสำคัญแก่บุคคลและหน่วยงานย่อย (Faculty and Staff Focus)
๖. การบริหารกระบวนการ (Process Management)
๗. ผลการดำเนินงาน (Organizational Performance Result)
.................... สำหรับความสัมพันธ์ขององค์ประกอบทั้ง ๗ ด้านแสดงตามภาพดังนี้
ภาพความสัมพันธ์ขององค์ประกอบ ๗ ด้าน ตามเกณฑ์ความเป็นเลิศในการดำเนินด้านการศึกษา
ที่มา : Baldrige National Quality Program.๒๐๐๒ : ๕ อ้างใน สมนึก ทองเอี่ยมและคณะ.
.................... รายงานผลการศึกษาวิเคราะห์ วิทยาลัยการสาธารณสุข แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
(ม.ป.ท.).หน้า ๒๑
.................... สาระสำคัญของประเด็นสำคัญ ๗ ด้าน กล่าวได้ดังนี้ (สุณิสา เศษธะพานิช,ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์)
๑. ภาวะผู้นำ หมายถึง การตรวจสอบว่าผู้นำระดับสูงใช้วิธีการในการกำหนด ค่านิยม ทิศทางและความคาดหวังในการดำเนินงาน รวมทั้งการแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะ และการสนับสนุนชุมชน โดยพิจารณาใน ๒ ประเด็นหลักคือ
๑.๑ ภาวะผู้นำขององค์กร หมายถึง วิธีการที่ผู้นำระดับสูงใช้ในการกำหนดทิศทางและทบทวนผลการปฏิบัติงานขององค์กร/สถานศึกษา
๑.๒ ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ หมายถึง วิธีการที่องค์กร/สถานศึกษา แสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะและการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม
๒. การวางแผนกลยุทธ์ หมายถึง การตรวจสอบถึงกระบวนการในการพัฒนา และการเลือกจุดประสงค์เชิงกลยุทธ์ และแผนปฏิบัติการ รวมทั้งวัดความก้าวหน้าด้วย โดยพิจารณาจาก ๒ ประเด็นหลัก คือ
๒.๑ การพัฒนากลยุทธ์ หมายถึง วิธีการกำหนดกลยุทธ์ขององค์กร รวมทั้งระบุความต้องการของผู้ที่เกี่ยวข้อง และการเพิ่มสมรรถนะในการแข่งขันด้วย
๒.๒ การปรับใช้กลยุทธ์ หมายถึง วิธีการที่องค์กรแปลงกลยุทธ์สู่แบบปฏิบัติการ รวมทั้งการสรุปตัวบ่งชี้ การดำเนินงานในปัจจุบัน และการคาดการณ์ในอนาคต
๓. การให้ความสำคัญกับนักเรียน/ลูกค้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและตลาด หมายถึง การตรวจสอบวิธีการที่องค์กรใช้ในการระบุข้อกำหนด ความคาดหวัง และความรับผิดชอบของนักเรียน/ลูกค้า และตลาด รวมทั้งวิธีการที่ใช้ในการระบุข้อสัมพันธ์ และการตอบสนองผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดจนการจัดบริหารที่เป็นเลิศ โดยพิจารณาใน ๒ ประเด็นสำคัญ คือ
๓.๑ ความรู้ด้านความต้องการ และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และตลาด หมายถึง วิธีการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมาย และการนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์เพื่อการจัดการศึกษา
๓.๒ ความสัมพันธ์ และความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หมายถึง วิธีการที่ใช้ในการสร้างความสัมพันธ์ ความพึงพอใจแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งวิธีการระบุความพึงพอใจด้วย
๔. สารสนเทศ และการวิเคราะห์ หมายถึง การตรวจสอบการจัดการสารสนเทศและระบบในการจัดสมรรถนะ (Competency) การดำเนินงานขององค์กร/สถานศึกษา รวมทั้งวิธีการที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลและสารสนเทศ โดยพิจารณา ๒ ประเด็นสำคัญ คือ
๔.๑ การจัด และวิเคราะห์การปฏิบัติงาน หมายถึง วิธีการที่ใช้ในการวัด วิเคราะห์ เปรียบเทียบ และปรับปรุงการปฏิบัติงาน
๔.๒ การจัดการสารสนเทศ หมายถึง วิธีการที่ใช้ในการจัดให้มีข้อมูล และ สารสนเทศที่มีคุณภาพ และสะดวกต่อการใช้งาน
๕. การให้ความสำคัญกับบุคลากร และหน่วยงานย่อย หมายถึง การตรวจสอบวิธีการที่องค์กรใช้ในการจูงใจ และทำให้บุคลากรพัฒนา และใช้ศักยภาพเต็มที่ในการทำงาน รวมทั้งวิธีการสร้างเสริม ซึ่งสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของบุคลากร และหน่วยงานย่อย โดยพิจารณาใน ๓ ประเด็นสำคัญ คือ
๕.๑ ระบบงาน หมายถึง วิธีการเกี่ยวกับงาน ค่าตอบแทน ความก้าวหน้า การจูงใจ และการทำให้เกิดความสำเร็จที่สูงขึ้น ของการปฏิบัติงานของบุคลากร
๕.๒ การศึกษา อบรม การพัฒนาบุคลกรและหน่วยงาน หมายถึง วิธีการศึกษา อบรมที่สนับสนุน ให้บรรลุวัตถุประสงค์ รวมทั้งการสร้างความรู้ ทักษะ และความสามารถในการทำงาน
๕.๓ ความเป็นอยู่ที่ดี และความพึงพอใจของบุคลากร และหน่วยงาน หมายถึง วิธีการที่ใช้ในการดูแลสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน ความเป็นอยู่และความพึงพอใจของบุคลากร
๖. การบริหารกระบวนการ หมายถึง การตรวจสอบ ประเด็นสำคัญของการบริหารกระบวนการขององค์กร/สถานศึกษา ตั้งแต่การออกแบบ และการจัดการศึกษาที่เน้นการเรียน และการบริหารนักเรียน และกระบวนการสนับสนุน โดยพิจารณาในทุกกระบวนการและทุกหน่วยงานย่อย โดยพิจารณาใน ๓ ประเด็นหลัก คือ
๖.๑ กระบวนการออกแบบ และจัดการศึกษา หมายถึง วิธีการจัดกระบวนการหลักในการออกแบบและจัดการศึกษา
๖.๒ การบริการนักเรียน หมายถึง วิธีการจัดการที่ใช้ในการบริหารนักเรียน/ลูกค้า
๖.๓ กระบวนการสนับสนุน หมายถึง วิธีการจัดการกระบวนการหลักที่สนับสนุน การปฏิบัติงานประจำวันตามหน้าที่ของหน่วยงานทางการศึกษา และบุคลากรของหน่วยงาน
๗. ผลการดำเนินงาน หมายถึง การตรวจสอบผลการดำเนินงานขององค์กรและระดับการปฏิบัติงาน เมื่อเทียบกับคู่แข่งหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่สามารถเทียบเคียงกันได้อย่างเหมาะสม โดยพิจารณาใน ๕ ประเด็นสำคัญ คือ
๗.๑ ผลการเรียนรู้ของนักเรียน หมายถึง สรุปผลการเรียนรู้ของนักเรียน จำแนก ข้อมูลตามกลุ่มนักเรียน และตลาด หรือด้านอื่น ๆ ที่เหมาะสม รวมทั้งการเปรียบเทียบข้อมูลกับ คู่แข่ง และ/หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่จำเป็น
๗.๒ ผลด้านการให้ความสำคัญกับนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หมายถึง การสรุปผลงานด้านการให้ความสำคัญกับนักเรียน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งความพึงพอใจ จำแนกตามกลุ่มและตลาดหรือด้านที่เหมาะสม รวมทั้งการเปรียบเทียบข้อมูลที่เหมาะสมด้วย
๗.๓ ผลงานด้านงบประมาณการเงินและตลาด หมายถึง การสรุปผลงานด้านงบประมาณการเงินและตลาด จำแนกตามกลุ่มที่เหมาะสม รวมทั้งการเปรียบเทียบข้อมูลที่เหมาะสมด้วย
๗.๔ ผลงานด้านบุคลากร และหน่วยงานย่อย หมายถึง สรุปผลงานด้านบุคลากร และหน่วยงานย่อย รวมถึงความเป็นอยู่ ความพึงพอใจ การพัฒนาและสมรรถนะของระบบงาน จำแนกผลงานดังกล่าวเพื่อแสดงให้เห็นกำลังคน ชนิดและประเภทของบุคลากร หรือในด้านที่เหมาะสม รวมทั้งการเปรียบเทียบข้อมูลที่เหมาะสมด้วย
๗.๕ ประสิทธิผลขององค์กร หมายถึง สรุปผลการดำเนินงานที่ทำให้มีโอกาสเพิ่มการเรียนรู้และความมีประสิทธิผล รวมทั้งการเปรียบเทียบข้อมูลที่เหมาะสมด้วย
แนวทางการให้คะแนน
.................... สำหรับแนวทางการให้คะแนน หมายถึง ข้อความที่เป็นเกณฑ์สำหรับการประเมินสภาพการดำเนินงาน และระดับคะแนนที่ควรได้รับตามสภาพนั้น โดยแนวทางการให้คะแนนจะพิจารณาใน ๒ ประเด็น ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ (Baldrige National Quality Program,๒๐๐๒ : ๕๕ - ๕๖ อ้างใน สมนึก ทองเอี่ยม และคณะ,๒๕๔๖ : ๒๕)
.................... วิธีดำเนินงานและการปรับใช้ หมายถึง สภาพของวิธีดำเนินการและการปรับใช้ในการดำเนินงานตามองค์ประกอบแต่ละประเภทและรายการย่อย
.......... ผลลัพธ์ หมายถึง สภาพของผลการดำเนินงาน
.................... แนวทางการให้คะแนนในแต่ละองค์ประกอบจะพิจารณาข้อสะท้อนที่สำคัญขององค์การ การให้คะแนนในแต่ละองค์ประกอบจะกำหนดช่วงคะแนนที่เหมาะสมที่สุดกับคำตอบโดยรวมของแต่ละหัวข้อ เช่น ร้อยละ ๕๐ - ๖๐ เป็นต้น การจะตัดสินใจว่าจะได้คะแนนจริงเท่าไร ต้องอาศัยการประเมินว่าคำตอบในหัวใจนั้น ใกล้เคียงกับข้อความในช่วงคะแนนใด อย่างกรณีช่วงคะแนนระดับร้อยละ ๕๐ แสดงว่าแนวทางนั้นบรรลุวัตถุประสงค์โดยรวมของหัวข้อนั้น หรือมีการบ่งชี้ที่ชัดเจนถึงแนวโน้มในการปรับปรุง ถ้าได้คะแนนสูงกว่านี้แสดงว่า มีการนำไปปฏิบัติการอย่างสมบูรณ์ หรือมีอัตราการปรับปรุงผลลัพธ์ มีระดับการปฏิบัติงานที่ดีกว่า และดำเนินงานเชิงเปรียบเทียบได้ดีกว่า รายละเอียดช่วงคะแนนแสดงได้ตามตารางดังนี้
ตารางที่ ๑ แนวทางการให้คะแนนในการประเมิน
คะแนน วิธีดำเนินงาน ผลลัพธ์
๐ % - วิธีดำเนินงานไม่มีระบบชัดเจน - ไม่มีผลงานหรือผลงานที่รายงานไม่ดี
๑๐ -๒๐ % - มีการเริ่มต้นวิธีดำเนินงานที่เป็นระบบ ตามข้อกำหนดเบื้องต้น
- ยังมีช่องโหว่ในการปรับใช้ที่จะช่วยให้กระบวนการบรรลุข้อกำหนด พื้นฐานของรายการย่อย
- มีการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงจากขั้นการมีปฏิกริยาต่อปัญหาสู่ทิศทางการ แก้ไขปรับปรุงทั่ว ๆ ไป - มีการปรับปรุงในบางเรื่องและ/หรือระดับผลการดำเนินงานเริ่มดีเพียง ๒ - ๓ ด้าน
- ไม่มีการรายงานผลลัพธ์ในรายการที่มีความสำคัญต่อข้อกำหนดหลักขององค์การเป็นส่วนมากถึงมากที่สุด
๓๐ - ๔๐ % - มีวิธีดำเนินงานที่เป็นระบบและมี ประสิทธิผลในการตอบสนองต่อข้อกำหนดพื้นฐานของราชการย่อยนั้น
- มีการปรับใช้วิธีการดำเนินงาน ถึงแม้ว่าบางด้านหรือบางหน่วยอยู่ในขั้นเริ่มต้น
- มีการเริ่มต้นวิธีการดำเนินงานที่เป็นระบบในการประเมินและปรับปรุงกระบวนการพื้นฐานของรายการนั้น - มีการงานปรับปรุงและ/หรือระดับการดำเนินงานในหลายด้านตามข้อกำหนดหลักขององค์การ
- มีการดำเนินการขั้นต้นที่แสดงแนวโน้มการพิจารณาและการเปรียบเทียบ
สารสนเทศอย่างชัดเจน
- มีการรายงานผลลัพธ์ในรายการที่มีความสำคัญต่อข้อกำหนดหลักขององค์การเป็นส่วนมากถึงมากที่สุด
๕๐ - ๖๐ % - มีวิธีที่เป็นระบบและมีประสิทธิผลต่อการตอบสนองข้อกำหนหดทั้งหมดของรายการและข้อกำหนดหลักขององค์การ
- มีการปรับใช้วิธีดำเนินการอย่างดีถึงแม้ว่าการปรับใช้อาจหลากหลายตามเนื้องานและหน่วยงาน
- มีกระบวนการประเมินและปรับปรุงที่เป็นระบบตามสภาพจริงในการ ปรับปรุงประสิทธิผลและประสิทธิภาพ - มีการรายงานแนวโน้มการปรับปรุง และ/หรือผลการดำเนินงานที่ดีในรายการที่มีความสำคัญต่อข้อกำหนดขององค์การ
- ไม่มีลักษณะของแนวโน้มในการลบและไม่มีผลการดำเนินงานที่ไม่ดี ในรายการที่สำคัญต่อข้อกำหนด
- การประเมินแนวโน้มบางอย่างและ/หรือผลการดำเนินการในปัจจุบัน สวนทางกับการเปรียบเทียบและ/หรือการเทียบกับ
- วิธีดำเนินงานถูกเเรียบเรียงให้เข้ากับความจำเป็นขององค์การตามที่ระบุไว้ในองค์ประกอบประเภทอื่น ๆ สิ่งที่ดีที่สุด (Benchmark) ที่แสดงจุดแข็งและ/หรือผลการดำเนินงานที่อยู่ในระดับดีถึงดีมาก
- ผลการดำเนินงานขององค์การแสดงถึงความต้องการของผู้เรียน ผู้มีส่วนได้เสียและตลาดและกระบวนการดำเนินงาน
๗๐ - ๘๐ % - มีวิธีดำเนินงานที่เป็นระบบและมี ประสิทธิผลในการตอบสนองข้อกำหนดหลายอย่างของรายการและความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงของการบริหารด้านการศึกษาในปัจจุบันและอนาคต
- มีการปรับใช้วิธีการอย่างดี ไม่มีช่องโหว่ที่สำคัญ
- มีกระบวนการประเมินและปรับปรุงอย่างเป็นระบบตามสภาพจริง รวมทั้งการแลกเปลี่ยน/เรียนรู้ ในองค์การ เป็นเครื่องมือหลักในการจัดการและมี หลักฐานชัดเจน รวมทั้งการบูรณาการที่ปรับปรุงไปสู่ผลการวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนในระดับองค์การ
- มีการบูรณาการวิธีดำเนินงานกับความจำเป็นขององค์การตามที่ระบุในองค์ประกอบประเภทอื่น - ผลการดำเนินงานในปัจจุบันในรายการที่สำคัญต่อความต้องการขององค์การอยู่ในระดับดีถึงดีเยี่ยม
- แนวโน้มการปรับปรุงส่วนใหญ่และ/หรือผลการดำเนินการโดยส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีความคงที่
- การประเมินแนวโน้มและ/หรือผลการดำเนินการในปัจจุบันส่วนมากถึงมากที่สุด สวนทางกับการเปรียบเทียบและ/หรือผลการดำเนินงานที่อยู่ในระดับดีมาก
- ผลการดำเนินงานขององค์การแสดงถึงความต้องการของผู้เรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและตลาด กระบวนการและแผนปฏิบัติการ
๙๐ - ๑๐๐ % - มีวิธีดำเนินงานที่เป็นระบบและมี ประสิทธิผลในการตอบสนองเต็มที่ ต่อข้อกำหนดทั้งหมดของรายการและความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงของการบริหารด้านการศึกษาทั้งหมด - ผลการดำเนินงานในปัจจุบันที่ดีเยี่ยมในเกือบทุกรายการที่สำคัญต่อความต้องการขององค์การ
- มีการรายงานแนวโน้มการปรับปรุงที่ดีเยี่ยมและ/หรือการคงระดับการดำเนินงาน
- มีการปรับใช้วิธีการอย่างสมบูรณ์ไม่มีจุดอ่อนหรือช่องโหว่ในเนื้องานหรือหน่วยงานต่าง ๆ
- มีกระบวนการประเมินและปรับปรุงอย่างเป็นระบบตามสภาพจริงอย่าง เข็มงวดรวมทั้งการเน้นการแลกเปลี่ยน/เรียนรู้ในองค์การเป็นเครื่องมือหลักในการจัดการและบูรณาการและความ รอบคอบในการวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนในระดับองค์การอย่างชัดเจน
- มีการบูรณาการวิธีดำเนินงานกับความจำเป็นขององค์การตามที่ระบุในองค์ประกอบประเภทอื่นอย่างสมบูรณ์ ที่ดีเยี่ยมในเกือบทุกรายการ
- มีหลักฐานแสดงถึงความเป็นผู้นำจากการเปรียบเทียบและ/หรือเกี่ยวกับสิ่งที่ดีที่สุดด้านการศึกษาในหลายรายการ
- ผลการดำเนินงานขององค์การแสดงถึงความต้องการของผู้เรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และตลอดกระบวนการแผนปฏิบัติการอย่างสมบูรณ์
ที่มา : สมนึก ทองเอี่ยม และคณะ.รายงานผลการศึกษาวิเคราะห์ วิทยาลัยการสาธารณสุข
แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.๒๕๔๖.(ม.ป.ท.),(อัดสำเนา) หน้า ๒๖ - ๒๙
เราจะพบว่าเครื่องมือในการบริหาร ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดใด รูปแบบใด อย่างกรณี MBNQA จะหนีไม่พ้นเรื่องของผู้นำ นั้นคือ ผู้บริหารต้องมีภาวะผู้นำ มิใช่เป็นผู้บริหารโดยตำแหน่ง โดยการแต่งตั้ง แต่ไม่มีภาวะผู้นำ ก็จะไม่ก่อให้เกิดศรัทธาในผู้ใต้บังคับบัญชา การวางแผนกลยุทธ์ ก็จะเป็นเรื่อง วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย วัตถุประสงค์ นโยบาย ปณิธาน การบริหาร เรื่องการมีส่วนร่วมของทุกคนในองค์การ การประเมินผล ถ้าพิจารณาแล้ว ผู้เขียนเห็นว่า สิ่งเหล่านี้ในวงการทหารเรามีมานาน เพียงแต่ขาดการพัฒนา จนองค์กรภายนอกเขาพัฒนาแล้ว ทหารเราก็ตามเขา เช่น คำที่ใช้บ่อย ๆ ปณิธาน (Resolution) เราก็ได้ยินในเพลงพระราชนิพนธ์ ความผันอันสูงสุด ซึ่งได้ยินตั้งแต่ผู้เขียนยังเป็นเด็กเล็ก ๆ ที่จำความได้ หรือสมรรถนะ (Competency) ที่เริ่มใช้กันมากขึ้น ทางทหารเราก็ใช้มานานแล้วในเรื่องขีดความสามารถ สมรรถนะของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ สำหรับแนวคิด MBNQA ที่ผู้เขียนนำเสนอนี้มิใช่จะให้นำมาใช้ แต่หากผู้อ่านศึกษาแล้วได้เกิดความคิดอะไรที่เป็นเชิงสร้างสรรค์ หรืออาจนำไปปรับใช้กับองค์กรทางการศึกษา หรือหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่องค์การทางการศึกษาก็ย่อมทำได้ แต่นอกเหนือจากที่กล่าวคือ อยากให้ผู้อ่านได้ติดตามความรู้ ความก้าวหน้า ความเปลี่ยนแปลง ความรู้เท่าทัน อย่างน้อยก็จะยังประโยชน์ให้กับกองทัพบ้างไม่มากก็น้อย
สรุป
.............. จากการได้ศึกษาวิธีการแนวคิดของ MBNQA ซึ่งเป็นเกณฑ์ความเป็นเลิศทางด้านการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา เราสามารถที่จะนำ ๗ ประเด็นสำคัญมาใช้ในการวิเคราะห์องค์กรได้ทุกองค์กร ไม่จำกัดว่าจะเป็นหน่วยงานทางการศึกษาหรือไม่ก็ตาม จะทำให้เห็นภาพของการบริหารจัดการชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะปัญหาในแต่ละประเด็น ซึ่งล้วนมีผลเชื่องโยงซึ่งกันและกันในองค์ประกอบของความเป็นเลิศทั้ง ๗ ด้าน สิ่งสำคัญก็คือ ผู้ที่จะนำไปใช้จะสื่อสารอย่างไรให้คนในองค์กรมีความเข้าใจได้อย่างไม่ยากนัก ไม่ซับซ้อน ไม่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต แต่ง่ายและได้ผลมีหลักการนี้น่าจะเป็นประเด็นสำคัญที่สุด เราจะทำอย่างไรที่จะให้ความรู้แก่คนของเรา แล้วระดมความคิดที่หลากหลายจากทุกชั้นยศมาบูรณาการแล้วมีข้อยุติ นำไปสู่รูปแบบหรือแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อให้เป็นไปตามการพัฒนาระบบราชการไทย ที่จะข้ามพ้นระบบราชการแบบดั้งเดิม นำไปสู่การวางแผนกลยุทธ์ สมรรถนะ (Competency) (Fast Track) HR Scorecard หรือเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงมากมาย ดูท่าผู้เขียนคงจะได้เรื่องที่จะนำเสนออีกหลายเรื่องมากมาย ก็ขอให้คอยติดตามศึกษาหาอ่านได้นะครับเมื่อมีโอกาส
รายการอ้างอิง
วัฒนา พัฒนพงศ์.BSC และ KPI เพื่อการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน.พิมพ์ครั้งที่ ๕.
กรุงเทพมหานคร : พิมพ์ดีการพิมพ์.๒๕๔๗.
สมนึก ทองเอี่ยม และคณะ.รายงานผลการศึกษาวิเคราะห์ วิทยาลัยการสาธารณสุข แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.๒๕๔๖.,(ม.ป.ท.),(อัดสำเนา)
คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ.รายงานผลการพัฒนาระบบราชการประจำปีงบประมาณ
พ.ศ.๒๕๔๖ (ฉบับสรุป).(ม.ป.ท.), (ม.ป.ป.).
สุณิสา เศษธะพานิช.แบบสอบถามเพื่อการวิจัย เรื่อง การศึกษาความคิดเห็นของผู้บริหารสถาน
ศึกษาเอกชน เกี่ยวกับความเป็นเลิศด้านการศึกษา.(ม.ป.ท.), (ม.ป.ป.),(อัดสำเนา)
สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ.รางวัลคุณภาพแห่งชาติ.๒๕๔๕.(ม.ป.ท.),(อัดสำเนา)
************************
.นักบริหารที่ดี เชื่อมั่นในตัวเอง จงอย่างหยิ่งผยอง รับฟังความคิดเห็นคนอื่น
มีความสุภาพอ่อนน้อม จะนำมาสู่ความสำเร็จตลอดกาล
.
วันมูหะมัดนอร์ มะทา
ที่มา : จากครู
สู่ผู้บริหารมหาไทย.สำนักงานนโยบายและแผน.สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
กรุงเทพมหานคร : พนิชการพิมพ์,๒๕๔๖.หน้า ๑๘.
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
บทความต่อไป วิสัยทัศน์และการบังคับบัญชากองพัน*
By
Lieutenant Colonel Jack H.Cage, Us Army

กลับสู่หน้าหลัก
|
โดย พ.อ.ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์
charato_24@hotmail.com

กลับสู่หน้าหลัก

เพื่อความง่ายในการอ่านท่านสามารถสั่งพิมพ์บทความนี้ออกมาทาง Printer ท่านโดยเพียงกด Icon printer ที่บาร์ด้านบน
ถ้าตัวอักษรเล็ก ท่านสามารถขยายให้ใหญ่ขึ้น โดยไปที่ View บน Menu bar หาคำว่า
Font หรือ Text size แล้วขยายขนาดให้พอดีอ่านนะครับ
|